บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
51.75
0.50 (0.96%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลงโดยหลักเกิดจากกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ลดลง จากราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ทําให้ margin จากการขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง โดยมีปริมาณการจําหน่ายไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมคงที่ ปริมาณการ จําหน่ายไอน้ําให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่ปริมาณการจําหน่ายไฟฟ้าให้ กฟผ. ลดลงเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ผลการดําเนินงานในส่วนของโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) เพิ่มขึ้นจากรายได้ค่าพลังงานไฟฟ้า (EP) ตามปริมาณการจําหน่ายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับแผนการเรียกรับไฟฟ้าของ กฟผ. และการจัดการการผลิตโดยใช้เชื้อเพลิงน้ํามันดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติ ทําให้ margin จากการ ขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับในไตรมาส 1 ปี 2565
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=32641 out_tok=2640 at=2026-07-25T16:39:30 -->
# GPSC กำไรสุทธิ Q3/65 ดิ่ง 82% YoY รับต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่ง-ค่า Ft ใหม่ยังไม่ทันเกม
## ต้นทุนก๊าซ-ถ่านหินพุ่งไม่หยุด ฉุดกำไร SPP หดหนัก แม้ IPP ฟื้นจากดีเซล-บาทอ่อน
บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 331 ล้านบาท ลดลง 82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กดดันอัตรากำไรของโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) อย่างหนัก แม้โรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) จะได้รับผลดีจากการใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลและค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ GPSC ในไตรมาส 3 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ต้นทุนเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ **กำไรขั้นต้นของโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ที่ลดลงถึง 63% YoY** โดยมีมูลค่า 1,375 ล้านบาท จาก 3,721 ล้านบาทในปีก่อนหน้า แม้ว่ารายได้รวมของกลุ่ม SPP จะเพิ่มขึ้น 62% YoY เป็น 23,533 ล้านบาท จากราคาขายไฟฟ้าและไอน้ำที่ปรับสูงขึ้นตามต้นทุนเชื้อเพลิงก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ประกอบกับความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นหลังการเปิดประเทศ ส่งผลให้ราคาพลังงานทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของโรงไฟฟ้า SPP ทำให้ **Margin จากการขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมลดลงอย่างมาก** แม้ว่าค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (ค่า Ft) จะปรับเพิ่มขึ้นในเดือนกันยายน 2565 แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้ทั้งหมด นอกจากนี้ ปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมในกลุ่ม SPP ยังลดลงเล็กน้อย
ในทางตรงกันข้าม โรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) มีผลประกอบการที่ดีขึ้น โดยกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 43% YoY เป็น 1,558 ล้านบาท จากการที่โรงไฟฟ้าศรีราชาและโกลว์ไอพีพีมีการผลิตโดยใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติ ทำให้มี Margin การขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับรายได้ค่าความพร้อมจ่าย (AP) ที่เพิ่มขึ้นจากการอ่อนค่าของเงินบาท ซึ่งส่งผลให้รายได้ส่วนที่อ้างอิงกับดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่จะค่อยๆ บรรเทาลง** จากสถานการณ์ราคาพลังงานที่ยังคงผันผวนและอยู่ในระดับสูง ฝ่ายจัดการได้พยายามบริหารจัดการต้นทุนโดยการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำก่อน (Merit Order) และเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต รวมถึงการบริหารจัดการ Synergy ต่างๆ เพื่อลดต้นทุน อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นค่า Ft ที่ผ่านมาจะช่วยบรรเทาผลกระทบได้ส่วนหนึ่ง และบริษัทฯ ยังคงติดตามการเคลื่อนไหวของราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ GPSC ยังมีแผนลงทุนในพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการ Green Loan วงเงิน 185 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อขยายการลงทุนพลังงานสะอาด ซึ่งจะช่วยกระจายความเสี่ยงด้านต้นทุนเชื้อเพลิงในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ลดลง 82% YoY** อยู่ที่ 331 ล้านบาท จาก 1,875 ล้านบาทใน Q3/64
* **รายได้จากการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้น 88% YoY** อยู่ที่ 33,866 ล้านบาท จาก 17,997 ล้านบาทใน Q3/64 โดยหลักมาจากโรงไฟฟ้า IPP
* **กำไรขั้นต้นรวมลดลง 40% YoY** อยู่ที่ 2,949 ล้านบาท จาก 4,922 ล้านบาทใน Q3/64
* **กำไรขั้นต้นของโรงไฟฟ้า SPP ลดลง 63% YoY** อยู่ที่ 1,375 ล้านบาท จาก 3,721 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติและถ่านหินสูงขึ้น
* **กำไรขั้นต้นของโรงไฟฟ้า IPP เพิ่มขึ้น 43% YoY** อยู่ที่ 1,558 ล้านบาท จาก 1,089 ล้านบาท จากการใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลและค่าเงินบาทอ่อนค่า
* **บริษัทฯ รับรู้ Synergy จากการควบรวมกิจการสุทธิหลังภาษี 595 ล้านบาท** ในไตรมาส 3 ปี 2565
## ภาพรวมผลประกอบการ
GPSC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 33,866 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นรวมลดลง 40% YoY อยู่ที่ 2,949 ล้านบาท และลดลง 19% QoQ ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 82% YoY อยู่ที่ 331 ล้านบาท
## โอกาส
* **การปรับขึ้นค่าไฟฟ้า (ค่า Ft)** จะช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นได้บางส่วน
* **การใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลในโรงไฟฟ้า IPP** ช่วยเพิ่ม Margin ในช่วงที่ราคาก๊าซธรรมชาติสูง
* **ค่าเงินบาทอ่อนค่า** หนุนรายได้ส่วนที่เป็น USD-linked AP ของโรงไฟฟ้า IPP
* **การรับรู้ Synergy จากการควบรวมกิจการ** อย่างต่อเนื่อง
* **การลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาด** ผ่าน Green Loan และโครงการ ERC Sandbox เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต
* **ความร่วมมือกับพันธมิตร** ในการศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนและธุรกิจพลังงานรูปแบบใหม่
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง** (ก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน) ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิตอย่างต่อเนื่อง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจโลก** อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าและไอน้ำของลูกค้าอุตสาหกรรม
* **ความล่าช้าในการดำเนินโครงการลงทุนใหม่** หรือการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านพลังงาน
* **ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน** แม้ในไตรมาสนี้จะได้รับผลบวกจากค่าบาทอ่อน แต่ก็ยังมีความผันผวน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติและถ่านหินในตลาดโลก
* ผลกระทบของการปรับขึ้นค่า Ft ต่อรายได้และกำไรในไตรมาสถัดไป
* ความคืบหน้าของโครงการลงทุนใหม่ โดยเฉพาะโครงการพลังงานหมุนเวียน
* การบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิตของโรงไฟฟ้า SPP
* การรับรู้ Synergy จากการควบรวมกิจการอย่างต่อเนื่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**โรงไฟฟ้า IPP:** รายได้รวมเพิ่มขึ้น 203% YoY เป็น 9,948 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าพลังงานไฟฟ้า (EP) ของโรงไฟฟ้าศรีราชาและโกลว์ไอพีพี ตามแผนการเรียกรับไฟฟ้าของ กฟผ. และการใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติ ทำให้ Margin เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ รายได้ค่าความพร้อมจ่าย (AP) ของโรงไฟฟ้าโกลว์ไอพีพีและเก็คโค่วันเพิ่มขึ้นจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 43% YoY เป็น 1,558 ล้านบาท
**โรงไฟฟ้า SPP:** รายได้รวมเพิ่มขึ้น 62% YoY เป็น 23,533 ล้านบาท จากราคาขายไฟฟ้าและไอน้ำเฉลี่ยที่สูงขึ้นตามราคาก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่กำไรขั้นต้นลดลง 63% YoY เป็น 1,375 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่สูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ Margin ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
**โรงไฟฟ้า VSPP และอื่นๆ:** รายได้รวมเพิ่มขึ้น 34% YoY เป็น 237 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายไฟฟ้าลดลงจากการขายหุ้น ISP1 แต่รายได้อื่นๆ เพิ่มขึ้นจากการรับรู้รายได้จากโครงการ Pontoon และ EPC ของ CHPP กำไรขั้นต้นลดลง 86% YoY อยู่ที่ 16 ล้านบาท จากการขายหุ้น ISP1
**ต้นทุนเชื้อเพลิง:** ต้นทุนวัตถุดิบก๊าซธรรมชาติสำหรับ SPP เพิ่มขึ้น 102% YoY เป็น 21,012 ล้านบาท และต้นทุนถ่านหินเพิ่มขึ้น 211% YoY เป็น 3,160 ล้านบาท สำหรับ IPP ต้นทุนวัตถุดิบอื่นๆ (น้ำมันดีเซล) เพิ่มขึ้นอย่างมาก 4,880 ล้านบาท YoY
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 292,860 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากสิ้นปี 2564 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 2,592 ล้านบาท และเงินลงทุนในบริษัทย่อยเพิ่มขึ้น 17,984 ล้านบาท จากการเพิ่มเงินลงทุนใน AEPL และ NUOVO PLUS หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 15% จากสิ้นปี 2564 เป็น 175,722 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการออกหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเล็กน้อย 1% เป็น 117,139 ล้านบาท จากการจ่ายเงินปันผล
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 4,443 ล้านบาท ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 12,968 ล้านบาท และได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน 11,225 ล้านบาท โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิ 2,591 ล้านบาท
## สรุปท้าย
GPSC เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงในไตรมาส 3 ปี 2565 ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP แม้ว่ากลุ่ม IPP จะทำผลงานได้ดีขึ้นจากการบริหารจัดการเชื้อเพลิงและค่าเงินบาทที่อ่อนค่า อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าลงทุนในพลังงานสะอาดและแสวงหาโอกาสในการเติบโตระยะยาว ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงในอนาคต นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาพลังงานและการปรับขึ้นค่า Ft รวมถึงความคืบหน้าของโครงการลงทุนใหม่ๆ ต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GPSC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
-44,553.10
ล้านบาท
↓ 294.5% YoY
กำไรขั้นต้น
-5,793.68
ล้านบาท
↓ 311.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.00
%
กำไรสุทธิ
-3,159.29
ล้านบาท
↓ 416% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.09
%
D/E Ratio
1.25
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-44,553
↓ -294.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-5,794
↓ -311.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3,159
↓ -416%
YoY
D/E Ratio
1.25
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GPSC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.25
ROE (%)
6.04
ROA (%)
4.70
Book Value/หุ้น
37.66
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GPSC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-14,865
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+7,841
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GPSC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-14,864.65
+32.35%
|
-11,231.22
-30.68%
|
-16,203.10
+22.98%
|
-13,175.61
-4.10%
|
-13,738.48
-165.87%
|
20,856.89
+279.23%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
7,841.40
+55.59%
|
5,039.80
-55.92%
|
11,433.15
-336.71%
|
-4,829.98
+556.37%
|
-735.86
-90.02%
|
-7,370.46
-91.02%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
27,541.54
-169.46%
|
-39,652.20
+981.61%
|
-3,666.03
-167.64%
|
5,419.52
-35.44%
|
8,394.61
-171.09%
|
-11,808.90
-115.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
20,518.28
-144.76%
|
-45,843.63
+443.43%
|
-8,435.97
-32.97%
|
-12,586.04
+106.52%
|
-6,094.37
-463.30%
|
1,677.52
+4,907.52%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|