FPT
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
FPT
บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
7.00
0.05 (0.71%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 2 ปี 2566

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8000 out_tok=2716 at=2026-07-25T05:15:45 --> FPT กำไร Q3/66 ดิ่ง 41.8% รับรายได้อสังหาฯ หด-ต้นทุนพุ่ง รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 14.2% ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 13.0% ส่งผลให้กำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2566 ของบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT อยู่ที่ 396.0 ล้านบาท ลดลง 41.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ FPT ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ การหดตัวของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักคือ **การลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งหดตัวถึง 14.2% หรือ 447.0 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับ **ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมที่เพิ่มขึ้น 13.0%** หรือ 438.1 ล้านบาท โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบริหารที่พุ่งสูงขึ้น 97.8% ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 41.8% หรือ 284.2 ล้านบาท ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง** เป็นผลมาจากปัจจัยกดดันหลายประการ ได้แก่ ภาวะเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และมาตรการ LTV ที่สิ้นสุดลงในช่วงปลายปี 2565 ทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวลง นอกจากนี้ การแข่งขันที่สูงขึ้นยังส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยลดลงจาก 32.0% เป็น 27.3% ในส่วนของ **ต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น** นั้น มีสาเหตุหลักมาจากการตั้งด้อยค่าของสินทรัพย์โครงการเมย์แฟร์ แมริออท เอ็กเซกคิวทีฟอพาร์ตเมนต์ ซึ่งบริษัทฯ มีแผนจะพัฒนาเป็นโครงการคอนโดมิเนียมระดับ Super Luxury ในระยะยาว รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 29.0% จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของต้นทุนทางการเงินที่คาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับขึ้น ส่วนรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มฟื้นตัวได้ในกลุ่มตลาดกลางถึงบนสำหรับที่อยู่อาศัยแนวราบ แต่ยังคงเผชิญแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนและอัตราดอกเบี้ยที่สูง ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมมีแนวโน้มดีขึ้นจากการย้ายฐานการผลิตและการฟื้นตัวของภาคธุรกิจ ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิลดลง 41.8% YoY:** อยู่ที่ 396.0 ล้านบาท จาก 680.2 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์หดตัว 14.2% YoY:** อยู่ที่ 2,708.2 ล้านบาท จาก 3,155.2 ล้านบาท * **รายได้จากการให้เช่าและบริการเพิ่มขึ้น 19.0% YoY:** อยู่ที่ 710.1 ล้านบาท จาก 596.9 ล้านบาท หนุนโดยการย้ายฐานการผลิตและการรับรู้รายได้จากโครงการสีลมเอจ * **รายได้จากธุรกิจโรงแรมพุ่ง 60.6% YoY:** อยู่ที่ 137.0 ล้านบาท จาก 85.3 ล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น * **รับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน 482.3 ล้านบาท:** จากการขายหุ้นธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ และกำไรจากการขายที่ดิน 178.9 ล้านบาท * **ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 13.0% YoY:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 97.8% จากการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์โครงการเมย์แฟร์ แมริออท ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการประกอบธุรกิจรวม 3,768.7 ล้านบาท ลดลง 6.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม รายได้รวมเพิ่มขึ้น 2.1% มาอยู่ที่ 4,467.5 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการ โรงแรม และค่าบริหารจัดการที่ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงการรับรู้กำไรพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนและที่ดิน เมื่อพิจารณาต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวม พบว่าเพิ่มขึ้น 13.0% มาอยู่ที่ 3,814.8 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 396.0 ล้านบาท ลดลง 41.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยกำไรส่วนที่ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลง 42.8% มาอยู่ที่ 388.9 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.17 บาท ## โอกาส * **การย้ายฐานการผลิต:** เป็นปัจจัยบวกต่อความต้องการพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าในประเทศไทย ส่งผลดีต่อรายได้ค่าเช่า * **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** หนุนธุรกิจโรงแรมให้มีอัตราเข้าพักและอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยสูงขึ้น * **โครงการสีลมเอจ:** อาคาร Mixed-use แห่งใหม่ใจกลางเมือง มีอัตราการเช่าสูงถึง 92% ช่วยเสริมรายได้ค่าเช่าอาคารสำนักงาน * **อุปสงค์ที่อยู่อาศัยแนวราบตลาดกลางถึงบน:** ยังคงฟื้นตัวได้ดีและไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจมากนัก * **เขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC:** มีแนวโน้มเติบโตจากการย้ายฐานการผลิตและการลงทุนภาครัฐ * **ความต้องการพื้นที่สำนักงานใน CBD:** อาคาร Grade A ยังคงเป็นที่ต้องการของภาคธุรกิจ ## ความเสี่ยง * **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่อการส่งออกและกำลังซื้อโดยรวม * **อัตราดอกเบี้ยขาขึ้นและหนี้ครัวเรือนสูง:** กดดันกำลังซื้อภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย * **ต้นทุนค่าวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้น:** เพิ่มแรงกดดันต่ออัตรากำไรของโครงการอสังหาริมทรัพย์ * **การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดบ้านเดี่ยว:** ส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น * **ความไม่แน่นอนด้านการเมือง:** อาจส่งผลต่อการบริโภคและการลงทุนภาครัฐ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. จะส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินและกำลังซื้อ * **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนค่าวัสดุก่อสร้างและค่าใช้จ่ายในการบริหาร * **แผนการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม Super Luxury:** จากการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์โครงการเมย์แฟร์ แมริออท * **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** โดยเฉพาะโครงการที่อยู่อาศัยและโครงการอุตสาหกรรม * **อัตราการเช่าพื้นที่:** ในกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และโรงแรม * **กลยุทธ์การใช้เงินลงทุน:** จากเงินทุนที่ได้จากการขายธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) **การขายอสังหาริมทรัพย์:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 14.2% YoY มาอยู่ที่ 2,708.2 ล้านบาท โดยมีการเปิดโครงการใหม่เพียง 1 โครงการ คือ โครงการบ้านเดี่ยวอัลพีน่า พระราม 2 อัตรากำไรขั้นต้นจากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยลดลงจาก 32.0% เป็น 27.3% บริษัทฯ หันมาเน้นโครงการบ้านเดี่ยวมากขึ้น ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะตลาดน้อยกว่าผลิตภัณฑ์อื่น ณ สิ้นไตรมาส บริษัทฯ มีโครงการที่ดำเนินการอยู่รวม 78 โครงการ มูลค่ากว่า 108,700 ล้านบาท **การให้เช่าและบริการ:** รายได้เพิ่มขึ้น 19.0% YoY มาอยู่ที่ 710.1 ล้านบาท ได้รับแรงหนุนจากการย้ายฐานการผลิตจากจีน ทำให้ความต้องการพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าเพิ่มขึ้น อัตราการเช่ารวมในและต่างประเทศอยู่ที่ 85% รายได้จากธุรกิจอาคารสำนักงานเพิ่มขึ้นจากการรับรู้รายได้ค่าเช่าโครงการสีลมเอจ ซึ่งมีอัตราการเช่า 92% โดยภาพรวมอัตราการเช่าอาคารสำนักงานภายใต้การบริหารของกลุ่มเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ คอมเมอร์เชียล อยู่ในระดับสูงถึง 93% **ธุรกิจโรงแรม:** รายได้เพิ่มขึ้น 60.6% YoY มาอยู่ที่ 137.0 ล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นหลังการยกเลิกมาตรการโควิด-19 ทำให้อัตราเข้าพักและอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยสูงขึ้น **รายได้ค่าบริหารจัดการ:** เพิ่มขึ้น 25.1% YoY มาอยู่ที่ 213.4 ล้านบาท จากรายได้ค่าคอมมิชชันในการบริหารสินทรัพย์ให้กับ FTREIT **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน:** ปรับตัวเพิ่มขึ้น 115.6 ล้านบาท มาอยู่ที่ 83.4 ล้านบาท จากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทร่วมและการร่วมค้า ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 97,402.5 ล้านบาท ลดลง 1.6% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินลงทุนในบริษัทร่วม การร่วมค้า และที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ในขณะที่อสังหาริมทรัพย์เพื่อขายปรับตัวเพิ่มขึ้น หนี้สินรวมอยู่ที่ 61,184.9 ล้านบาท ลดลง 2.1% จากสิ้นปี 2565 โดยหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยลดลง 0.5% มาอยู่ที่ 49,566.9 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 36,217.6 ล้านบาท ลดลง 0.7% จากการจ่ายเงินปันผล ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.37 เท่า ## สรุปท้าย FPT ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันจากรายได้อสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงและต้นทุนที่สูงขึ้น แม้จะมีปัจจัยบวกจากธุรกิจให้เช่า โรงแรม และการรับรู้กำไรพิเศษ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มธุรกิจอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมยังคงมีทิศทางที่ดีจากการย้ายฐานการผลิตและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นโอกาสในการเติบโตในระยะต่อไป แต่ยังคงต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยและกำลังซื้อในประเทศอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FPT ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
7,617.96 ล้านบาท
↑ 5.6% YoY
กำไรขั้นต้น
2,003.42 ล้านบาท
↓ 13% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.30 %
กำไรสุทธิ
594.40 ล้านบาท
↑ 41.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.80 %
D/E Ratio
1.59
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,618
↑ + 5.6% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,003
↓ -13% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
594
↑ + 41.5% YoY
D/E Ratio
1.59

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FPT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
7,617.96
+5.58%
7,215.62
-19.09%
8,917.77
+4.19%
8,559.15
+12.71%
7,594.10
-26.97%
10,398.52
-47.96%
กำไรขั้นต้น
2,003.42
-13.01%
2,303.16
-14.36%
2,689.41
-4.63%
2,819.98
+44.83%
1,947.13
-38.30%
3,155.58
-48.63%
ค่าใช้จ่ายรวม
1,624.61
+8.33%
1,499.67
-3.95%
1,561.28
-3.77%
1,622.41
+30.56%
1,242.68
-25.39%
1,665.61
-51.53%
กำไรสุทธิ
594.40
+41.50%
420.07
-55.04%
934.29
-29.92%
1,333.12
+119.66%
606.89
-61.31%
1,568.46
+3.39%
กำไรต่อหุ้น
0.26
+41.44%
0.18
-55.09%
0.40
-29.91%
0.58
+119.47%
0.26
-61.24%
0.68
+3.36%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
26.30
-17.61%
31.92
+5.84%
30.16
-8.47%
32.95
+28.51%
25.64
-15.52%
30.35
-1.27%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
21.33
+2.65%
20.78
+18.68%
17.51
-7.65%
18.96
+15.89%
16.36
+2.12%
16.02
-6.86%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
7.80
+34.02%
5.82
-44.47%
10.48
-32.73%
15.58
+94.99%
7.99
-47.02%
15.08
+98.68%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
809.42
+152,620.75%
0.53
-99.86%
369.51
-47.85%
708.57
+29.27%
548.13
-70.30%
1,845.55
+164.85%
ROE(%)
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
4.76
+21.74%
3.91
ROA(%)
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
3.14
-1.57%
3.19
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
1.70
+3.03%
1.65
P/E
6.45
6.45
6.45
6.45
-63.54%
17.69
+73.09%
10.22
-40.27%
P/BV
0.43
0.43
0.43
0.43
-46.91%
0.81
-7.95%
0.88
-22.12%
BV
16.13
16.13
16.13
16.13
+8.62%
14.85
+6.83%
13.90
+3.12%
YIELD(%)
4.57
4.57
4.57
4.57
+62.63%
2.81
-42.42%
4.88
+61.06%
ราคาหุ้น
7.00
7.00
7.00
-54.25%
15.30
+26.45%
12.10
-1.63%
12.30
-19.08%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.59
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
16.13

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FPT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
35,987.16
-4.73%
37,775.65
+2.61%
36,814.16
+0.81%
36,518.30
+4.20%
35,044.85
-8.94%
38,475.94
+2.96%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
57,891.33
-1.57%
58,815.56
-0.41%
59,056.43
-5.43%
62,449.03
+8.43%
57,592.15
+5.29%
54,693.35
-0.55%
รวมสินทรัพย์
93,878.49
-2.81%
96,591.21
+0.75%
95,870.59
-3.13%
98,967.34
+6.83%
92,636.99
-0.59%
93,169.29
+0.87%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
18,649.01
+4.31%
17,879.07
-5.98%
19,016.36
-20.73%
23,987.91
+11.20%
21,570.98
+28.61%
16,769.59
-23.11%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
39,008.71
-7.65%
42,238.45
+6.20%
39,771.96
+3.32%
38,492.16
+4.56%
36,812.92
-16.86%
44,279.28
+3.74%
รวมหนี้สิน
57,657.72
-4.09%
60,117.52
+2.26%
58,788.32
-5.91%
62,480.06
+7.02%
58,383.90
-4.37%
61,048.87
-5.34%
รวมส่วนของเจ้าของ
36,220.77
-0.69%
36,473.69
-1.64%
37,082.27
+1.63%
36,487.27
+6.52%
34,253.10
+6.60%
32,120.43
+15.25%
D/E
1.59
1.65
1.59
1.71
1.70
1.90
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
0.00
0.00
0.00
0.00
4.76
3.91
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
0.00
0.00
0.00
0.00
3.14
3.19
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.00
0.00
0.00
0.00
1.62
2.11
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.00
0.00
0.00
0.00
0.06
0.11
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
37.79
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
1,251.66
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
0.00
0.00
0.00
0.00
145.50
0.00
วงจรเงินสด
0.00
0.00
0.00
0.00
1,143.95
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,132
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,027
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FPT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
1,132.30
-140.83%
-2,773.31
+135.31%
-1,178.60
-76.46%
-5,007.86
+9,976.18%
-49.70
-102.45%
2,032.65
-127.83%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
1,026.71
-41.48%
1,754.52
+1.92%
1,721.44
-21.73%
2,199.36
+15.60%
1,902.54
-206.76%
-1,782.01
-90.03%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-1,840.70
-0.36%
-1,847.36
-55.09%
-4,113.81
+143.45%
-1,689.83
+158.47%
-653.78
-69.92%
-2,173.68
-119.85%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
222.62
+9.04%
204.17
-125.10%
-813.38
-19,746.86%
4.14
-99.65%
1,199.08
-162.35%
-1,923.05
-86.48%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
0.00
-100.00%
1,071.93
-0.26%
1,074.72
+11.20%
966.48
-62.43%
2,572.75
-42.77%
4,495.09
-35.34%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
1,063.98
-13.52%
1,230.29
+14.77%
1,071.93
-0.26%
1,074.72
+11.20%
966.48
-62.42%
2,572.05
-42.78%