บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
45.50
+0.25 (+0.55%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการฟื้นตัวของผลประกอบการโดยเฉพาะธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่ได้รับปัจจัยบวกต่อเนื่องจากการผ่อน คลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด COVID-19 และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## บทวิเคราะห์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2567 ของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) (CPALL) - รวมกับข้อมูลเพิ่มเติม
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) (CPALL) รายงานรายได้รวมในไตรมาส 3 ปี 2567 ที่ 241,282 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 6.6% ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของรายได้จากการขายสินค้าในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคและศูนย์การค้า รวมถึงกลุ่มธุรกิจอื่นๆ บริษัทฯ มีกำไรสุทธิในช่วงนี้ที่ 5,608 ล้านบาท และกำไรสุทธิ (หลังปรับปรุงรายการ)* ที่ 6,190 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 44.1% การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนจากการเปิดสาขาใหม่ของร้าน 7-Eleven รวม 199 สาขา ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2567 บริษัทฯ มีจำนวนร้านสาขาทั่วประเทศรวม 15,053 สาขา และกลยุทธ์ 020 ของแต่ละหน่วยธุรกิจที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
**สถานการณ์เศรษฐกิจ**
ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ปี 2567 ยังขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากภาคการส่งออกสินค้า ภาคการท่องเที่ยว และการใช้จ่ายภาครัฐ อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับความกดดันจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง การเปลี่ยนแปลงนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีไทย รวมถึงอุทกภัยในทางตอนเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ แต่เสถียรภาพเศรษฐกิจไทยยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี โดยภาวะเงินเฟ้ออยู่ ในระดับทรงตัว เงินบาทแข็งค่าขึ้นตามทิศทางค่าเงินในภูมิภาคจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินที่เข้มงวดในสหรัฐฯ ขณะที่ อัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับที่ทรงตัวเช่นกัน ภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการบริโภคภายในประเทศ โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศ 8.6 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 21 อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคยังคงมีความ ระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้นตามความกังวลในเรื่องสถานการณ์น่าท่วม ระดับหนี้ครัวเรือน ค่าครองชีพที่สูง และเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำ รัฐบาลได้จัดทำโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2567 (เงินโอน 10,000 บาท) โดยทยอยโอนในช่วงปลายไตรมาส 3 ซึ่งสนับสนุนให้การบริโภคภาคเอกชนในสินค้าทั่วไปปรับตัวดีขึ้นและคาดว่าจะต่อเนื่องในระยะต่อไป
**วิเคราะห์ผลประกอบการ**
* **กำไรขั้นต้น:** กำไรขั้นต้นจากการขายและบริการเท่ากับ 53,175 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.9% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้จากการขายสินค้าของทุกกลุ่มธุรกิจเพิ่มขึ้น และกลยุทธ์ CP ในด้านสินค้าในทุกกลุ่มธุรกิจ ที่สามารถนำเสนอสินค้าที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 22.7 จากร้อยละ 21.8 ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเท่ากับ 48,565 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.2% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยค่าใช้จ่ายกลุ่มต้นทุนในการจัดจำหน่ายมีจำนวน 40,373 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่กลุ่มค่าใช้จ่ายในการบริหารมีจำนวน 8,191 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 12.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยประเภทค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นหลัก ๆ ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์ตอบแทนพนักงาน ค่าบริหารร้านสาขา ค่าโฆษณาและส่งเสริมการขาย ซึ่งเพิ่มขึ้นตามรายได้ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการควบบริษัท เพื่อปรับโครงสร้างของ บมจ. ซีพี แอ็กซ์ตร้า ในขณะที่ค่าไฟยังคงปรับตัวลดลงจากค่าไฟต่อหน่วยที่ปรับลดลง แต่ละกลุ่มธุรกิจยังคงมีการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง และมีประสิทธิภาพ
* **กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้และกำไรสุทธิ:** บริษัทฯ มีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้จำนวน 11,468 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.2% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และรายงานกำไรสุทธิเท่ากับ 5,608 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ (หลังปรับปรุงรายการ)* จำนวนเท่ากับ 6,190 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 44.1 สาเหตุหลักมาจากการดำเนินงานที่ดีขึ้นของกลุ่มธุรกิจร้านสะดวกซื้อ และกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและศูนย์การค้าเป็นหลัก ประกอบกับการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
**ฐานะทางการเงิน**
บริษัทฯ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด จำนวน 45,980 ล้านบาท ลดลง 21,254 ล้านบาท หรือร้อยละ 31.6 จากไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากเงินสดจ่ายเพื่อชำระเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน และหุ้นกู้ที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปีของบริษัทฯเป็นหลัก ลูกหนี้การค้า จำนวน 3,315 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 11 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.3 จากไตรมาสก่อนหน้า สินค้าคงเหลือ จำนวน 57,763 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 263 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.5 จากไตรมาสก่อนหน้า เจ้าหนี้การค้า จำนวน 110,997 ล้านบาท ลดลง 17,098 ล้านบาท หรือร้อยละ 13.3 จากไตรมาสก่อนหน้า บริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนผู้ถือหุ้นตามนิยามข้อกำหนดสิทธิที่ 0.84 เท่า บริษัทฯ ยังคงสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดสิทธิตามภาระหน้าที่ของผู้ออกหุ้นกู้ โดยต้องดำรงไว้ซึ่งอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นไม่เกิน 2:1 ได้อย่างต่อเนื่อง
**ความเสี่ยงและโอกาส**
* **ความเสี่ยง:** ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ภัยธรรมชาติ อัตราเงินเฟ้อที่สูง การแข่งขันในตลาดค้าปลีกที่รุนแรง
* **โอกาส:** การเติบโตของตลาดค้าปลีก การขยายตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ การเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ การพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ ๆ
**แนวโน้มอนาคต**
บริษัทฯ มุ่งเน้นที่จะขยายสาขาอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ พัฒนาสินค้าและบริการใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และใช้กลยุทธ์ 020 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว
**แนวโน้มธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ปี 2567**
บริษัทฯ วางแผนจะขยายสาขา 7-Eleven ในประเทศไทยประมาณ 700 สาขา และยังมีเป้าหมายที่จะเปิดร้านใหม่เพิ่มในประเทศกัมพูชา และในสปป.ลาว ในปี 2567 อีกด้วย บริษัทฯ คาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตของรายได้จะมาจากอัตราการเติบโตของยอดขายจากร้านสาขาใหม่ และอัตราการเติบโตของยอดขายเฉลี่ยจากร้านเดิม รวมถึงยอดขายจากช่องทางอื่น ๆ อาทิ 7-01 [ง๑๒ และ /น| 0ก[๓ทล ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (600) ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ อาทิ ระดับของอัตราเงินเฟ้อ ราคาวัตถุดิบ ราคาพลังงาน และ การขยายตัวของการบริโภคภายในประเทศ เป็นต้น
บริษัทฯ ตั้งเป้าขยายอัตรากำไรขั้นต้นให้ได้อย่างต่อเนื่องจากปีก่อน โดยเน้นการพัฒนา ระบบในการคัดสรรสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น และผลักดัน ให้มีสัดส่วนของสินค้าที่กำไรขั้นต้นสูงเพิ่มขึ้น ทั้งจากสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภค
บริษัทฯ คาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 12,000 - 13,000 ล้านบาท แบ่งเป็น
* การเปิดร้านสาขาใหม่: 3,800 - 4,000 ล้านบาท
* การปรับปรุงร้านเดิม: 2,900 - 3,500 ล้านบาท
* โครงการใหม่, บริษัทย่อยและศูนย์กระจายสินค้า: 4,000 - 4,100 ล้านบาท
* สินทรัพย์ถาวร และระบบสารสนเทศ: 1,300 - 1,400 ล้านบาท
**สรุป**
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) (CPALL) มีผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาส 3 ปี 2567 รายได้และกำไรเติบโตอย่างต่อเนื่อง ฐานะทางการเงินมีความแข็งแกร่ง และบริษัทฯ มีแผนที่จะขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven บริษัทฯ คาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตของรายได้จะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และบริษัทฯ ตั้งเป้าขยายอัตรากำไรขั้นต้นให้ได้อย่างต่อเนื่องจากปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน แต่ด้วยกลยุทธ์ที่ชัดเจน บริษัทฯ มีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPALL ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
262,032.99
ล้านบาท
↑ 1.9% YoY
กำไรขั้นต้น
57,185.54
ล้านบาท
↑ 0% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.82
%
กำไรสุทธิ
7,255.88
ล้านบาท
↑ 1.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.77
%
D/E Ratio
1.96
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
262,033
↑ + 1.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
57,186
↑ + 0%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
7,256
↑ + 1.1%
YoY
D/E Ratio
1.96
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPALL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.96
ROE (%)
21.29
ROA (%)
5.59
Book Value/หุ้น
16.63
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPALL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-19,656
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+11,079
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPALL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-19,656.28
-1,400.39%
|
1,511.57
-88.71%
|
13,386.53
-339.10%
|
-5,598.61
-180.62%
|
6,944.32
+1,301.17%
|
495.61
-105.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
11,079.32
-30.41%
|
15,920.12
+21.41%
|
13,112.82
-32.46%
|
19,413.86
+2.48%
|
18,944.84
-126.55%
|
-71,357.99
-33,265.08%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
40,206.99
+81.68%
|
22,130.91
-57.93%
|
52,607.53
-4.49%
|
55,078.83
+1.68%
|
54,170.24
-15.26%
|
63,921.84
+918.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
35,394.30
+8.57%
|
32,600.67
-58.51%
|
78,569.09
+15.24%
|
68,178.55
-14.33%
|
79,585.11
-1,213.97%
|
-7,144.27
-239.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
54,612.89
-18.77%
|
67,234.12
-5.87%
|
71,424.27
-25.85%
|
96,322.57
+137.31%
|
40,589.08
+35.93%
|
29,860.51
-12.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
53,207.15
-2.57%
|
54,612.89
-18.77%
|
67,234.12
-5.87%
|
71,424.27
-22.66%
|
92,347.87
+127.52%
|
40,589.08
+35.93%
|