บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
23.50
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10506 out_tok=2421 at=2026-07-25T21:02:56 -->
# MBK Q1/2566 กำไรพุ่ง 266% รับธุรกิจฟื้นตัว-ส่วนแบ่งกำไรโต
## รายได้รวมโต 19% จากศูนย์การค้า-โรงแรมฟื้นตัวแรง ขณะที่อสังหาฯ ชะลอตัว
บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 172 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 266% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 2,376 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจหลักอย่างศูนย์การค้าและโรงแรม รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ MBK ในไตรมาส 1/2566 ให้เติบโตถึง 266% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจศูนย์การค้าและโรงแรมและการท่องเที่ยว** ประกอบกับ **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด** โดยกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 46% และกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 125 ล้านบาท (จาก 47 ล้านบาท เป็น 172 ล้านบาท)
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจศูนย์การค้า:** รายได้เพิ่มขึ้น 98% เป็น 583 ล้านบาท เนื่องจากมาตรการช่วยเหลือผู้เช่าที่ลดลงตามสถานการณ์ COVID-19 ที่คลี่คลายลง ประกอบกับการปรับปรุงศูนย์การค้า MBK Center ให้ทันสมัยและดึงดูดลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงการเตรียมปรับปรุง Paradise Park เพื่อเพิ่มความหลากหลายและสร้าง Health Space
* **ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว:** รายได้พุ่งขึ้น 209% เป็น 389 ล้านบาท จากนโยบายเปิดประเทศและการส่งเสริมการท่องเที่ยว ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจัดโปรโมชั่นและเข้าร่วมโครงการภาครัฐ ส่งผลให้อัตราการเข้าพักและรายได้ต่อห้องเพิ่มสูงขึ้นจนเข้าสู่ภาวะปกติ
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** เพิ่มขึ้น 102% เป็น 172 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากบริษัทร่วมที่ประกอบธุรกิจศูนย์การค้า ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการคลี่คลายของสถานการณ์ COVID-19 เช่นกัน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจศูนย์การค้าและโรงแรม จากแนวโน้มการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศที่คาดว่าจะยังคงดำเนินต่อไป อย่างไรก็ตาม ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญความท้าทายจากรายได้ที่ลดลง 72% เนื่องจากโครงการที่อยู่อาศัยมีการโอนกรรมสิทธิ์น้อยลง แต่ยังมี Backlog รอรับรู้รายได้อีก 467 ล้านบาทในงวดถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นพุ่ง 266%** แตะ 172 ล้านบาท จาก 47 ล้านบาทใน Q1/2565
* **รายได้จากการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้น 19%** เป็น 2,376 ล้านบาท
* **ธุรกิจศูนย์การค้าฟื้นตัวแรง** รายได้เพิ่ม 98% จากการลดส่วนลดค่าเช่าและการกลับมาของนักท่องเที่ยว
* **ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวเติบโตโดดเด่น** รายได้เพิ่ม 209% จากการเปิดประเทศและมาตรการกระตุ้น
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายได้ลดลง 72%** แต่มี Backlog รอรับรู้รายได้ 467 ล้านบาท
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 102%** หนุนผลประกอบการโดยรวม
## ภาพรวมผลประกอบการ
MBK มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 2,376 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จาก 1,991 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจศูนย์การค้า (เพิ่มขึ้น 98%) และธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว (เพิ่มขึ้น 209%) ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 และการเปิดประเทศ ในขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีรายได้ลดลง 72% เนื่องจากยอดโอนกรรมสิทธิ์บ้านที่ลดลง
กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 280 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% จาก 192 ล้านบาทในปีก่อน ส่วนหนึ่งมาจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น 102% เป็น 172 ล้านบาท
เมื่อหักรายการอื่น ๆ เช่น ขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน (60 ล้านบาท) และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลงเล็กน้อย ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 266% เป็น 172 ล้านบาท จาก 47 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและกำลังซื้อ:** มาตรการเปิดประเทศและการผ่อนคลายข้อจำกัดต่างๆ หนุนการกลับมาของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ รวมถึงการใช้จ่ายของผู้บริโภค
* **การปรับปรุงและพัฒนาโครงการ:** การปรับปรุงศูนย์การค้า Paradise Park และการศึกษาพัฒนาโครงการใหม่บนที่ดินรอการพัฒนา จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้ในอนาคต
* **การขยายธุรกิจ:** การศึกษาเพื่อพัฒนาโครงการต่างๆ บนที่ดินรอการพัฒนา และแผนดำเนินธุรกิจใหม่ในปีนี้ของธุรกิจการเงิน จะช่วยสร้างโอกาสในการเติบโต
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** โครงการอสังหาริมทรัพย์มี Backlog รอรับรู้รายได้อีก 467 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ในงวดถัดไป
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน:** ปัจจัยลบจากราคาน้ำมัน อัตราเงินเฟ้อ และสงครามรัสเซีย-ยูเครน อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการใช้จ่ายของผู้บริโภค
* **การแข่งขันในธุรกิจ:** การแข่งขันในธุรกิจศูนย์การค้า โรงแรม และอสังหาริมทรัพย์ ยังคงมีอยู่สูง
* **ต้นทุนการดำเนินงาน:** ค่าสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้นจากต้นทุนต่อหน่วยและปริมาณการใช้ที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยของ สคบ. ส่งผลกระทบต่อธุรกิจให้เช่าซื้อรถจักรยานยนต์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าในการปรับปรุงศูนย์การค้า Paradise Park และผลตอบรับจากลูกค้า
* การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ
* การรับรู้รายได้จาก Backlog ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
* ผลกระทบจากกฎระเบียบใหม่ต่อธุรกิจการเงิน
* การบริหารจัดการต้นทุนค่าสาธารณูปโภคและค่าใช้จ่ายพนักงาน
* การพัฒนาโครงการใหม่ๆ บนที่ดินรอการพัฒนา
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของ MBK ในไตรมาส 1/2566 มีรายได้ลดลง 72% เป็น 111 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการรับรู้รายได้โครงการที่อยู่อาศัยที่ลดลง 293 ล้านบาท เนื่องจากโครงการที่เคยรับรู้รายได้สูงในปีก่อน เช่น River Dale Residence, Park River Dale และ Quartz Rama 9 ได้โอนกรรมสิทธิ์ไปหมดแล้ว
อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบัน โครงการที่อยู่อาศัยต่างๆ ยังมียอดขายรอการโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) อยู่ที่ประมาณ 467 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในงวดถัดไปของปีนี้ ฝ่ายบริหารยังคงติดตามและประเมินความเสี่ยงของสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และมีแผนที่จะพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการต่างๆ บนที่ดินรอการพัฒนาที่มีอยู่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 56,847 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 33% เป็น 1,690 ล้านบาท เพื่อบริหารสภาพคล่องและการลงทุน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 34,323 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% โดยมีการกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 309% เพื่อชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนด และเพื่อการลงทุนในหลักทรัพย์ ส่วนหุ้นกู้ระยะยาวลดลง 7% จากการไถ่ถอนหุ้นกู้ที่ครบกำหนด
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3% เป็น 22,524 ล้านบาท จากการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญของผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ กำไรสุทธิ และการปรับเพิ่มขึ้นในมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้น 115% เป็น 1,545 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้น และการบริหารจัดการลูกหนี้และสินค้าคงคลัง
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุนลดลง 939% เนื่องจากมีการจ่ายซื้อเงินลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุนเพิ่มขึ้น
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินเพิ่มขึ้น 7,022% จากการกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
MBK ในไตรมาส 1/2566 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 266% เป็นผลจากการกลับมาของธุรกิจศูนย์การค้าและโรงแรม รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะยังคงชะลอตัว แต่มี Backlog ที่จะทยอยรับรู้รายได้ในอนาคต ขณะที่ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่งและมีสภาพคล่องเพียงพอ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกและความสามารถในการแข่งขันของแต่ละธุรกิจ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้น เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MBK ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
3,181.97
ล้านบาท
↑ 4% YoY
กำไรขั้นต้น
1,748.49
ล้านบาท
↑ 8.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
54.95
%
กำไรสุทธิ
1,107.51
ล้านบาท
↑ 92.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
34.81
%
D/E Ratio
1.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,182
↑ + 4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,748
↑ + 8.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,108
↑ + 92.9%
YoY
D/E Ratio
1.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MBK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.36
ROE (%)
16.88
ROA (%)
8.57
Book Value/หุ้น
14.89
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MBK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,012
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+159
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MBK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,011.91
-67.99%
|
-3,160.81
-4.24%
|
-3,300.69
+69.99%
|
-1,941.74
-399.73%
|
647.83
-52.17%
|
1,354.36
+217.51%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
159.03
-93.81%
|
2,568.89
-16.47%
|
3,075.52
-356.60%
|
-1,198.57
-1,594.29%
|
80.21
-96.06%
|
2,037.99
+484.57%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,021.22
+11.07%
|
1,819.83
-611.98%
|
-355.45
-54.96%
|
-789.22
+273.44%
|
-211.34
+168.16%
|
-78.81
-84.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,109.13
+20.59%
|
919.78
-198.09%
|
-937.65
-77.89%
|
-4,240.81
-2,277.23%
|
194.78
-93.63%
|
3,055.51
+986.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,281.66
+38.41%
|
926.01
-27.03%
|
1,269.00
-71.48%
|
4,448.80
+15.80%
|
3,841.66
+388.66%
|
786.16
+16.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,164.37
-9.15%
|
1,281.66
+38.41%
|
926.01
-27.03%
|
1,269.00
-71.48%
|
4,448.80
+15.80%
|
3,841.66
+388.66%
|