บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
3.62
0.02 (0.55%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10590 out_tok=2706 at=2026-07-27T09:26:57 -->
# ERW กำไรสุทธิ Q2/64 หดตัว 10% รับผลกระทบโควิดระลอกใหม่
## รายได้ฟื้นตัวแรง YoY แต่ยังต่ำกว่าปีก่อน ขณะที่ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นจากรายการพิเศษ
บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 262 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 219% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ยังคงขาดทุนสุทธิ 690 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวอย่างรุนแรง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ ERW ในไตรมาส 2/2564 คือ **การฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ยังคงถูกกดดันด้วยผลขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้น โดยมีปัจจัยสำคัญจากรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในปีนี้** โดยรายได้รวมจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 219% เป็น 262 ล้านบาท แต่บริษัทฯ ยังคงบันทึกขาดทุนสุทธิ 690 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงานในไตรมาส 2/64 มาจากการที่บริษัทฯ สามารถกลับมาเปิดให้บริการโรงแรมได้เกือบทั้งหมด ทั้งในประเทศไทยและฟิลิปปินส์ หลังจากที่ในไตรมาส 2/63 ต้องปิดให้บริการโรงแรมหลายแห่งเป็นการชั่วคราว อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ที่รุนแรงขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม 2564 ส่งผลให้มาตรการควบคุมการเดินทางและการรวมกลุ่มของประชาชนเข้มข้นขึ้น ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศชะลอตัวลงอีกครั้ง และนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงอยู่ในระดับต่ำมาก
ปัจจัยที่ทำให้ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นมาจาก **รายการพิเศษ** ในไตรมาส 2/64 บริษัทฯ มีการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ที่ไม่ใช่สินทรัพย์ทางการเงินจำนวน 131 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 นอกจากนี้ยังมีส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์อีก 3 ล้านบาท ทำให้แม้รายได้จะฟื้นตัว แต่ผลขาดทุนสุทธิกลับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มที่จะดีขึ้นในอนาคตอันใกล้ แม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 จะยังคงส่งผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง แต่การฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงานที่เห็นได้ชัดในไตรมาส 2/64 เมื่อเทียบกับปีก่อน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการกลับมาสร้างรายได้ของธุรกิจโรงแรมเมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ ได้ดำเนินการเพิ่มทุนสำเร็จในเดือนมิถุนายน 2564 และมีเงินสดคงเหลือจำนวนมาก รวมถึงวงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ได้เบิกใช้ จะช่วยเสริมสภาพคล่องและฐานะทางการเงินให้แข็งแกร่งขึ้นเพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจและการลงทุนในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมจากการดำเนินงานฟื้นตัว 219% YoY** เป็น 262 ล้านบาท จากการกลับมาเปิดให้บริการโรงแรมเกือบทั้งหมด
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 10% YoY** เป็น 690 ล้านบาท โดยมีรายการพิเศษจากการด้อยค่าสินทรัพย์ 131 ล้านบาท
* **อัตราการเข้าพักในประเทศไทยเฉลี่ย 20%** เพิ่มขึ้นจาก 10% ใน Q2/63 แต่ลดลงจาก Q1/64
* **กลุ่มโรงแรมฮ็อปอินน์ (HOP INN) ยังคงโดดเด่น** มีอัตราการเข้าพักสูงสุดที่ 31% และรายได้เพิ่มขึ้น 51% YoY
* **ฐานะทางการเงินแข็งแกร่งขึ้น** หลังเพิ่มทุนสำเร็จ ได้เงิน 2,014 ล้านบาท และปรับลดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเหลือ 1.7 เท่า จาก 3.2 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2/2564 บริษัทฯ มีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 262 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 219% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q2/63) ที่มีรายได้ 84 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2564 รายได้รวมจากการดำเนินงานลดลง 50% จาก 640 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้การเดินทางในประเทศชะลอตัวลงอย่างมาก
บริษัทฯ บันทึกขาดทุนก่อนดอกเบี้ย ภาษีเงินได้ และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) ในไตรมาส 2/2564 ที่ 228 ล้านบาท ขาดทุนก่อนรายการพิเศษอยู่ที่ 556 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 690 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 625 ล้านบาท
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 640 ล้านบาท ลดลง 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และบันทึกขาดทุนสุทธิ 1,182 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 728 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** แม้จะเผชิญความท้าทายจากโควิด-19 แต่การเริ่มโครงการนำร่องรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น "ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์" เป็นสัญญาณที่ดีของการฟื้นตัว
* **การเพิ่มทุนสำเร็จ:** การระดมทุน 2,014 ล้านบาท ช่วยเสริมสภาพคล่องและฐานะทางการเงินให้แข็งแกร่งขึ้น รองรับการลงทุนระยะยาว
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการควบคุมค่าใช้จ่ายและบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
* **การปรับตัวตามสถานการณ์:** การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการก่อสร้าง การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า และการกระตุ้นยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ แสดงถึงความยืดหยุ่นในการปรับกลยุทธ์
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของโควิด-19:** สถานการณ์การระบาดที่ยังคงรุนแรงและไม่แน่นอน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการท่องเที่ยวและโรงแรม
* **มาตรการควบคุมการเดินทาง:** ความเข้มงวดของมาตรการควบคุมการเดินทางทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ ยังคงเป็นปัจจัยจำกัดการฟื้นตัว
* **ความล่าช้าในการฉีดวัคซีน:** การฉีดวัคซีนที่ยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการเดินทางและการเปิดรับนักท่องเที่ยว
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมระดับประหยัด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการภาครัฐ:** การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์และมาตรการต่างๆ จะส่งผลโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจ
* **ความคืบหน้าของโครงการ "ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์" และการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** ผลตอบรับและความสำเร็จของโครงการนำร่องจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการฟื้นตัว
* **อัตราการเข้าพักและรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก:** การปรับตัวของตัวชี้วัดสำคัญเหล่านี้ จะสะท้อนถึงความสามารถในการสร้างรายได้ของโรงแรม
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนจะส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ
* **การใช้ประโยชน์จากเงินเพิ่มทุน:** การนำเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนไปใช้ในการลงทุนและลดภาระหนี้สิน จะส่งผลต่อโครงสร้างทางการเงินในระยะยาว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจโรงแรม:** ในไตรมาส 2/2564 ธุรกิจโรงแรมในประเทศไทยมีรายได้จากการดำเนินงาน 150 ล้านบาท และบันทึกขาดทุนระดับ EBITDA 298 ล้านบาท แม้ว่าอัตราการเข้าพักจะเพิ่มขึ้นเป็น 20% จาก 10% ใน Q2/63 แต่ก็ลดลงจาก Q1/64 เนื่องจากผลกระทบจากการระบาดระลอกใหม่ ค่าห้องพักเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 41% YoY แต่รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักลดลง 27% QoQ
กลุ่มโรงแรมฮ็อปอินน์ (HOP INN) ยังคงเป็นกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุด โดยมีอัตราการเข้าพัก 31% และรายได้จากการดำเนินงาน 64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% YoY กลุ่มโรงแรมระดับกลางและประหยัดได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยอัตราการเข้าพักลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ธุรกิจโรงแรมในฟิลิปปินส์ มีรายได้จากการดำเนินงาน 37 ล้านบาท และบันทึกกำไร EBITDA 5 ล้านบาท โดยอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นเป็น 46% จาก 39% ใน Q1/64 เนื่องจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจเดินเรือและรับจ้างภายนอกมีความต้องการเดินทางเพิ่มขึ้น
**ธุรกิจการให้เช่าพื้นที่และบริหารอาคาร:** มีรายได้ 11 ล้านบาท ลดลง 51% YoY เนื่องจากผลกระทบจากโควิด-19 และมาตรการช่วยเหลือผู้เช่า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2/2564 บริษัทฯ มีเงินสดคงเหลือ 1,541 ล้านบาท และมีวงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ได้เบิกใช้ 6,384 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า
สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 23,604 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการตีมูลค่าที่ดินเป็นราคายุติธรรม หนี้สินรวมอยู่ที่ 16,644 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2563 เนื่องจากนำเงินเพิ่มทุนไปชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 6,960 ล้านบาท จาก 3,929 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 อันเป็นผลมาจากการเพิ่มทุนและการรับรู้กำไรจากการตีมูลค่าที่ดิน ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 3.2 เท่า ณ สิ้นปี 2563 เหลือ 1.7 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2/2564
กระแสเงินสดจากกิจกรรมการดำเนินงานติดลบ 366 ล้านบาทในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2564 เนื่องจากผลประกอบการที่ขาดทุน
## สรุปท้าย
ERW ในไตรมาส 2/2564 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่ได้รับผลกระทบหนักจากโควิด-19 ในปีก่อน แม้ว่าผลขาดทุนสุทธิจะเพิ่มขึ้นจากรายการพิเศษ แต่การเพิ่มทุนสำเร็จและการบริหารจัดการฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงในระยะสั้น การจับตาดูความคืบหน้าของการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติและการควบคุมการแพร่ระบาดจะเป็นกุญแจสำคัญในการประเมินแนวโน้มการฟื้นตัวของบริษัทฯ ในช่วงต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ERW ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
2,259.75
ล้านบาท
↑ 1.1% YoY
กำไรขั้นต้น
1,419.33
ล้านบาท
↑ 4.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
62.81
%
กำไรสุทธิ
373.09
ล้านบาท
↓ 1.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.51
%
D/E Ratio
1.70
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,260
↑ + 1.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,419
↑ + 4.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
373
↓ -1.3%
YoY
D/E Ratio
1.70
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ERW
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.70
ROE (%)
9.48
ROA (%)
5.97
Book Value/หุ้น
1.92
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ERW
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-852
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+393
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ERW
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-852.19
-33.65%
|
-1,284.45
+1,307.00%
|
-91.29
-110.37%
|
880.25
+10.04%
|
799.96
-249.30%
|
-535.79
-168.30%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
392.57
-83.35%
|
2,358.27
+145.76%
|
959.58
+692.06%
|
121.15
-93.67%
|
1,913.31
-417.73%
|
-602.19
-66.13%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,138.22
-284.91%
|
-1,156.37
-332.36%
|
497.67
-30.17%
|
712.64
-151.58%
|
-1,381.57
-177.38%
|
1,785.41
-2,548.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,682.71
-1,611.87%
|
-111.30
-108.10%
|
1,373.52
-20.30%
|
1,723.45
+30.38%
|
1,321.89
+102.22%
|
653.69
-1,783.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,612.35
+32.52%
|
1,216.70
-20.57%
|
1,531.84
+23.33%
|
1,242.09
-23.45%
|
1,622.58
+67.47%
|
968.89
-7.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,893.95
+17.47%
|
1,612.35
+32.52%
|
1,216.70
-20.57%
|
1,531.84
+23.33%
|
1,242.09
-23.45%
|
1,622.58
+67.47%
|