บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
3.62
0.02 (0.55%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9748 out_tok=2709 at=2026-07-25T15:37:16 -->
# ERW กำไรสุทธิ Q3/65 พลิกบวกแรง รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้นตัว
## รายได้รวมโตกว่า 4 เท่าตัว EBITDA กลับมาเป็นบวก ฝ่ายจัดการคาดปีนี้รายได้โตเท่าตัว
บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 12 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 623 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยหลังการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเต็มรูปแบบ ส่งผลให้รายได้รวมจากการดำเนินงานพุ่งสูงขึ้นกว่า 4 เท่าตัว และ EBITDA กลับมาเป็นบวกที่ 320 ล้านบาท ฝ่ายจัดการคาดการณ์รายได้รวมทั้งปี 2565 จะเติบโตสูงขึ้นเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ ERW ในไตรมาส 3/65 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 12 ล้านบาท (จากขาดทุน 623 ล้านบาทใน Q3/64) และ EBITDA เป็นบวก 320 ล้านบาท (จากขาดทุน EBITDA 243 ล้านบาทใน Q3/64) มาจากการฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดของรายได้รวมจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นถึง 467% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 1,283 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังการผ่อนคลายมาตรการเดินทาง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นมา เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ภาพรวมผลการดำเนินงานของทุกกลุ่มโรงแรมของบริษัทฯ ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมระดับ 5 ดาวถึงชั้นประหยัดมีการฟื้นตัวที่โดดเด่น ส่งผลให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมในประเทศไทยเพิ่มขึ้นจาก 17% ใน Q3/64 เป็น 70% ใน Q3/65 และค่าห้องพักเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 96% ทำให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (ADR) เติบโตถึง 714% เมื่อเทียบกับ Q3/64 นอกจากนี้ กลุ่มโรงแรมฮ็อปอินน์ (HOP INN) ยังคงรักษาผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักยังคงเติบโต 2% เมื่อเทียบกับปี 2562 แม้ว่าจะมีจำนวนห้องพักเพิ่มขึ้นก็ตาม สำหรับธุรกิจโรงแรมในฟิลิปปินส์ก็มีการเติบโตที่ดีเช่นกัน โดยรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักเพิ่มขึ้น 21% จาก Q3/64
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** จากการที่ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 4/65 ซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยวสำคัญ และภาครัฐคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ที่ 1.5 ล้านคนต่อเดือน ทำให้คาดว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวรวม 10 ล้านคน นอกจากนี้ ตลาดการเดินทางในประเทศยังคงเติบโตต่อเนื่อง ฝ่ายจัดการเชื่อมั่นว่าการฟื้นตัวจะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์การเติบโตของรายได้จากการดำเนินงานในปีนี้สูงขึ้นเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และคาดว่าอัตราเข้าพักเฉลี่ยจะสูงกว่า 60% และรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักจะอยู่ในระดับ 65% เมื่อเทียบกับปี 2562 อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงจากสภาวะเศรษฐกิจโลก เช่น ราคาพลังงาน อัตราเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยที่อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมจากการดำเนินงาน Q3/65 พุ่ง 467% YoY เป็น 1,283 ล้านบาท** จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติและตลาดในประเทศ
* **EBITDA กลับมาเป็นบวก 320 ล้านบาท** เทียบกับขาดทุน 243 ล้านบาทใน Q3/64
* **กำไรสุทธิ Q3/65 พลิกเป็นบวก 12 ล้านบาท** จากขาดทุน 623 ล้านบาทใน Q3/64
* **อัตราการเข้าพักเฉลี่ยโรงแรมในไทย Q3/65 อยู่ที่ 70%** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 17% ใน Q3/64
* **รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (ADR) ของโรงแรมในไทย Q3/65 เพิ่มขึ้น 714% YoY** เป็น 1,121 บาท
* **ฝ่ายจัดการคาดการณ์รายได้รวมทั้งปี 2565 เติบโตสูงขึ้นเท่าตัว** และคาดอัตราเข้าพักเฉลี่ยทั้งปีสูงกว่า 60%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 1,283 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 467% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 และเพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 320 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 243 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 และเพิ่มขึ้น 106% จากไตรมาส 2 ปี 2565 ที่มี EBITDA 155 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ บันทึกผลขาดทุนสุทธิ 12 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจากผลขาดทุนสุทธิ 623 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 และ 139 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2565
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 2,896 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 234% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า EBITDA อยู่ที่ 463 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 177% และมีผลขาดทุนสุทธิ 464 ล้านบาท ลดลง 74% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทย:** การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติและการเติบโตของตลาดในประเทศ เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อธุรกิจโรงแรม
* **การขยายเครือข่ายโรงแรม:** การเปิดให้บริการโรงแรมฮ็อปอินน์สาขาใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในไตรมาส 4/65 จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้
* **การกลับสู่ระดับรายได้ก่อนโควิด-19:** กลุ่มโรงแรม 5 ดาวสามารถทำรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักกลับสู่ระดับเดียวกับปี 2562 ซึ่งบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง
* **การเติบโตของรายได้อาหารและเครื่องดื่ม:** รายได้ส่วนจัดเลี้ยงและร้านอาหารมีการเติบโตที่ดีจากการเพิ่มขึ้นของงานอีเวนต์และอัตราการเข้าพักที่สูงขึ้น
## ความเสี่ยง
* **สภาวะเศรษฐกิจโลก:** ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก เช่น ราคาพลังงาน อัตราเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยว
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมราคาประหยัด อาจส่งผลต่อการตั้งราคาและอัตราการเข้าพัก
* **ความไม่แน่นอนของการเดินทางระหว่างประเทศ:** แม้จะมีการผ่อนคลายมาตรการ แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค หรือปัจจัยภายนอกอื่นๆ อาจส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** การเติบโตต่อเนื่องและทิศทางของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงไตรมาส 4/65 และปี 2566
* **อัตราการเข้าพักและรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของตัวชี้วัดสำคัญเหล่านี้ในทุกกลุ่มโรงแรม
* **การเปิดโรงแรมใหม่:** ความคืบหน้าและผลตอบรับของโรงแรมฮ็อปอินน์ที่กำลังจะเปิดให้บริการในไตรมาส 4/65
* **ผลกระทบจากปัจจัยเศรษฐกิจโลก:** การติดตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและผลกระทบต่อกำลังซื้อของนักท่องเที่ยว
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนการดำเนินงานท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย:** มีการฟื้นตัวอย่างโดดเด่นในไตรมาส 3/65 โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมระดับ 5 ดาวถึงชั้นประหยัด (ไม่รวมฮ็อปอินน์) ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักเพิ่มขึ้น 1,332% YoY และกลุ่มโรงแรม 5 ดาวสามารถกลับไปสู่ระดับเดียวกับปี 2562 ได้แล้ว โรงแรมในกรุงเทพฯ มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่น โดยเฉพาะกลุ่ม 5 ดาวและระดับกลาง รายได้อาหารและเครื่องดื่มเติบโต 569% YoY โดยส่วนจัดเลี้ยงเพิ่มขึ้น 41% QoQ จากงานประชุมและแต่งงาน
**กลุ่มโรงแรมฮ็อปอินน์ (HOP INN):** ยังคงแข็งแกร่ง สามารถกลับสู่ระดับเดียวกับปี 2562 ได้ตั้งแต่ Q2/65 โดย Q3/65 รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักเติบโต 8% เมื่อเทียบกับปี 2562 มีการเปิดสาขาใหม่ที่นครราชสีมา 1 แห่ง และมีแผนพัฒนาอีก 3 แห่งใน Q4/65
**ธุรกิจโรงแรมในฟิลิปปินส์:** ฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักเพิ่มขึ้น 21% YoY จากการเติบโตของอัตราการเข้าพักและค่าห้องพักเฉลี่ย โดยมีตลาดนักท่องเที่ยวในประเทศเป็นลูกค้าหลัก
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3/65 บริษัทฯ มีเงินสดคงเหลือ 1,108 ล้านบาท และวงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ได้เบิกใช้ 6,147 ล้านบาท สินทรัพย์รวมลดลงมาอยู่ที่ 21,434 ล้านบาท จากการขายโรงแรม 3 แห่งใน Q2/65 หนี้สินรวมลดลงมาอยู่ที่ 15,868 ล้านบาท จากการนำเงินไปชำระคืนเงินกู้ยืม ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงมาอยู่ที่ 5,566 ล้านบาท จากผลขาดทุนดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.9 เท่าเท่ากับสิ้นปี 2564
## สรุปท้าย
การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของภาคการท่องเที่ยวไทยเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ทำให้ ERW พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 3/65 โดยมีรายได้รวมจากการดำเนินงานที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด และ EBITDA กลับมาเป็นบวก แม้จะยังคงมีความเสี่ยงจากปัจจัยเศรษฐกิจโลก แต่แนวโน้มการเติบโตของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงแผนการขยายเครือข่ายโรงแรมฮ็อปอินน์อย่างต่อเนื่อง ทำให้ฝ่ายจัดการมีความเชื่อมั่นในการเติบโตของรายได้ในปีนี้ และคาดว่าการฟื้นตัวจะดำเนินต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ERW ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
2,259.75
ล้านบาท
↑ 1.1% YoY
กำไรขั้นต้น
1,419.33
ล้านบาท
↑ 4.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
62.81
%
กำไรสุทธิ
373.09
ล้านบาท
↓ 1.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.51
%
D/E Ratio
1.70
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,260
↑ + 1.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,419
↑ + 4.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
373
↓ -1.3%
YoY
D/E Ratio
1.70
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ERW
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.70
ROE (%)
9.48
ROA (%)
5.97
Book Value/หุ้น
1.92
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ERW
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-852
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+393
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ERW
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-852.19
-33.65%
|
-1,284.45
+1,307.00%
|
-91.29
-110.37%
|
880.25
+10.04%
|
799.96
-249.30%
|
-535.79
-168.30%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
392.57
-83.35%
|
2,358.27
+145.76%
|
959.58
+692.06%
|
121.15
-93.67%
|
1,913.31
-417.73%
|
-602.19
-66.13%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,138.22
-284.91%
|
-1,156.37
-332.36%
|
497.67
-30.17%
|
712.64
-151.58%
|
-1,381.57
-177.38%
|
1,785.41
-2,548.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,682.71
-1,611.87%
|
-111.30
-108.10%
|
1,373.52
-20.30%
|
1,723.45
+30.38%
|
1,321.89
+102.22%
|
653.69
-1,783.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,612.35
+32.52%
|
1,216.70
-20.57%
|
1,531.84
+23.33%
|
1,242.09
-23.45%
|
1,622.58
+67.47%
|
968.89
-7.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,893.95
+17.47%
|
1,612.35
+32.52%
|
1,216.70
-20.57%
|
1,531.84
+23.33%
|
1,242.09
-23.45%
|
1,622.58
+67.47%
|