LHFG
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
LHFG
บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
1.24
+0.00 (+0.00%)

สรุปสั้น

กำไรที่ปรับตัวลดลง เกิดจากช่วง Q4/64 ขาดทุนสุทธิจํานวน 373.0 ล้านบาท เป็นผลจากการลดลงของรายได้เงินปันผลร้อยละ 58.0 และการเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิต ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นร้อยละ 85.9 แต่ ลดลงร้อยละ 282.7 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4 ของปี 2563 ซึ่งเมื่อ CTBC เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เมื่อเดือนกันยายน 2564 ทําให้บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) เป็นบริษัทย่อย ของ CTBC ซึ่ง CTBC เห็นว่าสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนายังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง จึงมีความเห็น ให้ธนาคารตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นจากจํานวน 1,738.0 ล้านบาท ในงวด 9 เดือน ของปี 2564 เป็น 3,283.8 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 เพื่อสร้างความมั่นใจในการดําเนินกลยุทธ์ในปี 2565 ซึ่งธนาคารจะเร่งขยายธุรกิจและขยายสินเชื่อรายย่อยเพิ่มขึ้น โดยในไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ มีจํานวน 1,435.6 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4.5 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 โดยเป็นการลดลงของรายได้ดอกเบี้ย และเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.3 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4 ของปี 2563 โดยรายได้ดอกเบี้ย มีจํานวน 1,985.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.3 และ ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย มีจํานวน 549.6 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 19.6 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4 ของปี 2563

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=20037 out_tok=3315 at=2026-07-25T19:09:10 --> # LHFG กำไรปี 65 โต 14.1% รับแรงหนุนดอกเบี้ยสุทธิ ธนาคาร LH เติบโตโดดเด่น ## รายได้ดอกเบี้ยสุทธิพุ่งดันกำไรทั้งปี ขณะที่ธุรกิจหลักทรัพย์เผชิญแรงกดดัน บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ LHFG รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 1,578.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิของธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH Bank) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิจะปรับตัวลดลง รวมถึงธุรกิจหลักทรัพย์ที่ยังคงเผชิญความท้าทายจากภาวะตลาด ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ LHFG ในปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ** โดยเฉพาะจากธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH Bank) ที่มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 58.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายตัวของเงินให้สินเชื่อที่สูงถึง 20.7% และการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นถึง 17.5% ในขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยสุทธิโดยรวมของกลุ่มลดลง 26.8% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเป็นผลโดยตรงจากการขยายตัวของ **เงินให้สินเชื่อ** ของ LH Bank ที่เติบโตถึง 20.7% โดยเฉพาะสินเชื่อกลุ่มลูกค้าไต้หวันที่มีการเติบโตถึง 63.8% ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก CTBC นอกจากนี้ การที่ธนาคารสามารถส่งผ่านผลประโยชน์จากการลดอัตราเงินนำส่งเข้าบัญชีสะสมเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) จาก 0.46% เหลือ 0.23% ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุน NIM ให้เพิ่มขึ้นจาก 2.21% เป็น 2.41% ในปี 2565 การตั้งสำรองที่ลดลง 17.5% ยังช่วยเสริมกำไรให้เติบโตได้ดีขึ้น ในทางกลับกัน รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยสุทธิลดลง เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิที่ลดลง 12.0% โดยรวม ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากสภาวะตลาดเงินและตลาดทุน รวมถึงการลดลงของกำไรจากเงินลงทุนและรายได้เงินปันผล ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ จากการที่ LH Bank ยังคงมุ่งเน้นการขยายสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าไต้หวัน และการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2566 จะขยายตัว 3.7% ซึ่งจะส่งผลดีต่อความต้องการสินเชื่อ อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยสุทธิยังคงต้องจับตาปัจจัยภายนอก เช่น สภาวะตลาดเงินและตลาดทุน รวมถึงกลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ของกลุ่ม ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิปี 2565 เติบโต 14.1%** แตะ 1,578.9 ล้านบาท เทียบกับ 1,383.7 ล้านบาทในปี 2564 * **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 13.9%** เป็น 6,194.8 ล้านบาท หนุนโดยการเติบโตของสินเชื่อ * **LH Bank กำไรสุทธิปี 2565 พุ่ง 58.3%** แตะ 1,093.3 ล้านบาท จากการขยายสินเชื่อและตั้งสำรองลดลง * **สินเชื่อรวมเติบโต 20.7%** แตะ 207,526.6 ล้านบาท โดยสินเชื่อกลุ่มลูกค้าไต้หวันโต 63.8% * **NPL Ratio ลดลง** จาก 2.77% ณ สิ้นปี 2564 เหลือ 2.09% ณ สิ้นปี 2565 * **Coverage Ratio อยู่ในระดับสูง** ที่ 220.9% ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับปี 2565 LHFG มีกำไรสุทธิ 1,578.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 13.9% เป็น 6,194.8 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายตัวของรายได้ดอกเบี้ยที่ 12.3% ขณะที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 8.5% นอกจากนี้ การลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นถึง 17.5% ยังช่วยหนุนผลกำไรให้เติบโตได้ดี อย่างไรก็ตาม รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 26.8% เป็น 1,928.5 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ เมื่อพิจารณาเฉพาะไตรมาส 4 ปี 2565 กำไรสุทธิอยู่ที่ 344.8 ล้านบาท ลดลง 29.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2565 แต่เพิ่มขึ้น 192.4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2564 ซึ่งการลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าเป็นผลจากการลดลงของกำไร (ขาดทุน) สุทธิจากเครื่องมือทางการเงินและการดำเนินงานอื่น ในขณะที่การเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้เงินปันผล ## โอกาส * **การเติบโตของสินเชื่อ:** LH Bank ยังคงมีศักยภาพในการขยายสินเชื่อ โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าไต้หวัน และการขยายฐานลูกค้ารายย่อยที่เติบโต 35% * **การพัฒนา Digital Transformation:** การลงทุนในเทคโนโลยี เช่น Data Analytics, Machine Learning, Robot และแอปพลิเคชัน PROFITA จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างโอกาสในการให้บริการทางการเงินและการลงทุน * **การจับมือพันธมิตร:** การสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจจะช่วยเสริมการเติบโตแบบก้าวกระโดด * **เศรษฐกิจไทยฟื้นตัว:** การคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2566 ที่จะขยายตัว 3.7% จะเป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการสินเชื่อและการลงทุน ## ความเสี่ยง * **สภาวะตลาดเงินและตลาดทุน:** ความผันผวนของตลาดเงินและตลาดทุนอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ รวมถึงกำไรจากเครื่องมือทางการเงิน * **นโยบายการเงินที่เข้มงวด:** การดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดของประเทศคู่ค้าหลัก เช่น สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกและภาคการส่งออกของไทย * **ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์:** สงครามรัสเซีย-ยูเครนยังคงส่งผลต่อความมั่นคงด้านพลังงาน อาหาร และห่วงโซ่อุปทาน * **การสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือลูกค้า:** การตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือลูกค้า * **การแข่งขันในภาคการเงิน:** ภาคการธนาคารยังคงมีการแข่งขันสูง ทั้งจากธนาคารพาณิชย์และผู้ให้บริการทางการเงินรายใหม่ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **การเติบโตของสินเชื่อ:** โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าไต้หวันและลูกค้ารายย่อย * **NIM และ NII:** แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ ท่ามกลางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย * **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ:** กลยุทธ์ในการเพิ่มรายได้จากส่วนนี้ โดยเฉพาะจาก Trade Finance และ Cash Management * **คุณภาพสินทรัพย์:** การติดตาม NPL Ratio และ Coverage Ratio ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจ * **ความคืบหน้า Digital Transformation:** การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างการเติบโต * **ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก:** การติดตามปัจจัยเสี่ยงภายนอก เช่น อัตราเงินเฟ้อและภาวะเศรษฐกิจถดถอย ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) **ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH Bank):** * **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ:** เพิ่มขึ้น 17.9% ใน Q4/2565 เทียบกับ Q4/2564 และเพิ่มขึ้น 12.9% ในปี 2565 เทียบกับปี 2564 โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายสินเชื่อ * **NIM:** เพิ่มขึ้นจาก 2.21% ในปี 2564 เป็น 2.41% ในปี 2565 * **สินเชื่อ:** เติบโต 19.8% ในปี 2565 โดยสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เติบโต 30.4% และสินเชื่อรายย่อยเติบโต 44.2% * **NPL Ratio:** ลดลงจาก 2.44% ณ สิ้นปี 2564 เป็น 2.09% ณ สิ้นปี 2565 * **Coverage Ratio:** อยู่ที่ 220.99% ณ สิ้นปี 2565 * **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** เพิ่มขึ้น 13.3% ในปี 2565 โดยส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน **บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์:** * **ผลการดำเนินงาน:** ขาดทุนสุทธิ 67.7 ล้านบาทใน Q4/2565 และมีกำไรสุทธิ 134.6 ล้านบาทในปี 2565 ลดลง 50.9% จากปีก่อน * **รายได้รวม:** ลดลง 1.6% ใน Q4/2565 และลดลง 1.4% ในปี 2565 * **รายได้ค่านายหน้า:** ลดลง 31.6% ใน Q4/2565 และลดลง 20.5% ในปี 2565 * **ค่าใช้จ่ายรวม:** เพิ่มขึ้น 204.3% ใน Q4/2565 และเพิ่มขึ้น 52.8% ในปี 2565 **บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์:** * **ผลการดำเนินงาน:** กำไรสุทธิ 19.3 ล้านบาทใน Q4/2565 เพิ่มขึ้น 2.7% จากปีก่อน แต่กำไรสุทธิทั้งปี 2565 อยู่ที่ 90.6 ล้านบาท ลดลง 17.9% จากปีก่อน * **รายได้รวม:** ลดลง 46.5% ใน Q4/2565 และลดลง 36.2% ในปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ * **มูลค่าสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร:** ลดลง 14.9% ในปี 2565 ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด **ภาพรวมกลุ่ม LHFG:** * **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 14.0% เป็น 301,556.6 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 โดยมีเงินให้สินเชื่อสุทธิเป็นสัดส่วนหลัก (68.8%) * **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 16.9% เป็น 264,685.9 ล้านบาท โดยมีเงินรับฝากเป็นสัดส่วนหลัก (87.4%) * **ส่วนของเจ้าของ:** ลดลง 3.5% เป็น 36,870.7 ล้านบาท **LH Bank:** * **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 17.6% เป็น 295,846.1 ล้านบาท โดยมีเงินให้สินเชื่อสุทธิเป็นสัดส่วนหลัก (71.1%) * **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 20.4% เป็น 260,516.3 ล้านบาท โดยมีเงินรับฝากเป็นสัดส่วนหลัก (88.8%) * **ส่วนของเจ้าของ:** เพิ่มขึ้น 0.7% เป็น 35,329.8 ล้านบาท * **เงินรับฝาก:** เพิ่มขึ้น 20.2% เป็น 231,432.0 ล้านบาท โดยเงินรับฝากประเภทจ่ายคืนเมื่อสิ้นระยะเวลาเพิ่มขึ้นมากที่สุด (75.4%) * **อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR):** ลดลงจาก 18.357% ณ สิ้นปี 2564 เป็น 15.483% ณ สิ้นปี 2565 แต่ยังคงสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ ## สรุปท้าย LHFG ปิดปี 2565 ด้วยผลประกอบการที่เติบโต 14.1% โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่แข็งแกร่งของ LH Bank ซึ่งได้ประโยชน์จากการขยายตัวของสินเชื่อและการบริหารจัดการ NIM ที่มีประสิทธิภาพ แม้ว่ารายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจะเผชิญแรงกดดันจากสภาวะตลาดและธุรกิจหลักทรัพย์ที่ยังคงท้าทาย แต่การควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นและการตั้งสำรองที่ลดลงก็เป็นปัจจัยบวกสำคัญ ในขณะที่การลงทุนใน Digital Transformation และการขยายฐานลูกค้าเป็นโอกาสในการเติบโตระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาปัจจัยเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกและความผันผวนของตลาดอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LHFG ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,199.83 ล้านบาท
↑ 7% YoY
กำไรขั้นต้น
8,079.31 ล้านบาท
↑ 4.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
367.27 %
กำไรสุทธิ
714.47 ล้านบาท
↑ 23.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
32.48 %
D/E Ratio
8.34
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,200
↑ + 7% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
8,079
↑ + 4.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
714
↑ + 23.9% YoY
D/E Ratio
8.34

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LHFG

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
2,199.83
+6.99%
2,056.19
-4.04%
2,142.84
-0.50%
2,153.56
+11.37%
1,933.65
+8.64%
1,779.85
-6.91%
กำไรขั้นต้น —
8,079.31
+4.79%
7,709.82
-0.41%
7,741.73
+10.58%
7,001.06
+13.27%
6,180.69
+9.88%
5,624.92
-4.43%
ค่าใช้จ่ายรวม —
681.06
+7.61%
632.87
+10.55%
572.45
+7.62%
531.90
+3.29%
514.93
-2.94%
530.54
+28.22%
กำไรสุทธิ —
714.47
+23.92%
576.57
+63.93%
351.71
+2.02%
344.75
+192.42%
-373.04
-282.66%
204.23
-76.79%
กำไรต่อหุ้น —
0.03
+25.93%
0.03
+58.82%
0.02
+6.25%
0.02
+188.89%
-0.02
-280.00%
0.01
-76.19%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
367.27
-2.05%
374.96
+3.79%
361.28
+11.13%
325.09
+1.71%
319.64
+1.14%
316.03
+2.66%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
30.96
+0.58%
30.78
+15.24%
26.71
+8.14%
24.70
-7.25%
26.63
-10.67%
29.81
+37.75%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
32.48
+15.83%
28.04
+70.87%
16.41
+2.50%
16.01
+183.00%
-19.29
-268.18%
11.47
-75.08%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-259.55
-2,064.80%
13.21
+160.82%
-21.72
0.00
+100.00%
-254.99
-130.58%
833.92
+434.16%
ROE(%) —
7.09
+29.14%
5.49
-4.69%
5.76
+36.82%
4.21
+16.94%
3.60
-30.23%
5.16
+4.45%
ROA(%) —
2.74
+3.01%
2.66
+14.66%
2.32
+50.65%
1.54
+1.32%
1.52
-33.33%
2.28
-15.87%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
8.34
+4.51%
7.98
-0.13%
7.99
+11.28%
7.18
+21.08%
5.93
+8.81%
5.45
-25.34%
P/E —
7.27
-19.85%
9.07
-10.55%
10.14
-66.49%
30.26
+107.54%
14.58
+81.34%
8.04
-13.83%
P/BV —
0.44
+2.33%
0.43
-28.33%
0.60
-17.81%
0.73
-1.35%
0.74
+29.82%
0.57
-17.39%
BV —
2.06
+13.19%
1.82
+8.98%
1.67
-1.18%
1.69
-6.63%
1.81
-2.16%
1.85
-6.57%
YIELD(%) —
3.33
-13.51%
3.85
+285.00%
1.00
-69.14%
3.24
+10.20%
2.94
-61.62%
7.66
+30.27%
ราคาหุ้น —
0.90
+15.38%
0.78
-22.00%
1.00
-18.70%
1.23
-8.89%
1.35
+28.57%
1.05
-22.79%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
8.34
ROE (%)
7.09
ROA (%)
2.74
Book Value/หุ้น
1.99

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LHFG

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ —
398,811.03
+14.98%
346,862.62
+7.28%
323,322.54
+7.22%
301,556.48
+13.95%
264,636.20
+6.15%
249,311.66
+3.56%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน —
356,094.32
+15.53%
308,218.81
+7.26%
287,361.68
+8.57%
264,685.90
+16.89%
226,437.68
+7.48%
210,680.70
+5.57%
รวมส่วนของเจ้าของ —
42,716.71
+10.54%
38,643.81
+7.46%
35,960.86
-2.47%
36,870.59
-3.48%
38,198.52
-1.12%
38,630.96
-6.15%
D/E —
8.34
7.98
7.99
7.18
5.93
5.45
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
7.09
5.49
5.76
4.21
3.60
5.16
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
2.74
2.66
2.32
1.54
1.52
2.28
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,962
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,413
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LHFG

รายการ 2569 2567 2566 2564
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน — —
-1,962.19
1,632.03
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน — —
2,412.54
3,811.32
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน — —
-463.91
-5,526.98
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) — —
-13.56
-83.63
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด — —
705.07
-1.79%
801.52
-51.00%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด — —
691.51
-1.92%
717.88
-10.43%