บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
7.00
0.05 (0.71%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6064 out_tok=2332 at=2026-07-27T09:38:39 -->
# FPT กำไร Q3/64 พุ่ง 15% รับรายได้บริหารจัดการโต – โอนบ้านวูบตามกำลังซื้อ
## รายได้รวมหด 22% แต่กำไรสุทธิโตสวนทาง จากการบริหารต้นทุนและรายการพิเศษ
บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 มีรายได้รวม 3,844.7 ล้านบาท ลดลง 22.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 459.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.0% โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้ค่าบริหารจัดการที่เติบโต และการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมีกำไรจากการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเข้ามาเสริม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ FPT ในไตรมาส 3 ปี 2564 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 15.0% แม้รายได้รวมจะลดลง 22.1% มาอยู่ที่ 459.5 ล้านบาท มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1) การเติบโตของรายได้ค่าบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้น 24.6% และ 2) การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 23.3% ประกอบกับมีกำไรจากการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเข้ามาเสริม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้ค่าบริหารจัดการเพิ่มขึ้น:** มาจากการบริหารทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น และการให้บริการด้านการจัดการแก่หน่วยธุรกิจภายใต้การลงทุนของกลุ่มบริษัท
* **ต้นทุนและค่าใช้จ่ายลดลง:** สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง โดยต้นทุนจากการประกอบธุรกิจลดลง 22.7% และบริษัทฯ สามารถควบคุมต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารให้ลดลงถึง 29.6% นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินยังปรับตัวลดลงจากการบริหารเงินทุนที่มีประสิทธิภาพ
* **กำไรจากการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน:** เกิดจากการขายที่ดินให้แก่บุคคลหรือกิจการอื่น ซึ่งเป็นรายการที่ไม่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ (one-time) จำนวน 19.6 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว / ยังไม่ชัด ต้องติดตาม:** แม้ว่าการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายจะทำได้ดี แต่ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้กำไรเพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ มีทั้งส่วนที่มาจากการดำเนินงานปกติ (รายได้ค่าบริหารจัดการ) และส่วนที่เป็นรายการพิเศษ (กำไรจากการขายสินทรัพย์) ซึ่งรายการพิเศษนี้ไม่สามารถคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องได้ ส่วนรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงจากการระบาดของโควิด-19 และกำลังซื้อที่อ่อนแอ คาดว่าจะเป็นปัจจัยกดดันในระยะสั้นถึงกลาง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต 15.0% YoY:** แม้รายได้รวมลดลง 22.1% มาอยู่ที่ 3,844.7 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 15.0% มาอยู่ที่ 459.5 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 25.0% YoY:** เป็นผลจากการระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 ทำให้ยอดโอนบ้านลดลง ประกอบกับกำลังซื้อภาคครัวเรือนอ่อนแอ
* **รายได้ค่าเช่าและบริการลดลง 19.5% YoY:** ส่วนหนึ่งเกิดจากการเริ่มใช้ TFRS 16 ทำให้ไม่สามารถรับรู้รายได้สิทธิการเช่ารอตัดบัญชีได้ แต่หากไม่รวมผลกระทบนี้ ธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่ามีรายได้ทรงตัวและรักษาอัตราการเช่าได้ดี
* **รายได้ค่าบริหารจัดการเพิ่มขึ้น 24.6% YoY:** จากการบริหารทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น
* **กำไรจากการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน:** มีรายการพิเศษ 19.6 ล้านบาท จากการขายที่ดิน
## ภาพรวมผลประกอบการ
FPT รายงานรายได้รวมในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 3,844.7 ล้านบาท ลดลง 22.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง 25.0% เนื่องจากผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 และกำลังซื้อที่อ่อนแอ ทำให้ยอดโอนบ้านลดลง นอกจากนี้ รายได้จากการให้เช่าและบริการที่เกี่ยวข้องลดลง 19.5% ส่วนหนึ่งจากการปรับใช้มาตรฐาน TFRS 16 อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น 33.9% และรายได้ค่าบริหารจัดการเพิ่มขึ้น 24.6% ส่งผลให้กำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 459.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.0% และกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 20.5% มาอยู่ที่ 463.4 ล้านบาท
## โอกาส
* **ความต้องการที่อยู่อาศัยบนทำเลศักยภาพในราคาระดับกลาง:** ยังคงมีแนวโน้มที่ดี
* **ความต้องการพื้นที่เช่าของกลุ่มโรงงานและคลังสินค้า:** ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง จากยอดส่งออกที่เพิ่มขึ้นและการย้ายฐานการผลิต
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** บริษัทฯ มีความสามารถในการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การบริหารเงินทุน:** ทำให้ต้นทุนทางการเงินปรับตัวลดลง
## ความเสี่ยง
* **การระบาดของโควิด-19:** ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
* **การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์แนวราบ:** ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีการปรับลดราคาเพื่อกระตุ้นยอดขาย
* **มาตรการการควบคุมสินเชื่อบ้านที่เข้มงวดขึ้น:** ของสถาบันการเงิน ส่งผลให้ยอดโอนบ้านลดลง
* **กำลังซื้อที่อ่อนแอของภาคครัวเรือน:** เป็นปัจจัยกดดันยอดขายและยอดโอน
* **อาคารโกลเด้นแลนด์บิวดิ้งใกล้หมดสัญญาเช่า:** อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ค่าเช่า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการระบาดของโควิด-19 และมาตรการภาครัฐ:** จะส่งผลต่อกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม
* **การปรับตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** โดยเฉพาะแนวราบ และการแข่งขันด้านราคา
* **การบริหารจัดการ Backlog และการเปิดโครงการใหม่:** เพื่อรองรับการโอนในอนาคต
* **ผลกระทบจาก TFRS 16 ต่อรายได้ค่าเช่า:** และการบริหารจัดการสัญญาเช่าช่วง
* **ความต้องการพื้นที่โรงงานและคลังสินค้า:** และแนวโน้มการย้ายฐานการผลิต
* **การบริหารกระแสเงินสด:** และการชะลอการซื้อที่ดินเพื่อรักษาสภาพคล่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **ยอดโอนบ้านลดลง:** เป็นผลโดยตรงจากการระบาดของโควิด-19 และกำลังซื้อที่อ่อนแอ แม้ว่าความต้องการในระดับกลางบนทำเลศักยภาพจะยังดีอยู่ แต่มาตรการสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้นเป็นอุปสรรคสำคัญ บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นการระบายสต็อกพร้อมโอนและชะลอการซื้อที่ดินเพื่อบริหารสภาพคล่อง
* **รายได้ค่าเช่า:** ธุรกิจอาคารสำนักงานยังรักษาอัตราการเช่าได้ดี แต่ธุรกิจโรงงานและคลังสินค้ามีรายได้ลดลงเล็กน้อยจากการขายสินทรัพย์ให้ FTREIT และผลกระทบจากโควิด-19 ที่ทำให้ลูกค้าไม่สามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่และเซ็นสัญญาได้ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มความต้องการพื้นที่เช่ากลุ่มนี้ยังดีจากการส่งออกและการย้ายฐานการผลิต
* **การปรับใช้ TFRS 16:** ส่งผลให้รายได้จากการให้เช่าและบริการที่เกี่ยวข้องลดลง 90 ล้านบาทต่อไตรมาส จากการไม่สามารถรับรู้รายได้สิทธิการเช่ารอตัดบัญชีภายใต้สัญญาเช่าช่วงที่ดิน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 93,978.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสินทรัพย์พัฒนาเพื่อขายลดลงเล็กน้อย 0.9% และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเพิ่มขึ้น 5.7% ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 59,916.2 ล้านบาท ลดลง 1.9% ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้น 6.0% เป็น 34,062.0 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.52 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.47 เท่า ณ สิ้นปี 2563 ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการลงทุนในบริษัทร่วมและการจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ๆ เช่น การเพิ่มทุนใน FTREIT และการเข้าซื้อสีลมคอร์ปอเรชั่น จำกัด ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 56.3% มาอยู่ที่ 1,129 ล้านบาท
## สรุปท้าย
FPT ในไตรมาส 3 ปี 2564 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่แข็งแกร่ง ทำให้กำไรสุทธิเติบโตได้แม้รายได้รวมจะลดลงจากปัจจัยลบภายนอก อย่างไรก็ตาม การพึ่งพิงรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์และการชะลอตัวของยอดโอนบ้านจากกำลังซื้อที่อ่อนแอและมาตรการสินเชื่อที่เข้มงวด ยังคงเป็นความท้าทายที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะแนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์และการบริหารจัดการสภาพคล่องในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FPT ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
7,617.96
ล้านบาท
↑ 5.6% YoY
กำไรขั้นต้น
2,003.42
ล้านบาท
↓ 13% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.30
%
กำไรสุทธิ
594.40
ล้านบาท
↑ 41.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.80
%
D/E Ratio
1.59
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,618
↑ + 5.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,003
↓ -13%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
594
↑ + 41.5%
YoY
D/E Ratio
1.59
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FPT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.59
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
16.13
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FPT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,132
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,027
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FPT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1,132.30
-140.83%
|
-2,773.31
+135.31%
|
-1,178.60
-76.46%
|
-5,007.86
+9,976.18%
|
-49.70
-102.45%
|
2,032.65
-127.83%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,026.71
-41.48%
|
1,754.52
+1.92%
|
1,721.44
-21.73%
|
2,199.36
+15.60%
|
1,902.54
-206.76%
|
-1,782.01
-90.03%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-1,840.70
-0.36%
|
-1,847.36
-55.09%
|
-4,113.81
+143.45%
|
-1,689.83
+158.47%
|
-653.78
-69.92%
|
-2,173.68
-119.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
222.62
+9.04%
|
204.17
-125.10%
|
-813.38
-19,746.86%
|
4.14
-99.65%
|
1,199.08
-162.35%
|
-1,923.05
-86.48%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
1,071.93
-0.26%
|
1,074.72
+11.20%
|
966.48
-62.43%
|
2,572.75
-42.77%
|
4,495.09
-35.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,063.98
-13.52%
|
1,230.29
+14.77%
|
1,071.93
-0.26%
|
1,074.72
+11.20%
|
966.48
-62.42%
|
2,572.05
-42.78%
|