บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
7.00
0.05 (0.71%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6761 out_tok=2562 at=2026-07-25T16:13:38 -->
# FPT กำไร Q1/65 พุ่ง 68% รับกำไรพิเศษหนุน – รายได้อสังหาฯ ชะลอตัว
## กำไรสุทธิโตแรง 68% จากกำไรพิเศษจากการไถ่ถอนหน่วยลงทุน ขณะรายได้หลักหดตัวเล็กน้อยตามภาวะเศรษฐกิจ
บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 749.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 68.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะลดลง 2.6% เป็น 4,042.7 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักที่หนุนกำไรมาจากรายการพิเศษจากการไถ่ถอนหน่วยลงทุน ขณะที่รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์และรายได้จากการให้เช่าและบริการปรับตัวลดลงตามสภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวช้า
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ FPT ในไตรมาส 1 ปี 2565 เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 68.0% มาจาก **รายการพิเศษจากการไถ่ถอนหน่วยลงทุนของเงินลงทุนในบริษัทร่วมจำนวน 381.1 ล้านบาท** ซึ่งเกิดจากการยกเลิกการดำเนินงานและจ่ายเงินคืนทุนของกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์โกลด์ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากผลการดำเนินงานปกติ รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 10.2% และรายได้จากการให้เช่าและบริการลดลง 2.3% ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อผลประกอบการ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิเป็นผลมาจากรายการพิเศษที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานปกติ โดยฝ่ายจัดการระบุว่า **กำไรจากการไถ่ถอนหน่วยลงทุน** เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัวเลขกำไรสุทธิสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะเดียวกัน ปัจจัยลบที่ส่งผลต่อรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์มาจากสภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่ดี ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ Omicron และระดับหนี้ครัวเรือนที่สูง ทำให้กิจกรรมการขายและการตลาดไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่ รวมถึงการปฏิเสธสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น ส่วนรายได้จากการให้เช่าและบริการที่ลดลงเกิดจากอาคารโกลเด้นแลนด์บิวดิ้งที่ใกล้หมดสัญญาเช่าที่ดิน และการขอปรับลดพื้นที่ของผู้เช่าบางส่วนจากสถานการณ์แพร่ระบาด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้มาจากรายการพิเศษจากการไถ่ถอนหน่วยลงทุน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งเดียวและไม่น่าจะเกิดขึ้นซ้ำในลักษณะเดียวกันอีกในอนาคต ส่วนรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์และรายได้ค่าเช่าที่ปรับตัวลดลงนั้น แม้จะได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก แต่ฝ่ายจัดการมีแผนกลยุทธ์ในการบริหารจัดการเพื่อฟื้นฟูรายได้ในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 68.0% YoY** แตะ 749.3 ล้านบาท จากรายการพิเศษจากการไถ่ถอนหน่วยลงทุน 381.1 ล้านบาท
* **รายได้รวมลดลง 2.6% YoY** อยู่ที่ 4,042.7 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์หดตัว 10.2%
* **ต้นทุนจากการประกอบธุรกิจลดลง 13.1%** ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ 35.1%
* **หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 1.48 เท่า** เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.47 เท่า
* **แผนปี 2565 เน้นเปิดโครงการบ้านแนวราบเพิ่ม** และเสริมสร้างรายได้ประจำจากโครงการพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 4,042.7 ล้านบาท ลดลง 2.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง 10.2% เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวช้า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และหนี้ครัวเรือนที่สูง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถควบคุมต้นทุนจากการประกอบธุรกิจได้ดีขึ้นถึง 13.1% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 35.1% ประกอบกับมีกำไรพิเศษจากการไถ่ถอนหน่วยลงทุน 381.1 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดเพิ่มขึ้น 68.0% เป็น 749.3 ล้านบาท หรือ 0.32 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจาก 0.19 บาทต่อหุ้นในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคธุรกิจและการท่องเที่ยว:** การกระจายวัคซีนที่สูงขึ้นทั่วโลกและการผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศ คาดว่าจะส่งผลดีต่อภาคเศรษฐกิจโดยรวม
* **มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ:** นโยบายของภาครัฐคาดว่าจะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
* **การย้ายฐานการผลิตและการลงทุน:** แนวโน้มการย้ายฐานการผลิตเข้ามาในภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย หนุนความต้องการพื้นที่อุตสาหกรรมและคลังสินค้า
* **การพัฒนาโครงการใหม่:** บริษัทฯ มีแผนเปิดโครงการบ้านแนวราบเพิ่มขึ้นเพื่อขยายฐานลูกค้า และพัฒนาโครงการพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมเพื่อสร้างรายได้ประจำ
## ความเสี่ยง
* **การระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่:** ความไม่แน่นอนจากการระบาดของสายพันธุ์ Omicron และการออกมาตรการควบคุมโรค อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภค
* **หนี้สินครัวเรือนที่เปราะบาง:** ระดับหนี้ครัวเรือนที่สูงอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและความสามารถในการซื้ออสังหาริมทรัพย์
* **ความผันผวนของตลาดเงินตลาดทุน:** นโยบายการเงินการคลังของประเทศต่างๆ เพื่อรับมือกับความผันผวน อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ
* **การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์:** แม้จะมีมาตรการภาครัฐ แต่กำลังซื้อยังอ่อนแรง อาจส่งผลให้ธุรกิจเติบโตได้จำกัด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* การฟื้นตัวของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ หลังได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบต่างๆ
* แนวโน้มอัตราการเช่าและรายได้จากธุรกิจอุตสาหกรรมและคลังสินค้า ที่ได้รับแรงหนุนจากการย้ายฐานการผลิต
* ความคืบหน้าของโครงการมิกซ์ยูส "อาคารสีลมเอจ" และอาคารเชิงอุตสาหกรรม Built-to-suit ที่จะแล้วเสร็จในปี 2565
* ผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการบริโภค
* การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่ดี
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **การโอนและ Presale:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 10.2% YoY เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดยเฉพาะตลาดทาวน์โฮมที่ได้รับผลกระทบพอสมควร อย่างไรก็ตาม กลุ่มบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดยังคงมีดีมานด์สูงและสร้างยอดขายได้ดี โดยบริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์ขยายช่องทางขายออนไลน์และพัฒนาสินค้าเพื่อตอบสนองกลุ่มเป้าหมายระดับกลางถึงบน
* **Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง อาจสะท้อนถึง backlog ที่ลดลง หรือการรับรู้รายได้ที่ชะลอตัว
* **โครงการใหม่:** บริษัทฯ มีแผนเปิดโครงการบ้านแนวราบเพิ่มขึ้นในปี 2565 เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มศักยภาพ
* **Occupancy/Rental Yield:** ธุรกิจอาคารสำนักงานภายใต้การบริหารยังคงรักษาอัตราการเช่าได้สูงกว่า 90% ส่วนธุรกิจโรงงานและคลังสินค้ามีอัตราการเช่ารวม 86% แม้รายได้ค่าเช่าจะลดลงเล็กน้อยจากการขายทรัพย์เข้ากองทรัสต์ FTREIT
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลต้นทุนก่อสร้างโดยตรง แต่ระบุว่าต้นทุนจากการประกอบธุรกิจลดลง 13.1% ซึ่งส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **กระแสเงินสดจากโครงการ:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลกระแสเงินสดจากโครงการโดยตรง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 95,021.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากการลงทุนในสินทรัพย์โครงการเดอะ รอยัล เรสซิเดนท์ และโรงแรมเมย์แฟร์ แมริออท เอ็กเซกคิวทีฟอพาร์ทเมนท์ หนี้สินรวมอยู่ที่ 60,049.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9% ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 2.1% เป็น 34,972.1 ล้านบาท จากผลกำไรจากการดำเนินงาน หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 3.1% เป็น 51,912.9 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.48 เท่า
## สรุปท้าย
FPT ในไตรมาส 1 ปี 2565 โชว์กำไรสุทธิที่เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 68% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรายการพิเศษจากการไถ่ถอนหน่วยลงทุน แม้ว่ารายได้หลักจากการขายอสังหาริมทรัพย์จะยังคงเผชิญแรงกดดันจากสภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าและปัจจัยลบด้านกำลังซื้อ แต่บริษัทฯ ยังคงบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น ในขณะที่ภาพรวมธุรกิจอุตสาหกรรมและคลังสินค้ายังคงมีแนวโน้มที่ดีจากการย้ายฐานการผลิต บริษัทฯ มีแผนเชิงรุกในการเปิดโครงการใหม่และเสริมสร้างรายได้ประจำในปี 2565 อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และความเปราะบางของหนี้ครัวเรือนที่อาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของกำลังซื้อในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FPT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
7,617.96
ล้านบาท
↑ 5.6% YoY
กำไรขั้นต้น
2,003.42
ล้านบาท
↓ 13% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.30
%
กำไรสุทธิ
594.40
ล้านบาท
↑ 41.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.80
%
D/E Ratio
1.59
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,618
↑ + 5.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,003
↓ -13%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
594
↑ + 41.5%
YoY
D/E Ratio
1.59
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FPT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.59
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
16.13
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FPT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,132
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,027
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FPT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1,132.30
-140.83%
|
-2,773.31
+135.31%
|
-1,178.60
-76.46%
|
-5,007.86
+9,976.18%
|
-49.70
-102.45%
|
2,032.65
-127.83%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,026.71
-41.48%
|
1,754.52
+1.92%
|
1,721.44
-21.73%
|
2,199.36
+15.60%
|
1,902.54
-206.76%
|
-1,782.01
-90.03%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-1,840.70
-0.36%
|
-1,847.36
-55.09%
|
-4,113.81
+143.45%
|
-1,689.83
+158.47%
|
-653.78
-69.92%
|
-2,173.68
-119.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
222.62
+9.04%
|
204.17
-125.10%
|
-813.38
-19,746.86%
|
4.14
-99.65%
|
1,199.08
-162.35%
|
-1,923.05
-86.48%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
1,071.93
-0.26%
|
1,074.72
+11.20%
|
966.48
-62.43%
|
2,572.75
-42.77%
|
4,495.09
-35.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,063.98
-13.52%
|
1,230.29
+14.77%
|
1,071.93
-0.26%
|
1,074.72
+11.20%
|
966.48
-62.42%
|
2,572.05
-42.78%
|