LHFG
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
LHFG
บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
1.24
+0.00 (+0.00%)

สรุปสั้น

กำไรที่ปรับตัวลดลง เกิดจากช่วง Q4/64 ขาดทุนสุทธิจํานวน 373.0 ล้านบาท เป็นผลจากการลดลงของรายได้เงินปันผลร้อยละ 58.0 และการเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิต ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นร้อยละ 85.9 แต่ ลดลงร้อยละ 282.7 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4 ของปี 2563 ซึ่งเมื่อ CTBC เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เมื่อเดือนกันยายน 2564 ทําให้บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) เป็นบริษัทย่อย ของ CTBC ซึ่ง CTBC เห็นว่าสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนายังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง จึงมีความเห็น ให้ธนาคารตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นจากจํานวน 1,738.0 ล้านบาท ในงวด 9 เดือน ของปี 2564 เป็น 3,283.8 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 เพื่อสร้างความมั่นใจในการดําเนินกลยุทธ์ในปี 2565 ซึ่งธนาคารจะเร่งขยายธุรกิจและขยายสินเชื่อรายย่อยเพิ่มขึ้น โดยในไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ มีจํานวน 1,435.6 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4.5 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 โดยเป็นการลดลงของรายได้ดอกเบี้ย และเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.3 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4 ของปี 2563 โดยรายได้ดอกเบี้ย มีจํานวน 1,985.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.3 และ ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย มีจํานวน 549.6 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 19.6 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4 ของปี 2563

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=20752 out_tok=3651 at=2026-07-25T20:35:57 --> # LHFG กำไร Q3/65 พลิกโตแรง 109.6% QoQ รับรายได้ดอกเบี้ยสุทธิหนุน ## รายได้ดอกเบี้ยสุทธิขยายตัวต่อเนื่อง หนุนกำไร LHFG พลิกฟื้น QoQ ขณะที่ NPL ลดลง บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ LHFG รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 489.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 109.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ ขณะที่ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2565 กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,234.0 ล้านบาท ลดลง 29.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของกำไรจากเงินลงทุนและรายได้เงินปันผล รวมถึงการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ LHFG ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมาเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 109.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า มาจาก **การเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ** ซึ่งเติบโต 3.8% QoQ โดยมีรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 6.2% ขณะที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 12.8% นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนจาก **รายได้จากการดำเนินงานอื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 205.9% QoQ** แม้ว่ากำไรสุทธิโดยรวมสำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2565 จะลดลง 29.8% YoY เนื่องจากการลดลงของกำไรจากเงินลงทุนและรายได้เงินปันผล รวมถึงการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 เป็นผลมาจากการขยายตัวของสินเชื่อที่เติบโต 10.7% YTD โดยเฉพาะสินเชื่อกลุ่มลูกค้าไต้หวันที่มีการเติบโตสูงถึง 63.8% YTD ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก CTBC นอกจากนี้ ธนาคารยังได้รับประโยชน์จากการส่งผ่านผลประโยชน์จากการลดอัตราเงินนำส่งเข้าบัญชีสะสมเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ชดใช้ความเสียหายของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) จาก 0.46% เหลือ 0.23% ต่อปี ซึ่งช่วยลดต้นทุนทางการเงินลงได้ ส่วนรายได้จากการดำเนินงานอื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมากนั้น เอกสารไม่ได้ระบุสาเหตุหลักที่ชัดเจน แต่เมื่อพิจารณาจากตารางผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท พบว่ามีรายการ "กำไร (ขาดทุน) สุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน" ที่พลิกจากขาดทุน 13.8 ล้านบาทในไตรมาส 2 มาเป็นกำไร 25.7 ล้านบาทในไตรมาส 3 ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของรายได้ที่เพิ่มขึ้นนี้ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะเติบโตต่อเนื่องจากสินเชื่อที่ขยายตัว แต่ปัจจัยที่ส่งผลให้กำไรสุทธิพลิกโตแรงในไตรมาส 3 มาจาก "รายได้จากการดำเนินงานอื่น" ซึ่งมีความผันผวนสูง และเอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดที่ชัดเจนถึงที่มา หากรายได้ส่วนนี้เป็นรายการพิเศษหรือเกิดจากความผันผวนของเครื่องมือทางการเงิน อาจไม่สามารถคาดหวังการเติบโตในลักษณะเดียวกันนี้ได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2565 ยังคงมีแรงกดดันจากการลดลงของกำไรจากเงินลงทุนและรายได้เงินปันผล รวมถึงการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาต่อไป ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q3/65 พุ่ง 109.6% QoQ สู่ 489.0 ล้านบาท** จาก 233.3 ล้านบาทใน Q2/65 * **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 65 ลดลง 29.8% YoY** เหลือ 1,234.0 ล้านบาท จาก 1,756.8 ล้านบาท * **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 9 เดือนแรกปี 65 เติบโต 12.6% YoY** สู่ 4,508.9 ล้านบาท * **NPL Ratio ลดลงเหลือ 2.51%** ณ สิ้น Q3/65 จาก 2.77% ณ สิ้นปี 64 * **Coverage Ratio อยู่ในระดับสูงที่ 206.9%** สะท้อนการตั้งสำรองอย่างระมัดระวัง * **สินทรัพย์รวมเติบโต 4.4% YTD สู่ 276,217.3 ล้านบาท** โดยสินเชื่อโต 10.7% YTD ## ภาพรวมผลประกอบการ ผลการดำเนินงานของ LHFG ในไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 489.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 109.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 3.8% และรายได้จากการดำเนินงานอื่นที่พุ่งสูงถึง 205.9% อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 กำไรสุทธิกลับลดลง 32.0% มาอยู่ที่ 489.0 ล้านบาท จาก 718.7 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของกำไรจากเงินลงทุน รายได้เงินปันผล และรายได้จากการดำเนินงานอื่น สำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,234.0 ล้านบาท ลดลง 29.8% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของกำไร (ขาดทุน) สุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน, กำไรจากเงินลงทุน และรายได้เงินปันผล ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่น และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ## โอกาส * **การเติบโตของสินเชื่อ:** สินทรัพย์รวมเติบโต 4.4% YTD โดยเฉพาะเงินให้สินเชื่อที่เติบโต 10.7% YTD ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อการสร้างรายได้ดอกเบี้ยในอนาคต * **การขยายฐานลูกค้า:** การมุ่งเน้นการให้บริการลูกค้าอย่างเหนือความคาดหมาย (Beyond Expectation) และการปรับภาพลักษณ์สาขาเป็น Advisory Branch รวมถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เป็นการสร้างโอกาสในการรักษาและขยายฐานลูกค้า * **ผลิตภัณฑ์ดิจิทัลและพันธมิตร:** การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น เงินฝากออมทรัพย์ดิจิทัล โปรฟิต และการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ เป็นกลยุทธ์ที่ตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป * **การสนับสนุนจาก CTBC:** การเติบโตของสินเชื่อกลุ่มลูกค้าไต้หวัน 63.8% YTD จากการสนับสนุนของ CTBC เป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย:** รายได้จากการดำเนินงานอื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 3 อาจเกิดจากปัจจัยชั่วคราวหรือความผันผวนของตลาด ซึ่งอาจส่งผลต่อความสม่ำเสมอของกำไร * **ภาวะเศรษฐกิจมหภาค:** ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ค่าครองชีพและต้นทุนสูงขึ้น ปัญหาความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน และการดำเนินนโยบายการเงินที่ตึงตัว อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพสินทรัพย์และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า * **การตั้งสำรอง:** แม้ NPL Ratio จะลดลง แต่ธนาคารยังคงตั้งสำรองค่าใช้จ่ายผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างระมัดระวัง เพื่อรองรับการขยายตัวของสินเชื่อและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือลูกค้า ซึ่งอาจกดดันผลกำไรในอนาคต * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ยังคงเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง ทั้งจากธนาคารพาณิชย์ด้วยกันเองและผู้ให้บริการทางการเงินรายใหม่ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ที่มาและความยั่งยืนของรายได้จากการดำเนินงานอื่น:** ตรวจสอบว่าการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญใน Q3/65 เป็นผลจากปัจจัยชั่วคราวหรือมีแนวโน้มต่อเนื่อง * **คุณภาพสินทรัพย์:** ติดตามแนวโน้ม NPL Ratio และการตั้งสำรอง โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่ยังเปราะบางจากภาวะเศรษฐกิจ * **การเติบโตของสินเชื่อ:** ประเมินทิศทางการเติบโตของสินเชื่อ โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าไต้หวัน และการขยายตัวของสินเชื่อ SME และรายย่อย * **ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น:** วิเคราะห์ผลกระทบต่อ NIM และต้นทุนทางการเงินของธนาคาร * **กลยุทธ์ดิจิทัลและการสร้างพันธมิตร:** ประเมินความสำเร็จในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่และขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัล ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) **ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน):** * **กำไรสุทธิ Q3/65 เติบโต 241.3% QoQ** สู่ 342.0 ล้านบาท จาก 100.2 ล้านบาทใน Q2/65 โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้จากการดำเนินงานอื่นที่เพิ่มขึ้น 176.5% และการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 29.1% * **NIM งวด 9 เดือนแรกปี 65 เพิ่มขึ้นเป็น 2.39%** จาก 2.28% ในปีก่อน * **สินเชื่อรวมเติบโต 7.5% YTD** สู่ 225,399.8 ล้านบาท โดยสินเชื่อ SME และสินเชื่อรายย่อยมีการเติบโตที่โดดเด่นถึง 17.9% และ 28.9% ตามลำดับ * **NPL Ratio ณ สิ้น Q3/65 อยู่ที่ 2.36%** ลดลงจาก 2.44% ณ สิ้นปี 64 * **Coverage Ratio อยู่ที่ 206.93%** * **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นเพิ่มขึ้น 13.8% YTD** ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน **บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน):** * **กำไรสุทธิ Q3/65 เพิ่มขึ้น 5.6% QoQ** สู่ 64.2 ล้านบาท แต่ลดลง 15.6% YoY * **รายได้รวม Q3/65 ลดลง 8.8% YoY** สู่ 152.8 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของรายได้ค่านายหน้า 28.8% * **รายได้ที่นอกเหนือจากค่านายหน้าเพิ่มขึ้น 3.4% YoY** สู่ 107.7 ล้านบาท * **ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.3% YoY** สู่ 79.4 ล้านบาท **บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด:** * **กำไรสุทธิ Q3/65 ลดลง 5.0% QoQ** สู่ 22.9 ล้านบาท และลดลง 31.8% YoY * **รายได้รวม Q3/65 ลดลง 27.5% YoY** สู่ 110.7 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ 28.4% * **มูลค่าสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) ลดลง 11.0% YTD** สู่ 56,719.0 ล้านบาท แม้จำนวนกองทุนจะเพิ่มขึ้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด **ภาพรวมกลุ่ม LHFG:** * **สินทรัพย์รวม ณ สิ้น Q3/65 เพิ่มขึ้น 4.4% YTD** สู่ 276,217.3 ล้านบาท โดยมีเงินให้สินเชื่อสุทธิ 190,206.3 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 10.7% YTD) และเงินลงทุนสุทธิ 54,497.4 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 1.8% YTD) * **หนี้สินรวม ณ สิ้น Q3/65 เพิ่มขึ้น 6.1% YTD** สู่ 240,363.5 ล้านบาท โดยมีเงินรับฝาก 210,346.1 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 9.3% YTD) * **ส่วนของเจ้าของรวม ณ สิ้น Q3/65 ลดลง 6.1% YTD** สู่ 35,853.8 ล้านบาท **ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์:** * **สินทรัพย์รวม ณ สิ้น Q3/65 เพิ่มขึ้น 7.7% YTD** สู่ 270,926.1 ล้านบาท โดยเงินให้สินเชื่อสุทธิ 192,664.1 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 13.2% YTD) * **หนี้สินรวม ณ สิ้น Q3/65 เพิ่มขึ้น 9.3% YTD** สู่ 236,555.4 ล้านบาท โดยมีเงินรับฝาก 210,359.6 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 9.3% YTD) * **ส่วนของเจ้าของรวม ณ สิ้น Q3/65 ลดลง 2.1% YTD** สู่ 34,370.7 ล้านบาท * **อัตราเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) อยู่ที่ 15.943%** ลดลงจาก 18.357% ณ สิ้นปี 64 แต่ยังสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธปท. ## สรุปท้าย LHFG ในไตรมาส 3 ปี 2565 สามารถพลิกฟื้นกำไรสุทธิให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เติบโตจากการขยายตัวของสินเชื่อ และการลดลงของต้นทุนทางการเงิน อย่างไรก็ตาม การเติบโตที่โดดเด่นในไตรมาสนี้ยังได้รับแรงหนุนจากรายได้จากการดำเนินงานอื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งต้องจับตาดูความยั่งยืนของปัจจัยนี้ ในขณะที่ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2565 ยังคงเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกและการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าคุณภาพสินทรัพย์จะปรับตัวดีขึ้นก็ตาม การบริหารจัดการความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจมหภาคและการรักษาความสามารถในการทำกำไรจากธุรกิจหลักจะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการของกลุ่มบริษัทต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LHFG ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,199.83 ล้านบาท
↑ 7% YoY
กำไรขั้นต้น
8,079.31 ล้านบาท
↑ 4.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
367.27 %
กำไรสุทธิ
714.47 ล้านบาท
↑ 23.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
32.48 %
D/E Ratio
8.34
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,200
↑ + 7% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
8,079
↑ + 4.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
714
↑ + 23.9% YoY
D/E Ratio
8.34

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LHFG

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
2,199.83
+6.99%
2,056.19
-4.04%
2,142.84
-0.50%
2,153.56
+11.37%
1,933.65
+8.64%
1,779.85
-6.91%
กำไรขั้นต้น —
8,079.31
+4.79%
7,709.82
-0.41%
7,741.73
+10.58%
7,001.06
+13.27%
6,180.69
+9.88%
5,624.92
-4.43%
ค่าใช้จ่ายรวม —
681.06
+7.61%
632.87
+10.55%
572.45
+7.62%
531.90
+3.29%
514.93
-2.94%
530.54
+28.22%
กำไรสุทธิ —
714.47
+23.92%
576.57
+63.93%
351.71
+2.02%
344.75
+192.42%
-373.04
-282.66%
204.23
-76.79%
กำไรต่อหุ้น —
0.03
+25.93%
0.03
+58.82%
0.02
+6.25%
0.02
+188.89%
-0.02
-280.00%
0.01
-76.19%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
367.27
-2.05%
374.96
+3.79%
361.28
+11.13%
325.09
+1.71%
319.64
+1.14%
316.03
+2.66%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
30.96
+0.58%
30.78
+15.24%
26.71
+8.14%
24.70
-7.25%
26.63
-10.67%
29.81
+37.75%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
32.48
+15.83%
28.04
+70.87%
16.41
+2.50%
16.01
+183.00%
-19.29
-268.18%
11.47
-75.08%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-259.55
-2,064.80%
13.21
+160.82%
-21.72
0.00
+100.00%
-254.99
-130.58%
833.92
+434.16%
ROE(%) —
7.09
+29.14%
5.49
-4.69%
5.76
+36.82%
4.21
+16.94%
3.60
-30.23%
5.16
+4.45%
ROA(%) —
2.74
+3.01%
2.66
+14.66%
2.32
+50.65%
1.54
+1.32%
1.52
-33.33%
2.28
-15.87%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
8.34
+4.51%
7.98
-0.13%
7.99
+11.28%
7.18
+21.08%
5.93
+8.81%
5.45
-25.34%
P/E —
7.27
-19.85%
9.07
-10.55%
10.14
-66.49%
30.26
+107.54%
14.58
+81.34%
8.04
-13.83%
P/BV —
0.44
+2.33%
0.43
-28.33%
0.60
-17.81%
0.73
-1.35%
0.74
+29.82%
0.57
-17.39%
BV —
2.06
+13.19%
1.82
+8.98%
1.67
-1.18%
1.69
-6.63%
1.81
-2.16%
1.85
-6.57%
YIELD(%) —
3.33
-13.51%
3.85
+285.00%
1.00
-69.14%
3.24
+10.20%
2.94
-61.62%
7.66
+30.27%
ราคาหุ้น —
0.90
+15.38%
0.78
-22.00%
1.00
-18.70%
1.23
-8.89%
1.35
+28.57%
1.05
-22.79%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
8.34
ROE (%)
7.09
ROA (%)
2.74
Book Value/หุ้น
1.99

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LHFG

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ —
398,811.03
+14.98%
346,862.62
+7.28%
323,322.54
+7.22%
301,556.48
+13.95%
264,636.20
+6.15%
249,311.66
+3.56%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน —
356,094.32
+15.53%
308,218.81
+7.26%
287,361.68
+8.57%
264,685.90
+16.89%
226,437.68
+7.48%
210,680.70
+5.57%
รวมส่วนของเจ้าของ —
42,716.71
+10.54%
38,643.81
+7.46%
35,960.86
-2.47%
36,870.59
-3.48%
38,198.52
-1.12%
38,630.96
-6.15%
D/E —
8.34
7.98
7.99
7.18
5.93
5.45
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
7.09
5.49
5.76
4.21
3.60
5.16
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
2.74
2.66
2.32
1.54
1.52
2.28
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,962
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,413
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LHFG

รายการ 2569 2567 2566 2564
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน — —
-1,962.19
1,632.03
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน — —
2,412.54
3,811.32
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน — —
-463.91
-5,526.98
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) — —
-13.56
-83.63
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด — —
705.07
-1.79%
801.52
-51.00%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด — —
691.51
-1.92%
717.88
-10.43%