บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
48.00
+1.00 (+2.13%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการฟื้นตัวของผลประกอบการโดยเฉพาะธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่ได้รับปัจจัยบวกต่อเนื่องจากการผ่อน คลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด COVID-19 และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5559 out_tok=2733 at=2026-07-27T09:07:05 -->
CPALL กำไรสุทธิ Q2/64 หดตัว 24.2% แม้รายได้รวมโต 7.5%
รายได้รวม CPALL ในไตรมาส 2 ปี 2564 เติบโต 7.5% มาอยู่ที่ 137,675 ล้านบาท จากการปรับกลยุทธ์สินค้าและบริการ รวมถึง O2O เพื่อรับมือ COVID-19 และฐานปีก่อนที่ต่ำกว่า อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การระบาดที่รุนแรงขึ้นในช่วงปลายไตรมาสส่งผลกระทบเชิงลบต่อธุรกิจค้าปลีก ขณะที่กำไรสุทธิกลับลดลง 24.2% มาอยู่ที่ 2,190 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมและต้นทุนการออกหุ้นกู้ทดแทนเงินกู้เดิม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ CPALL ในไตรมาส 2 ปี 2564 ปรับตัวลดลง แม้รายได้รวมจะเติบโต มาจาก **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น** ประกอบกับการ **ปรับสัดส่วนสินค้ากลุ่มกำไรขั้นต้นสูงลดลง** ในธุรกิจร้านสะดวกซื้อ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** บริษัทฯ มีต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นจากการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น และการจ่ายชำระคืนเงินกู้เดิมก่อนครบกำหนดด้วยการออกหุ้นกู้สกุลบาทที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ทดแทน ซึ่งส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
2. **การปรับสัดส่วนสินค้า:** แม้กำไรขั้นต้นจากการขายและบริการจะเพิ่มขึ้น 6.1% แต่ "อัตรากำไรขั้นต้น" ในงบการเงินรวมกลับลดลงเล็กน้อยจาก 21.5% เป็น 21.2% สาเหตุหลักมาจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อมีสัดส่วนของสินค้ากลุ่มที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงลดลง ซึ่งเป็นผลกระทบสืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคและการปรับกลยุทธ์สินค้า
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** ปัจจัยด้านต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นกู้อาจส่งผลต่อเนื่องในระยะสั้นถึงกลาง แต่การปรับสัดส่วนสินค้าที่ส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้นนั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดและกำลังซื้อของผู้บริโภค ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนสูง ฝ่ายจัดการระบุว่าการคาดการณ์แนวโน้มธุรกิจยังมีความไม่แน่นอนและอาจปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 7.5% YoY:** อยู่ที่ 137,675 ล้านบาท จากการปรับกลยุทธ์สินค้าและบริการ รวมถึง O2O และฐานรายได้ปีก่อนที่ต่ำกว่า
* **กำไรสุทธิลดลง 24.2% YoY:** อยู่ที่ 2,190 ล้านบาท เป็นผลจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นและการปรับสัดส่วนสินค้า
* **กำไรขั้นต้นเพิ่ม 6.1% YoY:** อยู่ที่ 28,063 ล้านบาท โดยเติบโตทั้งจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อและค้าส่ง
* **อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลง:** จาก 21.5% เป็น 21.2% เนื่องจากสัดส่วนสินค้ากำไรสูงในร้านสะดวกซื้อลดลง
* **ธุรกิจร้านสะดวกซื้อเปิดใหม่ 156 สาขา:** รวมเป็น 12,743 สาขา ณ สิ้นไตรมาส 2/64
* **ยอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวัน (SSS) เพิ่ม 2.1% YoY:** ในธุรกิจร้านสะดวกซื้อ สะท้อนการฟื้นตัวของกำลังซื้อในระดับหนึ่ง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 CPALL มีรายได้รวม 137,675 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะเผชิญกับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจค้าปลีกในช่วงปลายไตรมาส กำไรขั้นต้นจากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 6.1% เป็น 28,063 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับลดลงเล็กน้อยจาก 21.5% เป็น 21.2% สาเหตุหลักมาจากสัดส่วนสินค้ากำไรสูงในร้านสะดวกซื้อลดลง
ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารรวมอยู่ที่ 27,438 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% ซึ่งต่ำกว่าการเติบโตของรายได้ โดยบริษัทฯ มีการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างรัดกุม ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 12.6% เป็น 6,025 ล้านบาท แต่เมื่อหักต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมและต้นทุนการออกหุ้นกู้ ทำให้กำไรสุทธิลดลง 24.2% มาอยู่ที่ 2,190 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.22 บาท
สำหรับ 6 เดือนแรกปี 2564 รายได้รวมก่อนหักรายการระหว่างกันมาจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อและอื่นๆ 63% และธุรกิจค้าส่ง 37% โดยสัดส่วนรายได้จากร้านสะดวกซื้อลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่กำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้มาจากร้านสะดวกซื้อ 65% และค้าส่ง 35% สัดส่วนกำไรจากร้านสะดวกซื้อก็ปรับลดลงเช่นกัน
## โอกาส
* **การปรับกลยุทธ์ O2O ต่อเนื่อง:** การนำกลยุทธ์ O2O เช่น 7-Eleven Delivery, All Online และ 24Shopping มาใช้อย่างต่อเนื่อง ช่วยตอบสนองความต้องการลูกค้าและเพิ่มช่องทางการเข้าถึงสินค้า ทำให้รายได้จากการขายสามารถชดเชยผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ได้
* **การเติบโตของสินค้ากลุ่มอาหาร:** สัดส่วนรายได้จากการขายสินค้ากลุ่มอาหารเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอาหารพร้อมทานและเครื่องดื่มมีการเติบโตที่ดี
* **การขยายสาขา:** การเปิดร้านสาขาใหม่ 156 สาขาในไตรมาส 2/64 และแผนการลงทุนเปิดอีกประมาณ 700 สาขาในปี 2564 เป็นการเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงลูกค้าและสร้างการเติบโตในระยะยาว
* **การนำเสนอสินค้าที่เหมาะสมกับสถานการณ์:** การนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในช่วง COVID-19 เช่น กลุ่มสินค้าอิ่มคุ้ม หรือสินค้าแพ็คใหญ่ ช่วยรักษาการเติบโตของกำไรขั้นต้น
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์ COVID-19 และมาตรการควบคุม:** การแพร่ระบาดที่รุนแรงขึ้นและมาตรการควบคุมต่างๆ เช่น การจำกัดการเดินทาง งดกิจกรรมกลางคืน ส่งผลกระทบเชิงลบต่อธุรกิจค้าปลีกและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ความไม่แน่นอนของกำลังซื้อ:** ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ COVID-19 อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในอนาคต
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนการออกหุ้นกู้ทดแทน อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในระยะต่อไป
* **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก:** ธุรกิจค้าปลีกมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้เล่นในตลาดเดิมและผู้เล่นรายใหม่
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการแพร่ระบาด COVID-19 และมาตรการภาครัฐ:** จะส่งผลโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจและกำลังซื้อ
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ผลกระทบจากภาระดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้น
* **การปรับตัวของสัดส่วนสินค้าและอัตรากำไรขั้นต้น:** การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคส่งผลต่อการเลือกซื้อสินค้า
* **การเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิม (SSS):** เป็นตัวชี้วัดสำคัญของการฟื้นตัวของธุรกิจ
* **ความคืบหน้าการเปิดสาขาใหม่:** ตามแผนที่วางไว้ 700 สาขาในปี 2564
* **ผลการดำเนินงานของธุรกิจค้าส่ง:** ซึ่งมีสัดส่วนรายได้และกำไรที่สำคัญ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ:**
* **จำนวนสาขา:** ณ สิ้นไตรมาส 2/64 มี 12,743 สาขา แบ่งเป็นร้านบริษัทฯ 5,934 สาขา และร้าน SBP/แฟรนไชส์ 6,809 สาขา ส่วนใหญ่เป็นร้านเอกเทศ (85%)
* **รายได้:** 74,971 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากอาหารพร้อมทานและเครื่องดื่ม
* **ยอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวัน:** 67,767 บาท
* **ยอดขายสาขาเดิม (SSS):** เพิ่มขึ้น 2.1% YoY
* **ยอดซื้อต่อบิล:** ประมาณ 82 บาท
* **จำนวนลูกค้าต่อสาขาต่อวัน:** เฉลี่ย 823 คน
* **กลยุทธ์ O2O:** 7-Eleven Delivery, All Online, 24Shopping ได้รับการตอบรับดี ช่วยชดเชยผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19
* **สัดส่วนรายได้:** อาหาร 74.9%, สินค้าอุปโภค 25.1%
* **กำไรขั้นต้น:** 20,765 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.0% YoY อัตรากำไรขั้นต้น 27.7% ใกล้เคียงปีก่อน
* **รายได้อื่น:** 5,380 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3% YoY
* **เงินปันผลรับจากบริษัทย่อย:** 4,245 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79 ล้านบาท YoY
* **ต้นทุนขายและบริหาร:** 22,809 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% YoY จากค่าตอบแทนพนักงาน ค่าบริหารร้าน และค่าเสื่อมราคา
* **กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี:** 7,894 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.1% YoY
* **กำไรสุทธิ:** 4,822 ล้านบาท ลดลง 12.1% YoY
**ธุรกิจค้าส่ง:**
* **สัดส่วนรายได้:** 37% ของรายได้รวมก่อนหักรายการระหว่างกัน
* **สัดส่วนกำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษี:** 35% ของกำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีรวม
* **ผลการดำเนินงาน:** มีการเติบโตของกำไรขั้นต้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่กล่าวถึงการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมและการออกหุ้นกู้ ซึ่งบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการด้านหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน
## สรุปท้าย
CPALL ในไตรมาส 2 ปี 2564 เผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจค้าปลีก แม้รายได้รวมจะเติบโตได้จากการปรับกลยุทธ์และฐานปีก่อนที่ต่ำกว่า แต่กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมและการออกหุ้นกู้ รวมถึงการปรับสัดส่วนสินค้าที่ส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น การบริหารจัดการต้นทุนอย่างรัดกุมและการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ ขณะที่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแพร่ระบาดและกำลังซื้อของผู้บริโภคยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPALL ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
262,032.99
ล้านบาท
↑ 1.9% YoY
กำไรขั้นต้น
57,185.54
ล้านบาท
↑ 0% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.82
%
กำไรสุทธิ
7,255.88
ล้านบาท
↑ 1.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.77
%
D/E Ratio
1.96
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
262,033
↑ + 1.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
57,186
↑ + 0%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
7,256
↑ + 1.1%
YoY
D/E Ratio
1.96
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPALL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.96
ROE (%)
21.29
ROA (%)
5.59
Book Value/หุ้น
16.63
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPALL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-19,656
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+11,079
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPALL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-19,656.28
-1,400.39%
|
1,511.57
-88.71%
|
13,386.53
-339.10%
|
-5,598.61
-180.62%
|
6,944.32
+1,301.17%
|
495.61
-105.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
11,079.32
-30.41%
|
15,920.12
+21.41%
|
13,112.82
-32.46%
|
19,413.86
+2.48%
|
18,944.84
-126.55%
|
-71,357.99
-33,265.08%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
40,206.99
+81.68%
|
22,130.91
-57.93%
|
52,607.53
-4.49%
|
55,078.83
+1.68%
|
54,170.24
-15.26%
|
63,921.84
+918.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
35,394.30
+8.57%
|
32,600.67
-58.51%
|
78,569.09
+15.24%
|
68,178.55
-14.33%
|
79,585.11
-1,213.97%
|
-7,144.27
-239.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
54,612.89
-18.77%
|
67,234.12
-5.87%
|
71,424.27
-25.85%
|
96,322.57
+137.31%
|
40,589.08
+35.93%
|
29,860.51
-12.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
53,207.15
-2.57%
|
54,612.89
-18.77%
|
67,234.12
-5.87%
|
71,424.27
-22.66%
|
92,347.87
+127.52%
|
40,589.08
+35.93%
|