บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
3.62
0.02 (0.55%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12018 out_tok=2728 at=2026-07-25T15:46:19 -->
# ERW กำไรสุทธิ Q2/65 พลิกบวกแรง รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้นตัว
## รายได้-กำไรฟื้นตัวชัดเจน รับการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นบริหารต้นทุนและสภาพคล่อง
บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 139 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 690 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้รายได้รวมจากการดำเนินงานเติบโตกว่า 271% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ฝ่ายจัดการยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนและสภาพคล่องทางการเงินอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับความไม่แน่นอน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ ERW ในไตรมาส 2/65 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 139 ล้านบาท (ลดลง 80% จากขาดทุน 690 ล้านบาทใน Q2/64) มาจากการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นถึง 271% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะรายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมที่เติบโตถึง 283% ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ สามารถกลับมาบันทึกกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษีเงินได้ และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) เป็นบวกได้ที่ 155 ล้านบาท เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ไตรมาส 2/63
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ
1. **การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศของไทยตั้งแต่ช่วงต้นปี 2565 และการยกเลิกข้อกำหนดด้านการตรวจ RT-PCR ในเดือนพฤษภาคม ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยในไตรมาส 2/65 เพิ่มขึ้นถึง 1.6 ล้านคน โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมระดับ 5 ดาวถึงชั้นประหยัด ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างโดดเด่น โดยมีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักเพิ่มขึ้นถึง 579% เมื่อเทียบกับ Q2/64
2. **การฟื้นตัวของตลาดนักท่องเที่ยวในประเทศ:** มาตรการผ่อนคลายภายในประเทศและอัตราการฉีดวัคซีนที่สูงขึ้น ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมฮ็อปอินน์ (HOP INN) ที่ยังคงมีผลการดำเนินงานแข็งแกร่งและสามารถทำรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักกลับไปเท่ากับระดับก่อนโควิด-19 ได้แล้ว
นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 19% และค่าเสื่อมราคาที่ลดลง 12% จากการขายสินทรัพย์บางส่วนออกไป ก็มีส่วนช่วยสนับสนุนผลกำไรให้ดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าแนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2565 โดยคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้นเป็น 9 แสนคนต่อเดือนในไตรมาส 3 และ 1.5 ล้านคนต่อเดือนในไตรมาส 4 ซึ่งจะส่งผลให้รายได้จากการดำเนินงานในปีนี้เติบโตสูงขึ้นเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และคาดว่าอัตราเข้าพักเฉลี่ยจะสูงกว่า 60% อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงระบุว่ารายได้เฉลี่ยต่อห้องพักและผลการดำเนินงานโดยรวมของปีนี้ยังคงต่ำกว่าปี 2562 เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่กลับมาเต็มที่
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมจากการดำเนินงาน:** 974 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 271% YoY และ 53% QoQ
* **EBITDA:** 155 ล้านบาท พลิกกลับมาเป็นบวก จากขาดทุน 228 ล้านบาทใน Q2/64
* **กำไรสุทธิ:** 139 ล้านบาท พลิกกลับมาเป็นบวก จากขาดทุน 690 ล้านบาทใน Q2/64
* **อัตราการเข้าพักเฉลี่ย:** 63% เพิ่มขึ้น 40% YoY และ 20% QoQ
* **ค่าห้องพักเฉลี่ย:** ปรับตัวดีขึ้น 47% YoY และ 24% QoQ
* **การขายสินทรัพย์:** ขายโรงแรม 3 แห่ง มูลค่า 1,050 ล้านบาท เพื่อปรับพอร์ตและเสริมสภาพคล่อง
* **การขยายธุรกิจ:** เปิดใหม่ 3 แห่งในไทยและฟิลิปปินส์ รวมเป็น 75 แห่ง 9,724 ห้อง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2/65 ERW มีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 974 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 271% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (Q2/64) และเพิ่มขึ้น 53% จากไตรมาสก่อนหน้า (Q1/65) การฟื้นตัวนี้เป็นผลมาจากการปรับลดมาตรการเดินทางเข้าประเทศของไทยและการท่องเที่ยวทั่วโลกที่ดีขึ้น ส่งผลให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมทั้งหมดอยู่ที่ 63% เพิ่มขึ้น 40% จาก Q2/64 และ 20% จาก Q1/65 ขณะที่ค่าห้องพักเฉลี่ยก็ปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมฮ็อปอินน์ที่รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักกลับสู่ระดับปี 2562 ได้แล้ว ทำให้บริษัทฯ สามารถบันทึก EBITDA ได้ 155 ล้านบาท ซึ่งเป็นการกลับมาเป็นบวกครั้งแรกนับตั้งแต่ Q2/63 แม้จะยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 139 ล้านบาท แต่ก็ลดลงอย่างมากจากขาดทุน 690 ล้านบาทใน Q2/64 และ 313 ล้านบาทใน Q1/65
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 1,613 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 152% YoY และบันทึก EBITDA ได้ 143 ล้านบาท โดยมีขาดทุนสุทธิ 452 ล้านบาท ซึ่งลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ขาดทุนสุทธิ 1,182 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศอย่างต่อเนื่องทั่วโลก และการคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเพิ่มขึ้นในครึ่งปีหลัง เป็นปัจจัยบวกสำคัญ
* **การเติบโตของตลาดในประเทศ:** มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ เช่น โครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" ยังคงสนับสนุนการเดินทางของนักท่องเที่ยวไทย
* **การขยายธุรกิจ:** การเปิดโรงแรมใหม่ตามแผนงานและการพัฒนาดีไซน์โรงแรมฮ็อปอินน์ให้ทันสมัยขึ้น ช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน
* **การปรับพอร์ต:** การขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักออกไป เพื่อมุ่งเน้นโรงแรมกลุ่มบัดเจ็ทและเพิ่มสัดส่วนรายได้จากลูกค้าในประเทศ
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19:** การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการท่องเที่ยว
* **ปัจจัยเศรษฐกิจโลก:** สงครามรัสเซีย-ยูเครน, ราคาพลังงาน, อัตราเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและกำลังซื้อของนักท่องเที่ยว
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจโรงแรมเพิ่งฟื้นตัวหลังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้การแข่งขันอาจรุนแรงขึ้น
* **การฟื้นตัวที่ยังไม่เต็มที่:** แม้จะฟื้นตัวดีขึ้น แต่รายได้โดยรวมของปีนี้ยังคาดว่าจะต่ำกว่าระดับปี 2562
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** การบรรลุเป้าหมาย 8-10 ล้านคนในปี 2565 และแนวโน้มการเดินทางในไตรมาส 3 และ 4
* **อัตราการเข้าพักและค่าห้องพักเฉลี่ย:** การเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มโรงแรม โดยเฉพาะกลุ่ม 5 ดาว
* **ผลการดำเนินงานของโรงแรมใหม่:** การตอบรับและการทำกำไรของโรงแรมที่เปิดใหม่ในไทยและฟิลิปปินส์
* **การบริหารต้นทุน:** ประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงาน
* **การบริหารสภาพคล่อง:** การรักษาสถานะทางการเงินให้แข็งแกร่งและเพียงพอต่อการดำเนินงานและการลงทุนในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **ธุรกิจโรงแรม:**
* **ประเทศไทย:** รายได้จากการดำเนินงาน 743 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 394% YoY และบันทึก EBITDA 102 ล้านบาท พลิกกลับมาเป็นบวกครั้งแรกนับตั้งแต่ Q2/63
* **กลุ่มฮ็อปอินน์ (HOP INN):** รายได้ 156 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% QoQ และ EBITDA 74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% QoQ เป็นกลุ่มแรกที่รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักกลับสู่ระดับปี 2562
* **ฟิลิปปินส์:** รายได้ 61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66% YoY และ EBITDA 26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 97% YoY การเปิดโรงแรมใหม่ 2 แห่งในเซบูซิตี้
* **ธุรกิจให้เช่าพื้นที่และบริหารอาคาร:** รายได้ 13 ล้านบาท ลดลง 38% QoQ เนื่องจากอาคารเอราวัณ แบงค็อก ปิดปรับปรุงชั่วคราว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **เงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน:** 144 ล้านบาท (ก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงาน) ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2565
* **เงินสดคงเหลือ:** 1,031 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2/65
* **วงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ได้เบิกใช้:** 6,244 ล้านบาท
* **สินทรัพย์รวม:** 21,251 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2564 จากการขายโรงแรม
* **หนี้สินรวม:** 15,699 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2564 จากการนำเงินจากการขายสินทรัพย์ไปชำระคืนเงินกู้
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 5,552 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2564 จากผลขาดทุนดำเนินงาน
* **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนผู้ถือหุ้น:** 1.9 เท่า ใกล้เคียงสิ้นปี 2564
## สรุปท้าย
ERW กลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 2/65 จากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นผลจากการผ่อนคลายมาตรการเดินทางและการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น แม้จะยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก แต่แนวโน้มการเติบโตที่คาดว่าจะต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง ประกอบกับการขยายธุรกิจและการปรับพอร์ต จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการของบริษัทฯ ต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ERW ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
2,259.75
ล้านบาท
↑ 1.1% YoY
กำไรขั้นต้น
1,419.33
ล้านบาท
↑ 4.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
62.81
%
กำไรสุทธิ
373.09
ล้านบาท
↓ 1.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.51
%
D/E Ratio
1.70
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,260
↑ + 1.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,419
↑ + 4.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
373
↓ -1.3%
YoY
D/E Ratio
1.70
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ERW
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.70
ROE (%)
9.48
ROA (%)
5.97
Book Value/หุ้น
1.92
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ERW
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-852
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+393
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ERW
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-852.19
-33.65%
|
-1,284.45
+1,307.00%
|
-91.29
-110.37%
|
880.25
+10.04%
|
799.96
-249.30%
|
-535.79
-168.30%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
392.57
-83.35%
|
2,358.27
+145.76%
|
959.58
+692.06%
|
121.15
-93.67%
|
1,913.31
-417.73%
|
-602.19
-66.13%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,138.22
-284.91%
|
-1,156.37
-332.36%
|
497.67
-30.17%
|
712.64
-151.58%
|
-1,381.57
-177.38%
|
1,785.41
-2,548.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,682.71
-1,611.87%
|
-111.30
-108.10%
|
1,373.52
-20.30%
|
1,723.45
+30.38%
|
1,321.89
+102.22%
|
653.69
-1,783.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,612.35
+32.52%
|
1,216.70
-20.57%
|
1,531.84
+23.33%
|
1,242.09
-23.45%
|
1,622.58
+67.47%
|
968.89
-7.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,893.95
+17.47%
|
1,612.35
+32.52%
|
1,216.70
-20.57%
|
1,531.84
+23.33%
|
1,242.09
-23.45%
|
1,622.58
+67.47%
|