MBK
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
MBK
บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
19.80
0.20 (1.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14187 out_tok=2527 at=2026-07-25T19:54:38 --> # MBK Q3/2566 กำไรพุ่ง 9,000% รับส่วนแบ่งกำไร TCAP หนุน ## ส่วนแบ่งกำไรจาก TCAP และธุรกิจฟื้นตัว ดันกำไร MBK Q3/2566 โตแรง ขณะที่รายได้รวมเพิ่มขึ้น 29% บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 9,000% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP และการฟื้นตัวของธุรกิจต่างๆ ที่ส่งผลให้รายได้จากการดำเนินงานรวมเติบโตถึง 29% ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นของ MBK ในไตรมาส 3 ปี 2566 พุ่งสูงขึ้นถึง 9,000% (จาก 4 ล้านบาท เป็น 364 ล้านบาท) มาจาก **การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 294%** โดยเฉพาะอย่างยิ่ง **การเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน TCAP จากตราสารทุนมาเป็นเงินลงทุนในบริษัทร่วม** ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2566 ทำให้เริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรตามวิธีส่วนได้เสีย ซึ่งคิดเป็น 340 ล้านบาทในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ การฟื้นตัวของธุรกิจหลัก เช่น ศูนย์การค้า โรงแรม และอาหาร ก็มีส่วนช่วยหนุนรายได้จากการดำเนินงานให้เติบโต 29% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเปลี่ยนแปลงสถานะการรับรู้มูลค่าเงินลงทุนใน TCAP จากเดิมที่วัดมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น มาเป็นการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรตามวิธีส่วนได้เสีย ส่งผลให้ MBK สามารถรับรู้ผลกำไรจาก TCAP ได้เต็มที่มากขึ้นตามสัดส่วนการถือหุ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญต่อผลประกอบการในงวดนี้ นอกจากนี้ การคลี่คลายของสถานการณ์ COVID-19 ยังส่งผลดีต่อธุรกิจศูนย์การค้า โดยการให้ส่วนลดค่าเช่าแก่ผู้เช่าลดลง และการปรับปรุงศูนย์การค้าให้ทันสมัยขึ้น รวมถึงการกลับมาของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ทำให้รายได้จากธุรกิจศูนย์การค้าเพิ่มขึ้น 40% ขณะที่ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวก็ฟื้นตัวอย่างชัดเจนจากการเปิดประเทศ ส่งผลให้รายได้เพิ่มขึ้น 31% ธุรกิจอาหาร โดยเฉพาะการขายข้าวในประเทศก็เติบโตได้ดีจากการฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหารและโรงแรม ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยเฉพาะ** การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก TCAP จะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อไป เนื่องจากสถานะการลงทุนได้เปลี่ยนไปแล้ว อย่างไรก็ตาม การเติบโตของธุรกิจหลักอื่นๆ เช่น ศูนย์การค้าและโรงแรม คาดว่าจะยังคงได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศ แต่การเติบโตในอนาคตอาจต้องพิจารณาถึงการแข่งขันและการปรับตัวของธุรกิจ รวมถึงผลกระทบจากการปรับปรุงศูนย์การค้าพาราไดซ์พาร์คที่อาจมีผลกระทบต่อรายได้บางส่วนในช่วงการปรับปรุง ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มี Backlog ที่คาดว่าจะรับรู้รายได้ในไตรมาส 4 จำนวน 252 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้ในระยะสั้น ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นพุ่ง 9,000%** แตะ 364 ล้านบาท จาก 4 ล้านบาทใน Q3/2565 * **รายได้จากการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้น 29%** แตะ 2,558 ล้านบาท จาก 1,980 ล้านบาท * **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมค้าโต 294%** เป็น 583 ล้านบาท จาก 148 ล้านบาท โดยมี TCAP เป็นปัจจัยหลัก * **ธุรกิจศูนย์การค้าฟื้นตัวชัดเจน** รายได้เพิ่ม 40% จากการลดส่วนลดค่าเช่าและการกลับมาของนักท่องเที่ยว * **ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวเติบโต 31%** จากการเปิดประเทศและมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว * **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มี Backlog 252 ล้านบาท** คาดรับรู้รายได้ใน Q4/2566 ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 กลุ่มบริษัท MBK มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 2,558 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจศูนย์การค้า โรงแรมและการท่องเที่ยว อาหาร และการประมูล ในขณะที่กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 124% เป็น 121 ล้านบาท ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 294% เป็น 583 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 9,000% มาอยู่ที่ 364 ล้านบาท สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 รายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 7,317 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% และกำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,258 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,453% ## โอกาส * **การฟื้นตัวต่อเนื่องของภาคท่องเที่ยวและบริการ:** การเปิดประเทศและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ หนุนการเติบโตของธุรกิจโรงแรม ศูนย์การค้า และร้านอาหาร * **การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก TCAP:** การเปลี่ยนสถานะการลงทุนใน TCAP จะเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการอย่างต่อเนื่อง * **การปรับปรุงและพัฒนาโครงการ:** การปรับปรุงศูนย์การค้าพาราไดซ์พาร์ค และแผนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ บนที่ดินศักยภาพ จะช่วยสร้างการเติบโตในอนาคต * **Backlog ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** ยอดขายรอการโอนกรรมสิทธิ์ 252 ล้านบาท จะช่วยหนุนรายได้ในไตรมาส 4 ปี 2566 * **การขยายธุรกิจประมูล:** การขยายสาขาประมูลรถยนต์ไปยังต่างจังหวัดช่วยเพิ่มจำนวนรถเข้าประมูลและรายได้ ## ความเสี่ยง * **ภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน:** ปัจจัยภายนอก เช่น ราคาน้ำมัน อัตราเงินเฟ้อ และความขัดแย้งระหว่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการใช้จ่ายของผู้บริโภค * **การแข่งขันในธุรกิจ:** ธุรกิจศูนย์การค้า โรงแรม และอสังหาริมทรัพย์ มีการแข่งขันสูง การปรับตัวให้ทันต่อความต้องการของตลาดเป็นสิ่งสำคัญ * **ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้น และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายต่างๆ ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม * **การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ:** การตั้งสำรองส่วนเพิ่มในธุรกิจเงินให้กู้ยืมสะท้อนความกังวลต่อความผันผวนของสภาวะเศรษฐกิจ * **ข้อจำกัดด้านอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเช่าซื้อ:** เพดานอัตราดอกเบี้ยที่ สคบ. กำหนด อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของธุรกิจให้เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ผลประกอบการจาก TCAP:** การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก TCAP ในไตรมาสถัดไป * **ความคืบหน้าการปรับปรุงศูนย์การค้าพาราไดซ์พาร์ค:** ผลกระทบต่อรายได้และจำนวนผู้ใช้บริการ * **การรับรู้รายได้จาก Backlog อสังหาริมทรัพย์:** การโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่อยู่อาศัยในไตรมาส 4 * **การบริหารจัดการหนี้สงสัยจะสูญ:** แนวโน้มการตั้งสำรองในธุรกิจการเงิน * **แผนการดำเนินธุรกิจใหม่ๆ:** เพื่อสร้างโอกาสและรายได้เพิ่มขึ้นในธุรกิจการเงิน * **การเติบโตของธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว:** การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของ MBK มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ โดยรายได้สำหรับงวดสามเดือนเพิ่มขึ้น 203% เป็น 224 ล้านบาท จากการโอนกรรมสิทธิ์บ้านที่สูงขึ้น แต่สำหรับงวดเก้าเดือนรายได้ลดลง 29% เป็น 424 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากโครงการที่อยู่อาศัย ปัจจุบันมี Backlog รอการโอนกรรมสิทธิ์ 252 ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้รายได้ในไตรมาส 4 ปี 2566 ฝ่ายบริหารยังคงติดตามประเมินความเสี่ยงและปรับตัวให้ทันต่อความไม่แน่นอน รวมถึงศึกษาพัฒนาโครงการใหม่ๆ บนที่ดินรอการพัฒนา ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 58,434 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% หนี้สินรวม 36,414 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% และส่วนของผู้ถือหุ้น 22,020 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ประมาณ 1.65 เท่า กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานสำหรับงวดเก้าเดือนลดลง 15% เป็น 2,239 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ ในขณะที่กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนเพิ่มขึ้น 81% เป็น 2,525 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการซื้อเงินลงทุนในหุ้น TCAP และกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงินเพิ่มขึ้น 105% เป็น 85 ล้านบาท จากการรับเงินกู้ยืมระยะสั้นและออกหุ้นกู้ระยะยาว ## สรุปท้าย MBK ในไตรมาส 3 ปี 2566 แสดงผลประกอบการที่โดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีหัวใจหลักมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนใน TCAP ที่เปลี่ยนสถานะมาเป็นบริษัทร่วม ประกอบกับการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจศูนย์การค้าและโรงแรม ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนรายได้ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกและความผันผวนของต้นทุน แต่การบริหารจัดการเชิงรุกและการปรับกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาโมเมนตัมการเติบโตและสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MBK ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
3,181.97 ล้านบาท
↑ 4% YoY
กำไรขั้นต้น
1,748.49 ล้านบาท
↑ 8.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
54.95 %
กำไรสุทธิ
1,107.51 ล้านบาท
↑ 92.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
34.81 %
D/E Ratio
1.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,182
↑ + 4% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,748
↑ + 8.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,108
↑ + 92.9% YoY
D/E Ratio
1.36

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MBK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
3,181.97
+4.00%
3,059.70
+13.39%
2,698.31
-2.35%
2,763.37
+45.71%
1,896.54
-22.37%
2,442.92
-26.84%
กำไรขั้นต้น —
1,748.49
+8.30%
1,614.44
+10.74%
1,457.81
+17.22%
1,243.63
+73.00%
718.88
-42.71%
1,254.89
-22.06%
ค่าใช้จ่ายรวม —
971.30
+13.16%
858.37
-13.38%
990.97
+20.76%
820.59
+22.50%
669.89
-9.90%
743.51
+10.41%
กำไรสุทธิ —
1,107.51
+92.93%
574.05
+85.86%
308.86
+23.00%
251.11
+161.01%
-411.59
-877.32%
52.95
-95.57%
กำไรต่อหุ้น —
0.56
+92.76%
0.29
+85.90%
0.16
+22.83%
0.13
+161.06%
-0.21
-870.37%
0.03
-95.53%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
13.06
+119.99%
-65.33
+92.46%
-866.99
-187.68%
-301.37
+56.11%
-686.58
-246.98%
467.12
-52.00%
ROE(%) —
16.88
+41.49%
11.93
+62.98%
7.32
+360.38%
1.59
+140.87%
-3.89
-689.39%
0.66
-94.02%
ROA(%) —
8.57
+18.04%
7.26
+31.05%
5.54
+66.87%
3.32
+137.14%
1.40
-51.56%
2.89
-57.81%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.36
-15.00%
1.60
-5.88%
1.70
+14.09%
1.49
-8.02%
1.62
-2.99%
1.67
+2.45%
P/E —
9.26
-44.68%
16.74
-18.62%
20.57
+145.47%
8.38
0.00
-100.00%
16.53
-8.27%
P/BV —
1.29
-25.00%
1.72
+23.74%
1.39
-9.74%
1.54
+38.74%
1.11
+7.77%
1.03
-30.87%
BV —
13.61
+14.08%
11.93
+4.74%
11.39
-0.96%
11.50
-5.12%
12.12
-1.30%
12.28
-13.58%
YIELD(%) —
5.41
+39.79%
3.87
-20.53%
4.87
-12.41%
5.56
0.00
-100.00%
6.35
+79.38%
ราคาหุ้น —
17.50
-14.63%
20.50
+29.75%
15.80
-10.73%
17.70
+32.09%
13.40
+6.35%
12.60
-40.57%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
54.95
+4.15%
52.76
-2.35%
54.03
+20.07%
45.00
+18.73%
37.90
-26.22%
51.37
+6.53%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
30.53
+8.84%
28.05
-23.63%
36.73
+23.67%
29.70
-15.91%
35.32
+16.03%
30.44
+50.92%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
34.81
+85.55%
18.76
+63.84%
11.45
+25.96%
9.09
+141.89%
-21.70
-1,100.00%
2.17
-93.94%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.36
ROE (%)
16.88
ROA (%)
8.57
Book Value/หุ้น
15.27

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MBK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
13,301.12
+30.70%
10,176.71
+1.55%
10,021.50
-7.68%
10,855.51
-16.88%
13,060.02
+8.84%
12,064.62
-0.67%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
53,727.05
+1.59%
52,606.12
+4.27%
50,449.86
+15.99%
43,494.60
+3.07%
42,197.40
-6.52%
45,077.64
+11.86%
รวมสินทรัพย์ —
67,028.17
+6.29%
62,782.83
+3.82%
60,471.36
+11.26%
54,350.10
-1.64%
55,257.42
-3.30%
57,142.26
+8.96%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
8,768.31
-19.70%
10,919.86
+44.59%
7,552.19
+16.02%
6,509.53
+17.37%
5,546.19
+38.17%
3,606.67
-52.66%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
29,803.72
+6.83%
27,842.65
-8.82%
30,534.60
+17.32%
26,027.60
-9.16%
28,653.12
-9.73%
32,150.49
+59.81%
รวมหนี้สิน —
38,572.03
-0.63%
38,762.50
+1.77%
38,086.79
+17.06%
32,537.13
-4.86%
34,199.31
-4.36%
35,757.15
+28.92%
รวมส่วนของเจ้าของ —
28,456.14
+17.38%
24,020.33
+7.31%
22,384.57
+2.62%
21,812.97
+3.58%
21,058.11
-1.53%
21,385.11
-13.44%
D/E —
1.36
1.61
1.70
1.49
1.62
1.67
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
16.88
11.93
7.32
1.59
-3.89
0.66
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
8.57
7.26
5.54
3.32
1.40
2.89
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.52
0.93
1.33
1.67
2.35
3.35
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.66
0.24
0.40
0.60
0.99
1.32
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
19.01
20.54
0.00
0.00
46.71
43.89
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
100.14
107.81
0.00
0.00
207.35
255.51
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
85.75
74.25
0.00
0.00
84.59
103.91
วงจรเงินสด —
33.39
54.11
0.00
0.00
169.48
195.49
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,012
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+159
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MBK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-1,011.91
-67.99%
-3,160.81
-4.24%
-3,300.69
+69.99%
-1,941.74
-399.73%
647.83
-52.17%
1,354.36
+217.51%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
159.03
-93.81%
2,568.89
-16.47%
3,075.52
-356.60%
-1,198.57
-1,594.29%
80.21
-96.06%
2,037.99
+484.57%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
2,021.22
+11.07%
1,819.83
-611.98%
-355.45
-54.96%
-789.22
+273.44%
-211.34
+168.16%
-78.81
-84.05%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
1,109.13
+20.59%
919.78
-198.09%
-937.65
-77.89%
-4,240.81
-2,277.23%
194.78
-93.63%
3,055.51
+986.40%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
1,281.66
+38.41%
926.01
-27.03%
1,269.00
-71.48%
4,448.80
+15.80%
3,841.66
+388.66%
786.16
+16.44%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
1,164.37
-9.15%
1,281.66
+38.41%
926.01
-27.03%
1,269.00
-71.48%
4,448.80
+15.80%
3,841.66
+388.66%