บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
6.35
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน): ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2567
บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ") รายงานผลประกอบการประจำไตรมาส 2 ปี 2567 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2567 โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 3,524.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า บริษัทฯ บันทึกกำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 165.2 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 48.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการเติบโตของรายได้ในไตรมาสนี้คือ การปรับกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการระบายสต๊อกสินค้าและการจัดแคมเปญทางการตลาดที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า รวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้เช่าและบริการที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากความต้องการพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 2 ปี 2567 มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวทั้งรายรับและจำนวนนักท่องเที่ยว การบริโภคภาคเอกชนที่ได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการลงทุนภาคเอกชนและการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญภาวะกดดันจากอัตราดอกเบี้ยและหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง
ในไตรมาสนี้ บริษัทฯ มีโครงการก่อสร้างอยู่ทั้งหมด 76 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 103,300 ล้านบาท และมีแผนการเปิดโครงการใหม่จำนวน 6 โครงการในปีนี้ โดยเน้นโครงการบ้านเดี่ยวระดับโฉมเฉลาเพื่อจับกลุ่มตลาดที่มีกำลังซื้อ รวมถึงการเปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการแรกเพื่อตอบสนองความต้องการคอนโดมิเนียมที่ปรับตัวดีขึ้น
การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไรของบริษัทฯ ในไตรมาสนี้สามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์** เพิ่มขึ้น 102.3 ล้านบาท หรือร้อยละ 4.5 มาอยู่ที่ 2,370.5 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยยังคงได้รับแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยและภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลต่อยอดการปฏิเสธการขอสินเชื่อกู้ซื้อบ้าน รวมถึงภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้น บริษัทฯ มีการปรับปรุงต้นทุนการพัฒนาย้อนหลังจากราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรงที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยลดลงจากร้อยละ 30.0 มาอยู่ที่ร้อยละ 21.0
* **รายได้จากการให้เช่าและบริการที่เกี่ยวข้อง** ปรับตัวเพิ่มขึ้น 84.1 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.2 มาอยู่ที่ 771.6 ล้านบาท จากความต้องการพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 2 ปี 2567 มีอัตราการเช่ารวมทั้งในและต่างประเทศสูงถึงร้อยละ 86
* **รายได้จากธุรกิจโรงแรม** ปรับตัวลดลง 44.9 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 32.7 มาอยู่ที่ 92.6 ล้านบาท เป็นผลหลักมาจากการยุติการดำเนินงานของโรงแรมเมย์แฟร์ แมริออท เอ็กเซกคิวทีฟ อพาร์ตเมนต์
* **รายได้จากการบริหารจัดการ** ปรับตัวเพิ่มขึ้น 15.9 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 9.4 มาอยู่ที่ 184.0 ล้านบาท
* **ต้นทุนจากการประกอบธุรกิจ** เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.4 หรือ 300.5 ล้านบาท มาอยู่ที่ 2,390.8 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับรายได้จากการประกอบธุรกิจที่เติบโตขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจากร้อยละ 35.9 ในปีก่อนมาอยู่ที่ร้อยละ 30.1
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร** ลดลงร้อยละ 3.6 หรือ 27.8 ล้านบาท มาอยู่ที่ 742.0 ล้านบาท
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมจำนวน 96,767.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 897.0 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.9 จากวันที่ 30 กันยายน 2566 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในบริษัทร่วม การร่วมค้า และเงินลงทุนอื่น รวมถึงอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน บริษัทฯ มีหนี้สินรวมเป็นจำนวน 60,314.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,528.4 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.6 จากวันที่ 30 กันยายน 2566 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน บริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 1.33 เท่า
**แนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2567**
* **อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย:** แม้ว่ากลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยยังคงเผชิญความท้าทายจากทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือน อัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง และต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ เช่น การลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์-ค่าจดจำนอง สำหรับกลุ่มที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท มาตรการลดหย่อนภาษี และการออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำของธนาคาร คาดว่าจะช่วยกระตุ้นความต้องการของตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยในปีนี้
* **อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรม:** แนวโน้มของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมยังคงเป็นไปในทิศทางบวก โดยเฉพาะในเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC เป็นผลจากการย้ายฐานการผลิตจากประเทศจีน ร่วมกับการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซและกลุ่มโลจิสติกส์ นอกจากนี้ นโยบายส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐยังช่วยกระตุ้นการขยายตัวของพื้นที่อุตสาหกรรม รวมถึงความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป โดยให้ความสำคัญกับอสังหาริมทรัพย์ที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย และคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (ESG)
* **อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชยกรรม:** มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ตามการฟื้นตัวของภาคธุรกิจ จึงมีความต้องการพื้นที่สำนักงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นเหตุให้อาคารสำนักงานที่สร้างเสร็จใหม่ในพื้นที่ CBD และอาคาร Grade A ในพื้นที่ Non-CBD ยังเป็นที่ต้องการของภาคธุรกิจ การสร้างความแตกต่างและยกระดับการให้บริการ จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและลดความเสี่ยงจากอุปทานส่วนเกินได้
ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญของบริษัทฯ ได้แก่ ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้าง ความไม่แน่นอนของตลาดอสังหาริมทรัพย์ และอัตราดอกเบี้ยที่อาจปรับตัวสูงขึ้น โอกาสในการลงทุนในบริษัทฯ ได้แก่ การขยายโครงการใหม่ การพัฒนาทรัพย์สินที่มีศักยภาพ และพัฒนาการสำคัญในช่วงนี้
แนวโน้มอนาคตของบริษัทฯ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น แนวโน้มเศรษฐกิจไทย การเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย และความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้าง บริษัทฯ จะต้องบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรและการเติบโตในอนาคต
สรุปได้ว่า บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีผลประกอบการที่เติบโตในไตรมาส 2 ปี 2567 แม้ว่ากำไรสุทธิจะลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่รายได้รวมและอัตรากำไรขั้นต้นยังคงอยู่ในระดับที่น่าพอใจ บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรและการเติบโตในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FPT ไตรมาส 2/2567
รายได้รวม
7,617.96
ล้านบาท
↑ 5.6% YoY
กำไรขั้นต้น
2,003.42
ล้านบาท
↓ 13% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.30
%
กำไรสุทธิ
594.40
ล้านบาท
↑ 41.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.80
%
D/E Ratio
1.59
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,618
↑ + 5.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,003
↓ -13%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
594
↑ + 41.5%
YoY
D/E Ratio
1.59
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FPT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.59
ROE (%)
3.99
ROA (%)
3.12
Book Value/หุ้น
16.13
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FPT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,132
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,027
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FPT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1,132.30
-140.83%
|
-2,773.31
+135.31%
|
-1,178.60
-76.46%
|
-5,007.86
+9,976.18%
|
-49.70
-102.45%
|
2,032.65
-127.83%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,026.71
-41.48%
|
1,754.52
+1.92%
|
1,721.44
-21.73%
|
2,199.36
+15.60%
|
1,902.54
-206.76%
|
-1,782.01
-90.03%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-1,840.70
-0.36%
|
-1,847.36
-55.09%
|
-4,113.81
+143.45%
|
-1,689.83
+158.47%
|
-653.78
-69.92%
|
-2,173.68
-119.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
222.62
+9.04%
|
204.17
-125.10%
|
-813.38
-19,746.86%
|
4.14
-99.65%
|
1,199.08
-162.35%
|
-1,923.05
-86.48%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
1,071.93
-0.26%
|
1,074.72
+11.20%
|
966.48
-62.43%
|
2,572.75
-42.77%
|
4,495.09
-35.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,063.98
-13.52%
|
1,230.29
+14.77%
|
1,071.93
-0.26%
|
1,074.72
+11.20%
|
966.48
-62.42%
|
2,572.05
-42.78%
|