MBK
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
MBK
บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
19.80
0.20 (1.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10292 out_tok=2450 at=2026-07-25T21:24:12 --> MBK พลิกขาดทุน Q1/2565 สู่กำไร 47 ล้านบาท รับอานิสงส์ธุรกิจโรงแรม-อสังหาฯ ฟื้นตัว รายได้-กำไรปรับตามการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารต้นทุนและปรับกลยุทธ์รับ New Normal เป็นปัจจัยจับตา บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 47 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 143 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว รวมถึงการเติบโตอย่างโดดเด่นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม รายได้รวมจากการดำเนินงานยังคงลดลงเล็กน้อย 2% มาอยู่ที่ 1,991 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบต่อเนื่องจาก COVID-19 ที่ส่งผลต่อธุรกิจศูนย์การค้าและธุรกิจอาหาร ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง หัวใจกำไรในไตรมาส 1 ปี 2565 ของ MBK คือ **การพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 47 ล้านบาท จากการขาดทุน 143 ล้านบาทในปีก่อน** โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจาก **การฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว และการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบเชิงลบต่อธุรกิจศูนย์การค้าและธุรกิจอาหารได้ **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** 1. **ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว:** รายได้เพิ่มขึ้น 163% หรือ 78 ล้านบาท เป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุม COVID-19 และการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ประกอบกับการสนับสนุนจากโครงการภาครัฐ เช่น เราเที่ยวด้วยกัน ทำให้ธุรกิจโรงแรมเริ่มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง 2. **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** รายได้เติบโตถึง 62% หรือ 153 ล้านบาท โดยหลักมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยใหม่ๆ เช่น "Riverdale Residence" และ "Quaritz Rama IX" รวมถึงโครงการที่โอนกรรมสิทธิ์ต่อเนื่องจากปีก่อน 3. **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 1,314% หรือ 92 ล้านบาท โดยเฉพาะจากบริษัทร่วมที่ประกอบธุรกิจศูนย์การค้า ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องตามการเปิดประเทศและการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคักมากขึ้น ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แม้จะมีการชะลอการเปิดโครงการใหม่ แต่การรับรู้รายได้จากโครงการเดิมและการศึกษาพัฒนาโครงการใหม่ๆ ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุน อย่างไรก็ตาม ธุรกิจศูนย์การค้ายังคงเผชิญความท้าทายจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และต้องติดตามมาตรการช่วยเหลือผู้เช่าอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **พลิกกำไรสุทธิ:** MBK กลับมามีกำไรสุทธิ 47 ล้านบาทใน Q1/2565 จากขาดทุน 143 ล้านบาทใน Q1/2564 * **รายได้รวมลดลงเล็กน้อย:** รายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 1,991 ล้านบาท ลดลง 2% YoY * **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวแรง:** รายได้เพิ่มขึ้น 163% YoY จากการเปิดประเทศและการท่องเที่ยวภายในประเทศ * **อสังหาริมทรัพย์เติบโตโดดเด่น:** รายได้เพิ่มขึ้น 62% YoY จากการรับรู้รายได้โครงการที่อยู่อาศัย * **ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมพุ่ง:** เพิ่มขึ้น 1,314% YoY จากธุรกิจศูนย์การค้าที่เริ่มฟื้นตัว * **ธุรกิจศูนย์การค้ายังซบเซา:** รายได้ลดลง 33% YoY จากผลกระทบ COVID-19 และมาตรการช่วยเหลือผู้เช่า ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 1,991 ล้านบาท ลดลง 42 ล้านบาท หรือ 2% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน (2,033 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ พลิกกลับมาเป็นกำไร 47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 190 ล้านบาท หรือ 133% จากที่ขาดทุนสุทธิ 143 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 68% เป็น 192 ล้านบาท และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 1,314% เป็น 92 ล้านบาท ## โอกาส * **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว:** การเปิดประเทศและการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 หนุนการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว * **การเติบโตของอสังหาริมทรัพย์:** การรับรู้รายได้จากโครงการที่อยู่อาศัยที่พัฒนาขึ้น และการศึกษาพัฒนาโครงการใหม่ๆ * **การปรับตัวรับ New Normal:** การปรับกลยุทธ์ทางการตลาด การสรรหาผู้เช่ารายใหม่ และการพัฒนาพื้นที่ให้ทันสมัยในธุรกิจศูนย์การค้า * **การสนับสนุนจากภาครัฐ:** โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เช่น เราเที่ยวด้วยกัน และทัวร์เที่ยวไทย ## ความเสี่ยง * **ความไม่แน่นอนของ COVID-19:** แม้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่ยังคงมีความเสี่ยงจากการระบาดระลอกใหม่ หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส * **ผลกระทบต่อธุรกิจศูนย์การค้า:** พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และการแข่งขันที่สูงขึ้น อาจส่งผลต่อรายได้ค่าเช่าในระยะยาว * **ต้นทุนการดำเนินงาน:** ความผันผวนของต้นทุนต่างๆ เช่น ค่าก่อสร้าง หรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน อาจส่งผลต่ออัตรากำไร * **ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ:** ธุรกิจการเงินยังคงต้องบริหารความเสี่ยงด้านเครดิตอย่างใกล้ชิด ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มรายได้ธุรกิจศูนย์การค้า:** การปรับตัวของผู้เช่าและการหาผู้เช่ารายใหม่ * **การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม:** จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เพิ่มขึ้น * **ความคืบหน้าโครงการอสังหาริมทรัพย์:** การโอนกรรมสิทธิ์และการเปิดตัวโครงการใหม่ * **มาตรการช่วยเหลือผู้เช่า:** ผลกระทบต่อรายได้ค่าเช่าและค่าบริการ * **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายคงที่ในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) **รายได้จากการดำเนินงาน:** ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีรายได้เพิ่มขึ้น 62% หรือ 153 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการรับรู้รายได้จากโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย เช่น "Riverdale Residence" (174 ล้านบาท) และ "Quaritz Rama IX" (90 ล้านบาท) ซึ่งเป็นโครงการใหม่ที่เริ่มรับรู้รายได้ในปีนี้ ขณะที่โครงการ "Quinn Condominium 101" มีรายได้ลดลง 177 ล้านบาท เนื่องจากใกล้จะโอนกรรมสิทธิ์ครบถ้วนแล้ว ฝ่ายจัดการยังคงชะลอการเปิดโครงการใหม่เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แต่ยังคงศึกษาเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป **กำไรจากการดำเนินงาน:** ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นถึง 265% หรือ 122 ล้านบาท เป็นผลโดยตรงจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายโครงการที่อยู่อาศัย **ที่ดินรอการพัฒนา:** มีการซื้อที่ดินเปล่าเพิ่มขึ้น 96 ล้านบาท หรือ 5% ติดกับโครงการบ้านริเวอร์เดลในจังหวัดปทุมธานี เพื่อรอการพัฒนาโครงการบ้านในอนาคต **สินค้าคงเหลือ:** ลดลง 143 ล้านบาท หรือ 6% ส่วนใหญ่เป็นการโอนต้นทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยไปเป็นต้นทุนขายตามการรับรู้รายได้ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 2% หรือ 853 ล้านบาท เป็น 56,110 ล้านบาท โดยมีสินทรัพย์ทางการเงิน - เงินลงทุนระยะยาวในตราสารทุนในความต้องการตลาดเพิ่มขึ้น 700 ล้านบาท จากการปรับเพิ่มขึ้นของมูลค่ายุติธรรม และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนลดลง 201 ล้านบาทจากการตัดค่าเสื่อมราคา **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.3% หรือ 100 ล้านบาท เป็น 34,299 ล้านบาท โดยเงินกู้ยืมระยะยาวของธุรกิจการเงินเพิ่มขึ้น 196 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายตัว **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 4% หรือ 753 ล้านบาท เป็น 21,811 ล้านบาท จากกำไรสุทธิ 47 ล้านบาท และการใช้สิทธิแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิเป็นหุ้นสามัญ 102 ล้านบาท รวมถึงการปรับเพิ่มขึ้นในมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในหลักทรัพย์เผื่อขาย 563 ล้านบาท **กระแสเงินสด:** กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้น 107% เป็น 717 ล้านบาท จากการลดลงของการให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ และการรับเงินจากลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนลดลง 107% เป็นการใช้เงินสด 228 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการซื้อที่ดินอาคารและอุปกรณ์ที่ลดลง กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินลดลง 102% เป็นการใช้เงินสด 18 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาวที่เพิ่มขึ้น ## สรุปท้าย MBK ในไตรมาส 1 ปี 2565 สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้สำเร็จ จากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว รวมถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แม้รายได้รวมจะลดลงเล็กน้อยจากผลกระทบต่อเนื่องของ COVID-19 ต่อธุรกิจศูนย์การค้าและอาหาร อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุน การปรับกลยุทธ์รับ New Normal และการใช้ประโยชน์จากโอกาสในการเปิดประเทศ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อประเมินความต่อเนื่องของผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MBK ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
3,181.97 ล้านบาท
↑ 4% YoY
กำไรขั้นต้น
1,748.49 ล้านบาท
↑ 8.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
54.95 %
กำไรสุทธิ
1,107.51 ล้านบาท
↑ 92.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
34.81 %
D/E Ratio
1.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,182
↑ + 4% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,748
↑ + 8.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,108
↑ + 92.9% YoY
D/E Ratio
1.36

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MBK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
3,181.97
+4.00%
3,059.70
+13.39%
2,698.31
-2.35%
2,763.37
+45.71%
1,896.54
-22.37%
2,442.92
-26.84%
กำไรขั้นต้น —
1,748.49
+8.30%
1,614.44
+10.74%
1,457.81
+17.22%
1,243.63
+73.00%
718.88
-42.71%
1,254.89
-22.06%
ค่าใช้จ่ายรวม —
971.30
+13.16%
858.37
-13.38%
990.97
+20.76%
820.59
+22.50%
669.89
-9.90%
743.51
+10.41%
กำไรสุทธิ —
1,107.51
+92.93%
574.05
+85.86%
308.86
+23.00%
251.11
+161.01%
-411.59
-877.32%
52.95
-95.57%
กำไรต่อหุ้น —
0.56
+92.76%
0.29
+85.90%
0.16
+22.83%
0.13
+161.06%
-0.21
-870.37%
0.03
-95.53%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
13.06
+119.99%
-65.33
+92.46%
-866.99
-187.68%
-301.37
+56.11%
-686.58
-246.98%
467.12
-52.00%
ROE(%) —
16.88
+41.49%
11.93
+62.98%
7.32
+360.38%
1.59
+140.87%
-3.89
-689.39%
0.66
-94.02%
ROA(%) —
8.57
+18.04%
7.26
+31.05%
5.54
+66.87%
3.32
+137.14%
1.40
-51.56%
2.89
-57.81%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.36
-15.00%
1.60
-5.88%
1.70
+14.09%
1.49
-8.02%
1.62
-2.99%
1.67
+2.45%
P/E —
9.26
-44.68%
16.74
-18.62%
20.57
+145.47%
8.38
0.00
-100.00%
16.53
-8.27%
P/BV —
1.29
-25.00%
1.72
+23.74%
1.39
-9.74%
1.54
+38.74%
1.11
+7.77%
1.03
-30.87%
BV —
13.61
+14.08%
11.93
+4.74%
11.39
-0.96%
11.50
-5.12%
12.12
-1.30%
12.28
-13.58%
YIELD(%) —
5.41
+39.79%
3.87
-20.53%
4.87
-12.41%
5.56
0.00
-100.00%
6.35
+79.38%
ราคาหุ้น —
17.50
-14.63%
20.50
+29.75%
15.80
-10.73%
17.70
+32.09%
13.40
+6.35%
12.60
-40.57%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
54.95
+4.15%
52.76
-2.35%
54.03
+20.07%
45.00
+18.73%
37.90
-26.22%
51.37
+6.53%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
30.53
+8.84%
28.05
-23.63%
36.73
+23.67%
29.70
-15.91%
35.32
+16.03%
30.44
+50.92%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
34.81
+85.55%
18.76
+63.84%
11.45
+25.96%
9.09
+141.89%
-21.70
-1,100.00%
2.17
-93.94%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.36
ROE (%)
16.88
ROA (%)
8.57
Book Value/หุ้น
15.27

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MBK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
13,301.12
+30.70%
10,176.71
+1.55%
10,021.50
-7.68%
10,855.51
-16.88%
13,060.02
+8.84%
12,064.62
-0.67%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
53,727.05
+1.59%
52,606.12
+4.27%
50,449.86
+15.99%
43,494.60
+3.07%
42,197.40
-6.52%
45,077.64
+11.86%
รวมสินทรัพย์ —
67,028.17
+6.29%
62,782.83
+3.82%
60,471.36
+11.26%
54,350.10
-1.64%
55,257.42
-3.30%
57,142.26
+8.96%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
8,768.31
-19.70%
10,919.86
+44.59%
7,552.19
+16.02%
6,509.53
+17.37%
5,546.19
+38.17%
3,606.67
-52.66%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
29,803.72
+6.83%
27,842.65
-8.82%
30,534.60
+17.32%
26,027.60
-9.16%
28,653.12
-9.73%
32,150.49
+59.81%
รวมหนี้สิน —
38,572.03
-0.63%
38,762.50
+1.77%
38,086.79
+17.06%
32,537.13
-4.86%
34,199.31
-4.36%
35,757.15
+28.92%
รวมส่วนของเจ้าของ —
28,456.14
+17.38%
24,020.33
+7.31%
22,384.57
+2.62%
21,812.97
+3.58%
21,058.11
-1.53%
21,385.11
-13.44%
D/E —
1.36
1.61
1.70
1.49
1.62
1.67
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
16.88
11.93
7.32
1.59
-3.89
0.66
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
8.57
7.26
5.54
3.32
1.40
2.89
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.52
0.93
1.33
1.67
2.35
3.35
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.66
0.24
0.40
0.60
0.99
1.32
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
19.01
20.54
0.00
0.00
46.71
43.89
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
100.14
107.81
0.00
0.00
207.35
255.51
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
85.75
74.25
0.00
0.00
84.59
103.91
วงจรเงินสด —
33.39
54.11
0.00
0.00
169.48
195.49
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,012
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+159
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MBK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-1,011.91
-67.99%
-3,160.81
-4.24%
-3,300.69
+69.99%
-1,941.74
-399.73%
647.83
-52.17%
1,354.36
+217.51%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
159.03
-93.81%
2,568.89
-16.47%
3,075.52
-356.60%
-1,198.57
-1,594.29%
80.21
-96.06%
2,037.99
+484.57%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
2,021.22
+11.07%
1,819.83
-611.98%
-355.45
-54.96%
-789.22
+273.44%
-211.34
+168.16%
-78.81
-84.05%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
1,109.13
+20.59%
919.78
-198.09%
-937.65
-77.89%
-4,240.81
-2,277.23%
194.78
-93.63%
3,055.51
+986.40%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
1,281.66
+38.41%
926.01
-27.03%
1,269.00
-71.48%
4,448.80
+15.80%
3,841.66
+388.66%
786.16
+16.44%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
1,164.37
-9.15%
1,281.66
+38.41%
926.01
-27.03%
1,269.00
-71.48%
4,448.80
+15.80%
3,841.66
+388.66%