FPT
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
FPT
บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
7.00
0.05 (0.71%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 3 ปี 2566

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8000 out_tok=2740 at=2026-07-25T14:59:28 --> # FPT กำไร Q3/66 ดิ่ง 41.8% รับรายได้ขายอสังหาฯ หด-ต้นทุนพุ่ง ## รายได้รวมโต 2.1% แต่กำไรสุทธิวูบหนัก เหตุต้นทุนพุ่ง-รับรู้กำไรพิเศษปีก่อนสูง บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 4,467.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับงวดกลับลดลงถึง 41.8% หรือ 284.2 ล้านบาท มาอยู่ที่ 396.0 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง และต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์โครงการเมย์แฟร์ แมริออท เอ็กเซกคิวทีฟอพาร์ตเมนต์ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ FPT ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ **1) การลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งหดตัวถึง 14.2% และ **2) การเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวม** ที่สูงขึ้นถึง 13.0% โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบริหารที่พุ่งสูงขึ้นถึง 97.8% ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิที่ลดลง 41.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง** เกิดจากภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวลง จากปัจจัยกดดันด้านเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ภาระหนี้ครัวเรือนที่สูง และมาตรการ LTV ที่สิ้นสุดลง ทำให้บริษัทมีการเปิดโครงการใหม่เพียง 1 โครงการ และอัตรากำไรขั้นต้นจากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยลดลงจาก 32.0% เป็น 27.3% **ต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น** มาจากหลายส่วน โดยต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 29.0% จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นถึง 97.8% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการตั้งด้อยค่าของสินทรัพย์โครงการเมย์แฟร์ แมริออท เอ็กเซกคิวทีฟอพาร์ตเมนต์ ซึ่งบริษัทมีแผนจะพัฒนาเป็นโครงการคอนโดมิเนียมระดับ Super Luxury ในระยะยาว นอกจากนี้ ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน บริษัทมีการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายที่ดินอุตสาหกรรมจำนวน 309.2 ล้านบาท ซึ่งทำให้ฐานเปรียบเทียบในปีนี้สูงกว่าปกติ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสไม่ต่อเนื่องในลักษณะเดิม** เนื่องจากปัจจัยหลักที่กดดันกำไรในไตรมาสนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ซึ่งเป็นรายการพิเศษ และการรับรู้กำไรพิเศษที่สูงในปีก่อน อย่างไรก็ตาม การลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์อาจยังคงเป็นแรงกดดันในระยะสั้น เนื่องจากภาวะตลาดที่ยังคงเผชิญความท้าทายจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค ส่วนรายได้จากการให้เช่าและบริการที่เกี่ยวข้องปรับตัวเพิ่มขึ้น 19.0% และรายได้จากธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น 60.6% ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่อาจช่วยชดเชยรายได้จากส่วนอื่นได้ในอนาคต ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิลดลง 41.8% YoY:** อยู่ที่ 396.0 ล้านบาท จาก 680.2 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้รวมเติบโต 2.1% YoY:** อยู่ที่ 4,467.5 ล้านบาท * **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์หดตัว 14.2% YoY:** อยู่ที่ 2,708.2 ล้านบาท จาก 3,155.2 ล้านบาท * **รายได้จากการให้เช่าและบริการเพิ่มขึ้น 19.0% YoY:** อยู่ที่ 710.1 ล้านบาท จาก 596.9 ล้านบาท * **รับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย 482.3 ล้านบาท:** จากการขายหุ้นธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ * **รับรู้กำไรพิเศษจากการขายที่ดินอุตสาหกรรม 178.9 ล้านบาท:** ลดลง 42.1% YoY * **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 29.0% YoY:** จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น * **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 97.8% YoY:** จากการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์โครงการเมย์แฟร์ แมริออท ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2566 FPT มีรายได้จากการประกอบธุรกิจรวม 3,768.7 ล้านบาท ลดลง 6.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง 14.2% อย่างไรก็ตาม รายได้จากการให้เช่าและบริการที่เกี่ยวข้องปรับตัวเพิ่มขึ้น 19.0% จากการย้ายฐานการผลิตมาไทย และรายได้จากธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น 60.6% จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น เมื่อรวมรายการพิเศษต่างๆ เช่น กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อย 482.3 ล้านบาท และกำไรจากการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 178.9 ล้านบาท ทำให้รายได้รวมอยู่ที่ 4,467.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% ด้านต้นทุนจากการประกอบธุรกิจลดลง 2.0% แต่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 59.1% โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นถึง 97.8% จากการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ ส่งผลให้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 13.0% ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 29.0% จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 41.8% มาอยู่ที่ 396.0 ล้านบาท และกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลง 42.8% มาอยู่ที่ 388.9 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.17 บาท ## โอกาส * **การย้ายฐานการผลิต:** เป็นปัจจัยบวกต่อความต้องการพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าในประเทศไทย ส่งผลให้รายได้ค่าเช่าคลังสินค้าเพิ่มสูงขึ้น * **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** ส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรม โดยมีอัตราเข้าพักเฉลี่ยและอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยรายวันเพิ่มขึ้น * **โครงการสีลมเอจ:** อาคาร Mixed-use แห่งใหม่ใจกลางเมือง มีอัตราการเช่าสูงถึง 92% ช่วยหนุนรายได้จากธุรกิจอาคารสำนักงาน * **การลงทุนในธุรกิจหลัก:** บริษัทมีแผนนำเงินทุนจากการขายธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ไปใช้ในการเติบโตในธุรกิจหลัก * **อุปสงค์โครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ:** ตลาดกลางถึงบนยังคงฟื้นตัวได้ดี ## ความเสี่ยง * **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ส่งผลต่อการส่งออกและกำลังซื้อ * **อัตราดอกเบี้ยขาขึ้นและหนี้ครัวเรือนสูง:** กดดันกำลังซื้อภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย * **ต้นทุนค่าวัสดุก่อสร้างเพิ่มสูงขึ้น:** ส่งผลต่ออัตรากำไรโครงการ * **การแข่งขันในตลาดบ้านเดี่ยว:** ยังคงมีความเข้มข้น * **ความไม่แน่นอนด้านการเมือง:** อาจส่งผลต่อการบริโภคและการลงทุนภาครัฐ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์:** โดยเฉพาะโครงการใหม่ที่เปิดตัว * **อัตราการเช่าพื้นที่อุตสาหกรรมและคลังสินค้า:** จากการย้ายฐานการผลิต * **การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม:** จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ * **ผลตอบรับของโครงการสีลมเอจ:** และการบริหารจัดการอาคารสำนักงาน * **แผนการนำเงินจากการขายธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ไปลงทุน:** และผลตอบแทนที่จะได้รับ * **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) * **การโอนกรรมสิทธิ์:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 14.2% เนื่องจากภาวะตลาดชะลอตัว โดยมีการเปิดโครงการใหม่เพียง 1 โครงการ (บ้านเดี่ยวอัลพีน่า พระราม 2) และอัตรากำไรขั้นต้นจากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยลดลงจาก 32.0% เป็น 27.3% บริษัทมีโครงการดำเนินการอยู่รวม 78 โครงการ มูลค่ากว่า 108,700 ล้านบาท * **Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Backlog ที่ชัดเจน * **การเปิดโครงการใหม่:** มีการเปิดโครงการใหม่เพียง 1 โครงการในไตรมาสนี้ * **Occupancy/Rental Yield:** อัตราการเช่ารวมทั้งในและต่างประเทศอยู่ที่ 85% สำหรับพื้นที่โรงงานและคลังสินค้า อาคารสีลมเอจมีอัตราการเช่า 92% และอาคารสำนักงานภายใต้การบริหารของกลุ่มเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ คอมเมอร์เชียล อยู่ในระดับสูงถึง 93% * **ต้นทุนก่อสร้าง:** มีการกล่าวถึงต้นทุนค่าวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ไม่ได้ระบุตัวเลขต้นทุนก่อสร้างโดยตรง * **D/E Ratio:** อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.37 เท่า * **กระแสเงินสดจากโครงการ:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลกระแสเงินสดจากโครงการโดยตรง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 97,402.5 ล้านบาท ลดลง 1.6% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินลงทุนในบริษัทร่วม การร่วมค้า และที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ขณะที่อสังหาริมทรัพย์เพื่อขายปรับตัวเพิ่มขึ้น หนี้สินรวมอยู่ที่ 61,184.9 ล้านบาท ลดลง 2.1% โดยหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 49,566.9 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 36,217.6 ล้านบาท ลดลง 0.7% จากการจ่ายเงินปันผล อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.37 เท่า ## สรุปท้าย FPT เผชิญแรงกดดันด้านกำไรในไตรมาส 3 ปี 2566 จากรายได้ขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ แม้รายได้รวมจะเติบโตเล็กน้อยจากธุรกิจให้เช่าและบริการที่แข็งแกร่ง รวมถึงการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยที่สูงยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนและแผนการลงทุนในธุรกิจหลักจะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FPT ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
7,617.96 ล้านบาท
↑ 5.6% YoY
กำไรขั้นต้น
2,003.42 ล้านบาท
↓ 13% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.30 %
กำไรสุทธิ
594.40 ล้านบาท
↑ 41.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.80 %
D/E Ratio
1.59
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,618
↑ + 5.6% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,003
↓ -13% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
594
↑ + 41.5% YoY
D/E Ratio
1.59

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FPT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
7,617.96
+5.58%
7,215.62
-19.09%
8,917.77
+4.19%
8,559.15
+12.71%
7,594.10
-26.97%
10,398.52
-47.96%
กำไรขั้นต้น
2,003.42
-13.01%
2,303.16
-14.36%
2,689.41
-4.63%
2,819.98
+44.83%
1,947.13
-38.30%
3,155.58
-48.63%
ค่าใช้จ่ายรวม
1,624.61
+8.33%
1,499.67
-3.95%
1,561.28
-3.77%
1,622.41
+30.56%
1,242.68
-25.39%
1,665.61
-51.53%
กำไรสุทธิ
594.40
+41.50%
420.07
-55.04%
934.29
-29.92%
1,333.12
+119.66%
606.89
-61.31%
1,568.46
+3.39%
กำไรต่อหุ้น
0.26
+41.44%
0.18
-55.09%
0.40
-29.91%
0.58
+119.47%
0.26
-61.24%
0.68
+3.36%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
26.30
-17.61%
31.92
+5.84%
30.16
-8.47%
32.95
+28.51%
25.64
-15.52%
30.35
-1.27%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
21.33
+2.65%
20.78
+18.68%
17.51
-7.65%
18.96
+15.89%
16.36
+2.12%
16.02
-6.86%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
7.80
+34.02%
5.82
-44.47%
10.48
-32.73%
15.58
+94.99%
7.99
-47.02%
15.08
+98.68%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
809.42
+152,620.75%
0.53
-99.86%
369.51
-47.85%
708.57
+29.27%
548.13
-70.30%
1,845.55
+164.85%
ROE(%)
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
4.76
+21.74%
3.91
ROA(%)
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
3.14
-1.57%
3.19
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
1.70
+3.03%
1.65
P/E
6.45
6.45
6.45
6.45
-63.54%
17.69
+73.09%
10.22
-40.27%
P/BV
0.43
0.43
0.43
0.43
-46.91%
0.81
-7.95%
0.88
-22.12%
BV
16.13
16.13
16.13
16.13
+8.62%
14.85
+6.83%
13.90
+3.12%
YIELD(%)
4.57
4.57
4.57
4.57
+62.63%
2.81
-42.42%
4.88
+61.06%
ราคาหุ้น
7.00
7.00
7.00
-54.25%
15.30
+26.45%
12.10
-1.63%
12.30
-19.08%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.59
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
16.13

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FPT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
35,987.16
-4.73%
37,775.65
+2.61%
36,814.16
+0.81%
36,518.30
+4.20%
35,044.85
-8.94%
38,475.94
+2.96%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
57,891.33
-1.57%
58,815.56
-0.41%
59,056.43
-5.43%
62,449.03
+8.43%
57,592.15
+5.29%
54,693.35
-0.55%
รวมสินทรัพย์
93,878.49
-2.81%
96,591.21
+0.75%
95,870.59
-3.13%
98,967.34
+6.83%
92,636.99
-0.59%
93,169.29
+0.87%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
18,649.01
+4.31%
17,879.07
-5.98%
19,016.36
-20.73%
23,987.91
+11.20%
21,570.98
+28.61%
16,769.59
-23.11%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
39,008.71
-7.65%
42,238.45
+6.20%
39,771.96
+3.32%
38,492.16
+4.56%
36,812.92
-16.86%
44,279.28
+3.74%
รวมหนี้สิน
57,657.72
-4.09%
60,117.52
+2.26%
58,788.32
-5.91%
62,480.06
+7.02%
58,383.90
-4.37%
61,048.87
-5.34%
รวมส่วนของเจ้าของ
36,220.77
-0.69%
36,473.69
-1.64%
37,082.27
+1.63%
36,487.27
+6.52%
34,253.10
+6.60%
32,120.43
+15.25%
D/E
1.59
1.65
1.59
1.71
1.70
1.90
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
0.00
0.00
0.00
0.00
4.76
3.91
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
0.00
0.00
0.00
0.00
3.14
3.19
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.00
0.00
0.00
0.00
1.62
2.11
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.00
0.00
0.00
0.00
0.06
0.11
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
37.79
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
1,251.66
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
0.00
0.00
0.00
0.00
145.50
0.00
วงจรเงินสด
0.00
0.00
0.00
0.00
1,143.95
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,132
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,027
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FPT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
1,132.30
-140.83%
-2,773.31
+135.31%
-1,178.60
-76.46%
-5,007.86
+9,976.18%
-49.70
-102.45%
2,032.65
-127.83%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
1,026.71
-41.48%
1,754.52
+1.92%
1,721.44
-21.73%
2,199.36
+15.60%
1,902.54
-206.76%
-1,782.01
-90.03%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-1,840.70
-0.36%
-1,847.36
-55.09%
-4,113.81
+143.45%
-1,689.83
+158.47%
-653.78
-69.92%
-2,173.68
-119.85%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
222.62
+9.04%
204.17
-125.10%
-813.38
-19,746.86%
4.14
-99.65%
1,199.08
-162.35%
-1,923.05
-86.48%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
0.00
-100.00%
1,071.93
-0.26%
1,074.72
+11.20%
966.48
-62.43%
2,572.75
-42.77%
4,495.09
-35.34%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
1,063.98
-13.52%
1,230.29
+14.77%
1,071.93
-0.26%
1,074.72
+11.20%
966.48
-62.42%
2,572.05
-42.78%