CPALL
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
CPALL
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
48.00
+1.00 (+2.13%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการฟื้นตัวของผลประกอบการโดยเฉพาะธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่ได้รับปัจจัยบวกต่อเนื่องจากการผ่อน คลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด COVID-19 และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7111 out_tok=3141 at=2026-07-25T12:07:18 --> CPALL กำไรสุทธิปี 65 โต 2.2% รับรายได้รวมทะยาน 45% หลังเศรษฐกิจฟื้น-ท่องเที่ยวกลับมา ฝ่ายจัดการ CPALL เผยผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 13,272 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% จากปีก่อน แม้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นจากการเข้าซื้อธุรกิจโลตัสส์ โดยรายได้รวมเติบโตถึง 45.1% เป็น 852,605 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ กำลังซื้อผู้บริโภค และการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก รวมถึงการรวมงบของแม็คโครและโลตัสส์เข้ามา ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ CPALL ในปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายสินค้าและบริการที่เติบโตถึง 46.7%** ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยบวกหลายประการที่เข้ามาสนับสนุน ประการแรก **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค** ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาคึกคัก ส่งผลให้ยอดขายของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะยอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวันเพิ่มขึ้น 15.9% และจำนวนลูกค้าต่อสาขาต่อวันเฉลี่ย 916 คน สะท้อนถึงการกลับมาจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค ประการที่สอง **การกลับมาของภาคการท่องเที่ยว** ทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติที่เพิ่มขึ้นในปี 2565 เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นยอดขาย โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวและเขตเมือง ประการที่สาม **การรวมธุรกิจของแม็คโครและโลตัสส์** เข้ามาเป็นบริษัทย่อยทางตรง ทำให้สัดส่วนรายได้จากธุรกิจค้าส่งค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทฯ เติบโตโดดเด่น นอกจากนี้ **การปรับกลยุทธ์ด้านสินค้าและบริการ รวมถึงกลยุทธ์ O2O** ของแต่ละหน่วยธุรกิจ ให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) และการพัฒนาร้าน 7-Eleven สู่การเป็น "ร้านอิ่มสะดวกเต็มรูปแบบ" ด้วยการเพิ่มเมนูอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการนำผลผลิตเกษตรกรไทยมาจำหน่าย ก็มีส่วนสำคัญในการดึงดูดลูกค้าและเพิ่มยอดขาย โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่คิดเป็นสัดส่วนรายได้ถึง 73.9% **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** ปัจจัยบวกเหล่านี้ **มีโอกาสต่อเนื่อง** ในปี 2566 โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่ารายได้จะเติบโตใกล้เคียงกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) โดยจะมาจากการเติบโตของยอดขายจากร้านสาขาใหม่ ยอดขายเฉลี่ยจากร้านเดิม และช่องทางอื่นๆ เช่น 7-Delivery, All Online และ Vending Machine อย่างไรก็ตาม การเติบโตจะขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก เช่น อัตราเงินเฟ้อ ราคาวัตถุดิบ พลังงาน และการบริโภคภายในประเทศ ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิปี 2565 เท่ากับ 13,272 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% YoY** แม้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นจากการเข้าซื้อโลตัสส์ * **รายได้รวมปี 2565 เติบโต 45.1% YoY เป็น 852,605 ล้านบาท** จากการฟื้นตัวเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการรวมธุรกิจแม็คโคร-โลตัสส์ * **ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven มียอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวันเพิ่มขึ้น 15.9% YoY** สะท้อนกำลังซื้อที่กลับมา * **อัตรากำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 21.5%** จาก 21.3% ในปีก่อน แม้ช่วงครึ่งปีแรกเผชิญแรงกดดันต้นทุนวัตถุดิบ * **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 33.4% YoY** ส่วนใหญ่มาจากการรวมธุรกิจและค่าใช้จ่ายที่แปรผันตามยอดขาย รวมถึงค่าไฟและค่าแรง * **ปี 2566 วางแผนขยายสาขา 7-Eleven อีกประมาณ 700 สาขา** และคาดการณ์รายได้เติบโตใกล้เคียง GDP ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2565 บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) (CPALL) มีกำไรสุทธิ 13,272 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่าจะมีต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อธุรกิจโลตัสส์ก็ตาม รายได้รวมของบริษัทฯ เติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 45.1% เป็น 852,605 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ 829,099 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.7% จากปีก่อนหน้า การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ กำลังซื้อของผู้บริโภคที่กลับมาสู่ภาวะปกติมากขึ้น และการท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัว รวมถึงการรวมธุรกิจของแม็คโครและโลตัสส์เข้ามา อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายและบริการรวมอยู่ที่ 21.5% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 21.3% ในปี 2564 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ธุรกิจแม็คโคร และการรับรู้กำไรขั้นต้นจากธุรกิจโลตัสส์เต็มปี อย่างไรก็ตาม ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 33.4% เป็น 165,414 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายที่แปรผันตามยอดขาย การรวมธุรกิจ และการปรับขึ้นของค่าไฟฟ้าและค่าแรง กำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 59.7% เป็น 20,082 ล้านบาท โดยธุรกิจร้านสะดวกซื้อมีสัดส่วนกำไร 48% ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค 38% และธุรกิจอื่นๆ 14% ซึ่งสัดส่วนกำไรของกลุ่มค้าส่งค้าปลีกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการเติบโตของกำไรในธุรกิจแม็คโคร ## โอกาส * **การขยายเครือข่ายสาขา 7-Eleven อย่างต่อเนื่อง:** บริษัทฯ วางแผนขยายสาขาใหม่ประมาณ 700 สาขาในปี 2566 เพื่อเข้าถึงลูกค้าในชุมชน แหล่งท่องเที่ยว และทำเลศักยภาพต่างๆ * **การเติบโตของช่องทาง O2O:** การพัฒนากลยุทธ์ O2O ทั้ง 7-Delivery, All Online และ ShopAt24 รวมถึง Vending Machine จะช่วยเพิ่มทางเลือกและอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า สร้างการเติบโตของรายได้ในอนาคต * **การพัฒนาสินค้าและบริการ:** การมุ่งเน้นพัฒนาสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม การนำผลผลิตเกษตรกรไทยมาจำหน่าย และการออกสินค้าใหม่ๆ ควบคู่กับโปรโมชั่น จะช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้าและเพิ่มสัดส่วนสินค้ากำไรขั้นต้นสูง * **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การกลับมาของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติจะช่วยกระตุ้นยอดขาย โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวและเขตเมือง * **การรวมธุรกิจแม็คโครและโลตัสส์:** การรวมธุรกิจเหล่านี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจค้าส่งค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค และเพิ่มสัดส่วนรายได้และกำไรของกลุ่มธุรกิจนี้ ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยน:** การเข้าซื้อธุรกิจโลตัสส์ทำให้บริษัทฯ มีภาระต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น และอาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยน แม้ว่าจะมีการออกหุ้นกู้สกุลบาทเพื่อลดความเสี่ยงบางส่วนแล้วก็ตาม * **แรงกดดันด้านต้นทุน:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ ค่าไฟฟ้า และค่าแรง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น หากไม่สามารถปรับขึ้นราคาสินค้าได้ทันท่วงที * **การแข่งขันในอุตสาหกรรมค้าปลีก:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจค้าปลีกทั้งร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต และไฮเปอร์มาร์เก็ต อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและอัตรากำไร * **ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค:** การเติบโตของการบริโภคภายในประเทศที่อาจได้รับผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และภาวะเศรษฐกิจโลก ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มการเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิม (SSS) ของ 7-Eleven:** เป็นตัวชี้วัดสำคัญของการฟื้นตัวของกำลังซื้อ * **การบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการ:** โดยเฉพาะการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน * **ผลกระทบจากการรวมธุรกิจโลตัสส์:** ทั้งในด้านการดำเนินงาน การบูรณาการ และการบริหารต้นทุนทางการเงิน * **การเติบโตของช่องทางออนไลน์และ O2O:** ความสามารถในการสร้างรายได้และกำไรจากช่องทางเหล่านี้ * **การปรับขึ้นราคาสินค้า:** ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภคโดยไม่กระทบยอดขายมากเกินไป * **การขยายสาขาใหม่:** ประสิทธิภาพในการเลือกทำเลและการบริหารจัดการสาขาใหม่ให้ทำกำไรได้ตามเป้า ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) **ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven):** * **จำนวนสาขา:** ณ สิ้นปี 2565 มี 13,838 สาขา เพิ่มขึ้น 704 สาขาในปี 2565 โดยมีเป้าหมายขยายปีละ 700 สาขา * **ยอดขาย:** รายได้จากการขายและบริการ 354,973 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.3% YoY * **ยอดขายเฉลี่ยต่อร้านเดิม:** เพิ่มขึ้น 15.9% YoY * **ยอดซื้อต่อบิล:** ประมาณ 84 บาท * **จำนวนลูกค้าต่อสาขาต่อวัน:** เฉลี่ย 916 คน * **อัตรากำไรขั้นต้น:** คงที่ที่ 27.4% แม้ช่วงครึ่งปีแรกเผชิญแรงกดดันต้นทุน แต่ครึ่งปีหลังสามารถปรับราคาและบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น * **กำไรจากการดำเนินงาน:** เพิ่มขึ้น 11.1% YoY เป็น 21,363 ล้านบาท * **กำไรสุทธิ:** เพิ่มขึ้น 26.2% YoY เป็น 11,400 ล้านบาท **ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค (แม็คโคร, โลตัสส์):** * **กำไรก่อนภาษี (รวม):** เพิ่มขึ้น 13.2% YoY เป็น 9,418 ล้านบาท จากการรวมธุรกิจค้าปลีกและศูนย์การค้า และการควบคุมค่าใช้จ่าย **ธุรกิจอื่นๆ:** * **กำไรก่อนภาษี:** เพิ่มขึ้น 2.2% YoY เป็น 3,430 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้และการควบคุมต้นทุน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนผู้ถือหุ้นตามนิยามข้อกำหนดสิทธิอยู่ที่ 0.92 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.90 เท่า ในปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินจากการออกหุ้นกู้ระหว่างปี ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจากการลดลงของหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน บริษัทฯ ยังคงดำรงอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Debt to adjusted Equity Ratio) ไม่เกิน 2:1 ตามข้อกำหนด งบประมาณการลงทุน (CAPEX) สำหรับปี 2566 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 12,000 – 13,000 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้: * การเปิดร้านสาขาใหม่: 3,800 - 4,000 ล้านบาท * การปรับปรุงร้านเดิม: 2,900 - 3,500 ล้านบาท * โครงการใหม่, บริษัทย่อยและศูนย์กระจายสินค้า: 4,000 - 4,100 ล้านบาท * สินทรัพย์ถาวร และระบบสารสนเทศ: 1,300 - 1,400 ล้านบาท ## สรุปท้าย CPALL ในปี 2565 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการฟื้นตัวและเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีหัวใจกำไรมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายที่ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ กำลังซื้อผู้บริโภค การท่องเที่ยว และการรวมธุรกิจแม็คโคร-โลตัสส์ แม้จะเผชิญกับต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น แต่บริษัทฯ ยังคงสามารถบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นได้ดี และคาดว่าแนวโน้มการเติบโตจะต่อเนื่องในปี 2566 จากการขยายสาขา การพัฒนาช่องทาง O2O และการตอบสนองความต้องการของลูกค้า อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น อัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และการแข่งขันในอุตสาหกรรมค้าปลีกอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPALL ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
262,032.99 ล้านบาท
↑ 1.9% YoY
กำไรขั้นต้น
57,185.54 ล้านบาท
↑ 0% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.82 %
กำไรสุทธิ
7,255.88 ล้านบาท
↑ 1.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.77 %
D/E Ratio
1.96
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
262,033
↑ + 1.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
57,186
↑ + 0% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
7,256
↑ + 1.1% YoY
D/E Ratio
1.96

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPALL

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
262,032.99
+1.89%
257,178.50
+6.99%
240,387.11
+6.64%
225,410.44
+21.09%
186,147.07
+35.67%
137,206.63
-7.18%
กำไรขั้นต้น
57,185.54
+0.01%
57,181.90
+10.00%
51,983.71
+9.83%
47,332.36
+21.94%
38,815.59
+34.51%
28,857.05
-10.86%
ค่าใช้จ่ายรวม
52,208.33
+3.08%
50,646.08
+9.20%
46,380.67
+4.46%
44,398.45
+21.28%
36,609.56
+34.44%
27,231.87
-5.65%
กำไรสุทธิ
7,255.88
+1.07%
7,179.10
+30.61%
5,496.66
+75.18%
3,137.73
-53.19%
6,703.72
+87.64%
3,572.58
-42.07%
กำไรต่อหุ้น
0.81
+1.00%
0.80
+30.73%
0.62
+75.21%
0.35
-53.20%
0.75
+87.50%
0.40
-42.03%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-160.72
+50.17%
-322.54
-93.55%
-166.64
-100.58%
28,977.43
+2,033.52%
1,358.20
+3,092.01%
42.55
+108.24%
ROE(%)
21.29
-0.09%
21.31
+22.05%
17.46
+34.72%
12.96
+0.23%
12.93
-23.54%
16.91
-19.05%
ROA(%)
5.59
+1.82%
5.49
+18.06%
4.65
+16.83%
3.98
+14.70%
3.47
-43.85%
6.18
+13.81%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
1.96
+0.51%
1.95
-5.80%
2.07
-5.05%
2.18
2.18
-40.92%
3.69
+91.19%
P/E
13.78
-34.88%
21.16
-32.18%
31.20
-14.31%
36.41
-32.30%
53.78
+92.14%
27.99
-6.29%
P/BV
2.92
-30.14%
4.18
-11.25%
4.71
-24.28%
6.22
+12.68%
5.52
-1.78%
5.62
-23.54%
BV
14.87
+11.55%
13.33
+12.11%
11.89
+8.29%
10.98
+2.71%
10.69
+3.19%
10.36
+5.39%
YIELD(%)
3.13
+74.86%
1.79
+33.58%
1.34
+52.27%
0.88
-42.48%
1.53
-28.84%
2.15
+29.52%
ราคาหุ้น
43.50
-21.97%
55.75
-0.45%
56.00
-17.95%
68.25
+15.68%
59.00
+1.29%
58.25
-19.38%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
21.82
-1.84%
22.23
+2.82%
21.62
+2.95%
21.00
+0.72%
20.85
-0.86%
21.03
-3.97%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
19.92
+1.17%
19.69
+2.07%
19.29
-2.08%
19.70
+0.15%
19.67
-0.91%
19.85
+1.64%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
2.77
-0.72%
2.79
+21.83%
2.29
+64.75%
1.39
-61.39%
3.60
+38.46%
2.60
-37.65%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.96
ROE (%)
21.29
ROA (%)
5.59
Book Value/หุ้น
16.63

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPALL

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
152,557.46
+11.23%
137,152.61
-4.62%
143,797.75
-3.46%
148,955.49
-10.14%
165,773.11
+103.59%
81,403.95
+13.18%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
830,256.12
+2.89%
806,967.68
+3.10%
782,693.44
+0.98%
775,106.00
+1.17%
766,119.45
+73.36%
441,950.38
+45.52%
รวมสินทรัพย์
982,813.58
+4.10%
944,120.29
+1.90%
926,491.19
+0.26%
924,061.49
-0.84%
931,892.56
+78.06%
523,354.33
+39.33%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
250,579.10
+7.83%
232,376.27
-2.44%
238,196.90
+14.83%
207,443.07
-3.55%
214,888.06
+74.32%
123,382.65
+9.27%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
400,690.11
+2.18%
392,133.30
+1.41%
386,699.18
-9.29%
426,317.12
+0.54%
424,197.27
+47.04%
288,376.65
+86.85%
รวมหนี้สิน
651,269.20
+4.28%
624,509.57
-0.06%
624,896.08
-1.40%
633,760.19
-0.83%
639,085.34
+55.21%
411,759.30
+54.07%
รวมส่วนของเจ้าของ
331,544.38
+3.73%
319,610.72
+5.97%
301,595.11
+3.89%
290,301.30
-0.86%
292,807.23
+162.38%
111,595.03
+2.98%
D/E
1.96
1.95
2.07
2.18
2.18
3.69
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
21.29
21.31
17.46
12.96
12.93
16.91
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
5.59
5.49
4.65
3.98
3.47
6.18
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.61
0.59
0.60
0.72
0.77
0.66
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.23
0.25
0.30
0.36
0.47
0.40
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
1.68
1.37
0.00
0.00
3.93
6.34
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
32.28
29.19
0.00
0.00
33.76
28.11
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
62.63
63.02
0.00
0.00
79.77
80.53
วงจรเงินสด
-28.67
-32.46
0.00
0.00
-42.08
-46.07
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-19,656
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+11,079
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPALL

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-19,656.28
-1,400.39%
1,511.57
-88.71%
13,386.53
-339.10%
-5,598.61
-180.62%
6,944.32
+1,301.17%
495.61
-105.35%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
11,079.32
-30.41%
15,920.12
+21.41%
13,112.82
-32.46%
19,413.86
+2.48%
18,944.84
-126.55%
-71,357.99
-33,265.08%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
40,206.99
+81.68%
22,130.91
-57.93%
52,607.53
-4.49%
55,078.83
+1.68%
54,170.24
-15.26%
63,921.84
+918.99%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
35,394.30
+8.57%
32,600.67
-58.51%
78,569.09
+15.24%
68,178.55
-14.33%
79,585.11
-1,213.97%
-7,144.27
-239.68%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
54,612.89
-18.77%
67,234.12
-5.87%
71,424.27
-25.85%
96,322.57
+137.31%
40,589.08
+35.93%
29,860.51
-12.23%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
53,207.15
-2.57%
54,612.89
-18.77%
67,234.12
-5.87%
71,424.27
-22.66%
92,347.87
+127.52%
40,589.08
+35.93%