บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
23.50
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14744 out_tok=2439 at=2026-07-25T20:40:27 -->
# MBK Q3/2565 พลิกกำไรโต 101% รับธุรกิจฟื้นตัว-ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมพุ่ง
## ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ทำธุรกิจศูนย์การค้าฟื้นตัวแรง หนุนผลประกอบการ MBK กลับมามีกำไรสุทธิ 4 ล้านบาท
บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 101% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 272 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจศูนย์การค้าและโรงแรม รวมถึงส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากบริษัทร่วมที่ประกอบธุรกิจศูนย์การค้า
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ MBK ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 4 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 272 ล้านบาทในปีก่อนหน้า คือ **การฟื้นตัวของธุรกิจศูนย์การค้าและโรงแรม ประกอบกับการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากบริษัทร่วมที่ดำเนินธุรกิจศูนย์การค้า** โดยรายได้จากการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้น 10% เป็น 1,980 ล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงานพลิกจากขาดทุน 25 ล้านบาท เป็นกำไร 54 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจศูนย์การค้า:** รายได้เพิ่มขึ้น 36% เป็น 478 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย ทำให้ธุรกิจฟื้นตัวต่อเนื่อง แม้ว่าการรับรู้รายได้ค่าเช่าจะยังคงได้รับผลกระทบจากการปรับลดอัตราส่วนลดตามมาตรฐาน TFRS 16 แต่การกลับมาเปิดดำเนินการตามปกติและมาตรการช่วยเหลือผู้เช่าที่ลดลง ส่งผลให้รายได้โดยรวมดีขึ้น
* **ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว:** รายได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 574% เป็น 209 ล้านบาท จากการที่รัฐบาลเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ประกอบธุรกิจศูนย์การค้า:** เพิ่มขึ้นถึง 184% เป็น 306 ล้านบาท เนื่องจากในปีก่อนได้รับผลกระทบจากการปิดศูนย์การค้าตามมาตรการ COVID-19 แต่ในปีนี้สถานการณ์ผ่อนคลายลง ทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องตามการเปิดประเทศและการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่วนธุรกิจศูนย์การค้า แม้จะได้รับผลกระทบจากการปรับลดส่วนลดค่าเช่าตามมาตรฐานบัญชี แต่การฟื้นตัวของกำลังซื้อและการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อดึงดูดลูกค้า จะช่วยหนุนรายได้ให้ดีขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ COVID-19 และมาตรการของภาครัฐเป็นสำคัญ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2565 พลิกเป็น 4 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 101% จากขาดทุน 272 ล้านบาทใน Q3/2564
* **รายได้จากการดำเนินงาน Q3/2565 เพิ่มขึ้น 10%:** เป็น 1,980 ล้านบาท จาก 1,792 ล้านบาทในปีก่อน
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมพุ่ง 181%:** เป็น 148 ล้านบาท โดยเฉพาะจากธุรกิจศูนย์การค้าที่ฟื้นตัว
* **ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวฟื้นตัวแรง:** รายได้เพิ่มขึ้น 574% จากการเปิดประเทศและการท่องเที่ยวภายในประเทศ
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายได้ลดลง 64%:** เนื่องจากชะลอการเปิดโครงการใหม่
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 1,980 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจศูนย์การค้า โรงแรม และสนามกอล์ฟ ในขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจอาหารมีรายได้ลดลง กำไรจากการดำเนินงานพลิกจากขาดทุน 25 ล้านบาท เป็นกำไร 54 ล้านบาท ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 181% เป็น 148 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ อยู่ที่ 4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101% จากขาดทุน 272 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับงวดเก้าเดือนปี 2565 รายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 5,916 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ อยู่ที่ 81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 121% จากขาดทุน 393 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว:** การเปิดประเทศและการผ่อนคลายมาตรการเดินทาง ส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว
* **การปรับกลยุทธ์ธุรกิจศูนย์การค้า:** การสรรหาผู้เช่ารายใหม่ การปรับปรุงพื้นที่ให้ทันสมัย และการนำเทคโนโลยีมาใช้ จะช่วยดึงดูดลูกค้าและเพิ่มรายได้
* **การมองหาที่ดินศักยภาพ:** ฝ่ายบริหารยังคงศึกษาและมองหาที่ดินในทำเลใหม่ๆ เพื่อพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค
* **การบริหารสภาพคล่อง:** นโยบายการลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานดีและแนวโน้มการเติบโตที่ดี เพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ COVID-19:** แม้จะคลี่คลายลง แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังการระบาดระลอกใหม่
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และการตัดสินใจลงทุนของผู้เช่า
* **การแข่งขันในตลาด:** โดยเฉพาะในธุรกิจให้เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ และธุรกิจการเงิน
* **การตั้งสำรองหนี้สูญ:** ธุรกิจการเงินยังคงต้องเผชิญความเสี่ยงจากการตั้งสำรองหนี้สูญและค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว:** จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศ และการใช้จ่าย
* **ผลการดำเนินงานของธุรกิจศูนย์การค้า:** การปรับลดส่วนลดค่าเช่าตามมาตรฐานบัญชี และการปรับกลยุทธ์ทางการตลาด
* **การเปิดโครงการใหม่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** การศึกษาและพัฒนาที่ดินในทำเลที่มีศักยภาพ
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นๆ
* **การตั้งสำรองหนี้สูญของธุรกิจการเงิน:** การติดตามสถานะลูกหนี้และการบริหารความเสี่ยงด้านเครดิต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **ธุรกิจศูนย์การค้า:** รายได้ Q3/2565 เพิ่มขึ้น 36% เป็น 478 ล้านบาท จากการฟื้นตัวหลัง COVID-19 แต่รายได้ 9 เดือนแรกยังลดลง 4% เนื่องจากผลกระทบในช่วงต้นปี ฝ่ายบริหารยังคงให้ความช่วยเหลือผู้เช่า และปรับกลยุทธ์การตลาดเพื่อตอบรับ New Normal
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** รายได้ Q3/2565 ลดลง 64% เป็น 74 ล้านบาท และ 9 เดือนแรก ลดลง 13% เป็น 599 ล้านบาท เนื่องจากชะลอการเปิดโครงการใหม่ และรอให้สภาพเศรษฐกิจกลับมาปกติ
* **ที่ดินรอการพัฒนา:** เพิ่มขึ้น 6% เป็น 1,900 ล้านบาท จากการซื้อที่ดินเพิ่มติดกับโครงการบ้านริเวอร์เดล
* **อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน:** ลดลง 3% เป็น 12,650 ล้านบาท จากการตัดค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายเป็นหลัก
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 54,416 ล้านบาท ลดลง 2% หนี้สินรวม 32,866 ล้านบาท ลดลง 4% และส่วนของผู้ถือหุ้น 21,550 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2%
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** ลดลง 10% เป็น 4,010 ล้านบาท จากการจ่ายคืนหุ้นกู้สุทธิกับการออกหุ้นกู้ใหม่ และการกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้น
* **เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้:** ลดลง 7% เป็น 13,785 ล้านบาท จากการควบคุมการปล่อยสินเชื่อที่ระมัดระวังมากขึ้น และการขายพอร์ต NPL
* **หนี้สินตามสัญญาเช่าการเงินระยะยาว:** ลดลง 3% เป็น 11,295 ล้านบาท จากการจ่ายชำระหนี้และส่วนลดค่าเช่าที่ได้รับ
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน:** เพิ่มขึ้น 90% เป็น 2,630 ล้านบาท จากการดำเนินงานที่ดีขึ้น
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน:** ลดลง 473% เป็น (1,396) ล้านบาท จากการลงทุนซื้อที่ดิน หุ้นกู้ Perpetual Bond และหลักทรัพย์เผื่อขาย
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน:** ลดลง 50% เป็น (1,672) ล้านบาท จากการจ่ายคืนหุ้นกู้ระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระเป็นหลัก
## สรุปท้าย
MBK ในไตรมาส 3 ปี 2565 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยมีหัวใจกำไรมาจากการกลับมาของธุรกิจศูนย์การค้าและโรงแรม รวมถึงส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทร่วม แม้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะยังคงชะลอตัว แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับการมองหาโอกาสในการลงทุนใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ COVID-19 ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MBK ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
3,181.97
ล้านบาท
↑ 4% YoY
กำไรขั้นต้น
1,748.49
ล้านบาท
↑ 8.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
54.95
%
กำไรสุทธิ
1,107.51
ล้านบาท
↑ 92.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
34.81
%
D/E Ratio
1.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,182
↑ + 4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,748
↑ + 8.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,108
↑ + 92.9%
YoY
D/E Ratio
1.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MBK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.36
ROE (%)
16.88
ROA (%)
8.57
Book Value/หุ้น
14.89
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MBK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,012
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+159
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MBK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,011.91
-67.99%
|
-3,160.81
-4.24%
|
-3,300.69
+69.99%
|
-1,941.74
-399.73%
|
647.83
-52.17%
|
1,354.36
+217.51%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
159.03
-93.81%
|
2,568.89
-16.47%
|
3,075.52
-356.60%
|
-1,198.57
-1,594.29%
|
80.21
-96.06%
|
2,037.99
+484.57%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,021.22
+11.07%
|
1,819.83
-611.98%
|
-355.45
-54.96%
|
-789.22
+273.44%
|
-211.34
+168.16%
|
-78.81
-84.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,109.13
+20.59%
|
919.78
-198.09%
|
-937.65
-77.89%
|
-4,240.81
-2,277.23%
|
194.78
-93.63%
|
3,055.51
+986.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,281.66
+38.41%
|
926.01
-27.03%
|
1,269.00
-71.48%
|
4,448.80
+15.80%
|
3,841.66
+388.66%
|
786.16
+16.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,164.37
-9.15%
|
1,281.66
+38.41%
|
926.01
-27.03%
|
1,269.00
-71.48%
|
4,448.80
+15.80%
|
3,841.66
+388.66%
|