บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
51.75
0.50 (0.96%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลงโดยหลักเกิดจากกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ลดลง จากราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ทําให้ margin จากการขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง โดยมีปริมาณการจําหน่ายไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมคงที่ ปริมาณการ จําหน่ายไอน้ําให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่ปริมาณการจําหน่ายไฟฟ้าให้ กฟผ. ลดลงเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ผลการดําเนินงานในส่วนของโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) เพิ่มขึ้นจากรายได้ค่าพลังงานไฟฟ้า (EP) ตามปริมาณการจําหน่ายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับแผนการเรียกรับไฟฟ้าของ กฟผ. และการจัดการการผลิตโดยใช้เชื้อเพลิงน้ํามันดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติ ทําให้ margin จากการ ขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับในไตรมาส 1 ปี 2565
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=27722 out_tok=2737 at=2026-07-25T16:51:52 -->
# GPSC กำไร Q1/66 พุ่ง 257% รับค่า Ft สูง-ต้นทุนพลังงานลด
## รายได้-กำไรโตแรง YoY จากค่า Ft ที่ปรับขึ้นและต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลง ขณะที่การลงทุนในพลังงานหมุนเวียนในอินเดียเติบโตต่อเนื่อง
บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 1,118 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 257% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่า Ft) และการลดลงของต้นทุนเชื้อเพลิง ประกอบกับการเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการพลังงานหมุนเวียนในประเทศอินเดีย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: ทรัพยากร / พลังงาน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ GPSC ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การปรับตัวสูงขึ้นของค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่า Ft)** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ Margin จากการขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรม และ **การลดลงของต้นทุนเชื้อเพลิง** โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน ประกอบกับการ **เติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนใน AEPL** ในประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้นถึง 257% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การปรับขึ้นค่า Ft:** คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ประกาศปรับขึ้นค่า Ft งวดเดือนมกราคม - เมษายน 2566 เป็น 1.5492 บาทต่อหน่วย (สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทอื่นที่ไม่ใช่บ้านอยู่อาศัย) ซึ่งสูงกว่างวดก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ การปรับขึ้นนี้ช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และทำให้ Margin จากการขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมกลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม หลังจากที่ถูกควบคุมให้ต่ำกว่าปกติในช่วงก่อนหน้า
* **ต้นทุนเชื้อเพลิงลดลง:** ราคาถ่านหินที่อยู่ในทิศทางขาลงส่งผลให้ต้นทุนเฉลี่ยของโรงไฟฟ้าเก็คโค่วันต่ำกว่าราคาตลาด ในขณะที่ต้นทุนก๊าซธรรมชาติและถ่านหินโดยรวมปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าโดยรวม
* **ส่วนแบ่งกำไรจาก AEPL เพิ่มขึ้น:** บริษัท Avaada Energy Private Limited (AEPL) ซึ่ง GPSC ถือหุ้นในสัดส่วน 42.93% ประสบความสำเร็จในการชนะประมูลโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในอินเดีย และมีโครงการที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้น ประกอบกับการบันทึกส่วนต่างรายได้ค่าไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าย้อนหลัง ทำให้ส่วนแบ่งกำไรจาก AEPL เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องติดตามปัจจัยอื่น:**
* **ค่า Ft:** แนวโน้มค่า Ft ในงวดถัดไป (พฤษภาคม - สิงหาคม 2566) มีการปรับลดลงเล็กน้อยเหลือ 0.9119 บาทต่อหน่วย ซึ่งอาจส่งผลให้ Margin จากการขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมลดลงจากไตรมาสนี้ แต่ยังคงสูงกว่าช่วงก่อนหน้า
* **ต้นทุนเชื้อเพลิง:** ราคาถ่านหินและก๊าซธรรมชาติยังคงมีความผันผวน การบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิตยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ
* **AEPL:** การเติบโตของ AEPL ในอินเดียมีแนวโน้มต่อเนื่อง จากแผนการขยายกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ GPSC ในการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ Q1/66 พุ่ง 1,118 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 257% YoY และ 356% QoQ**
* **รายได้จากการดำเนินงาน Q1/66 อยู่ที่ 27,905 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY แต่ลดลง 20% QoQ**
* **กำไรขั้นต้นรวม Q1/66 อยู่ที่ 4,854 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72% YoY และ 95% QoQ** โดยโรงไฟฟ้า SPP มีกำไรขั้นต้นสูงถึง 3,206 ล้านบาท (+122% YoY)
* **ค่า Ft ปรับขึ้นเป็น 1.5492 บาทต่อหน่วย** ช่วยหนุน Margin การขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรม
* **ต้นทุนเชื้อเพลิงลดลง** โดยเฉพาะถ่านหินที่โรงไฟฟ้าเก็คโค่วัน
* **ส่วนแบ่งกำไรจาก AEPL (อินเดีย) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** จากโครงการใหม่ที่เริ่มดำเนินการ
* **การลงทุนในพลังงานหมุนเวียนยังคงเป็นทิศทางหลัก** โดย GPSC ถือหุ้น 42.93% ใน AEPL ที่ชนะประมูลโครงการโซลาร์ในอินเดีย และมีแผนเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็นมากกว่า 50% ภายในปี 2573
## ภาพรวมผลประกอบการ
GPSC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 1,118 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 257% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 356% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมีรายได้จากการดำเนินงาน 27,905 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY แต่ลดลง 20% QoQ ขณะที่กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 4,854 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 72% YoY และ 95% QoQ สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนและผลบวกจากปัจจัยภายนอก
## โอกาส
* **การปรับขึ้นค่า Ft:** ช่วยเพิ่ม Margin การขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรม
* **การลงทุนในพลังงานหมุนเวียน:** การขยายการลงทุนในโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในอินเดียผ่าน AEPL และโครงการอื่นๆ จะช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้จากพลังงานสะอาดในระยะยาว
* **Synergy กับกลุ่ม ปตท.:** การบริหารจัดการการผลิตและใช้โครงข่ายไฟฟ้าและไอน้ำร่วมกัน รวมถึง Synergy ด้านอื่นๆ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน
* **โครงการ SPP Replacement:** ความคืบหน้าของโครงการ SPP Replacement ระยะที่ 1 และ 2 รวมถึงโครงการ ERU ที่กำลังก่อสร้าง จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและสร้างรายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง:** แม้ต้นทุนเชื้อเพลิงจะลดลงในไตรมาสนี้ แต่ราคาถ่านหินและก๊าซธรรมชาติยังคงมีความผันผวน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **การหยุดซ่อมบำรุงของลูกค้าอุตสาหกรรม:** การหยุดซ่อมบำรุงของลูกค้าอุตสาหกรรมส่งผลให้ปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำลดลงในไตรมาสนี้
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก:** แนวโน้มเงินเฟ้อสูงและปัญหาในภาคสถาบันการเงินต่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม
* **กฎระเบียบด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือกฎระเบียบอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและต้นทุน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มค่า Ft ในงวดถัดไป:** การปรับลดลงของค่า Ft อาจส่งผลต่อ Margin การขายไฟฟ้า
* **ความคืบหน้าของโครงการในอินเดีย (AEPL):** การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการใหม่ๆ จะส่งผลต่อส่วนแบ่งกำไร
* **การบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิง:** การติดตามราคาถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ รวมถึงประสิทธิภาพการผลิต
* **การลงทุนในพลังงานหมุนเวียน:** ความคืบหน้าของโครงการพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศ
* **การดำเนินงานของโรงไฟฟ้าที่หยุดซ่อมบำรุง:** การกลับมาดำเนินการผลิตปกติของลูกค้าอุตสาหกรรม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **โรงไฟฟ้า SPP:** มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกำไรขั้นต้น โดยกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 122% YoY เป็น 3,206 ล้านบาท จากการปรับขึ้นค่า Ft และปริมาณการขายไฟฟ้าที่สูงขึ้นเล็กน้อย แม้ปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำให้ลูกค้าอุตสาหกรรมจะลดลงจากการหยุดซ่อมบำรุง
* **โรงไฟฟ้า IPP:** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 16% YoY เป็น 1,550 ล้านบาท จากผลประกอบการโรงไฟฟ้าเก็คโค่วันที่ได้ประโยชน์จากราคาถ่านหินที่ต่ำกว่าราคาตลาด อย่างไรก็ตาม รายได้รวมลดลง 42% YoY เนื่องจากปริมาณการขายไฟฟ้าลดลงตามแผนการเรียกรับไฟฟ้าของ กฟผ. และการหยุดซ่อมบำรุงของโรงไฟฟ้าเก็คโค่วัน
* **โรงไฟฟ้า VSPP และอื่นๆ:** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 175% YoY เป็น 98 ล้านบาท จากรายได้โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิง RDF ที่เพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและราคาขาย
* **การลงทุนใน AEPL (อินเดีย):** ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากโครงการที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้น และการบันทึกส่วนต่างรายได้ค่าไฟฟ้าย้อนหลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 287,282 ล้านบาท ลดลง 1% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 47% เป็น 20,941 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 172,020 ล้านบาท ลดลง 1% จากสิ้นปี 2565 โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลงจากการลดลงของเจ้าหนี้การค้า ส่วนผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.1% เป็น 115,262 ล้านบาท กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 9,523 ล้านบาท และได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน 2,047 ล้านบาท ขณะที่ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 4,749 ล้านบาท
## สรุปท้าย
GPSC โชว์ผลประกอบการ Q1/66 แข็งแกร่ง กำไรสุทธิพุ่ง 257% YoY เป็น 1,118 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการปรับขึ้นค่า Ft ที่ช่วยหนุน Margin การขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรม และต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลง โดยเฉพาะถ่านหิน นอกจากนี้ การเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากโครงการพลังงานหมุนเวียนในอินเดีย (AEPL) ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนผลประกอบการ แม้ว่ารายได้รวมจะลดลง QoQ จากการหยุดซ่อมบำรุงของลูกค้าอุตสาหกรรม แต่แนวโน้มการลงทุนในพลังงานสะอาดและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ยังคงเป็นโอกาสสำคัญในการเติบโตของบริษัทในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มค่า Ft ที่อาจปรับลดลง และความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง รวมถึงความคืบหน้าของโครงการลงทุนใหม่ๆ ต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GPSC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
-44,553.10
ล้านบาท
↓ 294.5% YoY
กำไรขั้นต้น
-5,793.68
ล้านบาท
↓ 311.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.00
%
กำไรสุทธิ
-3,159.29
ล้านบาท
↓ 416% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.09
%
D/E Ratio
1.25
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-44,553
↓ -294.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-5,794
↓ -311.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3,159
↓ -416%
YoY
D/E Ratio
1.25
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GPSC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.25
ROE (%)
6.04
ROA (%)
4.70
Book Value/หุ้น
37.66
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GPSC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-14,865
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+7,841
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GPSC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-14,864.65
+32.35%
|
-11,231.22
-30.68%
|
-16,203.10
+22.98%
|
-13,175.61
-4.10%
|
-13,738.48
-165.87%
|
20,856.89
+279.23%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
7,841.40
+55.59%
|
5,039.80
-55.92%
|
11,433.15
-336.71%
|
-4,829.98
+556.37%
|
-735.86
-90.02%
|
-7,370.46
-91.02%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
27,541.54
-169.46%
|
-39,652.20
+981.61%
|
-3,666.03
-167.64%
|
5,419.52
-35.44%
|
8,394.61
-171.09%
|
-11,808.90
-115.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
20,518.28
-144.76%
|
-45,843.63
+443.43%
|
-8,435.97
-32.97%
|
-12,586.04
+106.52%
|
-6,094.37
-463.30%
|
1,677.52
+4,907.52%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|