บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
3.62
0.02 (0.55%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8472 out_tok=2877 at=2026-07-25T15:50:37 -->
# ERW กำไรสุทธิ Q1/66 พลิกบวก 239 ล้านบาท รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้นแรง
## รายได้รวมโต 176% สวนทางต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ฝ่ายจัดการคาดแนวโน้มครึ่งปีหลังสดใส
บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 239 ล้านบาท เติบโตอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 313 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งในประเทศไทยและฟิลิปปินส์ ส่งผลให้รายได้รวมจากการดำเนินงานพุ่งสูงขึ้นถึง 176% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวสูงขึ้นยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ ERW ในไตรมาส 1/2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (Revenue Per Available Room - RevPAR) ที่เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 197% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2565 ทำให้บริษัทฯ พลิกจากผลขาดทุน EBITDA ที่ 12 ล้านบาท กลับมามี EBITDA 580 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 239 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกหลายประการ ได้แก่
* **จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ:** ในไตรมาส 1/2566 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย 6.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1,202% จากปีก่อนหน้า และ 19% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยเฉพาะการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนหลังการเปิดประเทศ
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในฟิลิปปินส์:** มีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ 1.4 ล้านคน เพิ่มขึ้น 63% จากปีก่อนหน้า
* **การเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR):** ในประเทศไทย RevPAR เติบโต 218% จากปีก่อนหน้า โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) และค่าห้องพักเฉลี่ย (Average Daily Rate - ADR) ในทุกกลุ่มโรงแรม โดยเฉพาะกลุ่ม Economy และ Midscale ที่เติบโตโดดเด่น
* **การเติบโตของธุรกิจโรงแรม HOP INN:** ยังคงแข็งแกร่งจากการสนับสนุนของลูกค้าชาวไทย โดย RevPAR เพิ่มขึ้น 30% จากปีก่อนหน้า
แม้ว่ารายได้จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่ต้นทุนการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้น 83% และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 21% ซึ่งเป็นผลจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นตามลำดับ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยจะยังคงฟื้นตัวต่อเนื่องในช่วง 9 เดือนที่เหลือของปี 2566 โดยคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 25 ล้านคน และคาดการณ์การเติบโตของรายได้รวมของบริษัทฯ ที่ 45% จากการสนับสนุนของอัตราเข้าพักเฉลี่ยที่คาดว่าจะอยู่ในระดับสูง (75-80%) และการเติบโตของราคาห้องพักเฉลี่ยมากกว่า 20% จากปี 2565 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนขยายการลงทุนในกลุ่มโรงแรมบัดเจ็ทอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเสริมการเติบโตในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก:** ไตรมาส 1/2566 มีกำไรสุทธิ 239 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 313 ล้านบาทในไตรมาส 1/2565
* **รายได้รวมโตแรง 176%:** อยู่ที่ 1,789 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม
* **EBITDA กลับมาเป็นบวก:** อยู่ที่ 580 ล้านบาท จากขาดทุน 12 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูง:** ในประเทศไทยอยู่ที่ 81% (เทียบกับ 47% ใน Q1/65) และฟิลิปปินส์อยู่ที่ 74% (เทียบกับ 51% ใน Q1/65)
* **รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) พุ่ง:** ในภาพรวมกลุ่มบริษัทฯ เติบโต 197% จากปีก่อนหน้า
* **ธุรกิจให้เช่าพื้นที่ชะลอตัว:** รายได้ลดลง 20% จากการปิดปรับปรุงอาคารเอราวัณ แบงค็อก
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW มีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 1,753 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 175% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 ที่ 638 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2565 ที่ 1,736 ล้านบาท โดยมีรายได้อื่นอีก 36 ล้านบาท ทำให้รายได้รวมอยู่ที่ 1,789 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 176% จากปีก่อนหน้า
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 1,209 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ยภาษีเงินได้และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) อยู่ที่ 580 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 12 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565
เมื่อหักค่าเสื่อมราคา 218 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 2%) และต้นทุนทางการเงิน 135 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 21%) บริษัทฯ มีกำไรก่อนภาษีเงินได้ 228 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 337 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 239 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 176% จากผลขาดทุนสุทธิ 313 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565 และมีกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.0526 บาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว:** คาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2566 ที่ 25 ล้านคน และการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงครึ่งปีหลัง
* **การเติบโตของตลาดนักท่องเที่ยวในประเทศ:** จากความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นและโครงการสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5
* **การขยายธุรกิจโรงแรมบัดเจ็ท:** มีโครงการโรงแรม HOP INN อยู่ระหว่างการพัฒนา 10 แห่ง (7 แห่งในไทย, 3 แห่งในฟิลิปปินส์) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในตลาด
* **การปรับปรุงโรงแรมเดิม:** เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
## ความเสี่ยง
* **สภาวะเศรษฐกิจโลก:** ความผันผวนของราคาพลังงาน อัตราเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ย อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการเดินทาง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงแรม:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจกดดันราคาห้องพัก
* **ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นอาจส่งผลต่ออัตรากำไร
* **ความล่าช้าในการเปิดให้บริการ:** การปรับปรุงอาคารเอราวัณ แบงค็อก ที่ล่าช้ากว่ากำหนดอาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากธุรกิจให้เช่าพื้นที่
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่จะเดินทางเข้าไทยในช่วงครึ่งปีหลัง
* **อัตราการเข้าพักและค่าห้องพักเฉลี่ย:** แนวโน้มการเติบโตต่อเนื่องตามที่ฝ่ายจัดการคาดการณ์
* **ความคืบหน้าโครงการโรงแรมใหม่:** การเปิดดำเนินการตามแผนที่วางไว้
* **ผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจโลก:** ต่อกำลังซื้อและต้นทุนการดำเนินงาน
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนแรงงานและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นๆ
* **การเปิดให้บริการอาคารเอราวัณ แบงค็อก:** หลังการปรับปรุงแล้วเสร็จ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **ธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย:**
* **กลุ่ม 5 ดาว ถึง Economy:** รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักเติบโต 218% จากปีก่อนหน้า โดยกลุ่ม Economy และ Midscale เติบโตโดดเด่น (15% และ 8% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับ Q4/65) รายได้อาหารและเครื่องดื่มลดลง 8% จาก Q4/65 เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาล
* **กลุ่ม HOP INN:** รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักเพิ่มขึ้น 30% จากปีก่อนหน้า จากการเพิ่มขึ้นของอัตราเข้าพักและกลยุทธ์การตลาด
* **ธุรกิจโรงแรมในฟิลิปปินส์:**
* รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักเพิ่มขึ้น 73% จากปีก่อนหน้า โดยได้แรงหนุนจากอัตราการเข้าพักที่เพิ่มขึ้นเป็น 74%
* **ธุรกิจให้เช่าพื้นที่และบริหารอาคาร:**
* รายได้ลดลง 20% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากอาคารเอราวัณ แบงค็อก ปิดปรับปรุง คาดเปิดให้บริการครึ่งปีหลัง 2566
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** อยู่ที่ 568 ล้านบาท (ก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงาน) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจากปีก่อนหน้า
* **รายจ่ายลงทุน:** 91 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการพัฒนาโรงแรมใหม่
* **เงินสดคงเหลือ:** 1,369 ล้านบาท
* **วงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ได้เบิกใช้:** 6,142 ล้านบาท
* **สินทรัพย์รวม:** 21,482 ล้านบาท (ลดลงเล็กน้อยจากการชำระคืนเงินกู้)
* **หนี้สินรวม:** 15,502 ล้านบาท (ลดลงจากการชำระคืนเงินกู้)
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 5,980 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจากการบันทึกกำไรสุทธิ)
* **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** 1.0 เท่า (ลดลงจาก 1.2 เท่า)
* **อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE):** 4.1% (ปรับตัวดีขึ้นจาก -3.8%)
* **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนผู้ถือหุ้น:** 1.7 เท่า (ลดลงจาก 1.8 เท่า)
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** 55.8% (ปรับตัวดีขึ้นจาก 36.6% ใน Q1/65)
## สรุปท้าย
ERW พลิกฟื้นผลประกอบการได้อย่างน่าประทับใจในไตรมาส 1/2566 ด้วยกำไรสุทธิ 239 ล้านบาท โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรมเติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้ต้นทุนการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงินจะปรับตัวสูงขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายจัดการยังคงมองเห็นโอกาสในการเติบโตต่อเนื่องจากแนวโน้มภาคการท่องเที่ยวที่สดใสและการขยายธุรกิจโรงแรมบัดเจ็ท อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาปัจจัยเสี่ยงจากสภาวะเศรษฐกิจโลกและความผันผวนของต้นทุนต่างๆ อย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ERW ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
2,259.75
ล้านบาท
↑ 1.1% YoY
กำไรขั้นต้น
1,419.33
ล้านบาท
↑ 4.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
62.81
%
กำไรสุทธิ
373.09
ล้านบาท
↓ 1.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.51
%
D/E Ratio
1.70
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,260
↑ + 1.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,419
↑ + 4.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
373
↓ -1.3%
YoY
D/E Ratio
1.70
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ERW
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.70
ROE (%)
9.48
ROA (%)
5.97
Book Value/หุ้น
1.92
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ERW
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-852
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+393
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ERW
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-852.19
-33.65%
|
-1,284.45
+1,307.00%
|
-91.29
-110.37%
|
880.25
+10.04%
|
799.96
-249.30%
|
-535.79
-168.30%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
392.57
-83.35%
|
2,358.27
+145.76%
|
959.58
+692.06%
|
121.15
-93.67%
|
1,913.31
-417.73%
|
-602.19
-66.13%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,138.22
-284.91%
|
-1,156.37
-332.36%
|
497.67
-30.17%
|
712.64
-151.58%
|
-1,381.57
-177.38%
|
1,785.41
-2,548.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,682.71
-1,611.87%
|
-111.30
-108.10%
|
1,373.52
-20.30%
|
1,723.45
+30.38%
|
1,321.89
+102.22%
|
653.69
-1,783.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,612.35
+32.52%
|
1,216.70
-20.57%
|
1,531.84
+23.33%
|
1,242.09
-23.45%
|
1,622.58
+67.47%
|
968.89
-7.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,893.95
+17.47%
|
1,612.35
+32.52%
|
1,216.70
-20.57%
|
1,531.84
+23.33%
|
1,242.09
-23.45%
|
1,622.58
+67.47%
|