บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
3.62
0.02 (0.55%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10289 out_tok=2450 at=2026-07-25T16:29:27 -->
# ERW กำไรสุทธิ Q3/64 ขาดทุนเพิ่ม รับผลกระทบโควิด-19 ฉุดรายได้โรงแรม
## รายได้รวมทรุด 47% สวนทางต้นทุนคงที่ ฝ่ายจัดการเร่งปรับพอร์ตเน้นโรงแรมบัดเจ็ท
บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้จากการดำเนินงานที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ต้นทุนบางส่วนยังคงทรงตัว ฝ่ายบริหารยังคงมุ่งมั่นบริหารจัดการต้นทุนและปรับกลยุทธ์เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินในระยะยาว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ ERW ในไตรมาส 3/2564 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงอย่างรุนแรงของรายได้จากการดำเนินงาน โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นรายได้หลัก** โดยรายได้รวมจากการดำเนินงานอยู่ที่ 226 ล้านบาท ลดลงถึง 47% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2563 ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ บันทึกขาดทุนก่อนดอกเบี้ยภาษีเงินได้และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) ติดลบ 243 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 623 ล้านบาท
สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในประเทศไทยในช่วงไตรมาสนี้ ส่งผลให้มาตรการควบคุมการเดินทางเข้มงวดขึ้น การเดินทางภายในประเทศลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าธุรกิจ และการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงจำกัด แม้จะเริ่มมีโครงการนำร่องอย่าง Phuket Sandbox แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด
สำหรับแนวโน้มในอนาคต **มีโอกาสที่จะเห็นการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป** โดยเฉพาะในช่วงปลายปี 2564 และต่อเนื่องไปปี 2565 จากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค การฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมมากขึ้น และการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวอาจยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดที่อาจกลับมาอีกครั้ง และความผันผวนของมาตรการเดินทางระหว่างประเทศ
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 18% YoY:** ไตรมาส 3/2564 ขาดทุนสุทธิ 623 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 514 ล้านบาทในไตรมาส 3/2563
* **รายได้รวมลดลง 47% YoY:** อยู่ที่ 226 ล้านบาท จาก 427 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
* **EBITDA ติดลบ 243 ล้านบาท:** เทียบกับ EBITDA ติดลบ 171 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
* **ธุรกิจโรงแรมในไทยเผชิญแรงกดดัน:** อัตราการเข้าพักลดลงเหลือ 17% จาก 35% ในปีก่อนหน้า และรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักลดลง 51%
* **ธุรกิจโรงแรมในฟิลิปปินส์ฟื้นตัวดีขึ้น:** อัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นเป็น 60% จาก 20% ในปีก่อนหน้า และมีกำไร EBITDA 23 ล้านบาท
* **ปรับกลยุทธ์เน้นโรงแรมบัดเจ็ท:** อยู่ระหว่างการขายโรงแรม 2 แห่งในสมุย มูลค่า 925 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องและมุ่งเน้นการลงทุนในกลุ่มโรงแรม Budget
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3/2564 บริษัทฯ มีรายได้รวมจากการดำเนินงานเท่ากับ 226 ล้านบาท ลดลง 47% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2563 ซึ่งเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้บริษัทฯ บันทึกขาดทุนก่อนดอกเบี้ยภาษีเงินได้และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) เท่ากับ 243 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิจำนวน 623 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 3/2563 บริษัทฯ บันทึกขาดทุนสุทธิจำนวน 514 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือนปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวมจากการดำเนินงานเท่ากับ 866 ล้านบาท ลดลง 50% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า บันทึก EBITDA ติดลบ 605 ล้านบาท และบันทึกขาดทุนสุทธิเท่ากับ 1,805 ล้านบาท ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า บริษัทฯ บันทึกขาดทุนสุทธิจำนวน 1,242 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว:** สถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มคลี่คลายลงในเดือนกันยายน 2564 และมีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่องในช่วงปลายปี 2564 และปี 2565 จากการผ่อนคลายมาตรการและการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
* **โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3:** เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ
* **การเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป คาดว่าจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยรวม
* **การปรับพอร์ตสู่โรงแรมบัดเจ็ท:** การขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักออกไป จะช่วยเสริมสภาพคล่องและมุ่งเน้นการเติบโตในกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพ
* **การพัฒนาโรงแรมใหม่ในฟิลิปปินส์:** การเปิดโรงแรม Hop Inn และ Holiday Inn Cebu จะช่วยเพิ่มศักยภาพการเติบโตในตลาดต่างประเทศ
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของโควิด-19:** ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแพร่ระบาดที่อาจกลับมาอีกครั้ง ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว
* **มาตรการเดินทางระหว่างประเทศ:** ความเข้มงวดของมาตรการเดินทางทั้งในประเทศไทยและประเทศต้นทางของนักท่องเที่ยว อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะในกลุ่ม Economy และ Midscale
* **ต้นทุนการดำเนินงาน:** ความผันผวนของต้นทุนแรงงาน ค่าสาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเพิ่มขึ้น
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรของธุรกิจในต่างประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **อัตราการเข้าพักและรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก:** โดยเฉพาะในกลุ่มโรงแรมในประเทศไทย ว่าจะสามารถฟื้นตัวได้ตามที่คาดการณ์หรือไม่
* **จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** การเดินทางเข้าประเทศของนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการฟื้นตัว
* **ความคืบหน้าในการขายสินทรัพย์:** การดำเนินการขายโรงแรม 2 แห่งในสมุย และการนำเงินไปใช้ในการเสริมสภาพคล่องและลงทุน
* **การเปิดให้บริการโรงแรมใหม่:** โรงแรม Hop Inn และ Holiday Inn Cebu ที่จะทยอยเปิดให้บริการตั้งแต่ไตรมาส 4/64 เป็นต้นไป
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพื่อรักษาอัตรากำไร
* **การฉีดวัคซีนของพนักงาน:** การฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมพนักงานทั้งหมด จะช่วยสร้างความมั่นใจในการให้บริการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย:** ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยอัตราการเข้าพักเฉลี่ยในไตรมาส 3/64 อยู่ที่ 17% ลดลงจาก 35% ในปีก่อนหน้า และรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักลดลง 51% กลุ่มโรงแรม Hop Inn แม้จะได้รับผลกระทบจากการห้ามเดินทางระหว่างจังหวัด แต่ก็ยังคงมีอัตราการเข้าพักสูงที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น และฟื้นตัวได้เร็วกว่าหลังการผ่อนคลายมาตรการ
**ธุรกิจโรงแรมในประเทศฟิลิปปินส์:** มีผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราการเข้าพักอยู่ที่ 60% เพิ่มขึ้นจาก 20% ในปีก่อนหน้า และสามารถบันทึกกำไร EBITDA ได้ 23 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการฟื้นตัวในตลาดต่างประเทศ
**ธุรกิจการให้เช่าพื้นที่และบริหารอาคาร:** รายได้ลดลง 43% เนื่องจากมาตรการช่วยเหลือผู้เช่าและผลกระทบจากโควิด-19
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3/64 บริษัทฯ มียอดเงินสดคงเหลือจำนวน 1,207 ล้านบาท และมีวงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ได้เบิกใช้จำนวน 6,091 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนผู้ถือหุ้นลดลงมาอยู่ที่ 1.9 เท่า จาก 3.2 เท่า ณ สิ้นปี 2563 ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มทุนและการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการสภาพคล่องทางการเงินและกระแสเงินสดอย่างรัดกุม
## สรุปท้าย
ERW เผชิญกับความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 3/2564 จากผลกระทบของโควิด-19 ที่ฉุดรายได้และกำไรให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ธุรกิจโรงแรมในฟิลิปปินส์จะเริ่มฟื้นตัว แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบในประเทศไทยได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารได้เร่งปรับกลยุทธ์ด้วยการขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก และมุ่งเน้นการลงทุนในกลุ่มโรงแรมบัดเจ็ท เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินในระยะยาว การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีและปีหน้า จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาว่า ERW จะสามารถพลิกฟื้นผลประกอบการกลับมาได้มากน้อยเพียงใด ท่ามกลางความเสี่ยงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ERW ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
2,259.75
ล้านบาท
↑ 1.1% YoY
กำไรขั้นต้น
1,419.33
ล้านบาท
↑ 4.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
62.81
%
กำไรสุทธิ
373.09
ล้านบาท
↓ 1.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.51
%
D/E Ratio
1.70
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,260
↑ + 1.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,419
↑ + 4.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
373
↓ -1.3%
YoY
D/E Ratio
1.70
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ERW
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.70
ROE (%)
9.48
ROA (%)
5.97
Book Value/หุ้น
1.92
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ERW
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-852
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+393
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ERW
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-852.19
-33.65%
|
-1,284.45
+1,307.00%
|
-91.29
-110.37%
|
880.25
+10.04%
|
799.96
-249.30%
|
-535.79
-168.30%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
392.57
-83.35%
|
2,358.27
+145.76%
|
959.58
+692.06%
|
121.15
-93.67%
|
1,913.31
-417.73%
|
-602.19
-66.13%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,138.22
-284.91%
|
-1,156.37
-332.36%
|
497.67
-30.17%
|
712.64
-151.58%
|
-1,381.57
-177.38%
|
1,785.41
-2,548.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,682.71
-1,611.87%
|
-111.30
-108.10%
|
1,373.52
-20.30%
|
1,723.45
+30.38%
|
1,321.89
+102.22%
|
653.69
-1,783.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,612.35
+32.52%
|
1,216.70
-20.57%
|
1,531.84
+23.33%
|
1,242.09
-23.45%
|
1,622.58
+67.47%
|
968.89
-7.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,893.95
+17.47%
|
1,612.35
+32.52%
|
1,216.70
-20.57%
|
1,531.84
+23.33%
|
1,242.09
-23.45%
|
1,622.58
+67.47%
|