บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
51.75
0.50 (0.96%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลงโดยหลักเกิดจากกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ลดลง จากราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ทําให้ margin จากการขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง โดยมีปริมาณการจําหน่ายไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมคงที่ ปริมาณการ จําหน่ายไอน้ําให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่ปริมาณการจําหน่ายไฟฟ้าให้ กฟผ. ลดลงเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ผลการดําเนินงานในส่วนของโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) เพิ่มขึ้นจากรายได้ค่าพลังงานไฟฟ้า (EP) ตามปริมาณการจําหน่ายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับแผนการเรียกรับไฟฟ้าของ กฟผ. และการจัดการการผลิตโดยใช้เชื้อเพลิงน้ํามันดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติ ทําให้ margin จากการ ขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับในไตรมาส 1 ปี 2565
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=30777 out_tok=2960 at=2026-07-25T17:30:18 -->
# GPSC กำไรสุทธิ Q3/64 หดตัว 27% รับต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่ง-โรงไฟฟ้าหยุดซ่อม
## รายได้รวมลดลงเล็กน้อย แต่ต้นทุนพุ่งกระทบกำไรขั้นต้น ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์สู่พลังงานสะอาด
บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 1,875 ล้านบาท ลดลง 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นของโรงไฟฟ้า SPP และ IPP ประกอบกับโรงไฟฟ้าโกลว์พลังงานระยะที่ 5 และโรงไฟฟ้าเก็คโค่วัน มีการหยุดเดินเครื่องนอกแผนงาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้และต้นทุนการผลิต แม้ว่ารายได้จากการดำเนินงานโดยรวมจะทรงตัวใกล้เคียงปีก่อนก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: ทรัพยากร / พลังงาน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ GPSC ในไตรมาส 3 ปี 2564 ปรับตัวลดลง 27% YoY มาอยู่ที่ 1,875 ล้านบาท มาจาก **ต้นทุนเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ประกอบกับ **การหยุดเดินเครื่องนอกแผนงานของโรงไฟฟ้าสำคัญ** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นและปริมาณการขายไฟฟ้า/ไอน้ำ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่งสูง:** เอกสารระบุชัดเจนว่าต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กำไรขั้นต้นของโรงไฟฟ้า SPP ลดลง 7% YoY และโรงไฟฟ้า IPP ลดลง 20% YoY โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของโรงไฟฟ้า SPP ที่ได้รับผลกระทบจากราคาถ่านหินที่เพิ่มขึ้น 42% และราคาก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น 10% YoY
* **โรงไฟฟ้าหยุดซ่อม:** การหยุดเดินเครื่องนอกแผนงานของโรงไฟฟ้าโกลว์พลังงานระยะที่ 5 (ตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค. 64) และโรงไฟฟ้าเก็คโค่วัน (28 วัน ตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค. 64) ส่งผลกระทบต่อทั้งปริมาณการผลิตและรายได้ค่าความพร้อมจ่าย (AP) โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าเก็คโค่วันที่ส่งผลให้รายได้ AP ลดลง และกระทบต่อกำไรขั้นต้นของกลุ่ม IPP โดยตรง
* **ผลกระทบต่ออัตรากำไร:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนเชื้อเพลิงและผลกระทบจากการหยุดซ่อมโรงไฟฟ้า ทำให้กำไรขั้นต้นโดยรวมลดลง 9% YoY อยู่ที่ 4,922 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 32% ใน Q3/63 มาอยู่ที่ 27% ใน Q3/64
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องจับตาปัจจัยต้นทุน:** แม้ว่าการหยุดเดินเครื่องนอกแผนงานของโรงไฟฟ้าเก็คโค่วันจะสิ้นสุดลงในเดือนกันยายน 2564 และโรงไฟฟ้าโกลว์พลังงานระยะที่ 5 คาดว่าจะกลับมาเดินเครื่องได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งจะช่วยบรรเทาผลกระทบในระยะถัดไป แต่ **ปัจจัยด้านต้นทุนเชื้อเพลิง (ก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน) ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2565** ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด และอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของบริษัทฯ ในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ Q3/64 อยู่ที่ 1,875 ล้านบาท ลดลง 27% YoY และ 19% QoQ**
* **รายได้จากการดำเนินงาน Q3/64 อยู่ที่ 17,997 ล้านบาท ลดลง 1% YoY แต่เพิ่มขึ้น 3% QoQ**
* **กำไรขั้นต้น Q3/64 อยู่ที่ 4,922 ล้านบาท ลดลง 9% YoY และ 10% QoQ** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 32% เป็น 27%
* **ต้นทุนเชื้อเพลิง (ก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน) ปรับตัวสูงขึ้น** เป็นปัจจัยหลักกดดันกำไรขั้นต้นของทั้งโรงไฟฟ้า SPP และ IPP
* **โรงไฟฟ้าโกลว์พลังงานระยะที่ 5 และโรงไฟฟ้าเก็คโค่วัน หยุดเดินเครื่องนอกแผนงาน** ส่งผลกระทบต่อรายได้และปริมาณการขาย
* **ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีเพิ่มขึ้น** จากปริมาณน้ำที่สูงขึ้น ช่วยชดเชยผลกระทบได้บางส่วน
* **บริษัทฯ ประกาศกลยุทธ์ใหม่ "4S"** มุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมพลังงานเพื่อความยั่งยืน โดยเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดและธุรกิจแบตเตอรี่
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2564 ของ GPSC แสดงให้เห็นถึงแรงกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นและเหตุการณ์หยุดเดินเครื่องนอกแผนงานของโรงไฟฟ้าบางแห่ง แม้ว่ารายได้จากการดำเนินงานจะทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน (ลดลง 1% YoY) แต่ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 3% YoY ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 9% YoY อยู่ที่ 4,922 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 32% เป็น 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) รายได้ลดลงเล็กน้อย 1% แต่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 3% ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 10% QoQ
เมื่อพิจารณาผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2564 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่ารายได้รวมลดลง 0.4% อยู่ที่ 52,855 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 1% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 4% อยู่ที่ 15,747 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 2% อยู่ที่ 6,150 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นและการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งจะส่งผลดีต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าและไอน้ำ
* **กลยุทธ์ 4S:** การปรับกลยุทธ์ใหม่มุ่งสู่พลังงานสะอาดและนวัตกรรมพลังงาน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ลม ระบบกักเก็บพลังงาน และแบตเตอรี่ เป็นการเตรียมพร้อมรับเทรนด์พลังงานแห่งอนาคต และสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ๆ
* **โครงการ Solar Rooftop:** ความร่วมมือในการสนับสนุนการติดตั้ง Solar Rooftop กว่า 100 เมกะวัตต์ ภายในสิ้นปี 2565 เป็นโอกาสในการขยายธุรกิจและสร้างรายได้
* **ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี:** ปริมาณน้ำที่สูงขึ้นในช่วงฤดูฝนส่งผลให้ผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้น ช่วยหนุนผลประกอบการ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง:** ราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2565 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรของบริษัทฯ
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19:** แม้จะมีการผ่อนคลายมาตรการ แต่การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของไวรัสอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและความต้องการใช้พลังงาน
* **การหยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้า:** เหตุการณ์หยุดเดินเครื่องนอกแผนงานของโรงไฟฟ้าสำคัญ ยังคงเป็นความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ และส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
* **กฎระเบียบด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาเชื้อเพลิง (ก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน):** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **ความคืบหน้าการซ่อมโรงไฟฟ้าโกลว์พลังงานระยะที่ 5:** การกลับมาเดินเครื่องตามปกติในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 จะช่วยลดผลกระทบต่อผลประกอบการ
* **การดำเนินงานตามกลยุทธ์ 4S:** ติดตามความคืบหน้าของโครงการพลังงานสะอาด การพัฒนานวัตกรรม และการขยายธุรกิจแบตเตอรี่
* **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต:** ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น
* **แนวโน้มค่า Ft ในปี 2565:** คาดการณ์ว่าจะปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **โรงไฟฟ้า IPP:** กำไรขั้นต้นลดลง 14% YoY และ 20% QoQ โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้ค่าความพร้อมจ่าย (AP) ลดลงจากการหยุดเดินเครื่องนอกแผนงานของโรงไฟฟ้าเก็คโค่วัน (28 วัน) และราคาเฉลี่ยถ่านหินที่เพิ่มขึ้น 10% YoY แม้ว่ารายได้ค่า AP ที่อ้างอิง USD จะเพิ่มขึ้นจากค่าเงินบาทอ่อนค่า
* **โรงไฟฟ้า SPP:** กำไรขั้นต้นลดลง 5% YoY และ 7% QoQ โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้น และการหยุดเดินเครื่องนอกแผนงานของโรงไฟฟ้าโกลว์พลังงานระยะที่ 5 ทำให้ margin ลดลง แม้ปริมาณขายไฟฟ้าและไอน้ำจะเพิ่มขึ้น
* **โรงไฟฟ้า VSPP:** กำไรขั้นต้นลดลง 40% YoY และ 14% QoQ โดยมีสาเหตุหลักจากการขายหุ้นในบริษัท โกลบอลรีนิวเอเบิล เพาเวอร์ จำกัด (GRP) ทำให้รับรู้ผลประกอบการเป็นส่วนแบ่งกำไรแทนการรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าโดยตรง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 264,245 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากสิ้นปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักจากการบันทึกเงินลงทุนในบริษัท Avaada Energy Private Limited, GRP และ Anhui Axxiva New Energy Technology Company Limited ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 4,576 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 149,734 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากสิ้นปี 2563 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 2% เป็น 114,511 ล้านบาท จากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 14,025 ล้านบาท แต่มีการใช้เงินสดสุทธิในกิจกรรมลงทุน 15,799 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงิน 2,874 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 4,576 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Total D/E) อยู่ที่ 1.31 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net D/E) อยู่ที่ 0.82 เท่า ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
## สรุปท้าย
GPSC เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงและการหยุดซ่อมโรงไฟฟ้าในไตรมาส 3 ปี 2564 ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการปรับกลยุทธ์เพื่อมุ่งสู่พลังงานสะอาดและนวัตกรรม ซึ่งเป็นโอกาสในการเติบโตระยะยาว แต่ยังคงต้องจับตาความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงและผลกระทบจากการหยุดซ่อมโรงไฟฟ้าที่จะทยอยคลี่คลายในระยะถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GPSC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
-44,553.10
ล้านบาท
↓ 294.5% YoY
กำไรขั้นต้น
-5,793.68
ล้านบาท
↓ 311.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.00
%
กำไรสุทธิ
-3,159.29
ล้านบาท
↓ 416% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.09
%
D/E Ratio
1.25
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-44,553
↓ -294.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-5,794
↓ -311.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3,159
↓ -416%
YoY
D/E Ratio
1.25
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GPSC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.25
ROE (%)
6.04
ROA (%)
4.70
Book Value/หุ้น
37.66
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GPSC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-14,865
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+7,841
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GPSC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-14,864.65
+32.35%
|
-11,231.22
-30.68%
|
-16,203.10
+22.98%
|
-13,175.61
-4.10%
|
-13,738.48
-165.87%
|
20,856.89
+279.23%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
7,841.40
+55.59%
|
5,039.80
-55.92%
|
11,433.15
-336.71%
|
-4,829.98
+556.37%
|
-735.86
-90.02%
|
-7,370.46
-91.02%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
27,541.54
-169.46%
|
-39,652.20
+981.61%
|
-3,666.03
-167.64%
|
5,419.52
-35.44%
|
8,394.61
-171.09%
|
-11,808.90
-115.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
20,518.28
-144.76%
|
-45,843.63
+443.43%
|
-8,435.97
-32.97%
|
-12,586.04
+106.52%
|
-6,094.37
-463.30%
|
1,677.52
+4,907.52%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|