บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
3.00
+0.12 (+4.17%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (ERW): ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2567
บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) มีผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2567 เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวมก่อนรายการพิเศษอยู่ที่ 1,844 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2566 ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยในไตรมาส 2 ปี 2567 สูงถึง 8.1 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 26 จากไตรมาส 2 ปี 2566 ซึ่งเป็นผลจากนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐ อาทิ ฟรีวีซ่า และจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น บริษัทฯ ยังบันทึกกำไรก่อนดอกเบี้ยภาษีเงินได้และค่าเสื่อมราคาก่อนรายการพิเศษ (EBITDA) อยู่ที่ 546 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 13 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2566 และมีกำไรสุทธิก่อนรายการพิเศษ 127 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2566 โดยกำไรสุทธิรวมรายการพิเศษเท่ากับ 361 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 155 จากไตรมาส 2 ปี 2566
สถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 2 ปี 2567 ยังคงเผชิญกับอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ส่งผลให้ภาคธุรกิจมีต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงในนโยบายการเงินของธนาคารกลาง โดยมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนและการเติบโตของธุรกิจ แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ
การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไรของบริษัทฯ พบว่า รายได้จากการดำเนินงานของโรงแรมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มโรงแรมระดับ 5 ดาว ซึ่งสามารถปรับราคาห้องพักได้สูงขึ้น เนื่องจากความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่กลุ่มโรงแรมระดับกลางมีการเติบโตที่ช้าลงเล็กน้อย เนื่องจากการปรับปรุงโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ พัทยา ทำให้อัตราการเข้าพักลดลง ในส่วนของโรงแรมฮ็อป อินน์ มีผลประกอบการที่แข็งแกร่งจากการสนับสนุนของลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ดำเนินการเข้าซื้อทรัพย์สินของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เอราวัณ โฮเทล โกรท ซึ่งเป็นโรงแรมไอบิส ป่าตอง และไอบิส พัทยา ส่งผลให้ฐานะทางการเงินของบริษัทฯ แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
บริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ในระดับที่เหมาะสม สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของฐานะการเงินของบริษัทฯ และความสามารถในการชำระหนี้ สถานะทางการเงินของบริษัทฯ แข็งแกร่ง เนื่องจากบริษัทฯ มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของรายได้และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
**ธุรกิจให้เช่าพื้นที่และงานบริหารอาคาร**
บริษัทฯ มีรายได้จากธุรกิจพื้นที่ เช่าและงานบริหารอาคารรวม 37 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 116 จากไตรมาส 2 ปี 2566 และ 6 เดือนแรกของปี 2567 บริษัทฯ มีรายได้รวม 70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 106 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักเกิดจากอาคารเอราวัณ แบงค็อกที่เริ่มกลับมาเปิดให้บริการในเดือนมิถุนายน 2566 หลังจากปิดเพื่อทำการปรับปรุงตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 ปี 2565
**รายการอื่นๆ**
* **ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย**: ในไตรมาส 2 ปี 2567 บริษัทฯ บันทึกค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายเท่ากับ 242 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากไตรมาส 2 ปี 2566 และงวด 6 เดือนของปี 2567 มีค่าใช้จ่ายรวม 478 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นของอาคาร อุปกรณ์ จากการซื้อทรัพย์สินจากกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เอราวัณ โฮเทล โกรท และการเพิ่มขึ้นของทรัพย์สินจากการเปิดโรงแรมในประเทศญี่ปุ่น
* **ต้นทุนทางการเงิน**: ในไตรมาส 2 ปี 2567 บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเท่ากับ 182 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 27 จากไตรมาส 2 ปี 2566 และงวด 6 เดือนของปี 2567 มีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยรวม 353 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 27 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จากสถาบันการเงินที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นและยอดเงินกู้จากสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อทรัพย์สินของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เอราวัณ โฮเทล โกรท และการลงทุนโครงการโรงแรมในประเทศญี่ปุ่น
* **รายการพิเศษ**: ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ใช้วิธีส่วนได้เสีย: ในไตรมาส 2 ปี 2567 บริษัทฯ บันทึกส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนร้อยละ 20 ในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เอราวัณ โฮเทล โกรท โดยใช้วิธีส่วนได้เสีย รวมจำนวน 234 ล้านบาท โดยมีจำนวน 216 ล้านบาท เกิดจากกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เอราวัณ โฮเทล โกรท ได้ดำเนินการเลิกกองทุนรวม จึงทำให้บริษัทสามารถบันทึกกำไรที่ยังไม่ได้รับรู้จากการขายทรัพย์สินให้แก่กองทุนรวมเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2556 ในงบการเงินรวมเนื่องจากบริษัทมีสัดส่วนความเป็นเจ้าของในกองทุนร้อยละ 20
**สถานะทางการเงิน**
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2567 บริษัทฯ มีกระแสเงินสดจากกิจกรรมการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานจำนวน 1,273 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 22 จากสิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 จากผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยในไตรมาส 2 ปี 2567 บริษัทฯ มีรายจ่ายเพื่อซื้อที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน เป็นทั้งสิ้นจำนวน 2.472 ล้านบาท โดยตัดส่วนหลักเกิดจากการเข้าซื้อทรัพย์สินของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เอราวัณ โฮเทล โกรท เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2567 และการลงทุนโครงการโรงแรมใหม่ และโรงแรมระหว่างปรับปรุงในประเทศไทย และประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโรงแรมใหม่ตามแผนกลยุทธ์การเติบโตระยะยาว บริษัทฯ มียอดเงินสดคงเหลือจำนวน 1.620 ล้านบาท และมียอดเงินสินเชื่อที่ยังไม่ได้เบิกใช้จำนวน 6,055 ล้านบาท
**อัตราส่วนทางการเงิน**
* อัตราส่วนสภาพคล่อง ณ ไตรมาส 2 ปี 2567 อยู่ที่ 0.8 เท่า เพิ่มขึ้นจาก ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี 2566 ที่ 0.6 เท่า ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
* อัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ณ ไตรมาส 2 ปี 2567 อยู่ที่ร้อยละ 16.3 เพิ่มขึ้นจาก ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี 2566 ที่ร้อยละ 12.3 ซึ่งเป็นผลจากการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้น
* อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ณ ไตรมาส 2 ปี 2567 อยู่ที่ 1.5 เท่า ลดลงจาก ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี 2566 ที่ 1.7 เท่า ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มทุนผ่านการใช้สิทธิแปลงสภาพใบสำคัญสิทธิ (ERW-W3)
* อัตราส่วนกำไรขั้นต้น ณ ไตรมาส 2 ปี 2567 อยู่ที่ร้อยละ 55.8 เพิ่มขึ้นจาก ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 ที่ร้อยละ 55.2 เนื่องจากรายได้จากการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
**แนวโน้มธุรกิจของบริษัทฯ**
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2567 คาดว่าจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยภาครัฐคาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งปี 2567 จะเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ 35 ล้านคน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากนักท่องเที่ยวหลักต่างๆที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะการฟื้นตัวจากนักท่องเที่ยวชาวจีน และจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมปี 2567 บริษัทฯ ประมาณการเป้าหมายการเติบโตของรายได้อยู่ที่ร้อยละ 14-15 และคาดการณ์ว่าอัตราเข้าพักเฉลี่ยจะอยู่ที่ระดับร้อยละ 80 และการเติบโตของราคาห้องพักเฉลี่ยร้อยละ 5-7 จากปี 2566
ในส่วนของการขยายการลงทุนนั้น บริษัทฯ ยังคงดำเนินการพัฒนาและขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องตามแผนระยะยาวที่กำหนดไว้ โดยมุ่งเน้นการลงทุนกลุ่มโรงแรมบัดเจ็ทและเพิ่มสัดส่วนรายได้และกำไรที่เกิดจากฐานลูกค้าผู้ใช้บริการในต่างประเทศเพื่อสร้างการเติบโตที่มีเสถียรภาพในระยะยาว ครบคู่ไปกับการปรับปรุงโรงแรมระดับ 3-5 ดาวเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดย ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2567 บริษัทฯ มีโครงการอยู่ระหว่างการพัฒนาจำนวน 13 แห่งโดยเป็นโรงแรมฮ็อป อินน์ ในประเทศไทยจำนวน 12 แห่ง โรงแรมฮ็อป อินน์ ในประเทศฟิลิปปินส์ 1 แห่ง
อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2567 ยังคงมีปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัทฯ อาทิเช่น สภาวะเศรษฐกิจโลก สงครามระหว่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และนโยบายของรัฐบาล บริษัทฯ จะติดตามปัจจัยเหล่านี้อย่างใกล้ชิดและปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยคำนึงสถานการณ์และสภาพคล่องของบริษัทฯ เป็นปัจจัยสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ERW ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
2,259.75
ล้านบาท
↑ 1.1% YoY
กำไรขั้นต้น
1,419.33
ล้านบาท
↑ 4.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
62.81
%
กำไรสุทธิ
373.09
ล้านบาท
↓ 1.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.51
%
D/E Ratio
1.70
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,260
↑ + 1.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,419
↑ + 4.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
373
↓ -1.3%
YoY
D/E Ratio
1.70
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ERW
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.70
ROE (%)
9.48
ROA (%)
5.97
Book Value/หุ้น
1.92
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ERW
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-852
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+393
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ERW
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-852.19
-33.65%
|
-1,284.45
+1,307.00%
|
-91.29
-110.37%
|
880.25
+10.04%
|
799.96
-249.30%
|
-535.79
-168.30%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
392.57
-83.35%
|
2,358.27
+145.76%
|
959.58
+692.06%
|
121.15
-93.67%
|
1,913.31
-417.73%
|
-602.19
-66.13%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,138.22
-284.91%
|
-1,156.37
-332.36%
|
497.67
-30.17%
|
712.64
-151.58%
|
-1,381.57
-177.38%
|
1,785.41
-2,548.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,682.71
-1,611.87%
|
-111.30
-108.10%
|
1,373.52
-20.30%
|
1,723.45
+30.38%
|
1,321.89
+102.22%
|
653.69
-1,783.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,612.35
+32.52%
|
1,216.70
-20.57%
|
1,531.84
+23.33%
|
1,242.09
-23.45%
|
1,622.58
+67.47%
|
968.89
-7.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,893.95
+17.47%
|
1,612.35
+32.52%
|
1,216.70
-20.57%
|
1,531.84
+23.33%
|
1,242.09
-23.45%
|
1,622.58
+67.47%
|