FPT
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
FPT
บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
7.00
0.05 (0.71%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 1 ปี 2565

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5827 out_tok=2632 at=2026-07-25T16:24:21 --> # FPT กำไร Q2/65 หด 39% รายได้วูบตามอสังหาฯ ชี้เงินเฟ้อกดกำลังซื้อ ## รายได้รวมวูบ 20% จากอสังหาฯ ชะลอตัว แต่ธุรกิจโรงแรม-คลังสินค้าฟื้นตัว บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565 มีรายได้รวม 3,413.6 ล้านบาท ลดลง 20.3% และมีกำไรสุทธิ 310.9 ล้านบาท ลดลง 39.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่และแรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อที่ส่งผลต่อกำลังซื้อภาคอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ธุรกิจโรงแรมและคลังสินค้าเริ่มฟื้นตัวจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ FPT ในไตรมาส 2 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ประกอบกับการไม่มีกำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่เคยมีในปีก่อนหน้า** **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** 1. **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 19.1%:** สาเหตุหลักมาจากสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังฟื้นตัวช้า และอัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ทำให้ลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อบ้าน โดยเฉพาะในกลุ่มทาวน์โฮมและบ้านแฝด แม้ว่ากลุ่มบ้านเดี่ยวจะยังคงมีความต้องการสูงและทำยอดขายได้ดี แต่ไม่สามารถชดเชยภาพรวมที่ลดลงได้ทั้งหมด 2. **ไม่มีกำไรจากการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน:** ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทฯ มีการบันทึกกำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนให้แก่ FTREIT และกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมรวม 346.9 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญต่อกำไรในปีก่อน แต่ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทฯ ไม่มีการจำหน่ายสินทรัพย์ประเภทนี้ จึงทำให้ฐานกำไรเปรียบเทียบสูงขึ้น **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **ลักษณะครั้งคราว** โดยปัจจัยด้านรายได้อสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงนั้นมีแนวโน้มที่จะเป็นผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในระยะสั้นถึงปานกลาง ซึ่งบริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์โดยการเพิ่มสัดส่วนการพัฒนาสินค้าบ้านเดี่ยวสำหรับกลุ่มเป้าหมายระดับกลางถึงบน และโครงการบ้านต่างจังหวัดเพื่อกระจายความเสี่ยง ส่วนการไม่มีกำไรจากการขายสินทรัพย์เพื่อการลงทุนนั้นเป็นลักษณะรายการพิเศษ (one-time) ที่เกิดขึ้นตามจังหวะการบริหารพอร์ตสินทรัพย์ของบริษัทฯ ซึ่งอาจเกิดขึ้นอีกในอนาคตแต่ไม่สามารถคาดการณ์ได้แน่นอน ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิลดลง 39.1% YoY:** อยู่ที่ 310.9 ล้านบาท จาก 510.3 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้รวมลดลง 20.3% YoY:** อยู่ที่ 3,413.6 ล้านบาท จาก 4,281.9 ล้านบาท * **รายได้อสังหาริมทรัพย์ลดลง 19.1%:** เป็นผลจากกำลังซื้อชะลอตัวในกลุ่มทาวน์โฮมและบ้านแฝด * **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวแรง 80.6%:** จากมาตรการผ่อนคลายการเดินทางเข้าประเทศ * **ธุรกิจโรงงานและคลังสินค้าเติบโต 5.0%:** จากความต้องการพื้นที่เช่าที่เพิ่มขึ้น * **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) เพิ่มขึ้น:** อยู่ที่ 1.54 เท่า จาก 1.47 เท่า ณ สิ้นปี 2564 ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัทฯ มีรายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2565 จำนวน 3,413.6 ล้านบาท ลดลง 20.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 19.1% เนื่องจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม รายได้จากการให้เช่าและบริการที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น 5.0% จากการเติบโตของธุรกิจโรงงานและคลังสินค้า รวมถึงรายได้จากธุรกิจโรงแรมที่เพิ่มขึ้นถึง 80.6% จากการผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศ ในด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมลดลง 19.7% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ 36.9% แต่เมื่อหักลบปัจจัยต่างๆ แล้ว กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 310.9 ล้านบาท ลดลง 39.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีกำไรส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 312.7 ล้านบาท ลดลง 39.4% และกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 0.13 บาท ลดลงจาก 0.22 บาทในปีก่อน ## โอกาส * **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** มาตรการผ่อนคลายการเดินทางเข้าประเทศส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ * **ความต้องการพื้นที่คลังสินค้าที่เพิ่มขึ้น:** จากการเติบโตของอีคอมเมิร์ซและสถานการณ์โลกที่ส่งผลต่อการขนส่ง ทำให้ความต้องการพื้นที่เช่าคลังสินค้ายังคงขยายตัว * **การพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว:** บริษัทฯ มีแผนเพิ่มสัดส่วนการพัฒนาบ้านเดี่ยวเพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง * **การเปิดอาคารสำนักงานใหม่:** โครงการสีลมเอจที่คาดว่าจะเปิดปลายปี 2565 จะช่วยเพิ่มรายได้ค่าเช่าในอนาคต ## ความเสี่ยง * **ภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนที่สูงขึ้น:** สงครามรัสเซีย-ยูเครนและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนการก่อสร้างและกดดันกำลังซื้อของผู้บริโภค * **กำลังซื้อภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังอ่อนแอ:** ลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อบ้าน โดยเฉพาะในกลุ่มทาวน์โฮมและบ้านแฝด * **การหมดสัญญาเช่าที่ดิน:** อาคารโกลเด้นแลนด์บิวดิ้งใกล้หมดสัญญาเช่าที่ดิน ส่งผลให้ผู้เช่าบางส่วนไม่ต่อสัญญา ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มกำลังซื้อภาคอสังหาริมทรัพย์:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อจากภาครัฐ * **ความคืบหน้าการเปิดโครงการสีลมเอจ:** จะส่งผลต่อรายได้ค่าเช่าอาคารสำนักงานในอนาคต * **การบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้าง:** ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ * **ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น:** ต่อต้นทุนทางการเงินและกำลังซื้อของผู้บริโภค ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) **การโอนกรรมสิทธิ์ (Presale/Transfer):** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 19.1% สะท้อนถึงการชะลอตัวของการโอนกรรมสิทธิ์ โดยเฉพาะในกลุ่มทาวน์โฮมและบ้านแฝด ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากกำลังซื้อที่อ่อนแอลงจากภาวะเงินเฟ้อและเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ แม้ว่าบริษัทฯ จะเน้นการพัฒนาบ้านเดี่ยวสำหรับกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยภาพรวมที่ลดลงได้ทั้งหมด **Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog โดยตรง แต่การลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์อาจบ่งชี้ถึง Backlog ที่ลดลง หรือการโอนที่ชะลอตัว **การเปิดโครงการใหม่:** บริษัทฯ มีแผนเพิ่มสัดส่วนการพัฒนาสินค้าบ้านเดี่ยวและโครงการบ้านต่างจังหวัดเพื่อกระจายความเสี่ยงและรองรับกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน **Occupancy/Rental Yield:** อัตราการเช่ารวมธุรกิจโรงงานและคลังสินค้าสูงถึง 85% และธุรกิจอาคารสำนักงานภายใต้การบริหารของกลุ่มเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ คอมเมอร์เชียล ยังคงรักษาในระดับสูงกว่า 91% ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ค่าเช่า **ต้นทุนก่อสร้าง:** แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลขต้นทุนก่อสร้างโดยตรง แต่เอกสารกล่าวถึงแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการประกอบธุรกิจโดยรวมที่ลดลง 18.8% อาจเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ หรือการลดลงของปริมาณงานขาย **D/E Ratio:** อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 1.54 เท่า จาก 1.47 เท่า ณ สิ้นปี 2564 ซึ่งยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ **กระแสเงินสดจากโครงการ:** เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากโครงการโดยตรง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 95,938.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากการลงทุนในสินทรัพย์โครงการเดอะ รอยัล เรสซิเดนท์ และโรงแรมเมย์แฟร์ แมริออท เอ็กเซกคิวทีฟอพาร์ทเมนท์ หนี้สินรวมอยู่ที่ 61,429.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% ส่วนใหญ่มาจากการเบิกเงินกู้จากสถาบันการเงิน ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 0.7% เป็น 34,508.3 ล้านบาท จากผลกำไรจากการดำเนินงานหักเงินปันผล หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 5.4% เป็น 53,057.9 ล้านบาท ทำให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.54 เท่า ## สรุปท้าย หัวใจสำคัญของผลประกอบการ FPT ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือการชะลอตัวของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากกำลังซื้อที่อ่อนแอลงจากภาวะเงินเฟ้อและเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ประกอบกับการไม่มีรายการกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์เพื่อการลงทุนเหมือนปีก่อนหน้า ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าธุรกิจโรงแรมและคลังสินค้าจะแสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ดี แต่ยังไม่สามารถชดเชยภาพรวมได้ทั้งหมด ความเสี่ยงจากต้นทุนที่สูงขึ้นและกำลังซื้อที่อ่อนแอเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ขณะที่โอกาสจากการเปิดโครงการใหม่และการฟื้นตัวของภาคบริการยังคงเป็นปัจจัยบวกในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FPT ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
7,617.96 ล้านบาท
↑ 5.6% YoY
กำไรขั้นต้น
2,003.42 ล้านบาท
↓ 13% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.30 %
กำไรสุทธิ
594.40 ล้านบาท
↑ 41.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.80 %
D/E Ratio
1.59
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,618
↑ + 5.6% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,003
↓ -13% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
594
↑ + 41.5% YoY
D/E Ratio
1.59

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FPT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
7,617.96
+5.58%
7,215.62
-19.09%
8,917.77
+4.19%
8,559.15
+12.71%
7,594.10
-26.97%
10,398.52
-47.96%
กำไรขั้นต้น
2,003.42
-13.01%
2,303.16
-14.36%
2,689.41
-4.63%
2,819.98
+44.83%
1,947.13
-38.30%
3,155.58
-48.63%
ค่าใช้จ่ายรวม
1,624.61
+8.33%
1,499.67
-3.95%
1,561.28
-3.77%
1,622.41
+30.56%
1,242.68
-25.39%
1,665.61
-51.53%
กำไรสุทธิ
594.40
+41.50%
420.07
-55.04%
934.29
-29.92%
1,333.12
+119.66%
606.89
-61.31%
1,568.46
+3.39%
กำไรต่อหุ้น
0.26
+41.44%
0.18
-55.09%
0.40
-29.91%
0.58
+119.47%
0.26
-61.24%
0.68
+3.36%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
26.30
-17.61%
31.92
+5.84%
30.16
-8.47%
32.95
+28.51%
25.64
-15.52%
30.35
-1.27%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
21.33
+2.65%
20.78
+18.68%
17.51
-7.65%
18.96
+15.89%
16.36
+2.12%
16.02
-6.86%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
7.80
+34.02%
5.82
-44.47%
10.48
-32.73%
15.58
+94.99%
7.99
-47.02%
15.08
+98.68%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
809.42
+152,620.75%
0.53
-99.86%
369.51
-47.85%
708.57
+29.27%
548.13
-70.30%
1,845.55
+164.85%
ROE(%)
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
4.76
+21.74%
3.91
ROA(%)
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
3.14
-1.57%
3.19
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
1.70
+3.03%
1.65
P/E
6.45
6.45
6.45
6.45
-63.54%
17.69
+73.09%
10.22
-40.27%
P/BV
0.43
0.43
0.43
0.43
-46.91%
0.81
-7.95%
0.88
-22.12%
BV
16.13
16.13
16.13
16.13
+8.62%
14.85
+6.83%
13.90
+3.12%
YIELD(%)
4.57
4.57
4.57
4.57
+62.63%
2.81
-42.42%
4.88
+61.06%
ราคาหุ้น
7.00
7.00
7.00
-54.25%
15.30
+26.45%
12.10
-1.63%
12.30
-19.08%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.59
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
16.13

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FPT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
35,987.16
-4.73%
37,775.65
+2.61%
36,814.16
+0.81%
36,518.30
+4.20%
35,044.85
-8.94%
38,475.94
+2.96%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
57,891.33
-1.57%
58,815.56
-0.41%
59,056.43
-5.43%
62,449.03
+8.43%
57,592.15
+5.29%
54,693.35
-0.55%
รวมสินทรัพย์
93,878.49
-2.81%
96,591.21
+0.75%
95,870.59
-3.13%
98,967.34
+6.83%
92,636.99
-0.59%
93,169.29
+0.87%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
18,649.01
+4.31%
17,879.07
-5.98%
19,016.36
-20.73%
23,987.91
+11.20%
21,570.98
+28.61%
16,769.59
-23.11%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
39,008.71
-7.65%
42,238.45
+6.20%
39,771.96
+3.32%
38,492.16
+4.56%
36,812.92
-16.86%
44,279.28
+3.74%
รวมหนี้สิน
57,657.72
-4.09%
60,117.52
+2.26%
58,788.32
-5.91%
62,480.06
+7.02%
58,383.90
-4.37%
61,048.87
-5.34%
รวมส่วนของเจ้าของ
36,220.77
-0.69%
36,473.69
-1.64%
37,082.27
+1.63%
36,487.27
+6.52%
34,253.10
+6.60%
32,120.43
+15.25%
D/E
1.59
1.65
1.59
1.71
1.70
1.90
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
0.00
0.00
0.00
0.00
4.76
3.91
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
0.00
0.00
0.00
0.00
3.14
3.19
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.00
0.00
0.00
0.00
1.62
2.11
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.00
0.00
0.00
0.00
0.06
0.11
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
37.79
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
1,251.66
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
0.00
0.00
0.00
0.00
145.50
0.00
วงจรเงินสด
0.00
0.00
0.00
0.00
1,143.95
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,132
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,027
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FPT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
1,132.30
-140.83%
-2,773.31
+135.31%
-1,178.60
-76.46%
-5,007.86
+9,976.18%
-49.70
-102.45%
2,032.65
-127.83%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
1,026.71
-41.48%
1,754.52
+1.92%
1,721.44
-21.73%
2,199.36
+15.60%
1,902.54
-206.76%
-1,782.01
-90.03%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-1,840.70
-0.36%
-1,847.36
-55.09%
-4,113.81
+143.45%
-1,689.83
+158.47%
-653.78
-69.92%
-2,173.68
-119.85%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
222.62
+9.04%
204.17
-125.10%
-813.38
-19,746.86%
4.14
-99.65%
1,199.08
-162.35%
-1,923.05
-86.48%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
0.00
-100.00%
1,071.93
-0.26%
1,074.72
+11.20%
966.48
-62.43%
2,572.75
-42.77%
4,495.09
-35.34%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
1,063.98
-13.52%
1,230.29
+14.77%
1,071.93
-0.26%
1,074.72
+11.20%
966.48
-62.42%
2,572.05
-42.78%