บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
51.75
0.50 (0.96%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลงโดยหลักเกิดจากกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ลดลง จากราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ทําให้ margin จากการขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง โดยมีปริมาณการจําหน่ายไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมคงที่ ปริมาณการ จําหน่ายไอน้ําให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่ปริมาณการจําหน่ายไฟฟ้าให้ กฟผ. ลดลงเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ผลการดําเนินงานในส่วนของโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) เพิ่มขึ้นจากรายได้ค่าพลังงานไฟฟ้า (EP) ตามปริมาณการจําหน่ายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับแผนการเรียกรับไฟฟ้าของ กฟผ. และการจัดการการผลิตโดยใช้เชื้อเพลิงน้ํามันดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติ ทําให้ margin จากการ ขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับในไตรมาส 1 ปี 2565
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=32549 out_tok=3048 at=2026-07-25T16:47:44 -->
# GPSC กำไร Q2/65 ทรุดหนัก YoY รับต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่ง แต่ฟื้น QoQ จากค่า Ft
## รายได้-กำไร Q2/65 ปรับตัวตามต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ขณะที่ค่า Ft ช่วยบรรเทาผลกระทบ
บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 684 ล้านบาท ลดลง 70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 118% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น แม้จะมีการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (ค่า Ft) และการบริหารจัดการต้นทุนภายในกลุ่ม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ GPSC ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **ต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก** โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน ซึ่งกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นจากการขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรม ทำให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ลดลง 70% YoY อยู่ที่ 684 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนผลประกอบการเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) คือ **การปรับขึ้นค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (ค่า Ft)** และ **ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีที่เพิ่มขึ้น**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ต้นทุนเชื้อเพลิงสูง:** ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ประกอบกับความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดประเทศ ส่งผลให้ราคาพลังงานต่างๆ ปรับตัวสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการผลิตไฟฟ้าของ GPSC โดยเฉพาะในกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ที่ต้องขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรม ทำให้ส่วนต่างกำไร (Margin) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **การปรับขึ้นค่า Ft:** เพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ประกาศขึ้นค่า Ft สำหรับปี 2565 ซึ่งช่วยชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะในกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP ที่ได้รับอานิสงส์จากการปรับขึ้นค่า Ft จาก 1.39 เป็น 24.77 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้กำไรขั้นต้นของกลุ่ม SPP ฟื้นตัวขึ้น 33% QoQ
* **ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี:** ปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นจากประเทศจีนและลาว ประกอบกับปริมาณน้ำฝนที่มากขึ้นในช่วงฤดูฝน ทำให้โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีสามารถผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้น ส่งผลให้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 203% QoQ
* **การขายสินทรัพย์เกี่ยวกับแบตเตอรี่:** บริษัทฯ รับรู้กำไรจากการขายสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจแบตเตอรี่ให้แก่บริษัท นูออโวพลัส จำกัด จำนวน 288 ล้านบาท (หลังหักภาษีและค่าใช้จ่าย) ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ช่วยหนุนกำไรในไตรมาสนี้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
* **ต้นทุนเชื้อเพลิง:** แนวโน้มต้นทุนเชื้อเพลิงยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด แม้ กกพ. จะพิจารณาบริหารจัดการต้นทุนให้ต่ำที่สุดและทยอยปรับขึ้นค่า Ft แบบขั้นบันได แต่ความผันผวนของราคาพลังงานโลกยังคงเป็นความเสี่ยงหลัก
* **ค่า Ft:** การปรับขึ้นค่า Ft ในรอบถัดไป (กันยายน-ธันวาคม 2565) ที่คาดว่าจะสูงขึ้นอีกครั้ง จะช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงได้ต่อเนื่อง
* **ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ:** ปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยตามฤดูกาล ซึ่งอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งกำไรในไตรมาสถัดไป
* **รายการพิเศษ:** กำไรจากการขายสินทรัพย์เกี่ยวกับแบตเตอรี่เป็นรายการครั้งเดียว (One-time) จะไม่ส่งผลต่อผลประกอบการในระยะยาว
โดยรวมแล้ว ผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2565 ได้รับแรงกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่มีสัญญาณการฟื้นตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าจากการปรับขึ้นค่า Ft และปัจจัยบวกอื่นๆ คาดว่าแนวโน้มผลประกอบการในระยะสั้นจะยังคงได้รับผลกระทบจากราคาพลังงาน แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่า Ft ที่ปรับขึ้นจะช่วยจำกัดผลกระทบได้ในระดับหนึ่ง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่:** 684 ล้านบาท ลดลง 70% YoY แต่เพิ่มขึ้น 118% QoQ
* **รายได้จากการดำเนินงาน:** 27,719 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52% YoY และ 2% QoQ
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** อยู่ที่ 13% ลดลงจาก 30% ใน Q2/64 และเพิ่มขึ้นจาก 10% ใน Q1/65
* **ต้นทุนเชื้อเพลิงสูง:** ก๊าซธรรมชาติและถ่านหินปรับตัวสูงขึ้นมาก กระทบ Margin การขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรม
* **ค่า Ft ปรับขึ้น:** ช่วยบรรเทาผลกระทบต้นทุนพลังงานได้ส่วนหนึ่ง
* **กำไรจากการขายสินทรัพย์แบตเตอรี่:** รับรู้ 288 ล้านบาท (หลังหักภาษี) เป็นรายการพิเศษ
* **ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีเพิ่มขึ้น:** จากปริมาณน้ำที่มากขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาสที่ 2 ปี 2565 GPSC มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 27,719 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52% YoY และ 2% QoQ โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้า (IPP) อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายสินค้าและการให้บริการเพิ่มขึ้นถึง 89% YoY และ 1% QoQ โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 34% YoY อยู่ที่ 3,625 ล้านบาท แต่เพิ่มขึ้น 29% QoQ เมื่อพิจารณากำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ อยู่ที่ 684 ล้านบาท ลดลง 70% YoY แต่เพิ่มขึ้น 118% QoQ
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 54,980 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58% YoY แต่มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ลดลง 77% YoY อยู่ที่ 997 ล้านบาท
## โอกาส
* **การปรับขึ้นค่า Ft:** การประกาศขึ้นค่า Ft อย่างต่อเนื่องจะช่วยชดเชยต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น และรักษา Margin ของธุรกิจ SPP ได้
* **การบริหารจัดการต้นทุนและ Synergy:** การเดินเครื่องโรงไฟฟ้าตาม Merit Order และการ Synergy ภายในกลุ่ม จะช่วยลดต้นทุนการผลิต
* **โครงการลงทุนใหม่:** โครงการ SPP Replacement ระยะที่ 1 (Glow Energy Phase 2) ที่คาดว่าจะ COD ใน Q4/2565 และโครงการอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จะเป็นแหล่งรายได้และกำไรในอนาคต
* **ธุรกิจแบตเตอรี่:** การโอนสินทรัพย์ธุรกิจแบตเตอรี่ให้ NUOVO PLUS เป็นการวางรากฐานสำหรับธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง:** ราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ผันผวนสูง เป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **กฎระเบียบด้านพลังงาน:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับค่า Ft หรือการรับซื้อไฟฟ้า อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไร
* **ความล่าช้าของโครงการ:** ความล่าช้าในการก่อสร้างหรือการ COD โครงการใหม่ อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของรายได้
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาเชื้อเพลิง:** การเคลื่อนไหวของราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินในตลาดโลก
* **การประกาศขึ้นค่า Ft รอบถัดไป:** โดยเฉพาะช่วงเดือนกันยายน-ธันวาคม 2565
* **ความคืบหน้าโครงการ SPP Replacement (Glow Energy Phase 2):** การ COD ตามกำหนดจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิต
* **ผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี:** ปริมาณน้ำและฤดูกาลมีผลต่อการผลิต
* **การบริหารจัดการต้นทุนและ Synergy:** ประสิทธิภาพในการลดต้นทุนการผลิตและการใช้ทรัพยากรร่วมกัน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ราคา Commodity/ASP:** ราคาถ่านหินเฉลี่ยใน Q2/65 อยู่ที่ 195.5 USD/Ton เพิ่มขึ้น 209% YoY และ 21% QoQ ขณะที่ราคาเฉลี่ยก๊าซธรรมชาติรวมอยู่ที่ 432 บาท/MMBTU เพิ่มขึ้น 83% YoY และลดลงเล็กน้อย 1% QoQ ราคาขายไฟฟ้าเฉลี่ยของกลุ่ม SPP เพิ่มขึ้น 31% YoY และ 1% QoQ
* **ปริมาณขาย-ผลิต:** ปริมาณการขายไฟฟ้า IPP รวมลดลง 14% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 5% YoY ปริมาณการขายไฟฟ้า SPP รวมเพิ่มขึ้น 11% QoQ และลดลง 2% YoY ปริมาณการขายไอน้ำรวมเพิ่มขึ้น 1% QoQ และลดลง 1% YoY
* **ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนวัตถุดิบของกลุ่ม IPP เพิ่มขึ้น 194% YoY และลดลง 21% QoQ โดยมีค่าใช้จ่ายถ่านหินเพิ่มขึ้นมาก ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบของกลุ่ม SPP เพิ่มขึ้น 87% YoY และ 7% QoQ จากราคาและปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่สูงขึ้น
* **กำลังการผลิต:** กำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งรวมอยู่ที่ 13,418 MW โดยมีกำลังการผลิตที่ดำเนินการแล้วตามสัดส่วนการถือหุ้น 6,001 MW
* **โครงการลงทุน:** โครงการ SPP Replacement ระยะที่ 1 (Glow Energy Phase 2) มีความคืบหน้า 83.76% คาด COD Q4/2565 โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมในไต้หวัน (CFXD) มีความคืบหน้า 45.30% คาด COD ภายใน Q1/2567
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 มิ.ย. 65 มีมูลค่า 270,791 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.2% จากสิ้นปี 64 โดยมีเงินสดเพิ่มขึ้น 5,842 ล้านบาท
* **หนี้สินรวม:** ณ 30 มิ.ย. 65 มีมูลค่า 154,324 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากสิ้นปี 64 โดยมีหุ้นกู้และเงินกู้ระยะยาวเพิ่มขึ้น 4.4%
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 มิ.ย. 65 มีมูลค่า 116,467 ล้านบาท ลดลง 1% จากสิ้นปี 64 จากการจ่ายเงินปันผล
* **หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย:** 114,051 ล้านบาท
* **กระแสเงินสด:** 6 เดือนแรกปี 65 มีเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 4,557 ล้านบาท, กิจกรรมลงทุน 2,065 ล้านบาท และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน (689) ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิ 5,842 ล้านบาท
## สรุปท้าย
GPSC ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรสุทธิ YoY ลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นค่า Ft และการบริหารจัดการภายในกลุ่ม รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี ช่วยหนุนผลประกอบการให้ฟื้นตัวขึ้น QoQ ขณะที่การลงทุนในโครงการใหม่และการพัฒนาธุรกิจแบตเตอรี่จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต แต่ความผันผวนของราคาพลังงานและกฎระเบียบด้านพลังงานยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GPSC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
-44,553.10
ล้านบาท
↓ 294.5% YoY
กำไรขั้นต้น
-5,793.68
ล้านบาท
↓ 311.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.00
%
กำไรสุทธิ
-3,159.29
ล้านบาท
↓ 416% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.09
%
D/E Ratio
1.25
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-44,553
↓ -294.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-5,794
↓ -311.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3,159
↓ -416%
YoY
D/E Ratio
1.25
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GPSC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.25
ROE (%)
6.04
ROA (%)
4.70
Book Value/หุ้น
37.66
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GPSC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-14,865
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+7,841
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GPSC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-14,864.65
+32.35%
|
-11,231.22
-30.68%
|
-16,203.10
+22.98%
|
-13,175.61
-4.10%
|
-13,738.48
-165.87%
|
20,856.89
+279.23%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
7,841.40
+55.59%
|
5,039.80
-55.92%
|
11,433.15
-336.71%
|
-4,829.98
+556.37%
|
-735.86
-90.02%
|
-7,370.46
-91.02%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
27,541.54
-169.46%
|
-39,652.20
+981.61%
|
-3,666.03
-167.64%
|
5,419.52
-35.44%
|
8,394.61
-171.09%
|
-11,808.90
-115.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
20,518.28
-144.76%
|
-45,843.63
+443.43%
|
-8,435.97
-32.97%
|
-12,586.04
+106.52%
|
-6,094.37
-463.30%
|
1,677.52
+4,907.52%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|