บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
23.50
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13182 out_tok=2216 at=2026-07-25T20:48:56 -->
MBK Q2/2565 กำไรสุทธิโต 41% รับส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมหนุน
รายได้รวมเพิ่ม 3% หลังธุรกิจโรงแรม-กอล์ฟฟื้นตัว ขณะที่ศูนย์การค้ายังถูกกดดันจากมาตรการช่วยเหลือผู้เช่า
บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 22 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 1,946 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน ขณะที่ภาพรวม 6 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 77 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 121 ล้านบาทในปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ MBK ในไตรมาส 2 ปี 2565 เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก** โดยเฉพาะจากธุรกิจศูนย์การค้า ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ชดเชยผลการดำเนินงานที่ยังคงอ่อนตัวของธุรกิจศูนย์การค้าของบริษัทเอง
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
การเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมนั้น มาจากการที่รัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และความกังวลต่อโรคระบาดลดลง ส่งผลให้ธุรกิจศูนย์การค้าที่บริษัทร่วมลงทุนด้วยเริ่มฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ในส่วนของธุรกิจศูนย์การค้าของ MBK เอง ยังคงได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากมาตรการช่วยเหลือผู้เช่า เช่น การยกเว้นค่าเช่า การให้ส่วนลดค่าเช่า และการขยายเวลาชำระหนี้ ซึ่งส่งผลให้รายได้ค่าเช่าลดลง และยังคงต้องรับรู้รายได้ตามวิธีเส้นตรงตามมาตรฐานบัญชี ทำให้รายได้ในงวดปัจจุบันต่ำกว่าปีก่อนที่เคยมีการให้ส่วนลดในอัตราที่สูงกว่า
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง โดยปัจจัยบวกจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการเปิดประเทศ จะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว รวมถึงธุรกิจกอล์ฟ ซึ่งเห็นได้จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจศูนย์การค้าของบริษัทเอง ยังคงต้องติดตามสถานการณ์การระบาดของโรค และการปรับตัวของผู้บริโภค รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อประคองผลประกอบการ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2565 พุ่ง 41% YoY** อยู่ที่ 31 ล้านบาท จาก 22 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการดำเนินงาน Q2/2565 เพิ่มขึ้น 3% YoY** อยู่ที่ 1,946 ล้านบาท
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 144%** ในไตรมาส 2 เป็น 61 ล้านบาท จากขาดทุน 139 ล้านบาทในปีก่อน เป็นปัจจัยขับเคลื่อนกำไรหลัก
* **ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวฟื้นตัวแรง** รายได้เพิ่มขึ้น 394% ในไตรมาส 2 จากการเปิดประเทศและมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว
* **ธุรกิจศูนย์การค้ายังคงอ่อนแอ** รายได้ลดลง 6% ในไตรมาส 2 จากผลกระทบโควิด-19 และมาตรการช่วยเหลือผู้เช่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 1,946 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% หรือ 57 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% หรือ 9 ล้านบาท
สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2565 รายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 3,936 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่สามารถพลิกจากขาดทุนสุทธิ 121 ล้านบาทในปีก่อน มาเป็นกำไรสุทธิ 77 ล้านบาทในปีนี้
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การเปิดประเทศและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว รวมถึงธุรกิจกอล์ฟ
* **การปรับกลยุทธ์การตลาด:** การสรรหาผู้เช่ารายใหม่ การปรับปรุงพื้นที่เช่าให้ทันสมัย และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในธุรกิจศูนย์การค้า
* **การศึกษาและมองหาที่ดินศักยภาพ:** ฝ่ายบริหารยังคงศึกษาและมองหาที่ดินในทำเลใหม่ๆ เพื่อพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ COVID-19:** แม้จะผ่อนคลายลง แต่ยังคงมีความเสี่ยงจากการระบาดระลอกใหม่
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และการตัดสินใจลงทุนของผู้เช่า
* **การแข่งขันในธุรกิจ:** โดยเฉพาะธุรกิจศูนย์การค้าและธุรกิจอาหาร
* **ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ:** ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจศูนย์การค้า:** การปรับลดส่วนลดค่าเช่า และการหาผู้เช่ารายใหม่ที่มีศักยภาพ
* **ผลกระทบจากมาตรการช่วยเหลือผู้เช่า:** ต่อรายได้และกำไรของธุรกิจศูนย์การค้าในระยะยาว
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ
* **การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่:** การศึกษาและหาที่ดินศักยภาพเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** โดยเฉพาะหนี้สินตามสัญญาเช่าการเงินระยะยาว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**รายได้จากการดำเนินงาน:**
* **ธุรกิจศูนย์การค้า:** ลดลง 6% ในไตรมาส 2 และ 20% ใน 6 เดือนแรก เนื่องจากผลกระทบต่อเนื่องจาก COVID-19 และมาตรการช่วยเหลือผู้เช่า ฝ่ายบริหารได้ปรับลดอัตราส่วนลดค่าเช่าลงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ดีขึ้น
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** รายได้ในไตรมาส 2 ลดลง 47% เนื่องจากโครงการริเวอร์ เดล เรสซิเดนซ์ – บ้านพักอาศัยระดับพรีเมียม รับรู้รายได้น้อยลง แต่สำหรับ 6 เดือนแรก รายได้เพิ่มขึ้น 9% จากการรับรู้รายได้จากโครงการพาร์ค ริเวอร์ เดล และควาริทซ์พระราม 9
**กำไร(ขาดทุน)จากการดำเนินงาน:**
* **ธุรกิจศูนย์การค้า:** ขาดทุนจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 138% ในไตรมาส 2 เป็นขาดทุน 252 ล้านบาท เนื่องจากในไตรมาส 2 ปีก่อนได้รับส่วนลดค่าเช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจำนวน 145 ล้านบาท ซึ่งในไตรมาส 2 ปีนี้ไม่ได้รับส่วนลดดังกล่าว
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** กำไรจากการดำเนินงานลดลง 77% ในไตรมาส 2 เป็น 18 ล้านบาท แต่สำหรับ 6 เดือนแรก กำไรเพิ่มขึ้น 21% เป็น 151 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 55,283 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 26 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564
* **หนี้สินรวม:** อยู่ที่ 33,979 ล้านบาท ลดลง 220 ล้านบาท หรือ 1%
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 21,304 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 246 ล้านบาท หรือ 1%
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** เพิ่มขึ้น 23% เป็น 5,477 ล้านบาท เพื่อรักษาสภาพคล่อง
* **เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้:** ลดลง 5% เป็น 14,073 ล้านบาท เนื่องจากมีการควบคุมการปล่อยสินเชื่อที่ระมัดระวังมากขึ้น
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 378% เป็น 1,786 ล้านบาท จากการบริหารจัดการสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงาน
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน:** ใช้เงินสดมากขึ้น 904% เป็น (251) ล้านบาท จากการซื้อที่ดินรอการพัฒนาและที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน:** ใช้เงินสดลดลง 68% เป็น (507) ล้านบาท จากการกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
MBK ในไตรมาส 2 ปี 2565 สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานที่เติบโตได้ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทร่วม ประกอบกับการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ธุรกิจศูนย์การค้ายังคงเผชิญความท้าทายจากผลกระทบของ COVID-19 และมาตรการช่วยเหลือผู้เช่า ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป ขณะที่ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่งและมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ดีขึ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MBK ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
3,181.97
ล้านบาท
↑ 4% YoY
กำไรขั้นต้น
1,748.49
ล้านบาท
↑ 8.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
54.95
%
กำไรสุทธิ
1,107.51
ล้านบาท
↑ 92.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
34.81
%
D/E Ratio
1.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,182
↑ + 4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,748
↑ + 8.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,108
↑ + 92.9%
YoY
D/E Ratio
1.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MBK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.36
ROE (%)
16.88
ROA (%)
8.57
Book Value/หุ้น
14.89
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MBK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,012
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+159
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MBK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,011.91
-67.99%
|
-3,160.81
-4.24%
|
-3,300.69
+69.99%
|
-1,941.74
-399.73%
|
647.83
-52.17%
|
1,354.36
+217.51%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
159.03
-93.81%
|
2,568.89
-16.47%
|
3,075.52
-356.60%
|
-1,198.57
-1,594.29%
|
80.21
-96.06%
|
2,037.99
+484.57%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,021.22
+11.07%
|
1,819.83
-611.98%
|
-355.45
-54.96%
|
-789.22
+273.44%
|
-211.34
+168.16%
|
-78.81
-84.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,109.13
+20.59%
|
919.78
-198.09%
|
-937.65
-77.89%
|
-4,240.81
-2,277.23%
|
194.78
-93.63%
|
3,055.51
+986.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,281.66
+38.41%
|
926.01
-27.03%
|
1,269.00
-71.48%
|
4,448.80
+15.80%
|
3,841.66
+388.66%
|
786.16
+16.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,164.37
-9.15%
|
1,281.66
+38.41%
|
926.01
-27.03%
|
1,269.00
-71.48%
|
4,448.80
+15.80%
|
3,841.66
+388.66%
|