บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
1.24
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่ปรับตัวลดลง เกิดจากช่วง Q4/64 ขาดทุนสุทธิจํานวน 373.0 ล้านบาท เป็นผลจากการลดลงของรายได้เงินปันผลร้อยละ 58.0 และการเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิต ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นร้อยละ 85.9 แต่ ลดลงร้อยละ 282.7 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4 ของปี 2563
ซึ่งเมื่อ CTBC เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เมื่อเดือนกันยายน 2564 ทําให้บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) เป็นบริษัทย่อย ของ CTBC ซึ่ง CTBC เห็นว่าสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนายังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง จึงมีความเห็น ให้ธนาคารตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นจากจํานวน 1,738.0 ล้านบาท ในงวด 9 เดือน ของปี 2564 เป็น 3,283.8 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 เพื่อสร้างความมั่นใจในการดําเนินกลยุทธ์ในปี 2565 ซึ่งธนาคารจะเร่งขยายธุรกิจและขยายสินเชื่อรายย่อยเพิ่มขึ้น
โดยในไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ มีจํานวน 1,435.6 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4.5 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 โดยเป็นการลดลงของรายได้ดอกเบี้ย และเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.3 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4 ของปี 2563 โดยรายได้ดอกเบี้ย มีจํานวน 1,985.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.3 และ ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย มีจํานวน 549.6 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 19.6 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4 ของปี 2563
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-3.1-flash-lite in_tok=33827 out_tok=1825 at=2026-10-21T11:24:04 -->
# LHFG กำไร Q3/2569 แตะ 808.4 ล้านบาท โต 16.1% QoQ รับอานิสงส์กำไรจากเครื่องมือทางการเงินและสำรองลดลง
## รายได้ดอกเบี้ยสุทธิขยายตัวต่อเนื่องหนุนผลงานรายไตรมาส ขณะที่ธุรกิจหลักทรัพย์และจัดการกองทุนปรับตัวตามภาวะตลาด
บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ LHFG รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 3 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 808.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.1% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการเพิ่มขึ้นของกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรม และการตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่ลดลง แม้ว่ากำไรสุทธิจะปรับตัวลดลง 12.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จากปัจจัยด้านกำไรจากเงินลงทุนที่ลดลงก็ตาม ทั้งนี้ ทิศทางผลประกอบการยังคงต้องติดตามความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและคุณภาพสินเชื่อของกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญของกำไรสุทธิที่ปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสนี้ คือการบริหารจัดการพอร์ตเครื่องมือทางการเงินและประสิทธิภาพในการควบคุมผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL)
**1) หัวใจคืออะไร**
ปัจจัยหลักที่ผลักดันกำไร QoQ คือ "กำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน" ที่เพิ่มขึ้นถึง 44.4% QoQ มาอยู่ที่ 126.2 ล้านบาท ประกอบกับการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ซึ่งลดลง 40.2% QoQ เหลือ 218.4 ล้านบาท ซึ่งช่วยชดเชยรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลง 14.7% QoQ จากกำไรเงินลงทุนที่ลดลงได้
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
การเพิ่มขึ้นของกำไรจากเครื่องมือทางการเงินสะท้อนถึงการบริหารจัดการพอร์ตลงทุนที่สอดคล้องกับสภาวะตลาดในขณะนั้น ส่วนการลดลงของ ECL เป็นผลมาจากการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นในไตรมาสนี้ อย่างไรก็ตาม รายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังคงเติบโตได้ 3.0% QoQ จากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ โดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อรายย่อยที่เติบโตต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
ปัจจัยด้านกำไรจากเครื่องมือทางการเงินมีลักษณะเป็นรายการที่ผันผวนตามสภาวะตลาด (Market-to-market) จึงมีโอกาสเป็นลักษณะครั้งคราวมากกว่าต่อเนื่อง ส่วนการลดลงของ ECL นั้น ฝ่ายจัดการระบุว่ายังคงต้องติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ SMEs และครัวเรือนกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจยังมีความเปราะบางและมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและมาตรการกีดกันทางการค้า
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ:** ไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 808.4 ล้านบาท (+16.1% QoQ, -12.6% YoY)
* **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ:** เติบโตต่อเนื่องที่ 1,976.3 ล้านบาท (+3.0% QoQ, +13.8% YoY)
* **สินเชื่อรวม:** พอร์ตสินเชื่อเติบโต 9.3% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 โดยสินเชื่อรายย่อยโตเด่น 15.2%
* **คุณภาพสินทรัพย์:** อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) ของธนาคารอยู่ที่ 140.8%
* **เงินกองทุน:** อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) อยู่ที่ 15.776% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของ ธปท.
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนปี 2569 มีกำไรสุทธิ 2,347.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.8% YoY โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 11.6% และกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## โอกาส
* การขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจระหว่างประเทศที่เติบโต 53.9% และรายได้ค่าธรรมเนียม Trade Finance ที่เพิ่มขึ้นกว่า 107.2% จากเครือข่าย CTBC
* ธุรกิจ Wealth Management เติบโต 82.9% จากการเปิดตัวกองทุนธีมเฉพาะ (Unique Thematic Funds) เช่น AI Infrastructure
* การสนับสนุนจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายช่วยบรรเทาภาระต้นทุนทางการเงินของลูกค้า
## ความเสี่ยง
* ภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำสร้างแรงกดดันต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM)
* ความเปราะบางของธุรกิจ SMEs และครัวเรือนที่ฟื้นตัวช้า
* การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากการเข้าสู่ตลาดของ Virtual Bank
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
1. คุณภาพสินเชื่อของกลุ่ม SMEs และครัวเรือนเปราะบาง
2. ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อราคาพลังงานและเงินเฟ้อ
3. ความผันผวนของตลาดทุนที่กระทบต่อรายได้จากเครื่องมือทางการเงิน
4. การแข่งขันด้านราคาในกลุ่มลูกค้าคุณภาพสูง
5. ความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศที่อาจกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่มธุรกิจการเงิน)
ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH Bank) มี NIM งวด 9 เดือนอยู่ที่ 1.90% ลดลงจาก 2.01% ในปีก่อนหน้า สะท้อนความท้าทายด้านส่วนต่างดอกเบี้ย ในขณะที่ธุรกิจหลักทรัพย์ (LHSEC) มีกำไรสุทธิไตรมาส 3 ที่ 30.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 373.8% QoQ จากรายได้ค่านายหน้าที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ ส่วนธุรกิจจัดการกองทุน (LH Fund) มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหารจัดการ 74,387.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.9% จากสิ้นปี 2568
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
สินทรัพย์รวม ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 443,074.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.1% จากสิ้นปี 2568 โดยสินเชื่อสุทธิคิดเป็น 67.9% ของสินทรัพย์รวม ด้านหนี้สินส่วนใหญ่เป็นเงินรับฝาก คิดเป็น 81.4% ของหนี้สินรวม ซึ่งเพิ่มขึ้น 2.9% จากสิ้นปี 2568
## สรุปท้าย
LHFG แสดงความสามารถในการทำกำไรที่ฟื้นตัวได้ดีในไตรมาส 3/2569 จากการบริหารจัดการพอร์ตการเงินและควบคุม ECL ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ภาพรวมรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะเติบโตได้ดีตามการขยายตัวของสินเชื่อ แต่ความท้าทายจาก NIM ที่ลดลงและความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ของกลุ่มเปราะบางยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในระยะถัดไป ควบคู่ไปกับการรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตของสินเชื่อและการบริหารความเสี่ยงในภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LHFG ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,199.83
ล้านบาท
↑ 7% YoY
กำไรขั้นต้น
8,079.31
ล้านบาท
↑ 4.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
367.27
%
กำไรสุทธิ
714.47
ล้านบาท
↑ 23.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
32.48
%
D/E Ratio
8.34
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,200
↑ + 7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
8,079
↑ + 4.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
714
↑ + 23.9%
YoY
D/E Ratio
8.34
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LHFG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
8.34
ROE (%)
7.09
ROA (%)
2.74
Book Value/หุ้น
1.99
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LHFG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,962
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,413
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LHFG
| รายการ | 2569 | 2567 | 2566 | 2564 |
|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
-1,962.19
|
1,632.03
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
2,412.54
|
3,811.32
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
-463.91
|
-5,526.98
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
-13.56
|
-83.63
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
705.07
-1.79%
|
801.52
-51.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
691.51
-1.92%
|
717.88
-10.43%
|