บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
51.75
0.50 (0.96%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลงโดยหลักเกิดจากกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ลดลง จากราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ทําให้ margin จากการขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง โดยมีปริมาณการจําหน่ายไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมคงที่ ปริมาณการ จําหน่ายไอน้ําให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่ปริมาณการจําหน่ายไฟฟ้าให้ กฟผ. ลดลงเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ผลการดําเนินงานในส่วนของโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) เพิ่มขึ้นจากรายได้ค่าพลังงานไฟฟ้า (EP) ตามปริมาณการจําหน่ายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับแผนการเรียกรับไฟฟ้าของ กฟผ. และการจัดการการผลิตโดยใช้เชื้อเพลิงน้ํามันดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติ ทําให้ margin จากการ ขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับในไตรมาส 1 ปี 2565
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=35051 out_tok=3269 at=2026-07-25T16:18:22 -->
# GPSC กำไรสุทธิ Q4/64 ลดลง 20% YoY รับต้นทุนพลังงานพุ่ง ฉุดกำไร SPP หดตัว
## รายได้รวมโต 33% YoY แต่กำไรสุทธิหดตัว เหตุต้นทุนก๊าซ-ถ่านหินพุ่งกระทบโรงไฟฟ้า SPP ขณะที่ IPP ได้อานิสงส์ค่าเงินบาทอ่อนค่าและปริมาณขายเพิ่ม
บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 1,168 ล้านบาท ลดลง 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการดำเนินงานจะเติบโตถึง 33% เป็น 22,019 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) อย่างหนัก ขณะที่โรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) ได้รับผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าและการเพิ่มขึ้นของปริมาณขายไฟฟ้า
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิของ GPSC ในไตรมาส 4 ปี 2564 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ **ต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นของโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP)** ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจหลักของบริษัทฯ โดยกำไรขั้นต้นรวมลดลง 20% YoY อยู่ที่ 3,920 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ลดลง 20% YoY อยู่ที่ 1,168 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การปรับตัวสูงขึ้นของราคาเชื้อเพลิง โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน เป็นผลมาจากปัจจัยด้านอุปทานและอุปสงค์ในตลาดโลกที่ผันผวน ประกอบกับสถานการณ์การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ทำให้ความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า SPP ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้ส่วนต่างกำไร (Margin) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ในทางกลับกัน โรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) ได้รับผลบวกจากปัจจัยหลายประการ ได้แก่
* **รายได้ค่าความพร้อมจ่าย (AP) ที่เพิ่มขึ้น:** โดยเฉพาะส่วนที่อ้างอิงกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD-linked AP) ได้รับอานิสงส์จากการอ่อนค่าของเงินบาท นอกจากนี้ อัตราค่าความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้าเก็คโค่วัน และโรงไฟฟ้าโกลว์ไอพีพี ก็ปรับเพิ่มขึ้น
* **รายได้ค่าพลังงานไฟฟ้า (EP) ที่เพิ่มขึ้น:** จากการสั่งการเดินเครื่องของ กฟผ. ที่เพิ่มขึ้นในโรงไฟฟ้าศรีราชาและโกลว์ไอพีพี
* **การรับรู้รายได้จากการเคลมประกันภัย:** สำหรับการหยุดเดินเครื่องนอกแผนงานของโรงไฟฟ้าโกลว์พลังงานระยะที่ 5 บางส่วน
อย่างไรก็ตาม ผลบวกจาก IPP ไม่สามารถชดเชยผลกระทบเชิงลบจาก SPP ได้ทั้งหมด ทำให้กำไรสุทธิโดยรวมลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยด้านราคาเชื้อเพลิงอย่างใกล้ชิด** ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นของโรงไฟฟ้า SPP ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้ และมีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อเนื่องไปในอนาคต หากราคาเชื้อเพลิงยังคงอยู่ในระดับสูง
สำหรับโรงไฟฟ้า IPP การรับรู้รายได้จากค่าความพร้อมจ่ายที่อ้างอิงกับ USD-linked AP จะยังคงได้รับผลบวกจากการอ่อนค่าของเงินบาทต่อไป แต่ปริมาณการขายไฟฟ้าอาจผันผวนตามความต้องการใช้ไฟฟ้าของ กฟผ. และลูกค้าอุตสาหกรรม
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ Q4/64 อยู่ที่ 1,168 ล้านบาท ลดลง 20% YoY และ 38% QoQ**
* **รายได้จากการดำเนินงาน Q4/64 เพิ่มขึ้น 33% YoY เป็น 22,019 ล้านบาท** แต่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 56% YoY
* **กำไรขั้นต้น Q4/64 ลดลง 20% YoY อยู่ที่ 3,920 ล้านบาท** โดยอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 30% ใน Q4/63 เป็น 18% ใน Q4/64
* **โรงไฟฟ้า SPP เผชิญต้นทุนเชื้อเพลิง (ก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน) สูงขึ้นมาก** ฉุดกำไรขั้นต้นลดลง 34% YoY
* **โรงไฟฟ้า IPP มีรายได้ AP เพิ่มขึ้นจากค่าเงินบาทอ่อนค่า และรายได้ EP เพิ่มขึ้นตามปริมาณขาย** รวมถึงรับรู้รายได้ประกันภัยโรงไฟฟ้าโกลว์พลังงานระยะที่ 5
* **บริษัทฯ รับรู้ Synergy จากการควบรวม GLOW สุทธิหลังภาษี 541 ล้านบาทใน Q4/64**
* **มีการลงทุนในธุรกิจแบตเตอรี่อย่างต่อเนื่อง** โดยจัดตั้งบริษัทย่อยเพื่อลงทุนใน Anhui Axxiva New Energy Technology Co., Ltd. (AXXIVA) ในจีน และร่วมทุนจัดตั้งบริษัทนูออโวพลัส จำกัด เพื่อสนับสนุนธุรกิจแบตเตอรี่
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาสที่ 4 ปี 2564 GPSC มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 22,019 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากโรงไฟฟ้า IPP ที่เติบโตถึง 92% YoY เป็น 7,262 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าพลังงานไฟฟ้า (EP) และค่าความพร้อมจ่าย (AP) รวมถึงการรับรู้รายได้จากการเคลมประกันภัย อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายสินค้าและการให้บริการเพิ่มขึ้นถึง 56% YoY เป็น 18,098 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมลดลง 20% YoY อยู่ที่ 3,920 ล้านบาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายอื่นๆ แล้ว กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่จึงอยู่ที่ 1,168 ล้านบาท ลดลง 20% YoY
เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 3 ปี 2564 กำไรสุทธิลดลง 38% โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่สูงขึ้น ประกอบกับปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำของลูกค้าอุตสาหกรรมลดลงตามแผนการหยุดซ่อมบำรุงของลูกค้า
สำหรับภาพรวมทั้งปี 2564 บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงาน 74,874 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY แต่กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ลดลง 3% YoY อยู่ที่ 7,319 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตในธุรกิจพลังงานสะอาดและแบตเตอรี่:** บริษัทฯ มีการประกาศกลยุทธ์ใหม่ "4S" เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมพลังงานเพื่อความยั่งยืน โดยเน้นการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด การลงทุนในธุรกิจแบตเตอรี่ และการให้บริการโซลูชันที่ตอบสนองลูกค้า
* **การลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ:** การเข้าลงทุนใน Avaada Energy Private Limited (AEPL) ในอินเดีย และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในไต้หวัน จะช่วยเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดและกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ
* **โครงการ SPP Replacement:** การก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ทดแทนโรงไฟฟ้าเดิมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและรองรับความต้องการใช้พลังงานในอนาคต
* **การบริหารจัดการ Synergy จากการควบรวม GLOW:** บริษัทฯ สามารถสร้าง Synergy ได้ดีกว่าแผนที่วางไว้ ซึ่งช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง:** ราคาพลังงานที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรของโรงไฟฟ้า SPP
* **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและนโยบายพลังงาน:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในระยะยาว
* **ความเสี่ยงจากการหยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้า:** การหยุดเดินเครื่องนอกแผนงานของโรงไฟฟ้า เช่น โรงไฟฟ้าโกลว์พลังงานระยะที่ 5 อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และต้นทุน
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะได้รับผลบวกจากการอ่อนค่าของเงินบาท แต่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาเชื้อเพลิง (ก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน):** จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนและกำไรของโรงไฟฟ้า SPP
* **ความคืบหน้าของโครงการลงทุนในธุรกิจแบตเตอรี่:** ทั้งในจีนและไทย รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยี SemiSolid
* **การเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้าใหม่:** โดยเฉพาะโครงการ SPP Replacement และโครงการพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** เพื่อชดเชยผลกระทบจากราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายพลังงานของภาครัฐ:** โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมพลังงานสะอาดและโครงสร้างค่าไฟฟ้า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ราคา Commodity/ASP:** ราคาเชื้อเพลิงหลักอย่างก๊าซธรรมชาติและถ่านหินปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 4 ปี 2564 ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า SPP โดยตรง ในขณะที่ โรงไฟฟ้า IPP ได้รับผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ซึ่งส่งผลดีต่อรายได้ค่าความพร้อมจ่าย (AP) ที่อ้างอิงสกุลเงินต่างประเทศ
**ปริมาณขาย-ผลิต:** ปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำของลูกค้าอุตสาหกรรมลดลงในโรงไฟฟ้า SPP เนื่องจากแผนการหยุดซ่อมบำรุงของลูกค้า ในขณะที่ โรงไฟฟ้า IPP มีปริมาณการขายไฟฟ้าให้ กฟผ. เพิ่มขึ้นในบางโรงไฟฟ้า
**ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนต่อหน่วยของโรงไฟฟ้า SPP ปรับสูงขึ้นอย่างมากจากราคาเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ ต้นทุนวัตถุดิบอื่นๆ ของโรงไฟฟ้า IPP เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนไปใช้ดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติในบางช่วง
**กำลังการผลิต:** บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายกำลังการผลิตในกลุ่มพลังงานหมุนเวียนและธุรกิจแบตเตอรี่ โดยมีโครงการลงทุนสำคัญในอินเดีย ไต้หวัน และจีน
**โครงการลงทุน:** มีความคืบหน้าในการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้า SPP Replacement และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ รวมถึงการลงทุนในธุรกิจแบตเตอรี่
**กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** ค่า Ft สำหรับเรียกเก็บรอบ ม.ค.-เม.ย. 2565 ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 1.39 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งสะท้อนต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น โดย กกพ. มีมติให้ทยอยปรับค่า Ft เป็นขั้นบันไดเพื่อบรรเทาผลกระทบ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 270,379 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในบริษัทย่อยที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจแบตเตอรี่และพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ ขณะที่ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 32% เป็น 13,793 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 152,632 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินหมุนเวียนและเงินกู้ยืมระยะยาว ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 5% เป็น 117,748 ล้านบาท จากกำไรสุทธิสำหรับงวด
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 16,109 ล้านบาท แต่มีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 19,610 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงิน 2,724 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 6,496 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Total D/E) อยู่ที่ 1.86 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net D/E) อยู่ที่ 1.30 เท่า ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
## สรุปท้าย
GPSC ในไตรมาส 4 ปี 2564 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อกำไรขั้นต้นของโรงไฟฟ้า SPP แม้ว่าโรงไฟฟ้า IPP จะได้รับอานิสงส์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการรับรู้รายได้ประกันภัย แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบเชิงลบได้ทั้งหมด ทำให้กำไรสุทธิโดยรวมลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ในการขยายธุรกิจพลังงานสะอาดและแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นโอกาสในการเติบโตระยะยาว แต่ความเสี่ยงด้านราคาเชื้อเพลิงและความผันผวนของตลาดพลังงานยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GPSC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
-44,553.10
ล้านบาท
↓ 294.5% YoY
กำไรขั้นต้น
-5,793.68
ล้านบาท
↓ 311.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.00
%
กำไรสุทธิ
-3,159.29
ล้านบาท
↓ 416% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.09
%
D/E Ratio
1.25
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-44,553
↓ -294.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-5,794
↓ -311.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3,159
↓ -416%
YoY
D/E Ratio
1.25
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GPSC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.25
ROE (%)
6.04
ROA (%)
4.70
Book Value/หุ้น
37.66
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GPSC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-14,865
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+7,841
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GPSC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-14,864.65
+32.35%
|
-11,231.22
-30.68%
|
-16,203.10
+22.98%
|
-13,175.61
-4.10%
|
-13,738.48
-165.87%
|
20,856.89
+279.23%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
7,841.40
+55.59%
|
5,039.80
-55.92%
|
11,433.15
-336.71%
|
-4,829.98
+556.37%
|
-735.86
-90.02%
|
-7,370.46
-91.02%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
27,541.54
-169.46%
|
-39,652.20
+981.61%
|
-3,666.03
-167.64%
|
5,419.52
-35.44%
|
8,394.61
-171.09%
|
-11,808.90
-115.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
20,518.28
-144.76%
|
-45,843.63
+443.43%
|
-8,435.97
-32.97%
|
-12,586.04
+106.52%
|
-6,094.37
-463.30%
|
1,677.52
+4,907.52%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|