บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
3.62
0.02 (0.55%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9880 out_tok=2479 at=2026-07-25T16:21:52 -->
# ERW กำไรสุทธิลดลง 36% YoY แต่ขาดทุนสุทธิลดลงต่อเนื่อง รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้นตัว
## รายได้รวมโต 65% หนุนผลประกอบการดีขึ้น ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นบริหารต้นทุนและสภาพคล่องท่ามกลางความไม่แน่นอน
บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวม 646 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แม้จะยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 313 ล้านบาท แต่ถือเป็นการลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน สะท้อนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตราผลขาดทุนสุทธิของ ERW ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 36% YoY ในไตรมาส 1/2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการดำเนินงาน โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม** ซึ่งเติบโตถึง 69% YoY เป็น 638 ล้านบาท แม้ว่าภาพรวมจะยังคงขาดทุนสุทธิ 313 ล้านบาท แต่ถือเป็นการขาดทุนที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 492 ล้านบาทในไตรมาส 1/2564 และ 316 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้มาจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก ได้แก่ **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่คลี่คลายลงทั่วโลก** ส่งผลให้เกิดการผ่อนปรนมาตรการเดินทางระหว่างประเทศและการท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศไทยที่จำนวนนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น 68% YoY และนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มกลับเข้ามาเพิ่มขึ้น 46% QoQ แม้จะมีการชะลอตัวในช่วงสั้นๆ จากสายพันธุ์โอมิครอน แต่ภาพรวมยังคงเป็นบวก
ปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจโรงแรมของ ERW โดยเฉพาะในประเทศไทยที่อัตราการเข้าพักเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 30% เป็น 46% YoY และรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักเพิ่มขึ้นถึง 100% YoY โดยกลุ่มโรงแรม HOP INN ยังคงโดดเด่นด้วยอัตราการเข้าพักสูงถึง 67% และมีการเปิดสาขาใหม่ 2 แห่งในเดือนมีนาคม 2565 ขณะที่โรงแรมในฟิลิปปินส์ก็มีอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นเป็น 51% YoY
นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการยังได้ **บริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างเคร่งครัด** และมี **ต้นทุนทางการเงินลดลง 19% YoY** จากการลดลงของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยและอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง รวมถึง **ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายลดลง 12% YoY** จากการขายโรงแรมบางแห่งและการครบกำหนดตัดค่าเสื่อมราคาของบางแห่ง ปัจจัยเหล่านี้ช่วยลดแรงกดดันต่อผลขาดทุนสุทธิ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ยังไม่ชัดเจนเต็มที่**
ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าแนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะดำเนินต่อไปในปี 2565 โดยได้รับแรงหนุนจากการผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศของไทยอย่างต่อเนื่อง เช่น การยกเลิกการตรวจ RT-PCR สำหรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนครบโดส และการสนับสนุนมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงระบุว่าผลการดำเนินงานในปีนี้คาดว่าจะยังต่ำกว่าปี 2562 และมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ ผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน, สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของบริษัทฯ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 646 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65% YoY** จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
* **ขาดทุนสุทธิ 313 ล้านบาท ลดลง 36% YoY** เป็นการลดลงต่อเนื่อง 2 ไตรมาส
* **อัตราการเข้าพักเฉลี่ยโรงแรมในไทยเพิ่มขึ้นเป็น 46%** จาก 30% ในปีก่อน โดย HOP INN สูงสุดที่ 67%
* **เปิดโรงแรม HOP INN ใหม่ 2 แห่ง** ในจังหวัดนำนและชัยภูมิ ขยายเครือข่ายสู่ 49 แห่ง
* **ขายโรงแรม 3 แห่ง** (ไอบิสสไตล์กระบี่, ไอบิสกะตะ, ไอบิสหัวหิน) เพื่อปรับพอร์ตสู่กลุ่มโรงแรมบัดเจ็ท
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 19% YoY** และ **ค่าเสื่อมราคาลดลง 12% YoY**
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 638 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการประกอบกิจการโรงแรม 617 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74% ขณะที่รายได้ค่าเช่าและค่าบริการลดลง 11% เป็น 21 ล้านบาท รวมรายได้ 638 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69% จาก 378 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
บริษัทฯ มีผลขาดทุนก่อนดอกเบี้ยภาษีเงินได้และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) เท่ากับ 12 ล้านบาท ดีขึ้นอย่างมากจากขาดทุน 133 ล้านบาทในปีก่อนหน้า และมีผลขาดทุนสุทธิ 313 ล้านบาท ลดลง 36% จาก 492 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวทั่วโลกและไทย:** มาตรการผ่อนคลายการเดินทางเข้าประเทศและการยกเลิกการตรวจ RT-PCR จะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ
* **มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ:** โครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" ที่ขยายเวลาถึงกันยายน 2565 และการคาดการณ์การประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น จะช่วยหนุนการเดินทางของคนไทย
* **การขยายเครือข่ายโรงแรมบัดเจ็ท:** การเปิด HOP INN ใหม่ 3 แห่งในปีนี้ และโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างอีก 9 แห่งในไทยและฟิลิปปินส์ จะช่วยเพิ่มศักยภาพการเติบโต
* **การปรับปรุงสินทรัพย์:** การปรับปรุงโรงแรม Courtyard Marriott Bangkok, Ibis Sukhumvit 4 และอาคาร Erawan Bangkok จะช่วยยกระดับการแข่งขันและสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก:** สงครามรัสเซีย-ยูเครน, เศรษฐกิจโลกชะลอตัว และอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว
* **จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังต่ำกว่าระดับก่อนโควิด-19:** แม้จะฟื้นตัว แต่ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความผันผวนของต้นทุนการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายต่างๆ อาจส่งผลต่ออัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** การเปลี่ยนแปลงของจำนวนนักท่องเที่ยวและสัดส่วนนักท่องเที่ยวจากตลาดหลัก
* **อัตราการเข้าพักและรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก:** แนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มโรงแรม
* **การเปิดสาขาใหม่ของ HOP INN:** การตอบรับของสาขาใหม่และการขยายเครือข่ายตามแผน
* **ผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงภายนอก:** การติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก, อัตราเงินเฟ้อ และสงครามรัสเซีย-ยูเครน
* **ความคืบหน้าในการปรับปรุงสินทรัพย์:** การแล้วเสร็จและการสร้างผลตอบรับจากการปรับปรุงโรงแรมและอาคาร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจโรงแรม:**
* **ประเทศไทย:** อัตราการเข้าพักเฉลี่ย 46% (+16% YoY) รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักเพิ่มขึ้น 100% YoY กลุ่มโรงแรม 5 ดาวปรับตัวดีขึ้นมากที่สุด (+233% YoY) ขณะที่กลุ่ม HOP INN มีรายได้จากการดำเนินงาน 134 ล้านบาท (+40% YoY) และ EBITDA 62 ล้านบาท (+58% YoY)
* **ฟิลิปปินส์:** อัตราการเข้าพัก 51% (+13% YoY) รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักเพิ่มขึ้น 51% YoY มีรายได้จากการดำเนินงาน 51 ล้านบาท (+86% YoY) และ EBITDA 20 ล้านบาท (+132% YoY)
* **ภาพรวมธุรกิจโรงแรม:** รายได้รวม 617 ล้านบาท (+74% YoY) EBITDA 18 ล้านบาท ดีขึ้นจากขาดทุน 107 ล้านบาทในปีก่อน
**ธุรกิจการให้เช่าพื้นที่และบริหารอาคาร:**
* รายได้ 21 ล้านบาท (-11% YoY) เนื่องจากอาคาร Erawan Bangkok อยู่ระหว่างการปรับปรุงพื้นที่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **เงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน:** ติดลบ 11 ล้านบาท เนื่องจากผลประกอบการยังขาดทุน
* **เงินสดคงเหลือ:** 1,255 ล้านบาท และมีวงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ได้เบิกใช้ 5,308 ล้านบาท แสดงถึงสภาพคล่องที่เพียงพอ
* **สินทรัพย์รวม:** 22,388 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย
* **หนี้สินรวม:** 16,731 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 5,657 ล้านบาท ลดลงจากผลขาดทุน
* **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนผู้ถือหุ้น:** 2.0 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.9 เท่า
## สรุปท้าย
ERW แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนในไตรมาส 1/2565 ด้วยรายได้ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการกลับมาของภาคการท่องเที่ยว แม้จะยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ แต่ถือเป็นการลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการลดลงของต้นทุนทางการเงิน อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ขณะที่การขยายเครือข่ายโรงแรมบัดเจ็ทและการปรับปรุงสินทรัพย์จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ERW ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
2,259.75
ล้านบาท
↑ 1.1% YoY
กำไรขั้นต้น
1,419.33
ล้านบาท
↑ 4.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
62.81
%
กำไรสุทธิ
373.09
ล้านบาท
↓ 1.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.51
%
D/E Ratio
1.70
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,260
↑ + 1.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,419
↑ + 4.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
373
↓ -1.3%
YoY
D/E Ratio
1.70
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ERW
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.70
ROE (%)
9.48
ROA (%)
5.97
Book Value/หุ้น
1.92
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ERW
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-852
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+393
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ERW
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-852.19
-33.65%
|
-1,284.45
+1,307.00%
|
-91.29
-110.37%
|
880.25
+10.04%
|
799.96
-249.30%
|
-535.79
-168.30%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
392.57
-83.35%
|
2,358.27
+145.76%
|
959.58
+692.06%
|
121.15
-93.67%
|
1,913.31
-417.73%
|
-602.19
-66.13%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,138.22
-284.91%
|
-1,156.37
-332.36%
|
497.67
-30.17%
|
712.64
-151.58%
|
-1,381.57
-177.38%
|
1,785.41
-2,548.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,682.71
-1,611.87%
|
-111.30
-108.10%
|
1,373.52
-20.30%
|
1,723.45
+30.38%
|
1,321.89
+102.22%
|
653.69
-1,783.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,612.35
+32.52%
|
1,216.70
-20.57%
|
1,531.84
+23.33%
|
1,242.09
-23.45%
|
1,622.58
+67.47%
|
968.89
-7.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,893.95
+17.47%
|
1,612.35
+32.52%
|
1,216.70
-20.57%
|
1,531.84
+23.33%
|
1,242.09
-23.45%
|
1,622.58
+67.47%
|