บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
51.75
0.50 (0.96%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลงโดยหลักเกิดจากกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ลดลง จากราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ทําให้ margin จากการขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง โดยมีปริมาณการจําหน่ายไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมคงที่ ปริมาณการ จําหน่ายไอน้ําให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่ปริมาณการจําหน่ายไฟฟ้าให้ กฟผ. ลดลงเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ผลการดําเนินงานในส่วนของโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) เพิ่มขึ้นจากรายได้ค่าพลังงานไฟฟ้า (EP) ตามปริมาณการจําหน่ายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับแผนการเรียกรับไฟฟ้าของ กฟผ. และการจัดการการผลิตโดยใช้เชื้อเพลิงน้ํามันดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติ ทําให้ margin จากการ ขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับในไตรมาส 1 ปี 2565
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=28595 out_tok=3179 at=2026-07-25T17:21:24 -->
# GPSC กำไรสุทธิ Q1/65 ดิ่ง 84% รับต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่ง-รับรู้กำไรขายหุ้น ISP1
## ต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่งกดดันกำไร SPP ขณะที่รายได้ IPP ฟื้นตัวจากการใช้ดีเซลแทนก๊าซ
บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 313 ล้านบาท ลดลง 84% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร ขณะที่กลุ่มโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) ได้รับผลดีจากการปรับเปลี่ยนไปใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติ ประกอบกับการรับรู้กำไรจากการขายหุ้นบริษัท Ichinoseki Solar Power 1 GK (ISP1) จำนวน 592 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: ทรัพยากร / พลังงาน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ GPSC ในไตรมาส 1 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 84% YoY มาอยู่ที่ 313 ล้านบาท มาจาก **ต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรของกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP)** แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากการรับรู้กำไรจากการขายหุ้น ISP1 จำนวน 592 ล้านบาท แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบเชิงลบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้ราคาพลังงานต่างๆ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการผลิตไฟฟ้าของกลุ่ม SPP การปรับตัวขึ้นของต้นทุนเชื้อเพลิงนี้ ทำให้ **Margin จากการขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะพยายามบริหารจัดการต้นทุนผ่านการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำก่อน (Merit Order) และการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต (Optimization) รวมถึงการ Synergy การผลิตและใช้โครงข่ายไฟฟ้าและไอน้ำร่วมกัน แต่ก็ยังไม่สามารถต้านทานแรงกดดันด้านต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นได้
ในทางกลับกัน กลุ่มโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าศรีราชา ที่มีรายได้ค่าพลังงานไฟฟ้า (EP) เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าให้ กฟผ. และการ **บริหารจัดการโดยการใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติ** ซึ่งช่วยเพิ่ม Margin จากการขายไฟฟ้าได้
นอกจากนี้ ในไตรมาสนี้ GPSC ยังรับรู้ **กำไรจากการขายหุ้นทั้งหมด 100% ในบริษัท Ichinoseki Solar Power 1 GK (ISP1)** จำนวน 592 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ช่วยลดผลกระทบจากผลการดำเนินงานที่ลดลงของกลุ่ม SPP
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องในระยะสั้น แต่มีปัจจัยที่อาจบรรเทาลงในระยะยาว** สถานการณ์ราคาพลังงานที่ผันผวนและอยู่ในระดับสูงมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนเชื้อเพลิงต่อไปในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยังคงยืดเยื้อ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้ระบุถึงการบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงให้ต่ำที่สุด เช่น การรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทนเพิ่มเติม และการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน รวมถึงการทยอยปรับขึ้นค่า Ft แบบขั้นบันได ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้าและอาจส่งผลต่อการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทฯ ได้ในอนาคต นอกจากนี้ การที่โรงไฟฟ้าโกลว์พลังงานระยะที่ 5 กลับมาเดินเครื่องตามปกติ และการบริหารจัดการการผลิตโดยใช้เชื้อเพลิงที่เหมาะสมกับสภาวะตลาด จะเป็นปัจจัยสำคัญในการติดตาม
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q1/65 อยู่ที่ 313 ล้านบาท ลดลง 84% YoY และ 73% QoQ** โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP)
* **รายได้จากการดำเนินงานรวม 27,261 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64% YoY** แต่หากพิจารณาต้นทุนขายสินค้าและการให้บริการที่เพิ่มขึ้นถึง 117% YoY ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 47% YoY
* **รับรู้กำไรจากการขายหุ้น ISP1 จำนวน 592 ล้านบาท** ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ช่วยลดผลกระทบจากผลการดำเนินงานที่ลดลง
* **กลุ่มโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) มีรายได้รวม 9,896 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 161% YoY** จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าพลังงานไฟฟ้า (EP) และการบริหารจัดการโดยใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติ
* **กลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) มีรายได้รวม 17,218 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% YoY** แต่กำไรขั้นต้นลดลง 66% YoY เนื่องจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่สูงขึ้นอย่างมาก
* **บริษัทฯ ได้ชำระค่าหุ้นเพิ่มในบริษัท Avaada Energy Private Limited (AEPL) ประเทศอินเดีย** ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 42.93%
* **มีการลงนามสัญญาขายหุ้น Ichinoseki Solar Power 1 GK (ISP1) ทั้งหมด 100%** และรับรู้กำไรจากการขายหุ้นดังกล่าว
* **โอนสินทรัพย์ธุรกิจแบตเตอรี่ให้แก่บริษัทร่วมทุน NUOVO PLUS** เพื่อพัฒนาธุรกิจแบตเตอรี่ในอนาคต
* **การปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น โดยคาดว่า PTT และ SMH จะถือหุ้น GPSC รวม 55.23%** หลังธุรกรรมแล้วเสร็จใน Q2/65
## ภาพรวมผลประกอบการ
GPSC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 313 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 84% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และลดลง 73% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 27,261 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64% YoY แต่ต้นทุนขายสินค้าและการให้บริการเพิ่มขึ้นถึง 117% YoY ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 47% YoY อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 27% ใน Q1/64 เหลือ 10% ใน Q1/65 และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 13% เหลือ 1% ตามลำดับ
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของกลุ่มโรงไฟฟ้า IPP:** การบริหารจัดการเชื้อเพลิงที่เหมาะสม โดยเฉพาะการใช้ดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติในโรงไฟฟ้าศรีราชา ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายไฟฟ้าให้ กฟผ. เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้และกำไรของกลุ่ม IPP
* **การรับรู้กำไรจากการขายสินทรัพย์:** การขายหุ้น ISP1 จำนวน 592 ล้านบาท ช่วยเสริมผลประกอบการในไตรมาสนี้
* **การลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน:** การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน AEPL และการพัฒนาธุรกิจแบตเตอรี่ผ่าน NUOVO PLUS เป็นการลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาว
* **Synergy จากการควบรวมกิจการ:** บริษัทฯ รับรู้มูลค่า Synergy จากการควบรวมกิจการสุทธิหลังภาษีจำนวน 483 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการบริหารจัดการการผลิต การใช้โครงข่ายไฟฟ้าและไอน้ำร่วมกัน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง:** ราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก เป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของกลุ่ม SPP และอาจส่งผลต่อเนื่องในระยะสั้น
* **การหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า:** การหยุดซ่อมบำรุงนอกแผนงานของโรงไฟฟ้าเก็คโค่วัน และการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนของโรงไฟฟ้าโกลว์พลังงานระยะที่ 5 ส่งผลกระทบต่อรายได้ค่าความพร้อมจ่าย (AP)
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจโลก:** ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์พลังงานและต้นทุนการดำเนินงาน
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงอัตราค่า Ft และนโยบายพลังงานของภาครัฐ อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาพลังงาน:** การเปลี่ยนแปลงของราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อต้นทุนและอัตรากำไรของกลุ่ม SPP
* **การบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิง:** กลยุทธ์การใช้เชื้อเพลิงทดแทนและการบริหารจัดการต้นทุนของฝ่ายจัดการ
* **การเดินเครื่องโรงไฟฟ้า:** ความสม่ำเสมอในการเดินเครื่องโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะการลดการหยุดซ่อมบำรุงนอกแผน
* **ความคืบหน้าโครงการลงทุน:** การพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียน และโครงการ ERU ที่จะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2566
* **การปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น:** ความคืบหน้าของการทำรายการซื้อขายหุ้นกับ PTT และ SMH
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**โรงไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ (IPP):** รายได้รวมเพิ่มขึ้น 161% YoY เป็น 9,896 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากโรงไฟฟ้าศรีราชาที่รายได้ค่าพลังงานไฟฟ้า (EP) เพิ่มขึ้นตามปริมาณการขายและราคาขายที่สูงขึ้น รวมถึงการใช้ดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติ ส่วนโรงไฟฟ้าของ GLOW มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการบริหารจัดการเชื้อเพลิงและราคาขายที่สูงขึ้น แม้ปริมาณการขายจะลดลงในบางโรงไฟฟ้า กำไรขั้นต้น IPP เพิ่มขึ้น 31% YoY เป็น 1,333 ล้านบาท
**โรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP):** รายได้รวมเพิ่มขึ้น 35% YoY เป็น 17,218 ล้านบาท จากราคาขายไฟฟ้าและไอน้ำที่สูงขึ้นตามต้นทุนก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นถึง 104% YoY ทำให้กำไรขั้นต้น SPP ลดลง 66% YoY เหลือ 1,446 ล้านบาท
**โรงไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) และอื่นๆ:** รายได้รวมเพิ่มขึ้น 53% YoY เป็น 147 ล้านบาท แต่กำไรขั้นต้นลดลง 30% YoY เหลือ 36 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการขายหุ้น ISP1 และปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่ลดลง
**ต้นทุนเชื้อเพลิง:** ราคาเฉลี่ยก๊าซธรรมชาติรวมเพิ่มขึ้น 116% YoY เป็น 487 บาท/MMBTU และราคาเฉลี่ยถ่านหินเพิ่มขึ้น 136% YoY เป็น 161.7 USD/Ton JPU ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันกำไรอย่างมีนัยสำคัญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 268,447 ล้านบาท ลดลง 1% จากสิ้นปี 2564 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 35% จากการขายเงินลงทุนใน ISP1 และการลงทุนใน AEPL และ NUOVO PLUS หนี้สินรวมอยู่ที่ 150,206 ล้านบาท ลดลง 2% จากสิ้นปี 2564 โดยเป็นการลดลงของหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.3% เป็น 118,241 ล้านบาท
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 7,613 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากกิจกรรมลงทุน 1,641 ล้านบาท และมีการใช้เงินสดสุทธิในกิจกรรมจัดหาเงิน 4,354 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิ 4,851 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Total D/E) อยู่ที่ 1.26x และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net D/E) อยู่ที่ 0.73x ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
## สรุปท้าย
GPSC เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมากในไตรมาส 1 ปี 2565 โดยเฉพาะในกลุ่ม SPP ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายหุ้น ISP1 และการบริหารจัดการที่ดีในกลุ่ม IPP แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบเชิงลบได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิง การปรับเปลี่ยนไปใช้เชื้อเพลิงที่เหมาะสม และการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามเพื่อประเมินแนวโน้มผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GPSC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
-44,553.10
ล้านบาท
↓ 294.5% YoY
กำไรขั้นต้น
-5,793.68
ล้านบาท
↓ 311.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.00
%
กำไรสุทธิ
-3,159.29
ล้านบาท
↓ 416% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.09
%
D/E Ratio
1.25
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-44,553
↓ -294.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-5,794
↓ -311.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3,159
↓ -416%
YoY
D/E Ratio
1.25
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GPSC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.25
ROE (%)
6.04
ROA (%)
4.70
Book Value/หุ้น
37.66
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GPSC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-14,865
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+7,841
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GPSC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-14,864.65
+32.35%
|
-11,231.22
-30.68%
|
-16,203.10
+22.98%
|
-13,175.61
-4.10%
|
-13,738.48
-165.87%
|
20,856.89
+279.23%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
7,841.40
+55.59%
|
5,039.80
-55.92%
|
11,433.15
-336.71%
|
-4,829.98
+556.37%
|
-735.86
-90.02%
|
-7,370.46
-91.02%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
27,541.54
-169.46%
|
-39,652.20
+981.61%
|
-3,666.03
-167.64%
|
5,419.52
-35.44%
|
8,394.61
-171.09%
|
-11,808.90
-115.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
20,518.28
-144.76%
|
-45,843.63
+443.43%
|
-8,435.97
-32.97%
|
-12,586.04
+106.52%
|
-6,094.37
-463.30%
|
1,677.52
+4,907.52%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|