บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
23.50
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10292 out_tok=2450 at=2026-07-25T21:24:12 -->
MBK พลิกขาดทุน Q1/2565 สู่กำไร 47 ล้านบาท รับอานิสงส์ธุรกิจโรงแรม-อสังหาฯ ฟื้นตัว
รายได้-กำไรปรับตามการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารต้นทุนและปรับกลยุทธ์รับ New Normal เป็นปัจจัยจับตา
บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 47 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 143 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว รวมถึงการเติบโตอย่างโดดเด่นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม รายได้รวมจากการดำเนินงานยังคงลดลงเล็กน้อย 2% มาอยู่ที่ 1,991 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบต่อเนื่องจาก COVID-19 ที่ส่งผลต่อธุรกิจศูนย์การค้าและธุรกิจอาหาร
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
หัวใจกำไรในไตรมาส 1 ปี 2565 ของ MBK คือ **การพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 47 ล้านบาท จากการขาดทุน 143 ล้านบาทในปีก่อน** โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจาก **การฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว และการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบเชิงลบต่อธุรกิจศูนย์การค้าและธุรกิจอาหารได้
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว:** รายได้เพิ่มขึ้น 163% หรือ 78 ล้านบาท เป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุม COVID-19 และการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ประกอบกับการสนับสนุนจากโครงการภาครัฐ เช่น เราเที่ยวด้วยกัน ทำให้ธุรกิจโรงแรมเริ่มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
2. **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** รายได้เติบโตถึง 62% หรือ 153 ล้านบาท โดยหลักมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยใหม่ๆ เช่น "Riverdale Residence" และ "Quaritz Rama IX" รวมถึงโครงการที่โอนกรรมสิทธิ์ต่อเนื่องจากปีก่อน
3. **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 1,314% หรือ 92 ล้านบาท โดยเฉพาะจากบริษัทร่วมที่ประกอบธุรกิจศูนย์การค้า ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องตามการเปิดประเทศและการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคักมากขึ้น ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แม้จะมีการชะลอการเปิดโครงการใหม่ แต่การรับรู้รายได้จากโครงการเดิมและการศึกษาพัฒนาโครงการใหม่ๆ ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุน อย่างไรก็ตาม ธุรกิจศูนย์การค้ายังคงเผชิญความท้าทายจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และต้องติดตามมาตรการช่วยเหลือผู้เช่าอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** MBK กลับมามีกำไรสุทธิ 47 ล้านบาทใน Q1/2565 จากขาดทุน 143 ล้านบาทใน Q1/2564
* **รายได้รวมลดลงเล็กน้อย:** รายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 1,991 ล้านบาท ลดลง 2% YoY
* **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวแรง:** รายได้เพิ่มขึ้น 163% YoY จากการเปิดประเทศและการท่องเที่ยวภายในประเทศ
* **อสังหาริมทรัพย์เติบโตโดดเด่น:** รายได้เพิ่มขึ้น 62% YoY จากการรับรู้รายได้โครงการที่อยู่อาศัย
* **ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมพุ่ง:** เพิ่มขึ้น 1,314% YoY จากธุรกิจศูนย์การค้าที่เริ่มฟื้นตัว
* **ธุรกิจศูนย์การค้ายังซบเซา:** รายได้ลดลง 33% YoY จากผลกระทบ COVID-19 และมาตรการช่วยเหลือผู้เช่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 1,991 ล้านบาท ลดลง 42 ล้านบาท หรือ 2% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน (2,033 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ พลิกกลับมาเป็นกำไร 47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 190 ล้านบาท หรือ 133% จากที่ขาดทุนสุทธิ 143 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 68% เป็น 192 ล้านบาท และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 1,314% เป็น 92 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว:** การเปิดประเทศและการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 หนุนการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว
* **การเติบโตของอสังหาริมทรัพย์:** การรับรู้รายได้จากโครงการที่อยู่อาศัยที่พัฒนาขึ้น และการศึกษาพัฒนาโครงการใหม่ๆ
* **การปรับตัวรับ New Normal:** การปรับกลยุทธ์ทางการตลาด การสรรหาผู้เช่ารายใหม่ และการพัฒนาพื้นที่ให้ทันสมัยในธุรกิจศูนย์การค้า
* **การสนับสนุนจากภาครัฐ:** โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เช่น เราเที่ยวด้วยกัน และทัวร์เที่ยวไทย
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของ COVID-19:** แม้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่ยังคงมีความเสี่ยงจากการระบาดระลอกใหม่ หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส
* **ผลกระทบต่อธุรกิจศูนย์การค้า:** พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และการแข่งขันที่สูงขึ้น อาจส่งผลต่อรายได้ค่าเช่าในระยะยาว
* **ต้นทุนการดำเนินงาน:** ความผันผวนของต้นทุนต่างๆ เช่น ค่าก่อสร้าง หรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน อาจส่งผลต่ออัตรากำไร
* **ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ:** ธุรกิจการเงินยังคงต้องบริหารความเสี่ยงด้านเครดิตอย่างใกล้ชิด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้ธุรกิจศูนย์การค้า:** การปรับตัวของผู้เช่าและการหาผู้เช่ารายใหม่
* **การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม:** จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เพิ่มขึ้น
* **ความคืบหน้าโครงการอสังหาริมทรัพย์:** การโอนกรรมสิทธิ์และการเปิดตัวโครงการใหม่
* **มาตรการช่วยเหลือผู้เช่า:** ผลกระทบต่อรายได้ค่าเช่าและค่าบริการ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายคงที่ในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**รายได้จากการดำเนินงาน:** ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีรายได้เพิ่มขึ้น 62% หรือ 153 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการรับรู้รายได้จากโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย เช่น "Riverdale Residence" (174 ล้านบาท) และ "Quaritz Rama IX" (90 ล้านบาท) ซึ่งเป็นโครงการใหม่ที่เริ่มรับรู้รายได้ในปีนี้ ขณะที่โครงการ "Quinn Condominium 101" มีรายได้ลดลง 177 ล้านบาท เนื่องจากใกล้จะโอนกรรมสิทธิ์ครบถ้วนแล้ว ฝ่ายจัดการยังคงชะลอการเปิดโครงการใหม่เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แต่ยังคงศึกษาเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
**กำไรจากการดำเนินงาน:** ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นถึง 265% หรือ 122 ล้านบาท เป็นผลโดยตรงจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายโครงการที่อยู่อาศัย
**ที่ดินรอการพัฒนา:** มีการซื้อที่ดินเปล่าเพิ่มขึ้น 96 ล้านบาท หรือ 5% ติดกับโครงการบ้านริเวอร์เดลในจังหวัดปทุมธานี เพื่อรอการพัฒนาโครงการบ้านในอนาคต
**สินค้าคงเหลือ:** ลดลง 143 ล้านบาท หรือ 6% ส่วนใหญ่เป็นการโอนต้นทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยไปเป็นต้นทุนขายตามการรับรู้รายได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 2% หรือ 853 ล้านบาท เป็น 56,110 ล้านบาท โดยมีสินทรัพย์ทางการเงิน - เงินลงทุนระยะยาวในตราสารทุนในความต้องการตลาดเพิ่มขึ้น 700 ล้านบาท จากการปรับเพิ่มขึ้นของมูลค่ายุติธรรม และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนลดลง 201 ล้านบาทจากการตัดค่าเสื่อมราคา
**หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.3% หรือ 100 ล้านบาท เป็น 34,299 ล้านบาท โดยเงินกู้ยืมระยะยาวของธุรกิจการเงินเพิ่มขึ้น 196 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายตัว
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 4% หรือ 753 ล้านบาท เป็น 21,811 ล้านบาท จากกำไรสุทธิ 47 ล้านบาท และการใช้สิทธิแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิเป็นหุ้นสามัญ 102 ล้านบาท รวมถึงการปรับเพิ่มขึ้นในมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในหลักทรัพย์เผื่อขาย 563 ล้านบาท
**กระแสเงินสด:** กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้น 107% เป็น 717 ล้านบาท จากการลดลงของการให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ และการรับเงินจากลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนลดลง 107% เป็นการใช้เงินสด 228 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการซื้อที่ดินอาคารและอุปกรณ์ที่ลดลง กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินลดลง 102% เป็นการใช้เงินสด 18 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาวที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
MBK ในไตรมาส 1 ปี 2565 สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้สำเร็จ จากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว รวมถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แม้รายได้รวมจะลดลงเล็กน้อยจากผลกระทบต่อเนื่องของ COVID-19 ต่อธุรกิจศูนย์การค้าและอาหาร อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุน การปรับกลยุทธ์รับ New Normal และการใช้ประโยชน์จากโอกาสในการเปิดประเทศ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อประเมินความต่อเนื่องของผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MBK ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
3,181.97
ล้านบาท
↑ 4% YoY
กำไรขั้นต้น
1,748.49
ล้านบาท
↑ 8.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
54.95
%
กำไรสุทธิ
1,107.51
ล้านบาท
↑ 92.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
34.81
%
D/E Ratio
1.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,182
↑ + 4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,748
↑ + 8.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,108
↑ + 92.9%
YoY
D/E Ratio
1.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MBK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.36
ROE (%)
16.88
ROA (%)
8.57
Book Value/หุ้น
14.89
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MBK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,012
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+159
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MBK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,011.91
-67.99%
|
-3,160.81
-4.24%
|
-3,300.69
+69.99%
|
-1,941.74
-399.73%
|
647.83
-52.17%
|
1,354.36
+217.51%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
159.03
-93.81%
|
2,568.89
-16.47%
|
3,075.52
-356.60%
|
-1,198.57
-1,594.29%
|
80.21
-96.06%
|
2,037.99
+484.57%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,021.22
+11.07%
|
1,819.83
-611.98%
|
-355.45
-54.96%
|
-789.22
+273.44%
|
-211.34
+168.16%
|
-78.81
-84.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,109.13
+20.59%
|
919.78
-198.09%
|
-937.65
-77.89%
|
-4,240.81
-2,277.23%
|
194.78
-93.63%
|
3,055.51
+986.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,281.66
+38.41%
|
926.01
-27.03%
|
1,269.00
-71.48%
|
4,448.80
+15.80%
|
3,841.66
+388.66%
|
786.16
+16.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,164.37
-9.15%
|
1,281.66
+38.41%
|
926.01
-27.03%
|
1,269.00
-71.48%
|
4,448.80
+15.80%
|
3,841.66
+388.66%
|