บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
51.75
0.50 (0.96%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลงโดยหลักเกิดจากกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ลดลง จากราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ทําให้ margin จากการขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง โดยมีปริมาณการจําหน่ายไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมคงที่ ปริมาณการ จําหน่ายไอน้ําให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่ปริมาณการจําหน่ายไฟฟ้าให้ กฟผ. ลดลงเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ผลการดําเนินงานในส่วนของโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) เพิ่มขึ้นจากรายได้ค่าพลังงานไฟฟ้า (EP) ตามปริมาณการจําหน่ายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับแผนการเรียกรับไฟฟ้าของ กฟผ. และการจัดการการผลิตโดยใช้เชื้อเพลิงน้ํามันดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติ ทําให้ margin จากการ ขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับในไตรมาส 1 ปี 2565
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=35631 out_tok=3634 at=2026-07-25T16:05:06 -->
# GPSC กำไรสุทธิ Q4/65 พลิกขาดทุน 436 ล้านบาท ต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่งกดดันมาร์จิ้น
## รายได้-กำไร Q4/65 หดตัวแรง YoY รับต้นทุนก๊าซ-ถ่านหินพุ่งสูง ขณะที่ กฟผ. สั่งเดินเครื่อง IPP ช่วยพยุง
บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 436 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 1,168 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง ประกอบกับปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำที่ลดลงจากการหยุดซ่อมบำรุงของลูกค้าอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายไฟฟ้าในส่วนของโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) ตามแผนการเรียกรับไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติ ช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ GPSC ในไตรมาส 4 ปี 2565 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 436 ล้านบาท (YoY -137%) และมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (YoY -137%) มาจาก **แรงกดดันด้านต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ลดลงจาก 18% ใน Q4/64 เหลือเพียง 7% ใน Q4/65** นอกจากนี้ ปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมยังลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยลบเพิ่มเติม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ ประกอบกับความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดประเทศ ส่งผลให้ราคาพลังงานและสินค้าหลายประเภทปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะต้นทุนเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ของ GPSC ทำให้ **margin จากการขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** แม้ว่าคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จะประกาศขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่า Ft) ในช่วงปลายปี 2565 แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ การหยุดซ่อมบำรุงของลูกค้าอุตสาหกรรมในช่วงไตรมาส 4 ปี 2565 ยังส่งผลให้ปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยลบเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม **โรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น** โดยมีปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับแผนการเรียกรับไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการผลิตโดยใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติ ทำให้ margin จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากส่วน SPP ได้บางส่วน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว โดยมีแนวโน้มดีขึ้นในระยะสั้นถึงกลาง**
จากเอกสารระบุว่า **ต้นทุนก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ยังคงสูงขึ้น** แม้ค่า Ft จะปรับเพิ่มขึ้นแล้วก็ตาม ซึ่งบ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านต้นทุนยังคงมีอยู่ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้กล่าวถึงการบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต (Optimization) รวมถึงการผลิตไฟฟ้าโดยใช้โรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำเป็นลำดับแรก (merit order) เพื่อลดต้นทุนการผลิตให้ได้มากที่สุด และการติดตามการเคลื่อนไหวราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ การปรับขึ้นค่า Ft สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทอื่นๆ (ที่ไม่ใช่ประเภทบ้านอยู่อาศัย) ในงวดเดือนมกราคม-เมษายน 2566 ที่ 1.5492 บาทต่อหน่วย ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นจากงวดก่อนหน้า 61.49 สตางค์ต่อหน่วย จะช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นได้ในระดับหนึ่ง
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2566 คาดว่าจะขยายตัว 3.7% โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน แต่ภาคการส่งออกจะชะลอตัวลง ซึ่งอาจส่งผลต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าของภาคอุตสาหกรรม
โดยรวมแล้ว แม้ต้นทุนเชื้อเพลิงจะยังเป็นปัจจัยกดดัน แต่การปรับขึ้นค่า Ft และการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทฯ ประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อาจช่วยให้ผลประกอบการมีแนวโน้มดีขึ้นในระยะสั้นถึงกลาง อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลกและนโยบายพลังงานของภาครัฐอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 436 ล้านบาทใน Q4/65:** พลิกจากกำไร 1,168 ล้านบาทใน Q4/64 เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงสูงขึ้นและปริมาณขายลดลง
* **กำไรขั้นต้นลดลง 37% YoY:** จาก 3,920 ล้านบาทใน Q4/64 เหลือ 2,484 ล้านบาทใน Q4/65 อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 18% เหลือ 7%
* **ต้นทุนก๊าซธรรมชาติและถ่านหินพุ่งสูง:** เป็นปัจจัยหลักกดดันกำไรขั้นต้น โดยเฉพาะในส่วนของโรงไฟฟ้า SPP ที่ขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรม
* **IPP ผลงานดีขึ้น:** ปริมาณขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นตามแผน กฟผ. และการใช้ดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติ ช่วยหนุนกำไรขั้นต้นในส่วนนี้
* **Synergy จากการควบรวม GLOW ทำได้ดี:** รับรู้ Synergy หลังภาษี 1,149 ล้านบาทใน Q4/65 จากการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าและโครงข่ายร่วมกัน
* **การลงทุนในพลังงานสะอาดต่อเนื่อง:** ลงนาม Green Loan 185 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อขยายการลงทุนพลังงานสะอาด และเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในพอร์ต
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 4 ปี 2565:** บริษัทฯ มีผลการดำเนินงานเป็นขาดทุนสุทธิ 436 ล้านบาท ลดลง 1,605 ล้านบาทเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2564 ที่มีกำไร 1,168 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ margin จากการขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง ประกอบกับปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง เนื่องจากการหยุดซ่อมบำรุงของลูกค้าอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานในส่วนของโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) เพิ่มขึ้นจากปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับแผนการเรียกรับไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการผลิตโดยใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติ ทำให้ margin จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2565 กำไรสุทธิลดลง 767 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากส่วนแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีลดลงตามฤดูกาล ประกอบกับปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำให้ลูกค้าอุตสาหกรรมลดลงตามการหยุดซ่อมบำรุงของลูกค้าอุตสาหกรรม และต้นทุนก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ยังคงสูงขึ้น ถึงแม้ว่าค่า Ft จะปรับเพิ่มขึ้นแล้วก็ตาม นอกจากนี้ บริษัทฯ รับรู้รายได้จากการเคลมประกันภัยโรงไฟฟ้าโกลว์พลังงานระยะที่ 5 บางส่วนในไตรมาสนี้
**ปี 2565:** กำไรสุทธิของบริษัทฯ มีจำนวน 891 ล้านบาท ลดลง 6,428 ล้านบาท หรือร้อยละ 88 จากปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากกำไรขั้นต้นของโรงไฟฟ้า SPP ลดลง 8,770 ล้านบาท เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ margin จากการขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง ในขณะที่ ค่า Ft ยังไม่สามารถปรับตัวได้ทันราคาต้นทุนเชื้อเพลิง
## โอกาส
* **การลงทุนในพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน:** บริษัทฯ มีแผนเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมากกว่าร้อยละ 50 ในปี 2573 และได้ลงนาม Green Loan วงเงิน 185 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนการลงทุนดังกล่าว
* **การพัฒนาโครงการใหม่ๆ:** มีการร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อศึกษาและลงทุนในโครงการพลังงานลมในประเทศ (กับ CIP) และการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อผลิตและจำหน่ายโมดูลแบตเตอรี่สำหรับระบบกักเก็บพลังงานและยานยนต์ไฟฟ้า (EV) (กับ Gotion)
* **การเข้าร่วมโครงการ ERC Sandbox:** มุ่งเน้นนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อทดสอบเทคโนโลยีด้านพลังงานที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและความมั่นคงของระบบไฟฟ้า
* **การปรับขึ้นค่า Ft:** การปรับขึ้นค่า Ft สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทอื่นๆ ในงวดเดือนมกราคม-เมษายน 2566 จะช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย:** คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2566 ขยายตัว 3.7% จากการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งอาจส่งผลดีต่อความต้องการใช้ไฟฟ้า
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง:** ราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ยังคงผันผวนสูง เป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง
* **ความไม่แน่นอนของนโยบายพลังงาน:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือกฎระเบียบด้านพลังงานอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
* **การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก:** อาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย และความต้องการใช้ไฟฟ้าของภาคอุตสาหกรรม
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาส 4 ปี 2565 จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ความผันผวนของค่าเงินบาทยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
* **การหยุดซ่อมบำรุงของลูกค้าอุตสาหกรรม:** ส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาเชื้อเพลิง (ก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน):** ติดตามการเคลื่อนไหวของราคาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นปัจจัยหลักต่อต้นทุนและกำไร
* **การปรับขึ้นค่า Ft ในรอบถัดไป:** ประเมินผลกระทบต่อรายได้และกำไรของบริษัทฯ
* **การดำเนินงานของโครงการลงทุนใหม่ๆ:** โดยเฉพาะโครงการพลังงานหมุนเวียนและธุรกิจแบตเตอรี่ EV
* **การบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต:** ติดตามความคืบหน้าของมาตรการ Optimization และการผลิตตาม Merit Order
* **ความต้องการใช้ไฟฟ้าของภาคอุตสาหกรรม:** สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการส่งออก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ราคา Commodity/ASP:** ราคาถ่านหินเฉลี่ยใน Q4/65 อยู่ที่ 242.3 USD/Ton JPU เพิ่มขึ้น 153% YoY และ 44% QoQ ขณะที่ราคาขายไฟฟ้าเฉลี่ยของ IPP เพิ่มขึ้น 85% YoY และ 9% QoQ ส่วน SPP ราคาขายไฟฟ้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 43% YoY และ 48% QoQ
* **ปริมาณขาย-ผลิต:** ปริมาณขายไฟฟ้า IPP รวมเพิ่มขึ้น 19% YoY และ 27% QoQ ส่วน SPP รวมลดลง 0.3% YoY และ 10% QoQ
* **ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนวัตถุดิบรวมของ IPP เพิ่มขึ้น 170% YoY และ 44% QoQ ส่วน SPP เพิ่มขึ้น 81% YoY และ 63% QoQ
* **กำลังการผลิต:** กำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งรวม 13,407 MW (ณ 31 ธ.ค. 65) โดยมีโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 7 โครงการ กำลังการผลิตรวม 792 MW
* **โครงการลงทุน:** มีความคืบหน้าโครงการ GLOW SPP2 Replacement (36.07%) และ SPP Replacement ระยะที่ 1 (97.49%) รวมถึงโครงการ Energy Recovery Unit (ERU) (87.06%)
* **กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** การปรับขึ้นค่า Ft เป็นปัจจัยบวก ส่วนการบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงยังคงเป็นความท้าทาย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นปี 2565 มีมูลค่า 288,810 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในบริษัทย่อย
* **หนี้สินรวม:** ณ สิ้นปี 2565 มีมูลค่า 173,710 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้นปี 2565 มีมูลค่า 115,100 ล้านบาท ลดลง 2% จากปีก่อน เนื่องจากมีการจ่ายเงินปันผล
* **หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย:** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 128,885 ล้านบาท
* **กระแสเงินสด:**
* **กิจกรรมดำเนินงาน:** ได้รับเงินสดสุทธิ 3,438 ล้านบาท
* **กิจกรรมลงทุน:** ใช้เงินสดสุทธิ 14,092 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในบริษัทย่อยและสินทรัพย์ถาวร
* **กิจกรรมจัดหาเงิน:** ได้รับเงินสดสุทธิ 11,601 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้ Green Loan และเงินกู้ยืมระยะยาว
## สรุปท้าย
GPSC ในไตรมาส 4 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ผลประกอบการพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ แม้ว่าการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า IPP และการบริหารจัดการ Synergy จะช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นค่า Ft และแนวโน้มเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาเพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป โดยบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นโอกาสในการเติบโตในระยะยาว.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GPSC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
-44,553.10
ล้านบาท
↓ 294.5% YoY
กำไรขั้นต้น
-5,793.68
ล้านบาท
↓ 311.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.00
%
กำไรสุทธิ
-3,159.29
ล้านบาท
↓ 416% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.09
%
D/E Ratio
1.25
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-44,553
↓ -294.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-5,794
↓ -311.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3,159
↓ -416%
YoY
D/E Ratio
1.25
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GPSC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.25
ROE (%)
6.04
ROA (%)
4.70
Book Value/หุ้น
37.66
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GPSC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-14,865
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+7,841
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GPSC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-14,864.65
+32.35%
|
-11,231.22
-30.68%
|
-16,203.10
+22.98%
|
-13,175.61
-4.10%
|
-13,738.48
-165.87%
|
20,856.89
+279.23%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
7,841.40
+55.59%
|
5,039.80
-55.92%
|
11,433.15
-336.71%
|
-4,829.98
+556.37%
|
-735.86
-90.02%
|
-7,370.46
-91.02%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
27,541.54
-169.46%
|
-39,652.20
+981.61%
|
-3,666.03
-167.64%
|
5,419.52
-35.44%
|
8,394.61
-171.09%
|
-11,808.90
-115.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
20,518.28
-144.76%
|
-45,843.63
+443.43%
|
-8,435.97
-32.97%
|
-12,586.04
+106.52%
|
-6,094.37
-463.30%
|
1,677.52
+4,907.52%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|