บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
3.62
0.02 (0.55%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9771 out_tok=2215 at=2026-07-25T14:01:24 -->
# ERW กำไรสุทธิ Q3/66 พลิกบวกแรง 148 ล้านบาท รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น-ปรับราคาห้องพัก
## รายได้-กำไร ERW เติบโตโดดเด่นใน Q3/66 จากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและการบริหารจัดการราคาที่ดี ขณะที่การลงทุนในญี่ปุ่นเริ่มเห็นผล
บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 148 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 12 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 1,736 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยและฟิลิปปินส์ รวมถึงความสามารถในการปรับเพิ่มราคาห้องพักเฉลี่ย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ ERW ในไตรมาส 3/66 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 148 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 1,387% YoY) มาจาก **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 35% YoY เป็น 1,736 ล้านบาท** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และ **การบริหารจัดการราคาห้องพักเฉลี่ยที่ปรับเพิ่มขึ้นได้ถึง 16%** ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เติบโต 69% YoY เป็น 540 ล้านบาท นอกจากนี้ การบันทึกรายการพิเศษที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน (ปี 2565 มีรายการขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์) ก็มีส่วนช่วยให้กำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ
* **จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ:** ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยว 7.1 ล้านคน เพิ่มขึ้น 252% YoY และฟิลิปปินส์มีนักท่องเที่ยว 1.3 ล้านคน เพิ่มขึ้น 66% YoY ซึ่งสะท้อนถึงการกลับมาของภาคการท่องเที่ยวหลังสถานการณ์โควิด-19
* **การปรับเพิ่มราคาห้องพักเฉลี่ย (Average Room Rate - ARR):** บริษัทฯ สามารถปรับเพิ่มราคาห้องพักเฉลี่ยได้ในทุกกลุ่มโรงแรม ทั้งในประเทศไทยและฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมระดับกลางและชั้นประหยัดในไทยที่ ARR เพิ่มขึ้นถึง 58% และ 68% ตามลำดับเมื่อเทียบกับ Q3/65 ประกอบกับการที่อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) โดยรวมของกลุ่มบริษัทปรับเพิ่มขึ้นจาก 69% ใน Q3/65 เป็น 81% ใน Q3/66 ทำให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (Revenue Per Available Room - RevPAR) เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 37% YoY
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2566 จะยังคงเติบโตต่อเนื่อง และตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ทั้งปี 2566 ที่ 50% จากประมาณการอัตราเข้าพักเฉลี่ยที่ 78-80% และการเติบโตของราคาห้องพักเฉลี่ยมากกว่า 20% จากปี 2565 นอกจากนี้ การลงทุนขยายเครือข่ายโรงแรมในต่างประเทศ โดยเฉพาะในญี่ปุ่นภายใต้แบรนด์ "ฮ็อปอินน์" ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการครบใน Q1/67 จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาปัจจัยภายนอก เช่น สภาวะเศรษฐกิจโลก และความขัดแย้งระหว่างประเทศ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/66 พลิกบวก 148 ล้านบาท** จากขาดทุน 12 ล้านบาทใน Q3/65
* **รายได้รวมจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 35% YoY เป็น 1,736 ล้านบาท**
* **EBITDA เติบโต 69% YoY เป็น 540 ล้านบาท**
* **อัตราการเข้าพักเฉลี่ยกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 69% เป็น 81%**
* **รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) เพิ่มขึ้น 37% YoY**
* **การลงทุนขยายโรงแรม "ฮ็อปอินน์" ในญี่ปุ่น 3 โครงการ มูลค่า 1.7 พันล้านบาท** คาดเปิดให้บริการ Q1/67
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3/66 ERW มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 1,736 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% YoY และมีกำไร EBITDA 540 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69% YoY ส่งผลให้กำไรสุทธิก่อนรายการพิเศษอยู่ที่ 153 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากขาดทุน 15 ล้านบาทใน Q3/65 เมื่อรวมรายการพิเศษ (ค่าใช้จ่ายในการลงทุนโรงแรมใหม่ในญี่ปุ่น 8 ล้านบาท) ทำให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 148 ล้านบาท สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 5,112 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77% YoY และกำไรสุทธิอยู่ที่ 529 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 464 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีนและตะวันออกกลาง
* การขยายธุรกิจโรงแรมระดับบัดเจ็ทในต่างประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่น ซึ่งเป็นกลยุทธ์ระยะยาวในการกระจายฐานรายได้และกำไร
* การปรับปรุงโรงแรมระดับ 3-5 ดาว เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและตอบสนองความต้องการของตลาด
* การเติบโตของรายได้อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงธุรกิจให้เช่าพื้นที่และบริหารอาคาร
## ความเสี่ยง
* ความผันผวนของสภาวะเศรษฐกิจโลก
* ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยว
* นโยบายของภาครัฐที่อาจส่งผลต่อภาคการท่องเที่ยว
* การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากการกู้ยืมเพื่อการลงทุน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยและฟิลิปปินส์ในไตรมาส 4/66
* ความคืบหน้าของการเปิดให้บริการโรงแรม "ฮ็อปอินน์" ในประเทศญี่ปุ่น
* ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อต้นทุนทางการเงิน
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
* การเปลี่ยนแปลงของนโยบายการท่องเที่ยวของแต่ละประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **ธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย:** มีการเติบโตแข็งแกร่ง โดยอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้น 11% และค่าห้องพักเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 17% ส่งผลให้ RevPAR เพิ่มขึ้น 36% โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมระดับกลางและชั้นประหยัดที่โดดเด่น
* **ธุรกิจโรงแรมฮ็อปอินน์ ประเทศไทย:** ยังคงแข็งแกร่งจากลูกค้าชาวไทย รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักเพิ่มขึ้น 16%
* **ธุรกิจโรงแรมในฟิลิปปินส์:** ฟื้นตัวต่อเนื่อง โดย RevPAR เพิ่มขึ้น 45% จากการเพิ่มขึ้นของอัตราการเข้าพัก 20% และค่าห้องพักเฉลี่ย 8%
* **ธุรกิจให้เช่าพื้นที่และบริหารอาคาร:** รายได้เพิ่มขึ้น 67% จากการกลับมาเปิดให้บริการของอาคารเอราวัณ แบงค็อก
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3/66 บริษัทฯ มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 1,577 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 237% YoY โดยมีรายจ่ายลงทุน 1,929 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในโรงแรมใหม่ที่ญี่ปุ่น มีเงินสดคงเหลือ 1,386 ล้านบาท และวงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ได้เบิกใช้ 6,699 ล้านบาท สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นเป็น 23,814 ล้านบาท และหนี้สินรวมเพิ่มขึ้นเป็น 17,536 ล้านบาท จากการลงทุนในญี่ปุ่น ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 6,278 ล้านบาท อัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ปรับตัวดีขึ้นเป็น 13.0% จาก (3.8)% ในปีก่อน อัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.8 เท่า ใกล้เคียงปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 56.4% จาก 52.7%
## สรุปท้าย
ERW โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3/66 แข็งแกร่ง พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 148 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและการบริหารจัดการราคาห้องพักที่ดี ส่งผลให้ RevPAR เติบโตอย่างโดดเด่น การลงทุนในโรงแรมใหม่ที่ญี่ปุ่นจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว แม้จะมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก แต่แนวโน้มอุตสาหกรรมยังคงสดใส โดยเฉพาะในช่วงปลายปี
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ERW ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
2,259.75
ล้านบาท
↑ 1.1% YoY
กำไรขั้นต้น
1,419.33
ล้านบาท
↑ 4.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
62.81
%
กำไรสุทธิ
373.09
ล้านบาท
↓ 1.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.51
%
D/E Ratio
1.70
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,260
↑ + 1.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,419
↑ + 4.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
373
↓ -1.3%
YoY
D/E Ratio
1.70
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ERW
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.70
ROE (%)
9.48
ROA (%)
5.97
Book Value/หุ้น
1.92
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ERW
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-852
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+393
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ERW
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-852.19
-33.65%
|
-1,284.45
+1,307.00%
|
-91.29
-110.37%
|
880.25
+10.04%
|
799.96
-249.30%
|
-535.79
-168.30%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
392.57
-83.35%
|
2,358.27
+145.76%
|
959.58
+692.06%
|
121.15
-93.67%
|
1,913.31
-417.73%
|
-602.19
-66.13%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,138.22
-284.91%
|
-1,156.37
-332.36%
|
497.67
-30.17%
|
712.64
-151.58%
|
-1,381.57
-177.38%
|
1,785.41
-2,548.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,682.71
-1,611.87%
|
-111.30
-108.10%
|
1,373.52
-20.30%
|
1,723.45
+30.38%
|
1,321.89
+102.22%
|
653.69
-1,783.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,612.35
+32.52%
|
1,216.70
-20.57%
|
1,531.84
+23.33%
|
1,242.09
-23.45%
|
1,622.58
+67.47%
|
968.89
-7.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,893.95
+17.47%
|
1,612.35
+32.52%
|
1,216.70
-20.57%
|
1,531.84
+23.33%
|
1,242.09
-23.45%
|
1,622.58
+67.47%
|