บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
48.00
+1.00 (+2.13%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการฟื้นตัวของผลประกอบการโดยเฉพาะธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่ได้รับปัจจัยบวกต่อเนื่องจากการผ่อน คลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด COVID-19 และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5847 out_tok=2501 at=2026-07-25T14:20:11 -->
CPALL กำไร Q1/2565 พุ่ง 32.9% รับแรงหนุนรวมงบฯ โลตัสส์-เศรษฐกิจฟื้นตัว
รายได้รวมและกำไรสุทธิของ CPALL ในไตรมาส 1 ปี 2565 ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยรายได้รวมอยู่ที่ 199,731 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.7% และกำไรสุทธิ 3,453 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการรวมงบการเงินของธุรกิจโลตัสส์เข้ามาเต็มไตรมาส ประกอบกับการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศหลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ CPALL ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การรวมงบการเงินของธุรกิจโลตัสส์เข้ามาเต็มไตรมาส ประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศ** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมและกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและภาษีเงินได้ (EBIT) เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **การรวมงบการเงินโลตัสส์:** การรับรู้รายได้และกำไรของธุรกิจโลตัสส์เข้ามาเต็มไตรมาส ส่งผลให้รายได้รวมของกลุ่มบริษัทฯ เติบโตขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจค้าส่งค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นจาก 53% ในปีก่อนมาเป็น 53% ในไตรมาสนี้ (เอกสารระบุสัดส่วนรายได้กลุ่ม 2 เพิ่มขึ้น แต่ตัวเลขสัดส่วนที่ให้มาคือ 53% เท่าเดิม อาจต้องตีความว่าเป็นการเพิ่มขึ้นในเชิงมูลค่าสัมบูรณ์)
2. **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภค:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 และการเริ่มเปิดประเทศ ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่มียอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวันเพิ่มขึ้น 13.0% และจำนวนลูกค้าต่อสาขาต่อวันเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงกำลังซื้อที่กลับมา
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าในปี 2565 บริษัทฯ จะสามารถสร้างการเติบโตได้จากการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยที่กำลังฟื้นตัว โดยเฉพาะการเติบโตของยอดขายจากร้านสาขาใหม่และร้านเดิมที่คาดว่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ เช่น การปรับขึ้นของราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ที่อาจกระทบต่อต้นทุนและกำลังซื้อของผู้บริโภค
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 199,731 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.7% YoY:** ได้แรงหนุนจากการรวมงบฯ โลตัสส์และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
* **กำไรสุทธิ 3,453 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.9% YoY:** การเติบโตของกำไรได้รับผลดีจากการรวมโลตัสส์และธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่ฟื้นตัว
* **ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven) เติบโตโดดเด่น:** รายได้เพิ่ม 16.0% YoY, ยอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวันเพิ่ม 13.0% YoY, จำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย:** อยู่ที่ 21.5% จาก 21.3% YoY โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่มี GPM ดีกว่า
* **ต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 46.2% YoY:** ส่วนใหญ่มาจากการรวมธุรกิจโลตัสส์
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL รายงานผลประกอบการที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 199,731 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการรวมรายได้ของธุรกิจโลตัสส์เข้ามาเต็มไตรมาส ประกอบกับการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศหลังการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 41,822 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.8% YoY โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 21.5% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 21.3% YoY เนื่องจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงมีการเติบโตที่ดีกว่าธุรกิจอื่น
ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารรวมอยู่ที่ 38,295 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.2% YoY ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการรวมธุรกิจโลตัสส์เข้ามา โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายผลประโยชน์ตอบแทนพนักงาน ค่าบริหารงานร้านสะดวกซื้อ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย และค่าสาธารณูปโภค อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเคร่งครัด
กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ (EBIT) อยู่ที่ 9,026 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.9% YoY ในขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 3,453 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.9% YoY แม้ว่าจะมีดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นจากการรวมเงินกู้ยืมระยะยาวของธุรกิจโลตัสส์ก็ตาม กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 0.36 บาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภค:** การผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 และการเปิดประเทศ หนุนการใช้จ่ายของผู้บริโภค
* **กลยุทธ์ O2O ต่อเนื่อง:** การใช้แพลตฟอร์มออนไลน์และออฟไลน์ร่วมกัน (7-Eleven Delivery, All Online, 24Shopping) ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ โดยปัจจุบันมีสัดส่วนมากกว่า 10% ของรายได้จากการขาย
* **การขยายสาขา:** แผนการเปิดร้านสาขาใหม่ 700 สาขาในปี 2565 จะช่วยเพิ่มช่องทางการเข้าถึงลูกค้าและสร้างรายได้ในระยะยาว
* **การนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์:** การปรับกลยุทธ์สินค้าให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เช่น กลุ่มอาหารพร้อมทาน อาหารแปรรูป และสินค้าขนาดครอบครัว ช่วยกระตุ้นยอดขาย
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** การปรับขึ้นของราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้า ค่าขนส่ง ค่าครองชีพ และกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมค้าปลีกทั้งออนไลน์และออฟไลน์
* **ต้นทุนการดำเนินงาน:** ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์ตอบแทนพนักงาน ค่าเช่า และค่าสาธารณูปโภคที่อาจปรับตัวสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิม (SSS) ของ 7-Eleven:** จะสะท้อนถึงกำลังซื้อที่แท้จริงของผู้บริโภค
* **ผลประกอบการของธุรกิจโลตัสส์:** การรวมงบการเงินเข้ามาเต็มปี จะส่งผลต่อภาพรวมของบริษัทฯ อย่างไร
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
* **การดำเนินงานตามแผนการลงทุน:** การเปิดสาขาใหม่ 700 สาขา และการปรับปรุงร้านเดิม จะสร้างผลตอบแทนตามเป้าหมายหรือไม่
* **ผลกระทบจากราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์:** จะส่งผลต่อต้นทุนและกำลังซื้อของผู้บริโภคมากน้อยเพียงใด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven):**
* **การเติบโตของสาขา:** เปิดใหม่สุทธิ 119 สาขาในไตรมาสนี้ ทำให้มีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 13,253 สาขา
* **ยอดขายและลูกค้า:** ยอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวันเพิ่มขึ้น 13.0% YoY, จำนวนลูกค้าต่อสาขาต่อวันเฉลี่ย 871 คน เพิ่มขึ้น YoY
* **สัดส่วนสินค้า:** สินค้ากลุ่มอาหารคิดเป็น 73.9% ของรายได้ จากการนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์สถานการณ์
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** อยู่ที่ 27.1% ลดลงเล็กน้อยจาก 27.4% YoY เนื่องจาก GPM สินค้าอาหารลดลงตามกลยุทธ์สินค้า
* **รายได้อื่น:** เพิ่มขึ้น 5.4% YoY จากรายการส่งเสริมการขายร่วมกับคู่ค้า
* **ต้นทุน:** ต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 9.4% YoY จากค่าบริหารงานร้านและค่าตอบแทนพนักงาน
* **กำไรสุทธิ:** เพิ่มขึ้น 113.9% YoY อยู่ที่ 2,026 ล้านบาท
**ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค (แม็คโครและโลตัสส์):**
* **การรวมงบฯ โลตัสส์:** ส่งผลให้สัดส่วนรายได้ของกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น
* **การเติบโตของแม็คโคร:** ยังคงรักษาอัตราการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการไว้ได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง มีเพียงการกล่าวถึงดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการรวมเงินกู้ยืมระยะยาวของธุรกิจโลตัสส์เข้ามา
## สรุปท้าย
CPALL ในไตรมาส 1 ปี 2565 แสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้และกำไรสุทธิเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากปัจจัยหลักคือการรวมงบการเงินของโลตัสส์เข้ามาเต็มไตรมาส และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศที่หนุนการบริโภค โดยเฉพาะธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่มียอดขายและจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น แม้ว่าจะมีต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการรวมธุรกิจใหม่และภาวะเงินเฟ้อ แต่บริษัทฯ ยังคงสามารถบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้นได้ดี อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาค และความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในระยะต่อไป เพื่อประเมินแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPALL ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
262,032.99
ล้านบาท
↑ 1.9% YoY
กำไรขั้นต้น
57,185.54
ล้านบาท
↑ 0% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.82
%
กำไรสุทธิ
7,255.88
ล้านบาท
↑ 1.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.77
%
D/E Ratio
1.96
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
262,033
↑ + 1.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
57,186
↑ + 0%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
7,256
↑ + 1.1%
YoY
D/E Ratio
1.96
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPALL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.96
ROE (%)
21.29
ROA (%)
5.59
Book Value/หุ้น
16.63
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPALL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-19,656
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+11,079
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPALL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-19,656.28
-1,400.39%
|
1,511.57
-88.71%
|
13,386.53
-339.10%
|
-5,598.61
-180.62%
|
6,944.32
+1,301.17%
|
495.61
-105.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
11,079.32
-30.41%
|
15,920.12
+21.41%
|
13,112.82
-32.46%
|
19,413.86
+2.48%
|
18,944.84
-126.55%
|
-71,357.99
-33,265.08%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
40,206.99
+81.68%
|
22,130.91
-57.93%
|
52,607.53
-4.49%
|
55,078.83
+1.68%
|
54,170.24
-15.26%
|
63,921.84
+918.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
35,394.30
+8.57%
|
32,600.67
-58.51%
|
78,569.09
+15.24%
|
68,178.55
-14.33%
|
79,585.11
-1,213.97%
|
-7,144.27
-239.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
54,612.89
-18.77%
|
67,234.12
-5.87%
|
71,424.27
-25.85%
|
96,322.57
+137.31%
|
40,589.08
+35.93%
|
29,860.51
-12.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
53,207.15
-2.57%
|
54,612.89
-18.77%
|
67,234.12
-5.87%
|
71,424.27
-22.66%
|
92,347.87
+127.52%
|
40,589.08
+35.93%
|