MBK
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
MBK
บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
23.50
+0.00 (+0.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14187 out_tok=2527 at=2026-07-25T19:54:38 --> # MBK Q3/2566 กำไรพุ่ง 9,000% รับส่วนแบ่งกำไร TCAP หนุน ## ส่วนแบ่งกำไรจาก TCAP และธุรกิจฟื้นตัว ดันกำไร MBK Q3/2566 โตแรง ขณะที่รายได้รวมเพิ่มขึ้น 29% บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 9,000% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP และการฟื้นตัวของธุรกิจต่างๆ ที่ส่งผลให้รายได้จากการดำเนินงานรวมเติบโตถึง 29% ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นของ MBK ในไตรมาส 3 ปี 2566 พุ่งสูงขึ้นถึง 9,000% (จาก 4 ล้านบาท เป็น 364 ล้านบาท) มาจาก **การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 294%** โดยเฉพาะอย่างยิ่ง **การเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน TCAP จากตราสารทุนมาเป็นเงินลงทุนในบริษัทร่วม** ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2566 ทำให้เริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรตามวิธีส่วนได้เสีย ซึ่งคิดเป็น 340 ล้านบาทในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ การฟื้นตัวของธุรกิจหลัก เช่น ศูนย์การค้า โรงแรม และอาหาร ก็มีส่วนช่วยหนุนรายได้จากการดำเนินงานให้เติบโต 29% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเปลี่ยนแปลงสถานะการรับรู้มูลค่าเงินลงทุนใน TCAP จากเดิมที่วัดมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น มาเป็นการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรตามวิธีส่วนได้เสีย ส่งผลให้ MBK สามารถรับรู้ผลกำไรจาก TCAP ได้เต็มที่มากขึ้นตามสัดส่วนการถือหุ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญต่อผลประกอบการในงวดนี้ นอกจากนี้ การคลี่คลายของสถานการณ์ COVID-19 ยังส่งผลดีต่อธุรกิจศูนย์การค้า โดยการให้ส่วนลดค่าเช่าแก่ผู้เช่าลดลง และการปรับปรุงศูนย์การค้าให้ทันสมัยขึ้น รวมถึงการกลับมาของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ทำให้รายได้จากธุรกิจศูนย์การค้าเพิ่มขึ้น 40% ขณะที่ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวก็ฟื้นตัวอย่างชัดเจนจากการเปิดประเทศ ส่งผลให้รายได้เพิ่มขึ้น 31% ธุรกิจอาหาร โดยเฉพาะการขายข้าวในประเทศก็เติบโตได้ดีจากการฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหารและโรงแรม ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยเฉพาะ** การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก TCAP จะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อไป เนื่องจากสถานะการลงทุนได้เปลี่ยนไปแล้ว อย่างไรก็ตาม การเติบโตของธุรกิจหลักอื่นๆ เช่น ศูนย์การค้าและโรงแรม คาดว่าจะยังคงได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศ แต่การเติบโตในอนาคตอาจต้องพิจารณาถึงการแข่งขันและการปรับตัวของธุรกิจ รวมถึงผลกระทบจากการปรับปรุงศูนย์การค้าพาราไดซ์พาร์คที่อาจมีผลกระทบต่อรายได้บางส่วนในช่วงการปรับปรุง ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มี Backlog ที่คาดว่าจะรับรู้รายได้ในไตรมาส 4 จำนวน 252 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้ในระยะสั้น ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นพุ่ง 9,000%** แตะ 364 ล้านบาท จาก 4 ล้านบาทใน Q3/2565 * **รายได้จากการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้น 29%** แตะ 2,558 ล้านบาท จาก 1,980 ล้านบาท * **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมค้าโต 294%** เป็น 583 ล้านบาท จาก 148 ล้านบาท โดยมี TCAP เป็นปัจจัยหลัก * **ธุรกิจศูนย์การค้าฟื้นตัวชัดเจน** รายได้เพิ่ม 40% จากการลดส่วนลดค่าเช่าและการกลับมาของนักท่องเที่ยว * **ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวเติบโต 31%** จากการเปิดประเทศและมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว * **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มี Backlog 252 ล้านบาท** คาดรับรู้รายได้ใน Q4/2566 ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 กลุ่มบริษัท MBK มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 2,558 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจศูนย์การค้า โรงแรมและการท่องเที่ยว อาหาร และการประมูล ในขณะที่กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 124% เป็น 121 ล้านบาท ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 294% เป็น 583 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 9,000% มาอยู่ที่ 364 ล้านบาท สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 รายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 7,317 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% และกำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,258 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,453% ## โอกาส * **การฟื้นตัวต่อเนื่องของภาคท่องเที่ยวและบริการ:** การเปิดประเทศและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ หนุนการเติบโตของธุรกิจโรงแรม ศูนย์การค้า และร้านอาหาร * **การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก TCAP:** การเปลี่ยนสถานะการลงทุนใน TCAP จะเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการอย่างต่อเนื่อง * **การปรับปรุงและพัฒนาโครงการ:** การปรับปรุงศูนย์การค้าพาราไดซ์พาร์ค และแผนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ บนที่ดินศักยภาพ จะช่วยสร้างการเติบโตในอนาคต * **Backlog ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** ยอดขายรอการโอนกรรมสิทธิ์ 252 ล้านบาท จะช่วยหนุนรายได้ในไตรมาส 4 ปี 2566 * **การขยายธุรกิจประมูล:** การขยายสาขาประมูลรถยนต์ไปยังต่างจังหวัดช่วยเพิ่มจำนวนรถเข้าประมูลและรายได้ ## ความเสี่ยง * **ภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน:** ปัจจัยภายนอก เช่น ราคาน้ำมัน อัตราเงินเฟ้อ และความขัดแย้งระหว่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการใช้จ่ายของผู้บริโภค * **การแข่งขันในธุรกิจ:** ธุรกิจศูนย์การค้า โรงแรม และอสังหาริมทรัพย์ มีการแข่งขันสูง การปรับตัวให้ทันต่อความต้องการของตลาดเป็นสิ่งสำคัญ * **ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้น และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายต่างๆ ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม * **การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ:** การตั้งสำรองส่วนเพิ่มในธุรกิจเงินให้กู้ยืมสะท้อนความกังวลต่อความผันผวนของสภาวะเศรษฐกิจ * **ข้อจำกัดด้านอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเช่าซื้อ:** เพดานอัตราดอกเบี้ยที่ สคบ. กำหนด อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของธุรกิจให้เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ผลประกอบการจาก TCAP:** การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก TCAP ในไตรมาสถัดไป * **ความคืบหน้าการปรับปรุงศูนย์การค้าพาราไดซ์พาร์ค:** ผลกระทบต่อรายได้และจำนวนผู้ใช้บริการ * **การรับรู้รายได้จาก Backlog อสังหาริมทรัพย์:** การโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่อยู่อาศัยในไตรมาส 4 * **การบริหารจัดการหนี้สงสัยจะสูญ:** แนวโน้มการตั้งสำรองในธุรกิจการเงิน * **แผนการดำเนินธุรกิจใหม่ๆ:** เพื่อสร้างโอกาสและรายได้เพิ่มขึ้นในธุรกิจการเงิน * **การเติบโตของธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว:** การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของ MBK มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ โดยรายได้สำหรับงวดสามเดือนเพิ่มขึ้น 203% เป็น 224 ล้านบาท จากการโอนกรรมสิทธิ์บ้านที่สูงขึ้น แต่สำหรับงวดเก้าเดือนรายได้ลดลง 29% เป็น 424 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากโครงการที่อยู่อาศัย ปัจจุบันมี Backlog รอการโอนกรรมสิทธิ์ 252 ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้รายได้ในไตรมาส 4 ปี 2566 ฝ่ายบริหารยังคงติดตามประเมินความเสี่ยงและปรับตัวให้ทันต่อความไม่แน่นอน รวมถึงศึกษาพัฒนาโครงการใหม่ๆ บนที่ดินรอการพัฒนา ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 58,434 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% หนี้สินรวม 36,414 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% และส่วนของผู้ถือหุ้น 22,020 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ประมาณ 1.65 เท่า กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานสำหรับงวดเก้าเดือนลดลง 15% เป็น 2,239 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ ในขณะที่กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนเพิ่มขึ้น 81% เป็น 2,525 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการซื้อเงินลงทุนในหุ้น TCAP และกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงินเพิ่มขึ้น 105% เป็น 85 ล้านบาท จากการรับเงินกู้ยืมระยะสั้นและออกหุ้นกู้ระยะยาว ## สรุปท้าย MBK ในไตรมาส 3 ปี 2566 แสดงผลประกอบการที่โดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีหัวใจหลักมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนใน TCAP ที่เปลี่ยนสถานะมาเป็นบริษัทร่วม ประกอบกับการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจศูนย์การค้าและโรงแรม ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนรายได้ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกและความผันผวนของต้นทุน แต่การบริหารจัดการเชิงรุกและการปรับกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาโมเมนตัมการเติบโตและสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MBK ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
3,181.97 ล้านบาท
↑ 4% YoY
กำไรขั้นต้น
1,748.49 ล้านบาท
↑ 8.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
54.95 %
กำไรสุทธิ
1,107.51 ล้านบาท
↑ 92.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
34.81 %
D/E Ratio
1.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,182
↑ + 4% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,748
↑ + 8.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,108
↑ + 92.9% YoY
D/E Ratio
1.36

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MBK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
3,181.97
+4.00%
3,059.70
+13.39%
2,698.31
-2.35%
2,763.37
+45.71%
1,896.54
-22.37%
2,442.92
-26.84%
กำไรขั้นต้น
1,748.49
+8.30%
1,614.44
+10.74%
1,457.81
+17.22%
1,243.63
+73.00%
718.88
-42.71%
1,254.89
-22.06%
ค่าใช้จ่ายรวม
971.30
+13.16%
858.37
-13.38%
990.97
+20.76%
820.59
+22.50%
669.89
-9.90%
743.51
+10.41%
กำไรสุทธิ
1,107.51
+92.93%
574.05
+85.86%
308.86
+23.00%
251.11
+161.01%
-411.59
-877.32%
52.95
-95.57%
กำไรต่อหุ้น
0.56
+92.76%
0.29
+85.90%
0.16
+22.83%
0.13
+161.06%
-0.21
-870.37%
0.03
-95.53%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
13.06
+119.99%
-65.33
+92.46%
-866.99
-187.68%
-301.37
+56.11%
-686.58
-246.98%
467.12
-52.00%
ROE(%)
16.88
+41.49%
11.93
+62.98%
7.32
+360.38%
1.59
+140.87%
-3.89
-689.39%
0.66
-94.02%
ROA(%)
8.57
+18.04%
7.26
+31.05%
5.54
+66.87%
3.32
+137.14%
1.40
-51.56%
2.89
-57.81%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
1.36
-15.00%
1.60
-5.88%
1.70
+14.09%
1.49
-8.02%
1.62
-2.99%
1.67
+2.45%
P/E
9.26
-44.68%
16.74
-18.62%
20.57
+99.71%
10.30
0.00
-100.00%
16.53
-8.27%
P/BV
1.29
-25.00%
1.72
+23.74%
1.39
-9.74%
1.54
+38.74%
1.11
+7.77%
1.03
-30.87%
BV
13.61
+14.08%
11.93
+4.74%
11.39
-0.96%
11.50
-5.12%
12.12
-1.30%
12.28
-13.58%
YIELD(%)
5.41
+39.79%
3.87
-20.53%
4.87
+4.06%
4.68
0.00
-100.00%
6.35
+79.38%
ราคาหุ้น
17.50
-14.63%
20.50
+29.75%
15.80
-10.73%
17.70
+32.09%
13.40
+6.35%
12.60
-40.57%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
54.95
+4.15%
52.76
-2.35%
54.03
+20.07%
45.00
+18.73%
37.90
-26.22%
51.37
+6.53%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
30.53
+8.84%
28.05
-23.63%
36.73
+23.67%
29.70
-15.91%
35.32
+16.03%
30.44
+50.92%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
34.81
+85.55%
18.76
+63.84%
11.45
+25.96%
9.09
+141.89%
-21.70
-1,100.00%
2.17
-93.94%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.36
ROE (%)
16.88
ROA (%)
8.57
Book Value/หุ้น
14.89

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MBK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
13,301.12
+30.70%
10,176.71
+1.55%
10,021.50
-7.68%
10,855.51
-16.88%
13,060.02
+8.84%
12,064.62
-0.67%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
53,727.05
+1.59%
52,606.12
+4.27%
50,449.86
+15.99%
43,494.60
+3.07%
42,197.40
-6.52%
45,077.64
+11.86%
รวมสินทรัพย์
67,028.17
+6.29%
62,782.83
+3.82%
60,471.36
+11.26%
54,350.10
-1.64%
55,257.42
-3.30%
57,142.26
+8.96%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
8,768.31
-19.70%
10,919.86
+44.59%
7,552.19
+16.02%
6,509.53
+17.37%
5,546.19
+38.17%
3,606.67
-52.66%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
29,803.72
+6.83%
27,842.65
-8.82%
30,534.60
+17.32%
26,027.60
-9.16%
28,653.12
-9.73%
32,150.49
+59.81%
รวมหนี้สิน
38,572.03
-0.63%
38,762.50
+1.77%
38,086.79
+17.06%
32,537.13
-4.86%
34,199.31
-4.36%
35,757.15
+28.92%
รวมส่วนของเจ้าของ
28,456.14
+17.38%
24,020.33
+7.31%
22,384.57
+2.62%
21,812.97
+3.58%
21,058.11
-1.53%
21,385.11
-13.44%
D/E
1.36
1.61
1.70
1.49
1.62
1.67
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
16.88
11.93
7.32
1.59
-3.89
0.66
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
8.57
7.26
5.54
3.32
1.40
2.89
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.52
0.93
1.33
1.67
2.35
3.35
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.66
0.24
0.40
0.60
0.99
1.32
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
19.01
20.54
0.00
0.00
46.71
43.89
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
100.14
107.81
0.00
0.00
207.35
255.51
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
85.75
74.25
0.00
0.00
84.59
103.91
วงจรเงินสด
33.39
54.11
0.00
0.00
169.48
195.49
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,012
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+159
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MBK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-1,011.91
-67.99%
-3,160.81
-4.24%
-3,300.69
+69.99%
-1,941.74
-399.73%
647.83
-52.17%
1,354.36
+217.51%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
159.03
-93.81%
2,568.89
-16.47%
3,075.52
-356.60%
-1,198.57
-1,594.29%
80.21
-96.06%
2,037.99
+484.57%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
2,021.22
+11.07%
1,819.83
-611.98%
-355.45
-54.96%
-789.22
+273.44%
-211.34
+168.16%
-78.81
-84.05%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
1,109.13
+20.59%
919.78
-198.09%
-937.65
-77.89%
-4,240.81
-2,277.23%
194.78
-93.63%
3,055.51
+986.40%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
1,281.66
+38.41%
926.01
-27.03%
1,269.00
-71.48%
4,448.80
+15.80%
3,841.66
+388.66%
786.16
+16.44%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
1,164.37
-9.15%
1,281.66
+38.41%
926.01
-27.03%
1,269.00
-71.48%
4,448.80
+15.80%
3,841.66
+388.66%