LHFG
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
LHFG
บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
1.25
+0.02 (+1.63%)

สรุปสั้น

กำไรที่ปรับตัวลดลง เกิดจากช่วง Q4/64 ขาดทุนสุทธิจํานวน 373.0 ล้านบาท เป็นผลจากการลดลงของรายได้เงินปันผลร้อยละ 58.0 และการเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิต ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นร้อยละ 85.9 แต่ ลดลงร้อยละ 282.7 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4 ของปี 2563 ซึ่งเมื่อ CTBC เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เมื่อเดือนกันยายน 2564 ทําให้บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) เป็นบริษัทย่อย ของ CTBC ซึ่ง CTBC เห็นว่าสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนายังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง จึงมีความเห็น ให้ธนาคารตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นจากจํานวน 1,738.0 ล้านบาท ในงวด 9 เดือน ของปี 2564 เป็น 3,283.8 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 เพื่อสร้างความมั่นใจในการดําเนินกลยุทธ์ในปี 2565 ซึ่งธนาคารจะเร่งขยายธุรกิจและขยายสินเชื่อรายย่อยเพิ่มขึ้น โดยในไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ มีจํานวน 1,435.6 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4.5 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 โดยเป็นการลดลงของรายได้ดอกเบี้ย และเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.3 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4 ของปี 2563 โดยรายได้ดอกเบี้ย มีจํานวน 1,985.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.3 และ ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย มีจํานวน 549.6 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 19.6 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4 ของปี 2563

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=20752 out_tok=3651 at=2026-07-25T20:35:57 --> # LHFG กำไร Q3/65 พลิกโตแรง 109.6% QoQ รับรายได้ดอกเบี้ยสุทธิหนุน ## รายได้ดอกเบี้ยสุทธิขยายตัวต่อเนื่อง หนุนกำไร LHFG พลิกฟื้น QoQ ขณะที่ NPL ลดลง บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ LHFG รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 489.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 109.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ ขณะที่ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2565 กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,234.0 ล้านบาท ลดลง 29.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของกำไรจากเงินลงทุนและรายได้เงินปันผล รวมถึงการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ LHFG ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมาเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 109.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า มาจาก **การเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ** ซึ่งเติบโต 3.8% QoQ โดยมีรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 6.2% ขณะที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 12.8% นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนจาก **รายได้จากการดำเนินงานอื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 205.9% QoQ** แม้ว่ากำไรสุทธิโดยรวมสำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2565 จะลดลง 29.8% YoY เนื่องจากการลดลงของกำไรจากเงินลงทุนและรายได้เงินปันผล รวมถึงการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 เป็นผลมาจากการขยายตัวของสินเชื่อที่เติบโต 10.7% YTD โดยเฉพาะสินเชื่อกลุ่มลูกค้าไต้หวันที่มีการเติบโตสูงถึง 63.8% YTD ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก CTBC นอกจากนี้ ธนาคารยังได้รับประโยชน์จากการส่งผ่านผลประโยชน์จากการลดอัตราเงินนำส่งเข้าบัญชีสะสมเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ชดใช้ความเสียหายของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) จาก 0.46% เหลือ 0.23% ต่อปี ซึ่งช่วยลดต้นทุนทางการเงินลงได้ ส่วนรายได้จากการดำเนินงานอื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมากนั้น เอกสารไม่ได้ระบุสาเหตุหลักที่ชัดเจน แต่เมื่อพิจารณาจากตารางผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท พบว่ามีรายการ "กำไร (ขาดทุน) สุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน" ที่พลิกจากขาดทุน 13.8 ล้านบาทในไตรมาส 2 มาเป็นกำไร 25.7 ล้านบาทในไตรมาส 3 ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของรายได้ที่เพิ่มขึ้นนี้ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะเติบโตต่อเนื่องจากสินเชื่อที่ขยายตัว แต่ปัจจัยที่ส่งผลให้กำไรสุทธิพลิกโตแรงในไตรมาส 3 มาจาก "รายได้จากการดำเนินงานอื่น" ซึ่งมีความผันผวนสูง และเอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดที่ชัดเจนถึงที่มา หากรายได้ส่วนนี้เป็นรายการพิเศษหรือเกิดจากความผันผวนของเครื่องมือทางการเงิน อาจไม่สามารถคาดหวังการเติบโตในลักษณะเดียวกันนี้ได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2565 ยังคงมีแรงกดดันจากการลดลงของกำไรจากเงินลงทุนและรายได้เงินปันผล รวมถึงการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาต่อไป ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q3/65 พุ่ง 109.6% QoQ สู่ 489.0 ล้านบาท** จาก 233.3 ล้านบาทใน Q2/65 * **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 65 ลดลง 29.8% YoY** เหลือ 1,234.0 ล้านบาท จาก 1,756.8 ล้านบาท * **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 9 เดือนแรกปี 65 เติบโต 12.6% YoY** สู่ 4,508.9 ล้านบาท * **NPL Ratio ลดลงเหลือ 2.51%** ณ สิ้น Q3/65 จาก 2.77% ณ สิ้นปี 64 * **Coverage Ratio อยู่ในระดับสูงที่ 206.9%** สะท้อนการตั้งสำรองอย่างระมัดระวัง * **สินทรัพย์รวมเติบโต 4.4% YTD สู่ 276,217.3 ล้านบาท** โดยสินเชื่อโต 10.7% YTD ## ภาพรวมผลประกอบการ ผลการดำเนินงานของ LHFG ในไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 489.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 109.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 3.8% และรายได้จากการดำเนินงานอื่นที่พุ่งสูงถึง 205.9% อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 กำไรสุทธิกลับลดลง 32.0% มาอยู่ที่ 489.0 ล้านบาท จาก 718.7 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของกำไรจากเงินลงทุน รายได้เงินปันผล และรายได้จากการดำเนินงานอื่น สำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,234.0 ล้านบาท ลดลง 29.8% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของกำไร (ขาดทุน) สุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน, กำไรจากเงินลงทุน และรายได้เงินปันผล ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่น และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ## โอกาส * **การเติบโตของสินเชื่อ:** สินทรัพย์รวมเติบโต 4.4% YTD โดยเฉพาะเงินให้สินเชื่อที่เติบโต 10.7% YTD ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อการสร้างรายได้ดอกเบี้ยในอนาคต * **การขยายฐานลูกค้า:** การมุ่งเน้นการให้บริการลูกค้าอย่างเหนือความคาดหมาย (Beyond Expectation) และการปรับภาพลักษณ์สาขาเป็น Advisory Branch รวมถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เป็นการสร้างโอกาสในการรักษาและขยายฐานลูกค้า * **ผลิตภัณฑ์ดิจิทัลและพันธมิตร:** การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น เงินฝากออมทรัพย์ดิจิทัล โปรฟิต และการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ เป็นกลยุทธ์ที่ตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป * **การสนับสนุนจาก CTBC:** การเติบโตของสินเชื่อกลุ่มลูกค้าไต้หวัน 63.8% YTD จากการสนับสนุนของ CTBC เป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย:** รายได้จากการดำเนินงานอื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 3 อาจเกิดจากปัจจัยชั่วคราวหรือความผันผวนของตลาด ซึ่งอาจส่งผลต่อความสม่ำเสมอของกำไร * **ภาวะเศรษฐกิจมหภาค:** ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ค่าครองชีพและต้นทุนสูงขึ้น ปัญหาความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน และการดำเนินนโยบายการเงินที่ตึงตัว อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพสินทรัพย์และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า * **การตั้งสำรอง:** แม้ NPL Ratio จะลดลง แต่ธนาคารยังคงตั้งสำรองค่าใช้จ่ายผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างระมัดระวัง เพื่อรองรับการขยายตัวของสินเชื่อและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือลูกค้า ซึ่งอาจกดดันผลกำไรในอนาคต * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ยังคงเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง ทั้งจากธนาคารพาณิชย์ด้วยกันเองและผู้ให้บริการทางการเงินรายใหม่ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ที่มาและความยั่งยืนของรายได้จากการดำเนินงานอื่น:** ตรวจสอบว่าการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญใน Q3/65 เป็นผลจากปัจจัยชั่วคราวหรือมีแนวโน้มต่อเนื่อง * **คุณภาพสินทรัพย์:** ติดตามแนวโน้ม NPL Ratio และการตั้งสำรอง โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่ยังเปราะบางจากภาวะเศรษฐกิจ * **การเติบโตของสินเชื่อ:** ประเมินทิศทางการเติบโตของสินเชื่อ โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าไต้หวัน และการขยายตัวของสินเชื่อ SME และรายย่อย * **ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น:** วิเคราะห์ผลกระทบต่อ NIM และต้นทุนทางการเงินของธนาคาร * **กลยุทธ์ดิจิทัลและการสร้างพันธมิตร:** ประเมินความสำเร็จในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่และขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัล ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) **ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน):** * **กำไรสุทธิ Q3/65 เติบโต 241.3% QoQ** สู่ 342.0 ล้านบาท จาก 100.2 ล้านบาทใน Q2/65 โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้จากการดำเนินงานอื่นที่เพิ่มขึ้น 176.5% และการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 29.1% * **NIM งวด 9 เดือนแรกปี 65 เพิ่มขึ้นเป็น 2.39%** จาก 2.28% ในปีก่อน * **สินเชื่อรวมเติบโต 7.5% YTD** สู่ 225,399.8 ล้านบาท โดยสินเชื่อ SME และสินเชื่อรายย่อยมีการเติบโตที่โดดเด่นถึง 17.9% และ 28.9% ตามลำดับ * **NPL Ratio ณ สิ้น Q3/65 อยู่ที่ 2.36%** ลดลงจาก 2.44% ณ สิ้นปี 64 * **Coverage Ratio อยู่ที่ 206.93%** * **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นเพิ่มขึ้น 13.8% YTD** ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน **บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน):** * **กำไรสุทธิ Q3/65 เพิ่มขึ้น 5.6% QoQ** สู่ 64.2 ล้านบาท แต่ลดลง 15.6% YoY * **รายได้รวม Q3/65 ลดลง 8.8% YoY** สู่ 152.8 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของรายได้ค่านายหน้า 28.8% * **รายได้ที่นอกเหนือจากค่านายหน้าเพิ่มขึ้น 3.4% YoY** สู่ 107.7 ล้านบาท * **ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.3% YoY** สู่ 79.4 ล้านบาท **บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด:** * **กำไรสุทธิ Q3/65 ลดลง 5.0% QoQ** สู่ 22.9 ล้านบาท และลดลง 31.8% YoY * **รายได้รวม Q3/65 ลดลง 27.5% YoY** สู่ 110.7 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ 28.4% * **มูลค่าสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) ลดลง 11.0% YTD** สู่ 56,719.0 ล้านบาท แม้จำนวนกองทุนจะเพิ่มขึ้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด **ภาพรวมกลุ่ม LHFG:** * **สินทรัพย์รวม ณ สิ้น Q3/65 เพิ่มขึ้น 4.4% YTD** สู่ 276,217.3 ล้านบาท โดยมีเงินให้สินเชื่อสุทธิ 190,206.3 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 10.7% YTD) และเงินลงทุนสุทธิ 54,497.4 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 1.8% YTD) * **หนี้สินรวม ณ สิ้น Q3/65 เพิ่มขึ้น 6.1% YTD** สู่ 240,363.5 ล้านบาท โดยมีเงินรับฝาก 210,346.1 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 9.3% YTD) * **ส่วนของเจ้าของรวม ณ สิ้น Q3/65 ลดลง 6.1% YTD** สู่ 35,853.8 ล้านบาท **ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์:** * **สินทรัพย์รวม ณ สิ้น Q3/65 เพิ่มขึ้น 7.7% YTD** สู่ 270,926.1 ล้านบาท โดยเงินให้สินเชื่อสุทธิ 192,664.1 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 13.2% YTD) * **หนี้สินรวม ณ สิ้น Q3/65 เพิ่มขึ้น 9.3% YTD** สู่ 236,555.4 ล้านบาท โดยมีเงินรับฝาก 210,359.6 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 9.3% YTD) * **ส่วนของเจ้าของรวม ณ สิ้น Q3/65 ลดลง 2.1% YTD** สู่ 34,370.7 ล้านบาท * **อัตราเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) อยู่ที่ 15.943%** ลดลงจาก 18.357% ณ สิ้นปี 64 แต่ยังสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธปท. ## สรุปท้าย LHFG ในไตรมาส 3 ปี 2565 สามารถพลิกฟื้นกำไรสุทธิให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เติบโตจากการขยายตัวของสินเชื่อ และการลดลงของต้นทุนทางการเงิน อย่างไรก็ตาม การเติบโตที่โดดเด่นในไตรมาสนี้ยังได้รับแรงหนุนจากรายได้จากการดำเนินงานอื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งต้องจับตาดูความยั่งยืนของปัจจัยนี้ ในขณะที่ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2565 ยังคงเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกและการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าคุณภาพสินทรัพย์จะปรับตัวดีขึ้นก็ตาม การบริหารจัดการความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจมหภาคและการรักษาความสามารถในการทำกำไรจากธุรกิจหลักจะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการของกลุ่มบริษัทต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LHFG ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,199.83 ล้านบาท
↑ 7% YoY
กำไรขั้นต้น
8,079.31 ล้านบาท
↑ 4.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
367.27 %
กำไรสุทธิ
714.47 ล้านบาท
↑ 23.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
32.48 %
D/E Ratio
8.34
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,200
↑ + 7% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
8,079
↑ + 4.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
714
↑ + 23.9% YoY
D/E Ratio
8.34

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LHFG

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
2,199.83
+6.99%
2,056.19
-4.04%
2,142.84
-0.50%
2,153.56
+11.37%
1,933.65
+8.64%
1,779.85
-6.91%
กำไรขั้นต้น
8,079.31
+4.79%
7,709.82
-0.41%
7,741.73
+10.58%
7,001.06
+13.27%
6,180.69
+9.88%
5,624.92
-4.43%
ค่าใช้จ่ายรวม
681.06
+7.61%
632.87
+10.55%
572.45
+7.62%
531.90
+3.29%
514.93
-2.94%
530.54
+28.22%
กำไรสุทธิ
714.47
+23.92%
576.57
+63.93%
351.71
+2.02%
344.75
+192.42%
-373.04
-282.66%
204.23
-76.79%
กำไรต่อหุ้น
0.03
+25.93%
0.03
+58.82%
0.02
+6.25%
0.02
+188.89%
-0.02
-280.00%
0.01
-76.19%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
367.27
-2.05%
374.96
+3.79%
361.28
+11.13%
325.09
+1.71%
319.64
+1.14%
316.03
+2.66%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
30.96
+0.58%
30.78
+15.24%
26.71
+8.14%
24.70
-7.25%
26.63
-10.67%
29.81
+37.75%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
32.48
+15.83%
28.04
+70.87%
16.41
+2.50%
16.01
+183.00%
-19.29
-268.18%
11.47
-75.08%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-259.55
-2,064.80%
13.21
+160.82%
-21.72
0.00
+100.00%
-254.99
-130.58%
833.92
+434.16%
ROE(%)
7.09
+29.14%
5.49
-4.69%
5.76
+36.82%
4.21
+16.94%
3.60
-30.23%
5.16
+4.45%
ROA(%)
2.74
+3.01%
2.66
+14.66%
2.32
+50.65%
1.54
+1.32%
1.52
-33.33%
2.28
-15.87%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
8.34
+4.51%
7.98
-0.13%
7.99
+11.28%
7.18
+21.08%
5.93
+8.81%
5.45
-25.34%
P/E
7.27
-19.85%
9.07
-10.55%
10.14
-66.49%
30.26
+107.54%
14.58
+81.34%
8.04
-13.83%
P/BV
0.44
+2.33%
0.43
-28.33%
0.60
-17.81%
0.73
-1.35%
0.74
+29.82%
0.57
-17.39%
BV
2.06
+13.19%
1.82
+8.98%
1.67
-1.18%
1.69
-6.63%
1.81
-2.16%
1.85
-6.57%
YIELD(%)
3.33
-13.51%
3.85
+285.00%
1.00
-69.14%
3.24
+10.20%
2.94
-61.62%
7.66
+30.27%
ราคาหุ้น
0.90
+15.38%
0.78
-22.00%
1.00
-18.70%
1.23
-8.89%
1.35
+28.57%
1.05
-22.79%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
8.34
ROE (%)
7.09
ROA (%)
2.74
Book Value/หุ้น
1.98

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LHFG

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์
398,811.03
+14.98%
346,862.62
+7.28%
323,322.54
+7.22%
301,556.48
+13.95%
264,636.20
+6.15%
249,311.66
+3.56%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน
356,094.32
+15.53%
308,218.81
+7.26%
287,361.68
+8.57%
264,685.90
+16.89%
226,437.68
+7.48%
210,680.70
+5.57%
รวมส่วนของเจ้าของ
42,716.71
+10.54%
38,643.81
+7.46%
35,960.86
-2.47%
36,870.59
-3.48%
38,198.52
-1.12%
38,630.96
-6.15%
D/E
8.34
7.98
7.99
7.18
5.93
5.45
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
7.09
5.49
5.76
4.21
3.60
5.16
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
2.74
2.66
2.32
1.54
1.52
2.28
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,962
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,413
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LHFG

รายการ 2569 2567 2566 2564
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-1,962.19
1,632.03
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
2,412.54
3,811.32
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-463.91
-5,526.98
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-13.56
-83.63
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
705.07
-1.79%
801.52
-51.00%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
691.51
-1.92%
717.88
-10.43%