MBK
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
MBK
บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
19.80
0.20 (1.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=24585 out_tok=3004 at=2026-07-25T07:58:18 --> # MBK Q2/2566 กำไรสุทธิพุ่ง 1,897% รับส่วนแบ่งเงินลงทุน-รายได้อื่นโต ## ส่วนแบ่งเงินลงทุน TCAP หนุนกำไร MBK Q2/2566 โตแรง ขณะที่รายได้รวมเพิ่ม 23% บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 722 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 2,229% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 31 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงรายได้อื่นที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานรวมเติบโต 23% ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ MBK ในไตรมาส 2 ปี 2566 พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด คือ **การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะจากการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนในบริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) (TCAP) มาเป็นเงินลงทุนในบริษัทร่วม ส่งผลให้รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจำนวนมาก นอกจากนี้ **รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น** จากเงินปันผลจากการลงทุนในหุ้น TCAP ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไร ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น:** ปัจจัยหลักมาจากการที่ MBK ได้เปลี่ยนสถานะเงินลงทุนในหุ้น TCAP จาก "เงินลงทุนในตราสารทุนที่วัดมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น" มาเป็น "เงินลงทุนในบริษัทร่วม" ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2566 ทำให้เริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก TCAP ได้ ซึ่งในไตรมาส 2/2566 รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก TCAP เป็นจำนวน 278 ล้านบาท นอกจากนี้ ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ประกอบธุรกิจศูนย์การค้าก็ปรับตัวดีขึ้น 25 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายลง * **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น:** การลงทุนในหุ้น TCAP ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ MBK รับรู้รายได้เงินปันผลเพิ่มขึ้น 145 ล้านบาทในไตรมาส 2/2566 ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก TCAP เป็นหลัก** การเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน TCAP เป็นบริษัทร่วมจะส่งผลให้ MBK รับรู้ส่วนแบ่งกำไรได้อย่างต่อเนื่องในงวดบัญชีถัดไป อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการในส่วนนี้จะขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของ TCAP เอง ส่วนปัจจัยอื่นๆ เช่น การฟื้นตัวของธุรกิจศูนย์การค้าและโรงแรมจากการคลี่คลายของสถานการณ์ COVID-19 มีแนวโน้มจะส่งผลดีต่อเนื่อง แต่การเปลี่ยนแปลงของรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงอาจเป็นปัจจัยกดดันบางส่วน ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นพุ่งสูงถึง 722 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 2,229% YoY จาก 31 ล้านบาท * **รายได้จากการดำเนินงานรวม 2,384 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 23% YoY จาก 1,946 ล้านบาท * **กำไรจากการดำเนินงานพลิกจากขาดทุน 67 ล้านบาท เป็นกำไร 257 ล้านบาท** * **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 500%** เป็น 366 ล้านบาท * **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 67%** เป็น 441 ล้านบาท * **ธุรกิจศูนย์การค้ามีรายได้เพิ่มขึ้น 69%** จากการคลี่คลายของ COVID-19 และการปรับปรุงศูนย์การค้า * **ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวมีรายได้เพิ่มขึ้น 54%** จากการเปิดประเทศและการส่งเสริมการท่องเที่ยว * **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีรายได้ลดลง 29%** เนื่องจากยอดโอนกรรมสิทธิ์บ้านที่ต่ำกว่าปีก่อน ## ภาพรวมผลประกอบการ MBK รายงานผลประกอบการสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 มีรายได้จากการดำเนินงาน 2,384 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน (YoY) ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 722 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 2,229% YoY จาก 31 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการพลิกจากขาดทุนจากการดำเนินงานมาเป็นกำไร และการเพิ่มขึ้นอย่างมากของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า รวมถึงรายได้อื่น สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 รายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 4,759 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% YoY และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 895 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,062% YoY จาก 77 ล้านบาท ## โอกาส * **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและบริการ:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุม COVID-19 และการเปิดประเทศ ส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว รวมถึงธุรกิจศูนย์การค้า มีแนวโน้มการฟื้นตัวที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง * **การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก TCAP:** การเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน TCAP มาเป็นบริษัทร่วม จะส่งผลให้ MBK รับรู้ส่วนแบ่งกำไรได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต * **การปรับปรุงศูนย์การค้า:** การปรับปรุง MBK Center และ Paradise Park จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้น * **การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่:** MBK มีแผนจะขึ้นโครงการที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ และศึกษาพัฒนาโครงการบนที่ดินรอการพัฒนา ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตในอนาคต * **การขยายธุรกิจประมูล:** การขยายสาขาประมูลรถยนต์ไปยังต่างจังหวัด ช่วยเพิ่มจำนวนรถเข้าประมูลและรายได้ ## ความเสี่ยง * **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ปัจจัยภายนอก เช่น ราคาน้ำมัน อัตราเงินเฟ้อ และสงครามรัสเซีย-ยูเครน อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค * **การแข่งขันในธุรกิจศูนย์การค้า:** การปรับปรุงศูนย์การค้าเพื่อเพิ่มความหลากหลายของร้านค้าและสินค้า อาจเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง * **ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ย:** การกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์โดย สคบ. อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของธุรกิจการเงิน * **ความไม่แน่นอนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** การชะลอการเปิดโครงการใหม่ และการรอการโอนกรรมสิทธิ์บ้าน อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในระยะสั้น ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ผลการดำเนินงานของ TCAP:** จะส่งผลโดยตรงต่อส่วนแบ่งกำไรที่ MBK จะรับรู้ * **ความคืบหน้าการปรับปรุงศูนย์การค้า:** โดยเฉพาะ Paradise Park ที่จะแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ปี 2566 * **ยอดขายและยอดโอนของโครงการอสังหาริมทรัพย์:** โดยเฉพาะโครงการที่อยู่อาศัยที่มียอดขายรอการรับรู้ (Backlog) * **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น * **การดำเนินธุรกิจใหม่ในปีนี้:** ของธุรกิจการเงิน เพื่อสร้างโอกาสและรายได้ที่เพิ่มขึ้น ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) **รายได้จากการดำเนินงาน:** * **ธุรกิจศูนย์การค้า:** รายได้เพิ่มขึ้น 69% ในไตรมาส 2/2566 เป็น 651 ล้านบาท จาก 385 ล้านบาท YoY โดยมีปัจจัยหลักจากการคลี่คลายของ COVID-19 การยกเลิกการให้ส่วนลดค่าเช่า และการปรับปรุงศูนย์การค้า MBK Center รวมถึงการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ * **ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว:** รายได้เพิ่มขึ้น 54% ในไตรมาส 2/2566 เป็น 274 ล้านบาท จาก 178 ล้านบาท YoY จากการเปิดประเทศ การส่งเสริมการท่องเที่ยว และโปรโมชั่นที่พัก * **ธุรกิจกอล์ฟ:** รายได้เพิ่มขึ้น 16% ในไตรมาส 2/2566 เป็น 111 ล้านบาท จาก 96 ล้านบาท YoY จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการจัดโปรโมชั่น * **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** รายได้ลดลง 29% ในไตรมาส 2/2566 เป็น 89 ล้านบาท จาก 125 ล้านบาท YoY เนื่องจากยอดโอนกรรมสิทธิ์บ้านที่ต่ำกว่าปีก่อน อย่างไรก็ตาม มี Backlog รอรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งปีหลังจำนวน 1,000 ล้านบาท * **ธุรกิจอาหาร:** รายได้ลดลงเล็กน้อย 1% ในไตรมาส 2/2566 เป็น 403 ล้านบาท จาก 404 ล้านบาท YoY โดยธุรกิจศูนย์อาหารมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ธุรกิจขายข้าวลดลง * **ธุรกิจการเงิน:** รายได้เพิ่มขึ้น 7% ในไตรมาส 2/2566 เป็น 667 ล้านบาท จาก 622 ล้านบาท YoY จากการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น แต่ธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์มีรายได้ลดลง 17% จากผลกระทบเพดานดอกเบี้ย **กำไร(ขาดทุน)จากการดำเนินงาน:** * **ธุรกิจศูนย์การค้า:** พลิกจากขาดทุน 252 ล้านบาท เป็นกำไร 49 ล้านบาท YoY * **ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว:** พลิกจากขาดทุน 26 ล้านบาท เป็นกำไร 34 ล้านบาท YoY * **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** กำไรลดลง 78% ในไตรมาส 2/2566 เป็น 4 ล้านบาท จาก 18 ล้านบาท YoY * **ธุรกิจการเงิน:** กำไรเพิ่มขึ้น 33% ในไตรมาส 2/2566 เป็น 205 ล้านบาท จาก 154 ล้านบาท YoY ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด **ฐานะการเงิน:** ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 56,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากสิ้นปี 2565 โดยมีหนี้สินรวม 34,174 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% และส่วนของผู้ถือหุ้น 22,226 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% * **เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้:** ลดลง 4% เป็น 14,047 ล้านบาท โดยพอร์ตเช่าซื้อรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น แต่พอร์ตเงินให้กู้ยืมโดยมีหลักทรัพย์ค้ำประกันลดลงจากการชำระคืนของลูกหนี้รายใหญ่ * **เงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า:** เพิ่มขึ้น 174% เป็น 14,846 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการโอนสถานะเงินลงทุนใน TCAP เป็นบริษัทร่วม * **หนี้สิน:** เงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น 177% เป็น 2,601 ล้านบาท เพื่อสำรองสภาพคล่อง หุ้นกู้ระยะยาวเพิ่มขึ้น 11% เป็น 15,771 ล้านบาท เพื่อชำระคืนหุ้นกู้เดิมและลงทุนในโครงการ **กระแสเงินสด:** สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 2,227 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% YoY * **กิจกรรมลงทุน:** กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนลดลง 776% เป็น 2,198 ล้านบาท เนื่องจากมีการจ่ายเงินลงทุนในหุ้น TCAP ลดลง * **กิจกรรมจัดหาเงิน:** กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงินเพิ่มขึ้น 168% เป็น 346 ล้านบาท จากการรับเงินกู้ยืมระยะสั้นและออกหุ้นกู้ระยะยาวเพิ่มขึ้น ## สรุปท้าย MBK ในไตรมาส 2 ปี 2566 โชว์ผลประกอบการที่โดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 2,229% YoY เป็นผลจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจำนวนมากจากการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน TCAP เป็นบริษัทร่วม และการฟื้นตัวของธุรกิจหลักอย่างศูนย์การค้าและโรงแรม ขณะที่รายได้รวมเติบโต 23% อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลก และการแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลการดำเนินงานของ TCAP ที่จะส่งผลต่อส่วนแบ่งกำไรในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MBK ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
3,181.97 ล้านบาท
↑ 4% YoY
กำไรขั้นต้น
1,748.49 ล้านบาท
↑ 8.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
54.95 %
กำไรสุทธิ
1,107.51 ล้านบาท
↑ 92.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
34.81 %
D/E Ratio
1.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,182
↑ + 4% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,748
↑ + 8.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,108
↑ + 92.9% YoY
D/E Ratio
1.36

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MBK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
3,181.97
+4.00%
3,059.70
+13.39%
2,698.31
-2.35%
2,763.37
+45.71%
1,896.54
-22.37%
2,442.92
-26.84%
กำไรขั้นต้น —
1,748.49
+8.30%
1,614.44
+10.74%
1,457.81
+17.22%
1,243.63
+73.00%
718.88
-42.71%
1,254.89
-22.06%
ค่าใช้จ่ายรวม —
971.30
+13.16%
858.37
-13.38%
990.97
+20.76%
820.59
+22.50%
669.89
-9.90%
743.51
+10.41%
กำไรสุทธิ —
1,107.51
+92.93%
574.05
+85.86%
308.86
+23.00%
251.11
+161.01%
-411.59
-877.32%
52.95
-95.57%
กำไรต่อหุ้น —
0.56
+92.76%
0.29
+85.90%
0.16
+22.83%
0.13
+161.06%
-0.21
-870.37%
0.03
-95.53%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
13.06
+119.99%
-65.33
+92.46%
-866.99
-187.68%
-301.37
+56.11%
-686.58
-246.98%
467.12
-52.00%
ROE(%) —
16.88
+41.49%
11.93
+62.98%
7.32
+360.38%
1.59
+140.87%
-3.89
-689.39%
0.66
-94.02%
ROA(%) —
8.57
+18.04%
7.26
+31.05%
5.54
+66.87%
3.32
+137.14%
1.40
-51.56%
2.89
-57.81%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.36
-15.00%
1.60
-5.88%
1.70
+14.09%
1.49
-8.02%
1.62
-2.99%
1.67
+2.45%
P/E —
9.26
-44.68%
16.74
-18.62%
20.57
+145.47%
8.38
0.00
-100.00%
16.53
-8.27%
P/BV —
1.29
-25.00%
1.72
+23.74%
1.39
-9.74%
1.54
+38.74%
1.11
+7.77%
1.03
-30.87%
BV —
13.61
+14.08%
11.93
+4.74%
11.39
-0.96%
11.50
-5.12%
12.12
-1.30%
12.28
-13.58%
YIELD(%) —
5.41
+39.79%
3.87
-20.53%
4.87
-12.41%
5.56
0.00
-100.00%
6.35
+79.38%
ราคาหุ้น —
17.50
-14.63%
20.50
+29.75%
15.80
-10.73%
17.70
+32.09%
13.40
+6.35%
12.60
-40.57%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
54.95
+4.15%
52.76
-2.35%
54.03
+20.07%
45.00
+18.73%
37.90
-26.22%
51.37
+6.53%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
30.53
+8.84%
28.05
-23.63%
36.73
+23.67%
29.70
-15.91%
35.32
+16.03%
30.44
+50.92%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
34.81
+85.55%
18.76
+63.84%
11.45
+25.96%
9.09
+141.89%
-21.70
-1,100.00%
2.17
-93.94%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.36
ROE (%)
16.88
ROA (%)
8.57
Book Value/หุ้น
15.27

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MBK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
13,301.12
+30.70%
10,176.71
+1.55%
10,021.50
-7.68%
10,855.51
-16.88%
13,060.02
+8.84%
12,064.62
-0.67%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
53,727.05
+1.59%
52,606.12
+4.27%
50,449.86
+15.99%
43,494.60
+3.07%
42,197.40
-6.52%
45,077.64
+11.86%
รวมสินทรัพย์ —
67,028.17
+6.29%
62,782.83
+3.82%
60,471.36
+11.26%
54,350.10
-1.64%
55,257.42
-3.30%
57,142.26
+8.96%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
8,768.31
-19.70%
10,919.86
+44.59%
7,552.19
+16.02%
6,509.53
+17.37%
5,546.19
+38.17%
3,606.67
-52.66%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
29,803.72
+6.83%
27,842.65
-8.82%
30,534.60
+17.32%
26,027.60
-9.16%
28,653.12
-9.73%
32,150.49
+59.81%
รวมหนี้สิน —
38,572.03
-0.63%
38,762.50
+1.77%
38,086.79
+17.06%
32,537.13
-4.86%
34,199.31
-4.36%
35,757.15
+28.92%
รวมส่วนของเจ้าของ —
28,456.14
+17.38%
24,020.33
+7.31%
22,384.57
+2.62%
21,812.97
+3.58%
21,058.11
-1.53%
21,385.11
-13.44%
D/E —
1.36
1.61
1.70
1.49
1.62
1.67
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
16.88
11.93
7.32
1.59
-3.89
0.66
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
8.57
7.26
5.54
3.32
1.40
2.89
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.52
0.93
1.33
1.67
2.35
3.35
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.66
0.24
0.40
0.60
0.99
1.32
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
19.01
20.54
0.00
0.00
46.71
43.89
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
100.14
107.81
0.00
0.00
207.35
255.51
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
85.75
74.25
0.00
0.00
84.59
103.91
วงจรเงินสด —
33.39
54.11
0.00
0.00
169.48
195.49
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,012
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+159
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MBK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-1,011.91
-67.99%
-3,160.81
-4.24%
-3,300.69
+69.99%
-1,941.74
-399.73%
647.83
-52.17%
1,354.36
+217.51%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
159.03
-93.81%
2,568.89
-16.47%
3,075.52
-356.60%
-1,198.57
-1,594.29%
80.21
-96.06%
2,037.99
+484.57%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
2,021.22
+11.07%
1,819.83
-611.98%
-355.45
-54.96%
-789.22
+273.44%
-211.34
+168.16%
-78.81
-84.05%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
1,109.13
+20.59%
919.78
-198.09%
-937.65
-77.89%
-4,240.81
-2,277.23%
194.78
-93.63%
3,055.51
+986.40%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
1,281.66
+38.41%
926.01
-27.03%
1,269.00
-71.48%
4,448.80
+15.80%
3,841.66
+388.66%
786.16
+16.44%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
1,164.37
-9.15%
1,281.66
+38.41%
926.01
-27.03%
1,269.00
-71.48%
4,448.80
+15.80%
3,841.66
+388.66%