GPSC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
GPSC
บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
51.75
0.50 (0.96%)

สรุปสั้น

กำไรที่ลดลงโดยหลักเกิดจากกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ลดลง จากราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ทําให้ margin จากการขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง โดยมีปริมาณการจําหน่ายไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมคงที่ ปริมาณการ จําหน่ายไอน้ําให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่ปริมาณการจําหน่ายไฟฟ้าให้ กฟผ. ลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ผลการดําเนินงานในส่วนของโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) เพิ่มขึ้นจากรายได้ค่าพลังงานไฟฟ้า (EP) ตามปริมาณการจําหน่ายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับแผนการเรียกรับไฟฟ้าของ กฟผ. และการจัดการการผลิตโดยใช้เชื้อเพลิงน้ํามันดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติ ทําให้ margin จากการ ขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับในไตรมาส 1 ปี 2565

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=35631 out_tok=3634 at=2026-07-25T16:05:06 --> # GPSC กำไรสุทธิ Q4/65 พลิกขาดทุน 436 ล้านบาท ต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่งกดดันมาร์จิ้น ## รายได้-กำไร Q4/65 หดตัวแรง YoY รับต้นทุนก๊าซ-ถ่านหินพุ่งสูง ขณะที่ กฟผ. สั่งเดินเครื่อง IPP ช่วยพยุง บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 436 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 1,168 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง ประกอบกับปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำที่ลดลงจากการหยุดซ่อมบำรุงของลูกค้าอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายไฟฟ้าในส่วนของโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) ตามแผนการเรียกรับไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติ ช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ GPSC ในไตรมาส 4 ปี 2565 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 436 ล้านบาท (YoY -137%) และมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (YoY -137%) มาจาก **แรงกดดันด้านต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ลดลงจาก 18% ใน Q4/64 เหลือเพียง 7% ใน Q4/65** นอกจากนี้ ปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมยังลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยลบเพิ่มเติม ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ ประกอบกับความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดประเทศ ส่งผลให้ราคาพลังงานและสินค้าหลายประเภทปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะต้นทุนเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ของ GPSC ทำให้ **margin จากการขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** แม้ว่าคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จะประกาศขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่า Ft) ในช่วงปลายปี 2565 แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ การหยุดซ่อมบำรุงของลูกค้าอุตสาหกรรมในช่วงไตรมาส 4 ปี 2565 ยังส่งผลให้ปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยลบเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม **โรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น** โดยมีปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับแผนการเรียกรับไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการผลิตโดยใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติ ทำให้ margin จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากส่วน SPP ได้บางส่วน ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว โดยมีแนวโน้มดีขึ้นในระยะสั้นถึงกลาง** จากเอกสารระบุว่า **ต้นทุนก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ยังคงสูงขึ้น** แม้ค่า Ft จะปรับเพิ่มขึ้นแล้วก็ตาม ซึ่งบ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านต้นทุนยังคงมีอยู่ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้กล่าวถึงการบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต (Optimization) รวมถึงการผลิตไฟฟ้าโดยใช้โรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำเป็นลำดับแรก (merit order) เพื่อลดต้นทุนการผลิตให้ได้มากที่สุด และการติดตามการเคลื่อนไหวราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ การปรับขึ้นค่า Ft สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทอื่นๆ (ที่ไม่ใช่ประเภทบ้านอยู่อาศัย) ในงวดเดือนมกราคม-เมษายน 2566 ที่ 1.5492 บาทต่อหน่วย ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นจากงวดก่อนหน้า 61.49 สตางค์ต่อหน่วย จะช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นได้ในระดับหนึ่ง สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2566 คาดว่าจะขยายตัว 3.7% โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน แต่ภาคการส่งออกจะชะลอตัวลง ซึ่งอาจส่งผลต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าของภาคอุตสาหกรรม โดยรวมแล้ว แม้ต้นทุนเชื้อเพลิงจะยังเป็นปัจจัยกดดัน แต่การปรับขึ้นค่า Ft และการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทฯ ประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อาจช่วยให้ผลประกอบการมีแนวโน้มดีขึ้นในระยะสั้นถึงกลาง อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลกและนโยบายพลังงานของภาครัฐอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **ขาดทุนสุทธิ 436 ล้านบาทใน Q4/65:** พลิกจากกำไร 1,168 ล้านบาทใน Q4/64 เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงสูงขึ้นและปริมาณขายลดลง * **กำไรขั้นต้นลดลง 37% YoY:** จาก 3,920 ล้านบาทใน Q4/64 เหลือ 2,484 ล้านบาทใน Q4/65 อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 18% เหลือ 7% * **ต้นทุนก๊าซธรรมชาติและถ่านหินพุ่งสูง:** เป็นปัจจัยหลักกดดันกำไรขั้นต้น โดยเฉพาะในส่วนของโรงไฟฟ้า SPP ที่ขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรม * **IPP ผลงานดีขึ้น:** ปริมาณขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นตามแผน กฟผ. และการใช้ดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติ ช่วยหนุนกำไรขั้นต้นในส่วนนี้ * **Synergy จากการควบรวม GLOW ทำได้ดี:** รับรู้ Synergy หลังภาษี 1,149 ล้านบาทใน Q4/65 จากการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าและโครงข่ายร่วมกัน * **การลงทุนในพลังงานสะอาดต่อเนื่อง:** ลงนาม Green Loan 185 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อขยายการลงทุนพลังงานสะอาด และเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในพอร์ต ## ภาพรวมผลประกอบการ **ไตรมาส 4 ปี 2565:** บริษัทฯ มีผลการดำเนินงานเป็นขาดทุนสุทธิ 436 ล้านบาท ลดลง 1,605 ล้านบาทเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2564 ที่มีกำไร 1,168 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ margin จากการขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง ประกอบกับปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง เนื่องจากการหยุดซ่อมบำรุงของลูกค้าอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานในส่วนของโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) เพิ่มขึ้นจากปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับแผนการเรียกรับไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการผลิตโดยใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติ ทำให้ margin จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2565 กำไรสุทธิลดลง 767 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากส่วนแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีลดลงตามฤดูกาล ประกอบกับปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำให้ลูกค้าอุตสาหกรรมลดลงตามการหยุดซ่อมบำรุงของลูกค้าอุตสาหกรรม และต้นทุนก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ยังคงสูงขึ้น ถึงแม้ว่าค่า Ft จะปรับเพิ่มขึ้นแล้วก็ตาม นอกจากนี้ บริษัทฯ รับรู้รายได้จากการเคลมประกันภัยโรงไฟฟ้าโกลว์พลังงานระยะที่ 5 บางส่วนในไตรมาสนี้ **ปี 2565:** กำไรสุทธิของบริษัทฯ มีจำนวน 891 ล้านบาท ลดลง 6,428 ล้านบาท หรือร้อยละ 88 จากปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากกำไรขั้นต้นของโรงไฟฟ้า SPP ลดลง 8,770 ล้านบาท เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ margin จากการขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง ในขณะที่ ค่า Ft ยังไม่สามารถปรับตัวได้ทันราคาต้นทุนเชื้อเพลิง ## โอกาส * **การลงทุนในพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน:** บริษัทฯ มีแผนเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมากกว่าร้อยละ 50 ในปี 2573 และได้ลงนาม Green Loan วงเงิน 185 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนการลงทุนดังกล่าว * **การพัฒนาโครงการใหม่ๆ:** มีการร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อศึกษาและลงทุนในโครงการพลังงานลมในประเทศ (กับ CIP) และการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อผลิตและจำหน่ายโมดูลแบตเตอรี่สำหรับระบบกักเก็บพลังงานและยานยนต์ไฟฟ้า (EV) (กับ Gotion) * **การเข้าร่วมโครงการ ERC Sandbox:** มุ่งเน้นนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อทดสอบเทคโนโลยีด้านพลังงานที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและความมั่นคงของระบบไฟฟ้า * **การปรับขึ้นค่า Ft:** การปรับขึ้นค่า Ft สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทอื่นๆ ในงวดเดือนมกราคม-เมษายน 2566 จะช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย:** คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2566 ขยายตัว 3.7% จากการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งอาจส่งผลดีต่อความต้องการใช้ไฟฟ้า ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง:** ราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ยังคงผันผวนสูง เป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง * **ความไม่แน่นอนของนโยบายพลังงาน:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือกฎระเบียบด้านพลังงานอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ * **การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก:** อาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย และความต้องการใช้ไฟฟ้าของภาคอุตสาหกรรม * **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาส 4 ปี 2565 จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ความผันผวนของค่าเงินบาทยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม * **การหยุดซ่อมบำรุงของลูกค้าอุตสาหกรรม:** ส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาเชื้อเพลิง (ก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน):** ติดตามการเคลื่อนไหวของราคาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นปัจจัยหลักต่อต้นทุนและกำไร * **การปรับขึ้นค่า Ft ในรอบถัดไป:** ประเมินผลกระทบต่อรายได้และกำไรของบริษัทฯ * **การดำเนินงานของโครงการลงทุนใหม่ๆ:** โดยเฉพาะโครงการพลังงานหมุนเวียนและธุรกิจแบตเตอรี่ EV * **การบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต:** ติดตามความคืบหน้าของมาตรการ Optimization และการผลิตตาม Merit Order * **ความต้องการใช้ไฟฟ้าของภาคอุตสาหกรรม:** สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการส่งออก ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) * **ราคา Commodity/ASP:** ราคาถ่านหินเฉลี่ยใน Q4/65 อยู่ที่ 242.3 USD/Ton JPU เพิ่มขึ้น 153% YoY และ 44% QoQ ขณะที่ราคาขายไฟฟ้าเฉลี่ยของ IPP เพิ่มขึ้น 85% YoY และ 9% QoQ ส่วน SPP ราคาขายไฟฟ้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 43% YoY และ 48% QoQ * **ปริมาณขาย-ผลิต:** ปริมาณขายไฟฟ้า IPP รวมเพิ่มขึ้น 19% YoY และ 27% QoQ ส่วน SPP รวมลดลง 0.3% YoY และ 10% QoQ * **ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนวัตถุดิบรวมของ IPP เพิ่มขึ้น 170% YoY และ 44% QoQ ส่วน SPP เพิ่มขึ้น 81% YoY และ 63% QoQ * **กำลังการผลิต:** กำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งรวม 13,407 MW (ณ 31 ธ.ค. 65) โดยมีโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 7 โครงการ กำลังการผลิตรวม 792 MW * **โครงการลงทุน:** มีความคืบหน้าโครงการ GLOW SPP2 Replacement (36.07%) และ SPP Replacement ระยะที่ 1 (97.49%) รวมถึงโครงการ Energy Recovery Unit (ERU) (87.06%) * **กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** การปรับขึ้นค่า Ft เป็นปัจจัยบวก ส่วนการบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงยังคงเป็นความท้าทาย ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นปี 2565 มีมูลค่า 288,810 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในบริษัทย่อย * **หนี้สินรวม:** ณ สิ้นปี 2565 มีมูลค่า 173,710 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้นปี 2565 มีมูลค่า 115,100 ล้านบาท ลดลง 2% จากปีก่อน เนื่องจากมีการจ่ายเงินปันผล * **หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย:** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 128,885 ล้านบาท * **กระแสเงินสด:** * **กิจกรรมดำเนินงาน:** ได้รับเงินสดสุทธิ 3,438 ล้านบาท * **กิจกรรมลงทุน:** ใช้เงินสดสุทธิ 14,092 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในบริษัทย่อยและสินทรัพย์ถาวร * **กิจกรรมจัดหาเงิน:** ได้รับเงินสดสุทธิ 11,601 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้ Green Loan และเงินกู้ยืมระยะยาว ## สรุปท้าย GPSC ในไตรมาส 4 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ผลประกอบการพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ แม้ว่าการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า IPP และการบริหารจัดการ Synergy จะช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นค่า Ft และแนวโน้มเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาเพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป โดยบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นโอกาสในการเติบโตในระยะยาว.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GPSC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
-44,553.10 ล้านบาท
↓ 294.5% YoY
กำไรขั้นต้น
-5,793.68 ล้านบาท
↓ 311.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.00 %
กำไรสุทธิ
-3,159.29 ล้านบาท
↓ 416% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.09 %
D/E Ratio
1.25
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-44,553
↓ -294.5% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-5,794
↓ -311.5% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3,159
↓ -416% YoY
D/E Ratio
1.25

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GPSC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
-44,553.10
-294.46%
22,911.21
+18.94%
19,262.86
-45.70%
35,476.08
+49.47%
23,735.06
+36.82%
17,347.11
-7.83%
กำไรขั้นต้น
-5,793.68
-311.51%
2,739.14
+42.60%
1,920.80
+447.14%
351.06
-79.90%
1,746.37
-39.91%
2,906.07
+14.80%
ค่าใช้จ่ายรวม
-1,184.98
-216.27%
1,019.12
+5.15%
969.20
-4.04%
1,009.97
-31.93%
1,483.74
+146.74%
601.34
-6.86%
กำไรสุทธิ
-3,159.29
-416.00%
999.77
+109.26%
477.75
+209.47%
-436.41
-137.36%
1,168.24
-19.87%
1,457.88
+27.37%
กำไรต่อหุ้น
-1.12
-415.49%
0.36
+110.06%
0.17
+209.03%
-0.16
-137.44%
0.41
-19.92%
0.52
+27.34%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
450.85
+532.06%
-104.35
-82.37%
-57.22
-114.28%
400.64
+162.03%
152.90
-61.51%
397.23
+4.29%
ROE(%)
6.04
+58.95%
3.80
+8.57%
3.50
+316.67%
0.84
-87.88%
6.93
-5.97%
7.37
+93.95%
ROA(%)
4.70
+23.04%
3.82
+2.69%
3.72
+93.75%
1.92
-60.74%
4.89
-7.91%
5.31
+39.01%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
1.27
-10.56%
1.42
+0.71%
1.41
-6.62%
1.51
+16.15%
1.30
+0.78%
1.29
-9.15%
P/E
17.20
-43.53%
30.46
-38.08%
49.19
-40.35%
82.46
+150.71%
32.89
+13.81%
28.90
-59.34%
P/BV
0.94
-7.84%
1.02
-19.69%
1.27
-33.85%
1.92
-18.99%
2.37
+15.05%
2.06
-76.16%
BV
38.49
+2.80%
37.44
-2.02%
38.21
+0.42%
38.05
+1.74%
37.40
+4.24%
35.88
+91.97%
YIELD(%)
2.50
+29.53%
1.93
+87.38%
1.03
-49.76%
2.05
+21.30%
1.69
+17.36%
1.44
+87.01%
ราคาหุ้น
36.00
-5.88%
38.25
-21.13%
48.50
-33.56%
73.00
-17.75%
88.75
+20.34%
73.75
-13.99%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
13.00
+8.70%
11.96
+19.96%
9.97
+907.07%
0.99
-86.55%
7.36
-56.06%
16.75
+24.54%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
2.66
-40.22%
4.45
-11.53%
5.03
+76.49%
2.85
-54.40%
6.25
+80.12%
3.47
+1.17%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
7.09
+62.61%
4.36
+75.81%
2.48
+301.63%
-1.23
-125.00%
4.92
-41.43%
8.40
+38.16%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.25
ROE (%)
6.04
ROA (%)
4.70
Book Value/หุ้น
37.66

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GPSC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
42,239.82
-15.15%
49,779.33
+16.86%
41,823.06
-19.12%
52,821.97
+15.06%
45,490.10
+4.69%
43,454.24
+11.65%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
227,907.37
-4.38%
238,356.72
-2.03%
239,880.04
+1.17%
235,988.12
+4.94%
224,889.02
+5.48%
213,202.07
+0.05%
รวมสินทรัพย์
270,147.19
-6.24%
288,136.05
+0.79%
281,703.10
-2.46%
288,810.09
+6.65%
270,379.12
+5.35%
256,656.32
+1.84%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
18,902.56
-18.26%
23,125.84
-40.75%
38,667.45
+20.11%
32,193.44
+37.27%
23,036.14
+4.41%
22,063.13
-39.96%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
130,963.43
-10.22%
145,868.54
+13.86%
125,510.83
-11.31%
141,516.43
+9.20%
129,595.44
+5.60%
122,725.82
+16.78%
รวมหนี้สิน
149,866.00
-11.32%
168,994.38
+1.10%
164,178.28
-5.49%
173,709.87
+13.50%
152,631.58
+5.42%
144,788.95
+2.08%
รวมส่วนของเจ้าของ
120,281.19
+0.96%
119,141.67
+0.34%
117,524.82
+2.11%
115,100.22
-2.25%
117,747.54
+5.26%
111,867.37
+1.54%
D/E
1.25
1.42
1.40
1.51
1.30
1.29
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
6.04
3.80
3.50
0.84
6.93
7.37
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
4.70
3.82
3.72
1.92
4.89
5.31
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.73
2.15
1.09
1.64
1.97
1.97
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
1.37
1.64
0.63
1.09
1.34
1.38
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
47.76
45.65
0.00
0.00
56.78
53.82
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
35.13
44.10
0.00
0.00
37.77
41.95
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
28.89
31.25
0.00
0.00
46.24
55.70
วงจรเงินสด
54.00
58.50
0.00
0.00
48.32
40.08
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-14,865
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+7,841
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GPSC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-14,864.65
+32.35%
-11,231.22
-30.68%
-16,203.10
+22.98%
-13,175.61
-4.10%
-13,738.48
-165.87%
20,856.89
+279.23%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
7,841.40
+55.59%
5,039.80
-55.92%
11,433.15
-336.71%
-4,829.98
+556.37%
-735.86
-90.02%
-7,370.46
-91.02%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
27,541.54
-169.46%
-39,652.20
+981.61%
-3,666.03
-167.64%
5,419.52
-35.44%
8,394.61
-171.09%
-11,808.90
-115.16%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
20,518.28
-144.76%
-45,843.63
+443.43%
-8,435.97
-32.97%
-12,586.04
+106.52%
-6,094.37
-463.30%
1,677.52
+4,907.52%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00