FPT
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
FPT
บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
7.00
0.05 (0.71%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 2 ปี 2565

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6248 out_tok=2603 at=2026-07-25T15:48:55 --> FPT กำไร Q3/65 พุ่ง 48% รับอานิสงส์อสังหาฯ-โรงแรมฟื้นตัว รายได้-กำไรโตตามคาด ฝ่ายบริหารชี้ปัจจัยบวกจากอุปสงค์ที่อยู่อาศัยระดับบน-ท่องเที่ยวคึกคัก ขณะที่ธุรกิจโรงงาน-คลังสินค้ายังแกร่ง บริษัท เฟรเซอร์สพร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้รวม 4,373.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 680.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 48.0% โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการฟื้นตัวของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับกลยุทธ์เน้นบ้านเดี่ยวระดับกลางถึงบน รวมถึงรายได้จากธุรกิจโรงแรมที่กลับมาคึกคักจากการผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ FPT ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับกลยุทธ์การขายและการกลับมาของอุปสงค์ในตลาด ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักของผลประกอบการที่เติบโตอย่างโดดเด่นในไตรมาสนี้ คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 7.1%** และ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากธุรกิจโรงแรมที่เพิ่มขึ้นถึง 91.6%** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 48.0% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์:** การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากการปรับกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่มุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนสินค้าบ้านเดี่ยวในทำเลศักยภาพ พร้อมนวัตกรรมที่ทันสมัย เพื่อตอบสนองกลุ่มเป้าหมายระดับกลางถึงบนที่มีกำลังซื้อสูง นอกจากนี้ บริษัทยังคงพัฒนาโครงการคุณภาพเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าทุกเซกเมนต์ รวมถึงโครงการบ้านต่างจังหวัดเพื่อกระจายความเสี่ยง * **รายได้จากธุรกิจโรงแรม:** การเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้เกิดจากการผ่อนคลายมาตรการการเดินทางระหว่างประเทศของหลายประเทศ และการประกาศเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบของรัฐบาลไทย ส่งผลให้นักธุรกิจและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศมากขึ้น บรรยากาศการท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก นอกจากนี้ รายได้จากการให้เช่าและบริการที่เกี่ยวข้องยังคงเติบโตได้ดี 9.5% โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้ค่าเช่าธุรกิจโรงงานและคลังสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นจากการเติบโตของกลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซและโลจิสติกส์ รวมถึงการย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศจีนที่ส่งผลให้ความต้องการโรงงานและคลังสินค้ายังคงอยู่ในระดับดี โดยมีอัตราการเช่ารวมสูงถึง 84% ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้จากธุรกิจโรงงานและคลังสินค้าที่ยังคงมีแนวโน้มที่ดีจากการย้ายฐานการผลิตและการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ ส่วนรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ การเน้นกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูงและพัฒนาโครงการคุณภาพอย่างต่อเนื่องน่าจะช่วยรักษาการเติบโตได้ ขณะที่ธุรกิจโรงแรมคาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องตามการกลับมาของนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยกดดันจากอัตราเงินเฟ้อและต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้นยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตาม ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q3/65 พุ่ง 48.0% YoY** แตะ 680.2 ล้านบาท จาก 459 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้รวม Q3/65 เติบโต 13.8% YoY** อยู่ที่ 4,373.9 ล้านบาท * **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 7.1% YoY** จากการปรับกลยุทธ์เน้นบ้านเดี่ยวระดับกลางถึงบน * **รายได้ธุรกิจโรงแรมโตแรง 91.6% YoY** รับอานิสงส์การเปิดประเทศและการท่องเที่ยวฟื้นตัว * **ธุรกิจโรงงานและคลังสินค้ายังแกร่ง** อัตราการเช่ารวม 84% หนุนรายได้ค่าเช่า * **บันทึกกำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 309.2 ล้านบาท** และกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรม 111.4 ล้านบาท ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2565 FPT มีรายได้รวม 4,373.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 7.1% จากการปรับกลยุทธ์การขายไปเน้นสินค้าบ้านเดี่ยวระดับกลางถึงบน รายได้จากการให้เช่าและบริการที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น 9.5% จากการเติบโตของธุรกิจโรงงานและคลังสินค้า รายได้จากธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้นถึง 91.6% จากการผ่อนคลายมาตรการเดินทางและการเปิดประเทศ ในขณะที่รายได้ค่าบริหารจัดการลดลง 7.6% บริษัทฯ มีการบันทึกกำไรจากการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนจำนวน 309.2 ล้านบาท และกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมจากการเข้าซื้อหุ้นในอินโดนีเซีย 111.4 ล้านบาท แม้ต้นทุนจากการประกอบธุรกิจจะเพิ่มขึ้น 0.8% และต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 28.3% แต่ด้วยการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 32.1% เป็น 36.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ต้นทุนทางการเงินลดลง 11.7% ทำให้กำไรสำหรับงวดเพิ่มขึ้น 48.0% เป็น 680.2 ล้านบาท และกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 0.29 บาท เพิ่มขึ้นจาก 0.20 บาทในปีก่อน ## โอกาส * **การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์:** อุปสงค์คงค้างในกลุ่มผู้มีรายได้สูง และการกลับมาของนักท่องเที่ยวจะช่วยสนับสนุนการขายโครงการที่อยู่อาศัย * **การเติบโตของธุรกิจโลจิสติกส์และอีคอมเมิร์ซ:** ความต้องการเช่าพื้นที่โรงงานและคลังสินค้ามีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง * **การเปิดประเทศและการท่องเที่ยว:** การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติจะช่วยหนุนรายได้จากธุรกิจโรงแรมให้ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง * **การขยายธุรกิจในต่างประเทศ:** การเข้าซื้อหุ้นเพิ่มเติมในอินโดนีเซียจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจ * **โครงการ Mixed-use ใหม่:** การเปิดอาคารสีลมเอจในไตรมาส 4 จะช่วยทดแทนรายได้จากอาคารที่จะหมดสัญญา ## ความเสี่ยง * **ภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนการก่อสร้าง:** อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุนวัสดุก่อสร้างและแรงงาน * **แนวโน้มนโยบายการขึ้นอัตราดอกเบี้ย:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและภาระค่าใช้จ่าย * **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงสร้างความกังวลต่อเศรษฐกิจ * **การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์:** การแข่งขันที่สูงอาจส่งผลต่อราคาขายและอัตรากำไร ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและต้นทุนการก่อสร้าง:** จะส่งผลต่อต้นทุนโครงการและการตั้งราคาขายในอนาคต * **การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่:** โดยเฉพาะอาคารสีลมเอจที่คาดว่าจะเปิดในไตรมาส 4 * **การเติบโตของธุรกิจโรงงานและคลังสินค้า:** อัตราการเช่าและค่าเช่าในระยะถัดไป * **การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม:** จำนวนนักท่องเที่ยวและการใช้บริการโรงแรม * **การบริหารจัดการหนี้สิน:** อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) * **การขายอสังหาริมทรัพย์:** บริษัทฯ มุ่งเน้นการพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวในทำเลศักยภาพสำหรับกลุ่มเป้าหมายระดับกลางถึงบน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและมีความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพ การกระจายความเสี่ยงด้วยโครงการบ้านต่างจังหวัดยังคงเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญ * **การให้เช่าและบริการ:** ธุรกิจโรงงานและคลังสินค้ายังคงเป็นดาวเด่น โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของอีคอมเมิร์ซและโลจิสติกส์ รวมถึงการย้ายฐานการผลิต ซึ่งส่งผลให้อัตราการเช่าอยู่ในระดับสูง การเปิดอาคารสีลมเอจจะช่วยเสริมรายได้จากธุรกิจอาคารสำนักงาน * **ต้นทุนก่อสร้าง:** ฝ่ายบริหารรับทราบถึงแรงกดดันจากราคาวัสดุก่อสร้างและต้นทุนแรงงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 98,706.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนในอินโดนีเซียและการซื้อสินทรัพย์โรงแรมเมย์แฟร์ แมริออท เอ็กเซกคิวทีฟอพาร์ทเมนท์ หนี้สินรวมอยู่ที่ 62,863.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.7% ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4.6% เป็น 35,843.3 ล้านบาท จากผลกำไรจากการดำเนินงาน อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.50 เท่า (1.40 เท่า หากไม่รวม TFRS16) ซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสิ้นปี 2564 ## สรุปท้าย FPT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 เติบโตโดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 48.0% จากการฟื้นตัวของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับกลยุทธ์เน้นกลุ่มเป้าหมายกำลังซื้อสูง และการกลับมาของธุรกิจโรงแรมจากการเปิดประเทศ ขณะที่ธุรกิจโรงงานและคลังสินค้ายังคงแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การขายที่เน้นสร้างมูลค่าจะยังคงเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาการเติบโตในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FPT ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
7,617.96 ล้านบาท
↑ 5.6% YoY
กำไรขั้นต้น
2,003.42 ล้านบาท
↓ 13% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.30 %
กำไรสุทธิ
594.40 ล้านบาท
↑ 41.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.80 %
D/E Ratio
1.59
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,618
↑ + 5.6% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,003
↓ -13% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
594
↑ + 41.5% YoY
D/E Ratio
1.59

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FPT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
7,617.96
+5.58%
7,215.62
-19.09%
8,917.77
+4.19%
8,559.15
+12.71%
7,594.10
-26.97%
10,398.52
-47.96%
กำไรขั้นต้น
2,003.42
-13.01%
2,303.16
-14.36%
2,689.41
-4.63%
2,819.98
+44.83%
1,947.13
-38.30%
3,155.58
-48.63%
ค่าใช้จ่ายรวม
1,624.61
+8.33%
1,499.67
-3.95%
1,561.28
-3.77%
1,622.41
+30.56%
1,242.68
-25.39%
1,665.61
-51.53%
กำไรสุทธิ
594.40
+41.50%
420.07
-55.04%
934.29
-29.92%
1,333.12
+119.66%
606.89
-61.31%
1,568.46
+3.39%
กำไรต่อหุ้น
0.26
+41.44%
0.18
-55.09%
0.40
-29.91%
0.58
+119.47%
0.26
-61.24%
0.68
+3.36%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
26.30
-17.61%
31.92
+5.84%
30.16
-8.47%
32.95
+28.51%
25.64
-15.52%
30.35
-1.27%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
21.33
+2.65%
20.78
+18.68%
17.51
-7.65%
18.96
+15.89%
16.36
+2.12%
16.02
-6.86%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
7.80
+34.02%
5.82
-44.47%
10.48
-32.73%
15.58
+94.99%
7.99
-47.02%
15.08
+98.68%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
809.42
+152,620.75%
0.53
-99.86%
369.51
-47.85%
708.57
+29.27%
548.13
-70.30%
1,845.55
+164.85%
ROE(%)
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
4.76
+21.74%
3.91
ROA(%)
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
3.14
-1.57%
3.19
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
1.70
+3.03%
1.65
P/E
6.45
6.45
6.45
6.45
-63.54%
17.69
+73.09%
10.22
-40.27%
P/BV
0.43
0.43
0.43
0.43
-46.91%
0.81
-7.95%
0.88
-22.12%
BV
16.13
16.13
16.13
16.13
+8.62%
14.85
+6.83%
13.90
+3.12%
YIELD(%)
4.57
4.57
4.57
4.57
+62.63%
2.81
-42.42%
4.88
+61.06%
ราคาหุ้น
7.00
7.00
7.00
-54.25%
15.30
+26.45%
12.10
-1.63%
12.30
-19.08%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.59
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
16.13

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FPT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
35,987.16
-4.73%
37,775.65
+2.61%
36,814.16
+0.81%
36,518.30
+4.20%
35,044.85
-8.94%
38,475.94
+2.96%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
57,891.33
-1.57%
58,815.56
-0.41%
59,056.43
-5.43%
62,449.03
+8.43%
57,592.15
+5.29%
54,693.35
-0.55%
รวมสินทรัพย์
93,878.49
-2.81%
96,591.21
+0.75%
95,870.59
-3.13%
98,967.34
+6.83%
92,636.99
-0.59%
93,169.29
+0.87%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
18,649.01
+4.31%
17,879.07
-5.98%
19,016.36
-20.73%
23,987.91
+11.20%
21,570.98
+28.61%
16,769.59
-23.11%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
39,008.71
-7.65%
42,238.45
+6.20%
39,771.96
+3.32%
38,492.16
+4.56%
36,812.92
-16.86%
44,279.28
+3.74%
รวมหนี้สิน
57,657.72
-4.09%
60,117.52
+2.26%
58,788.32
-5.91%
62,480.06
+7.02%
58,383.90
-4.37%
61,048.87
-5.34%
รวมส่วนของเจ้าของ
36,220.77
-0.69%
36,473.69
-1.64%
37,082.27
+1.63%
36,487.27
+6.52%
34,253.10
+6.60%
32,120.43
+15.25%
D/E
1.59
1.65
1.59
1.71
1.70
1.90
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
0.00
0.00
0.00
0.00
4.76
3.91
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
0.00
0.00
0.00
0.00
3.14
3.19
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.00
0.00
0.00
0.00
1.62
2.11
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.00
0.00
0.00
0.00
0.06
0.11
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
37.79
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
1,251.66
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
0.00
0.00
0.00
0.00
145.50
0.00
วงจรเงินสด
0.00
0.00
0.00
0.00
1,143.95
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,132
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,027
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FPT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
1,132.30
-140.83%
-2,773.31
+135.31%
-1,178.60
-76.46%
-5,007.86
+9,976.18%
-49.70
-102.45%
2,032.65
-127.83%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
1,026.71
-41.48%
1,754.52
+1.92%
1,721.44
-21.73%
2,199.36
+15.60%
1,902.54
-206.76%
-1,782.01
-90.03%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-1,840.70
-0.36%
-1,847.36
-55.09%
-4,113.81
+143.45%
-1,689.83
+158.47%
-653.78
-69.92%
-2,173.68
-119.85%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
222.62
+9.04%
204.17
-125.10%
-813.38
-19,746.86%
4.14
-99.65%
1,199.08
-162.35%
-1,923.05
-86.48%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
0.00
-100.00%
1,071.93
-0.26%
1,074.72
+11.20%
966.48
-62.43%
2,572.75
-42.77%
4,495.09
-35.34%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
1,063.98
-13.52%
1,230.29
+14.77%
1,071.93
-0.26%
1,074.72
+11.20%
966.48
-62.42%
2,572.05
-42.78%