บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
3.62
0.02 (0.55%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11413 out_tok=2451 at=2026-07-25T14:07:43 -->
# ERW พลิกกำไร Q4/65 สูงสุดรอบ 4 ปี รับท่องเที่ยวฟื้น-รายได้โตแรง
## รายได้รวมพุ่ง 180% ดัน EBITDA โต 1,357% สู่ระดับ 587 ล้านบาท ชี้ปัจจัยหลักจากนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาคึกคัก
บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 240 ล้านบาท นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2563 ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้รายได้รวมจากการดำเนินงานเติบโตสูงถึง 180% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ ERW พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 240 ล้านบาทในไตรมาส 4/65 และเป็นกำไรสุทธิรายไตรมาสสูงสุดในรอบ 4 ปี คือ **การฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ **การเติบโตของรายได้จากการประกอบกิจการโรงแรม** โดยเฉพาะรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (ADR) ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในทุกกลุ่มโรงแรม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะในไตรมาส 4/65 ที่มีจำนวน 5.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 53% จากไตรมาสก่อนหน้า และเป็น 53% ของจำนวนนักท่องเที่ยวในไตรมาส 4/62 ก่อนโควิด-19 ประกอบกับกลยุทธ์การดำเนินงานของบริษัทฯ ที่เน้นการปรับตัวและศักยภาพของสินทรัพย์ที่มีคุณภาพในทำเลที่ดี ทำให้โรงแรมในทุกกลุ่มของ ERW สามารถปรับขึ้นราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมระดับ 5 ดาวจนถึงชั้นประหยัด มี ADR เพิ่มขึ้นถึง 79% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/64 และสูงกว่าไตรมาส 4/62 ถึง 5% ขณะที่กลุ่มโรงแรมฮ็อปอินน์ก็ยังคงรักษาการเติบโตของ ADR ได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ตลาดนักท่องเที่ยวในประเทศยังคงแข็งแกร่ง โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น 86% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/64 ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ของโรงแรมในประเทศให้ฟื้นตัวตามไปด้วย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในปี 2566 จะฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 25 ล้านคน และนักท่องเที่ยวจีนประมาณ 5 ล้านคน ซึ่งจะส่งผลดีต่ออัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่คาดว่าจะอยู่ในระดับ 75-80% และการเติบโตของราคาห้องพักเฉลี่ยมากกว่า 20% ทำให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักเติบโตมากกว่า 40% เมื่อเทียบกับปี 2565
อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาปัจจัยภายนอก เช่น สภาวะเศรษฐกิจโลก ราคาพลังงาน อัตราเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ ได้
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** ERW กลับมามีกำไรสุทธิ 240 ล้านบาทในไตรมาส 4/65 จากที่ขาดทุน 245 ล้านบาทในปีก่อนหน้า และเป็นกำไรสุทธิรายไตรมาสสูงสุดในรอบ 4 ปี
* **รายได้โตแรง:** รายได้รวมจากการดำเนินงานพุ่งสูงถึง 1,733 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 180% YoY และ 35% QoQ
* **EBITDA ฟื้นตัว:** EBITDA อยู่ที่ 587 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 47 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
* **ท่องเที่ยวฟื้นตัวชัดเจน:** จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 5.5 ล้านคนใน Q4/65 คิดเป็นการฟื้นตัว 53% ของ Q4/62
* **ADR เติบโตโดดเด่น:** รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (ADR) ในไทยสูงกว่าระดับก่อนโควิด-19 แล้ว โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมระดับกลางและประหยัด
* **ขยายเครือข่าย:** เปิดเพิ่ม 3 โรงแรมฮ็อปอินน์ในกรุงเทพฯ หนุนเครือข่ายรวม 51 แห่ง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 4/65 ERW มีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 1,733 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 180% จาก 619 ล้านบาทในไตรมาส 4/64 และเพิ่มขึ้น 35% จาก 1,282 ล้านบาทในไตรมาส 3/65 โดยมีรายได้จากการประกอบกิจการโรงแรม 1,717 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 186% YoY และ 35% QoQ
EBITDA อยู่ที่ 587 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 47 ล้านบาทในไตรมาส 4/64 และเพิ่มขึ้น 83% จาก 320 ล้านบาทในไตรมาส 3/65
กำไรสุทธิอยู่ที่ 240 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 245 ล้านบาทในไตรมาส 4/64 และขาดทุน 12 ล้านบาทในไตรมาส 3/65
สำหรับปี 2565 รายได้รวมจากการดำเนินงานอยู่ที่ 4,629 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 212% YoY EBITDA อยู่ที่ 1,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 261% YoY และขาดทุนสุทธิลดลงเหลือ 224 ล้านบาท จากขาดทุน 2,050 ล้านบาทในปี 2564
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว:** การเปิดประเทศเต็มรูปแบบของไทยและประเทศจีน รวมถึงการท่องเที่ยวในประเทศที่แข็งแกร่ง เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อรายได้ของโรงแรม
* **การขยายเครือข่ายโรงแรม:** การเปิดโรงแรมฮ็อปอินน์ใหม่ 3 แห่งในกรุงเทพฯ และแผนขยายอีก 15 แห่งในปี 2566 จะช่วยเพิ่มศักยภาพการเติบโตในระยะยาว
* **การปรับปรุงสินทรัพย์:** แผนปรับปรุงโรงแรมฮอลิเดย์อินน์พัทยา จะช่วยยกระดับศักยภาพการแข่งขันและตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
## ความเสี่ยง
* **สภาวะเศรษฐกิจโลก:** ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการเดินทางของนักท่องเที่ยว
* **ต้นทุนการดำเนินงาน:** ภาวะเงินเฟ้อ ราคาพลังงาน และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและอัตรากำไร
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจโรงแรมอาจกดดันราคาห้องพัก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีนและตลาดใหม่ๆ ที่จะเข้ามาสนับสนุนการเติบโต
* **อัตราการเข้าพักและ ADR:** การรักษาและเพิ่มขึ้นของอัตราการเข้าพักและราคาห้องพักเฉลี่ยในทุกกลุ่มโรงแรม
* **การขยายสาขาฮ็อปอินน์:** ความคืบหน้าในการเปิดโรงแรมฮ็อปอินน์ตามแผนที่วางไว้
* **ผลกระทบจากต้นทุน:** การบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
* **การปรับปรุงโรงแรม:** ความคืบหน้าและผลลัพธ์ของการปรับปรุงโรงแรมฮอลิเดย์อินน์พัทยา
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย:**
* **กลุ่มโรงแรม 5 ดาวถึงชั้นประหยัด:** รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (ADR) เติบโต 44% QoQ และสูงกว่า Q4/62 ถึง 5% โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมชั้นประหยัดเติบโตโดดเด่น 64% QoQ รายได้อาหารและเครื่องดื่มรวม 380 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 113% YoY และ 29% QoQ
* **กลุ่มโรงแรมฮ็อปอินน์:** ADR เพิ่มขึ้น 8% QoQ และ 7% เทียบกับ Q4/62 จากอัตราการเข้าพักที่เพิ่มขึ้นเป็น 78%
**ธุรกิจโรงแรมในฟิลิปปินส์:**
* ADR เพิ่มขึ้น 88% YoY และ 28% QoQ จากอัตราการเข้าพักที่สูงขึ้นเป็น 74% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่โควิด-19
**ธุรกิจให้เช่าพื้นที่และบริหารอาคาร:**
* รายได้ 16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% QoQ แต่ลดลง 20% YoY เนื่องจากอาคารเอราวัณ แบงค็อก ปิดปรับปรุง คาดเปิด Q2/66
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **กระแสเงินสด:** กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานดีขึ้นอย่างมาก อยู่ที่ 1,046 ล้านบาท จากติดลบ 667 ล้านบาทในปี 2564
* **การลงทุน:** มีรายจ่ายลงทุน 804 ล้านบาท เน้นการพัฒนาโรงแรมบัดเจ็ทและบำรุงรักษาโรงแรมเดิม
* **สภาพคล่อง:** เงินสดคงเหลือ 1,532 ล้านบาท และวงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ได้เบิกใช้ 6,142 ล้านบาท
* **สินทรัพย์และหนี้สิน:** สินทรัพย์รวม 21,712 ล้านบาท ลดลงจากการขายโรงแรม 3 แห่ง หนี้สินรวม 15,990 ล้านบาท ลดลงจากการชำระคืนเงินกู้ยืม
## สรุปท้าย
ERW ปิดฉากปี 2565 ด้วยผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาส 4 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้สำเร็จ จากแรงหนุนสำคัญของการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยและการบริหารจัดการราคาห้องพักที่มีประสิทธิภาพ แม้จะยังคงมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก แต่แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมและการขยายเครือข่ายโรงแรมบัดเจ็ทอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทฯ มีโอกาสที่จะรักษาโมเมนตัมเชิงบวกนี้ต่อไปในปี 2566
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ERW ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
2,259.75
ล้านบาท
↑ 1.1% YoY
กำไรขั้นต้น
1,419.33
ล้านบาท
↑ 4.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
62.81
%
กำไรสุทธิ
373.09
ล้านบาท
↓ 1.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.51
%
D/E Ratio
1.70
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,260
↑ + 1.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,419
↑ + 4.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
373
↓ -1.3%
YoY
D/E Ratio
1.70
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ERW
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.70
ROE (%)
9.48
ROA (%)
5.97
Book Value/หุ้น
1.92
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ERW
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-852
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+393
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ERW
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-852.19
-33.65%
|
-1,284.45
+1,307.00%
|
-91.29
-110.37%
|
880.25
+10.04%
|
799.96
-249.30%
|
-535.79
-168.30%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
392.57
-83.35%
|
2,358.27
+145.76%
|
959.58
+692.06%
|
121.15
-93.67%
|
1,913.31
-417.73%
|
-602.19
-66.13%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,138.22
-284.91%
|
-1,156.37
-332.36%
|
497.67
-30.17%
|
712.64
-151.58%
|
-1,381.57
-177.38%
|
1,785.41
-2,548.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,682.71
-1,611.87%
|
-111.30
-108.10%
|
1,373.52
-20.30%
|
1,723.45
+30.38%
|
1,321.89
+102.22%
|
653.69
-1,783.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,612.35
+32.52%
|
1,216.70
-20.57%
|
1,531.84
+23.33%
|
1,242.09
-23.45%
|
1,622.58
+67.47%
|
968.89
-7.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,893.95
+17.47%
|
1,612.35
+32.52%
|
1,216.70
-20.57%
|
1,531.84
+23.33%
|
1,242.09
-23.45%
|
1,622.58
+67.47%
|