บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
45.00
0.25 (0.55%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการฟื้นตัวของผลประกอบการโดยเฉพาะธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่ได้รับปัจจัยบวกต่อเนื่องจากการผ่อน คลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด COVID-19 และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
{
"documents": [
{
"id": "CPALL_2569_2_financial_explanation_24249ce8374c49de92ff46e5de15c587",
"content": "ที่\nIDR 19/2569\nวันที่\n13 สิงหาคม 2569\nค าอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการส าหรับผลการด าเนินงาน (MD&A) ไตรมาส 2 ปี 2569\nเรื่อง\nเรียน\nกรรมการและผู้จัดการ\nตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย\n\nภาพรวมเศรษฐกิจ\nเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ปี 2569 ขยายตัวชะลอลงจากไตรมาสก่อน จากการส่งออกที่ยังขยายตัว โดยเฉพาะ\nสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีสอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก รวมถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล\nและศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งช่วยพยุงภาคการผลิตและการลงทุนของประเทศ อย่างไรก็ตาม ภาคการส่งออกยังไม่สามารถชดเชยการชะลอตัวของอุปสงค์ภายในประเทศได้ทั้งหมด\nขณะเดียวกัน ราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงจากความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง\nส่งผลให้ต้นทุนการด าเนินธุรกิจและค่าครองชีพเพิ่มขึ้น กระทบต่อความเชื่อมั่นและก าลังซื้อของผู้บริโภค แม้ว่ามาตรการ\nกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่เริ่มใช้ในเดือนมิถุนายน 2569 จะช่วยเพิ่มบรรยากาศการใช้จ่ายได้บางส่วน แต่ผู้บริโภคยังคงใช้จ่ายอย่างระมัดระวังและให้ความส าคัญกับความคุ้มค่ามากขึ้น\nด้านภาคบริการ แรงสนับสนุนจากการท่องเที่ยวเริ่มชะลอลงจากจ านวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง จากกลุ่ม\nตะวันออกกลางและยุโรป รวมถึงกลุ่มประเทศใกล้เคียงตามการปรับลดเที่ยวบินของสายการบินตามต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นใน\nบางประเทศ อย่างไรก็ตาม จ านวนนักท่องเที่ยวจีนยังคงเพิ่มขึ้นจากปีก่อนซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบได้บางส่วน\nส าหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเร่งตัวขึ้นจากราคาพลังงาน ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้นจากการส่งผ่านต้นทุนใน\nบางหมวดสินค้า สะท้อนว่าสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจยังมีความท้าทาย และผู้ประกอบการค้าปลีกยังจ าเป็นต้องมุ่งเน้นการ\nบริหารต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการด าเนินงาน และน าเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าเพื่อรองรับก าลังซื้อที่ยังเปราะบาง\nผลการด าเนินงานประจ าไตรมาส 2 ปี 2569\nบริษัท ซีพีออลล์จ ากัด (มหาชน) (“CPALL” หรือ “บริษัทฯ”) ใคร่ขอรายงานผลการด าเนินงานประจ าไตรมาส 2\nปี 2569 โดยบริษัทฯ และบริษัทย่อย รายงานก าไรสุทธิจ านวน 7,512 ล้านบาท โดยสรุปสาระส าคัญได้ดังนี้รายได้รวม\nในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 265,760 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นร้อยละ\n3.6",
"metadata": {
"company": "CPALL",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 1,
"tags": [
"ไตรมาส",
"ประเทศ",
"ต้นทุน",
"เพิ่มขึ้น",
"เศรษฐกิจ",
"สินค้า",
"พลังงาน",
"บริษัทฯ",
"ขยายตัว",
"การส่งออก"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 18,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "CPALL_2569_2_financial_explanation_fdfd8bf2b9b94685b7337fce9be7384e",
"content": "รายได้จากการขายสินค้าและบริการ มีจ านวน 257,098 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน\nหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าของทุกกลุ่มธุรกิจ ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจร้านสะดวก\nซื้อ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกและศูนย์การค้า และกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ จากการที่ทุกกลุ่มธุรกิจได้ปรับกลยุทธ์ด้านสินค้าตลอดเวลา รวมถึง\nกลยุทธ์ O2O ของแต่ละหน่วยธุรกิจ ยังคงตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดีและเป็นปัจจัยเสริมในการเติบโต\nของรายได้อีกทางหนึ่ง\nก าไรขั้นต้น\nในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทฯ มีก าไรขั้นต้นจากการขายและบริการเท่ากับ 58,669 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5\nจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นตามรายได้จากการขายสินค้าของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ธุรกิจค้าส่ง\nค้าปลีกและศูนย์การค้า และธุรกิจอื่น ๆ ที่ปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ส่งผลให้อัตราก าไรขั้นต้นในงบการเงินรวมของบริษัทฯ อยู่ใน\nระดับเดียวกันกับปีก่อนหน้าที่ร้อยละ 22.8\nต้นทุนในการจัดจ าหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร\nในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทฯ มีสัดส่วนของค่าใช้จ่ายแต่ละประเภทตามรายละเอียด ดังนี้\n\\\n\n| ประเภทค่าใช้จ่าย | ไตรมาส 2 ปี 2569 |\n| --- | --- |\n| ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์ตอบแทนพนักงาน | ร้อยละ 33 |\n| ค่าบริหารงานร้านสะดวกซื้อ | ร้อยละ 13 |\n| ค่าเช่า และค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจ าหน่าย | ร้อยละ 19 |\n| ค่าโฆษณาและส่งเสริมการขาย | ร้อยละ 11 |\n| ค่าสาธารณูปโภค และอื่น ๆ | ร้อยละ 24 |\n| รวม | ร้อยละ 100 |\n\nบริษัทฯ มีต้นทุนในการจัดจ าหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเท่ากับ 53,803 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.3 จาก\nไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ค่าใช้จ่ายกลุ่มต้นทุนในการจัดจ าหน่ายมีจ านวน 46,491 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.2 จากไตรมาส\nเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่กลุ่มค่าใช้จ่ายในการบริหารมีจ านวน 7,312 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 5.4 จากช่วงเดียวกันของ\nปีก่อน โดยประเภทค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นหลัก ๆ ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์ตอบแทนพนักงาน ค่าบริหารร้านสาขา ค่า\nโฆษณาและส่งเสริมการขาย ซึ่งเพิ่มขึ้นตามรายได้อย่างไรก็ตาม ทุกกลุ่มธุรกิจยังคงบริหารต้นทุนในการจัดจ าหน่ายและ\nค่าใช้จ่ายในการบริหารให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และยังคงมีการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง\nก าไรก่อนต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้และก าไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทฯ มีก าไรก่อนต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้จ านวน 13,711 ล้านบาท\nเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.9 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และมีก าไรสุทธิเท่ากับ 7,512 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.0 จากไตรมาส\nเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการด าเนินงานปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจร้านสะดวกซื้อ และธุรกิจอื่น ๆ ที่มีการปรับตัวดีขึ้น\nจากปีก่อนหน้า ประกอบกับการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ส าหรับก าไรต่อหุ้นตามงบการเงินรวมใน",
"metadata": {
"company": "CPALL",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 2,
"tags": [
"ร้อยละ",
"ค่าใช้จ่าย",
"เพิ่มขึ้น",
"ธุรกิจ",
"ปีก่อน",
"ไตรมาส",
"ต้นทุน",
"รายได้",
"บริษัทฯ",
"สินค้า"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 18,
"layout_tables": 1
}
},
{
"id": "CPALL_2569_2_financial_explanation_1faaae70c13b49e7a6d29287e422e386",
"content": "ไตรมาส 2 ปี 2569 มีจ านวนเท่ากับ 0.83 บาท ทั้งนี้การค านวณก าไรต่อหุ้นเป็นการค านวณจากจ านวนหุ้นคงเหลือหลังหัก จ านวนหุ้นที่บริษัทฯ ได้ซื้อคืนแล้ว สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในหมายเหตุประกอบงบการเงิน ข้อ 13 สัดส่วนรายได้รวมและก าไรก่อนต้นทุนทางการเงิน และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ก่อนหักรายการระหว่างกัน ส าหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 รายได้รวมก่อนหักรายการระหว่างกัน แบ่งสัดส่วนตามธุรกิจหลักได้ดังนี้ (กลุ่ม 1) รายได้จากธุรกิจร้านสะดวกซื้อและธุรกิจอื่น ๆ มีสัดส่วนรวมร้อยละ 53 และ (กลุ่ม 2) รายได้จากธุรกิจค้าส่งค้าปลีก และศูนย์การค้า มีสัดส่วนร้อยละ 47 ซึ่งสัดส่วนรายได้ของ (กลุ่ม 1) เพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อน โดยหลักมาจากการเติบโตของรายได้ของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ก าไรก่อนต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ก่อนหักรายการระหว่างกัน แบ่งสัดส่วนตามธุรกิจหลักได้ดังนี้ (กลุ่ม 1) ก าไรจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อและธุรกิจอื่น ๆ มีสัดส่วนรวมร้อยละ 77 ในขณะที่ (กลุ่ม 2) ก าไรจากธุรกิจค้าส่งค้าปลีก และศูนย์การค้า มีสัดส่วนร้อยละ 23 ทั้งนี้สัดส่วนก าไรของ (กลุ่ม 1) เพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อน สาเหตุหลักจากอัตราการเติบโตของ ก าไรจากการด าเนินงานของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ และธุรกิจอื่น ๆ ที่สูงกว่า ผลการด าเนินงานของกลุ่มธุรกิจร้านสะดวกซื้อ\nในไตรมาส 2 ปี 2569 ธุรกิจร้านสะดวกซื้อเปิดร้านสาขาใหม่รวมทั้งสิ้น 200 สาขา ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทฯ มีจ านวนร้านสาขาทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 16,284 สาขา แบ่งเป็น (1) ร้านสาขาบริษัท 8,414 สาขา (ประมาณ ร้อยละ 52) ร้านเปิดใหม่สุทธิ 125 สาขา ในไตรมาสนี้ (2) ร้าน SBP และร้านค้าที่ได้รับสิทธิช่วงอาณาเขต 7,870 สาขา (ประมาณ ร้อยละ 48) ร้านเปิดใหม่สุทธิ 75 สาขา ในไตรมาสนี้ร้านสาขาส่วนใหญ่ยังเป็นร้านที่ตั้งเป็นเอกเทศ ซึ่งประมาณร้อยละ 86 ของสาขาทั้งหมด และส่วนที่เหลือเป็นร้านใน สถานีบริการน้ามัน ปตท.\nในไตรมาส 2 ปี 2569 ธุรกิจร้านสะดวกซื้อมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวม 123,719 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 5.1 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ในไตรมาสนี้มียอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวันเท่ากับ 85,843 บาท และยอดขายเฉลี่ย ของร้านสาขาเดิมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 0.8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดซื้อต่อบิลประมาณ 90 บาท ในขณะที่จ านวน ลูกค้าต่อสาขาต่อวันเฉลี่ย 959 คน ทั้งนี้จ านวนลูกค้าลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในไตรมาสนี้ธุรกิจร้าน สะดวกซื้อยังคงได้รับประโยชน์จากปัจจัยด้านฤดูกาล จากสภาพอากาศที่ร้อนต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีขณะที่จ านวนนักท่องเที่ยว ต่างชาติโดยรวมปรับตัวลดลงเล็กน้อย แต่นักท่องเที่ยวชาวจีนยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ธุรกิจร้านสะดวกซื้อยัง ได้รับผลกระทบจากการที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ในช่วงปลายไตรมาส อย่างไรก็ตาม ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ยังคงใช้แผนกลยุทธ์ที่สอดรับกับสถานการณ์ตลอดเวลา โดยค านึงถึงการรักษาฐานลูกค้าเดิม และขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่ม ใหม่ ๆ โดยน าเสนอสินค้าใหม่ ๆ พร้อมกับโปรโมชันเพื่อดึงดูดลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา ประกอบกับความพยายามในการเพิ่ม รายได้จากการขายสินค้า ผ่านกลยุทธ์ O2O อาทิ 7Delivery และ All Online ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า ได้เป็นอย่างดีมาโดยตลอด โดยมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 11 ของรายได้จากการขายสินค้ารวม ในไตรมาส 2 ปี 2569 สัดส่วนของรายได้จากการขาย ร้อยละ 77.5 มาจากสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม และร้อยละ 22.5 มาจากสินค้าอุปโภค ซึ่งสัดส่วนรายได้ในกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่มปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน",
"metadata": {
"company": "CPALL",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 3,
"tags": [
"ธุรกิจ",
"ร้อยละ",
"ไตรมาส",
"รายได้",
"สัดส่วน",
"สินค้า",
"ปีก่อน",
"ลูกค้า",
"เพิ่มขึ้น",
"รายการ"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 27,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "CPALL_2569_2_financial_explanation_528b89dcc3bc4266ac6e2fc130eab910",
"content": "จากพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคในช่วงฤดูกาล รวมทั้งมีการออกสินค้าใหม่ควบคู่กับโปรโมชันของกลุ่มอาหารและ เครื่องดื่มที่ตรงความต้องการของลูกค้า และสามารถดึงดูดลูกค้าได้เพิ่มขึ้นทั้งไทยและต่างชาติซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ร้าน 7-Eleven เป็นจุดหมายปลายทางที่ 1 ในใจลูกค้าเมื่อนึกถึงอาหารและเครื่องดื่ม ส าหรับลูกค้าทุกกลุ่ม ทุกที่และทุกเวลา ในไตรมาส 2 ปี 2569 ธุรกิจร้านสะดวกซื้อมีก าไรขั้นต้นจ านวน 36,310 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 5.3 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการด าเนินกลยุทธ์ด้านสินค้าตามที่กล่าวมาข้างต้น รวมถึงการให้ความส าคัญ กับการบริหารอัตราก าไรขั้นต้น ผ่านการเพิ่มสัดส่วนสินค้ากลุ่มที่มีอัตราก าไรขั้นต้นสูงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะได้รับผลกระทบ จากต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่ธุรกิจยังสามารถรักษาอัตราก าไรขั้นต้น ไว้ที่ร้อยละ 29.3 ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกันกับไตรมาส 2 ปี 2568 สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารต้นทุนและรักษา ความสามารถในการท าก าไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ\nทั้งนี้ธุรกิจร้านสะดวกซื้อยังมีรายได้อื่นอีกจ านวน 7,879 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.8 โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของสาขา อาทิการให้เช่าพื้นที่และอื่น ๆ ในขณะที่มีการบันทึกเงินปันผลรับจากบริษัทย่อย จ านวน 5,398 ล้านบาท\nในส่วนของต้นทุนในการจัดจ าหน่าย และค่าใช้จ่ายในการบริหาร ในไตรมาส 2 ปี 2569 มีจ านวน 35,986 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.5 สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายผลประโยชน์ตอบแทนพนักงาน ค่าบริหารร้านสาขา และค่าโฆษณาและ ส่งเสริมการขาย ซึ่งเพิ่มขึ้นตามรายได้และการขยายสาขา\nอย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงพยายามควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างรัดกุม และให้มีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงการมุ่งขยาย สาขาร้าน 7-Eleven ตามแผน และมีการเพิ่มช่องทางการเข้าถึงสินค้าและบริการส าหรับลูกค้า ทั้งนี้กลุ่มธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ยังคงรายงานก าไรจากการด าเนินงานที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 13,639 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.0 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีก าไรสุทธิเท่ากับ 10,392 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และก าไรต่อหุ้นตามงบการเงิน เฉพาะกิจการในไตรมาส 2 ปี 2569 จ านวนเท่ากับ 1.15 บาท\nส าหรับการด าเนินธุรกิจร้านสะดวกซื้อในต่างประเทศ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีร้านสาขาใน สปป.ลาว รวมทั้งสิ้น 32 สาขา ในขณะที่มีร้านสาขาในกัมพูชา จ านวน 39 สาขา",
"metadata": {
"company": "CPALL",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 4,
"tags": [
"เพิ่มขึ้น",
"ร้อยละ",
"ลูกค้า",
"ไตรมาส",
"ธุรกิจ",
"สินค้า",
"ขั้นต้น",
"ปีก่อน",
"การบริหาร",
"ต้นทุน"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 18,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "CPALL_2569_2_financial_explanation_35eb1f82cfec4dd2a6263d1ea66d1757",
"content": "ฐานะทางการเงินของบริษัทฯ ณ วันทื่ 30 มิถุนายน 2569\nเปรียบเทียบกับฐานะทางการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568\nเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด จ านวน 32,795 ล้านบาท ลดลง 20,412 ล้านบาท หรือร้อยละ 38.4 สาเหตุหลักมาจากเงินสดจ่ายเพื่อช าระหุ้นกู้และช าระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน ลูกหนี้การค้า จ านวน 4,781 ล้านบาท ลดลง 460 ล้านบาทจากสิ้นปีก่อน หรือคิดเป็นร้อยละ 8.8 ทั้งนี้ลดลงจาก ลูกหนี้การค้าจากทั้งธุรกิจร้านสะดวกซื้อ และกลุ่มธุรกิจค้าส่งค้าปลีกสินค้าและศูนย์การค้า ซึ่งลูกหนี้การค้าที่ลดลงเป็นลูกหนี้การค้าที่มีก าหนดระยะเวลาช าระหนี้ไม่เกินก าหนด ส่งผลให้ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยลดลงมาอยู่ที่ 1.5 วัน สินค้าคงเหลือ จ านวน 68,442 ล้านบาท ลดลง 5,702 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 7.7 โดยบริษัทฯ มีระยะเวลาขาย สินค้าจ านวน 30.6 วัน\nเจ้าหนี้การค้า จ านวน 117,537 ล้านบาท ลดลง 16,887 ล้านบาท หรือร้อยละ 12.6 จากสิ้นปีก่อน โดยบริษัทฯ มีระยะเวลาช าระหนี้จ านวน 54.6 วัน ส่งผลให้ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ และบริษัทย่อยยังคงมีวงจรเงินสดติดลบประมาณ 23 วัน หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยไม่รวมหนี้สินตามสัญญาเช่า จ านวน 319,574 ล้านบาท ลดลง 6,696 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.1 จากสิ้นปีก่อน สาเหตุมาจากการลดลงของหุ้นกู้เป็นหลัก ทั้งนี้บริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนผู้ถือหุ้นตามนิยาม ข้อก าหนดสิทธิที่ 0.82 เท่า โดยบริษัทฯ ยังคงสามารถปฏิบัติตามข้อก าหนดสิทธิตามภาระหน้าที่ของผู้ออกหุ้นกู้โดยต้องด ารง ไว้ซึ่งอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นไม่เกิน 2:1 ได้อย่างต่อเนื่อง",
"metadata": {
"company": "CPALL",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 5,
"tags": [
"บริษัทฯ",
"ร้อยละ",
"การค้า",
"เงินสด",
"ลูกหนี้",
"ระยะเวลา",
"หนี้สิน",
"หุ้นกู้",
"ปีก่อน",
"สินค้า"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 11,
"layout_tables": 0,
"figures": [
{
"id": "p005_f1",
"page": 5,
"rel_path": "CPALL/2569/Q2/p005_f1.png",
"width": 1150,
"height": 463,
"url": "/chat/rag-figure/CPALL/2569/Q2/p005_f1.png"
}
]
}
},
{
"id": "CPALL_2569_2_financial_explanation_bd5d5756f1ad4fcab3edbb1fe975a30d",
"content": "เป้าหมายด้านความยั่งยืนในการด าเนินธุรกิจของบริษัท\nบริษัทฯ ให้ความส าคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการจัดการทางด้านความยั่งยืนองค์กรอย่างต่อเนื่อง และ\nได้ก าหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์กร 15 เป้าหมาย เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การ\nสหประชาชาติและข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติทั้ง 10 หลักการ ซึ่งในแต่ละปีบริษัทฯ มีการด าเนินงานด้านความยั่งยืน\nเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายและแผนยุทธศาสตร์โดยความก้าวหน้าของการด าเนินงานปี 2569 จะมีการเปิดเผยในรายงานการ\nพัฒนาอย่างยั่งยืนของปี 2569 ต่อไป\nสรุปเป้าหมายด้านความยั่งยืน และความก้าวหน้าของการด าเนินงานปี 2568\nประเด็น\nค าอธิบาย\nสิ่งแวดล้อม: เซเว่น โก กรีน (7 Go Green)\nการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง\nมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2573 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซ\nสภาพภูมิอากาศ*\nเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593\nประสิทธิภาพการใช้พลังงานและ\nควบคุมการเติบโตการใช้พลังงานรวมสุทธิให้ลดลงเปรียบเทียบกรณีปกติทรัพยากร\nการจัดการบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน*\nบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่อยู่ในการควบคุมของบริษัทสามารถน ากลับมาใช้ซ้า หรือน ามาใช้ใหม่หรือสามารถสลายตัวได้ทางชีวภาพ\nการจัดการของเสียและอาหาร\nลดปริมาณอาหารส่วนเกินหรืออาหารเหลือที่ต้องน าไปทิ้งและลดปริมาณ\nส่วนเกินอย่างยั่งยืน*\nขยะที่เกิดจากการด าเนินงานของบริษัทที่ต้องน าไปสู่การฝังกลบ\nการปกป้องฟื้นฟูระบบนิเวศ และ\nทุกพื้นที่การด าเนินการของบริษัท มีโครงการความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ความหลากหลายทางชีวภาพ\nเสียในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ หรือองค์กรอิสระภายนอก\nสังคม: เซเว่น โก ทูเก็ตเตอร์ (7 Go Together)\nการสร้างคุณค่าทางสังคม และการ\nพัฒนาทักษะ ส่งเสริมอาชีพเพื่อสร้างรายได้ส าหรับเกษตรกร เอสเอ็มอีสนับสนุนในระบบเศรษฐกิจ*\nผู้ประกอบการรายย่อย รวมถึงกลุ่มเปราะบาง\nสนับสนุนการศึกษา และการเรียนรู้สนับสนุนเด็ก เยาวชน ผู้ใหญ่รวมถึงกลุ่มเปราะบาง ให้เข้าถึงการศึกษา\nตลอดชีวิต*\nมีทักษะทางเทคนิคและอาชีพที่จ าเป็น\nการเสริมสร้างสุขภาพและสุขภาวะ\nเพิ่มสัดส่วนจ านวนผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ที่มุ่งเน้นสุขภาพและ\nที่ดี*\nโภชนาการที่ดีการเข้าถึงอาหารและน้าที่ปลอดภัย\nสนับสนุนให้ผู้ที่ขาดแคลน กลุ่มคนยากจนและกลุ่มเปราะบางเข้าถึง\nและสุขภาวะที่ดี*\nอาหาร น้า ที่ปลอดภัยและมีสุขภาวะที่ดีความผูกพันกับผู้มีส่วนได้เสีย\nระดับความผูกพันของผู้มีส่วนได้เสีย\nธรรมาภิบาลและเศรษฐกิจ: เซเว่น โก ไรท์ (7 Go Right)\nธรรมาภิบาลและการต่อต้านการ\nได้รับการจัดอันดับการก ากับดูแลกิจการโดยสถาบันที่ได้รับการยอมรับใน\nทุจริต\nระดับสากลหรือเทียบเท่า\nแนวปฏิบัติการใช้แรงงาน\nประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนตามแนวทางขององค์การ\nอาชีวอนามัย และความปลอดภัย*\nสหประชาชาติทั้งในขอบเขตการด าเนินงานของบริษัทและคู่ค้าที่มีความ\nเสี่ยงสูง\nการพัฒนาทุนมนุษย์ผู้น าและพนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้และกิจกรรม\nด้านความยั่งยืน\nนวัตกรรมและการสร้างคุณค่า*\nรายได้ที่มาจากนวัตกรรมด้านสินค้า บริการ ธุรกิจใหม่และกระบวนการ\nการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่าง\nคู่ค้าล าดับที่ 1 ที่มีนัยส าคัญด้านความยั่งยืนจะต้องถูกตรวจประเมินและ\nรับผิดชอบ*\nเกิดการพัฒนาปรับปรุง\n*ประเด็นความยั่งยืนที่มีนัยส าคัญของปี 2568\nเป้าหมาย\nCarbon neutral\nร้อยละ 25\nร้อยละ 100\nร้อยละ 100\nร้อยละ 100\n\n250,000 ราย\n500,000 ราย\nร้อยละ 25\n5,000,000 ราย\nร้อยละ 80\nดีเลิศ\nร้อยละ 100\n\nร้อยละ 100\nร้อยละ 20\nร้อยละ 100\nผลการด าเนินงานปี 2568\n2.27 ล้านตัน\nคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า\nร้อยละ 6.13\nร้อยละ 97.27\nร้อยละ 82.77\nร้อยละ 100\n\n952,936 ราย\n590,721 ราย\nร้อยละ 26.4\n5,269,922 ราย\nร้อยละ 86\nดีเลิศ\nร้อยละ 100\n\nร้อยละ 100\nร้อยละ 11\nร้อยละ 100\n\n| | ประสิทธิภาพการใช้พลังงานและ | | ควบคุมการเติบโตการใช้พลังงานรวมสทุ ธิให้ลดลงเปรียบเทียบกรณีปกติ | ร้อยละ 25 | ร้อยละ 6.13 |\n| --- | --- | --- | --- | --- | --- |\n| | ทรัพยากร | | | | |\n\n| | การจัดการของเสียและอาหาร | | | ลดปริมาณอาหารส่วนเกินหรืออาหารเหลือทตี่ ้องน าไปทงิ้และลดปริมาณ | | ร้อยละ 100 | ร้อยละ 82.77 |\n| --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- |\n| | ส่วนเกินอย่างยงั่ ยืน* | | | ขยะที่เกิดจากการด าเนินงานของบริษทั ที่ต้องน าไปสกู่ ารฝังกลบ | | | |\n\n| | สนับสนุนการศึกษา และการเรียนรู้ | | | สนับสนนุ เด็ก เยาวชน ผู้ใหญ่ รวมถึงกลุ่มเปราะบาง ให้เข้าถงึการศึกษา | | 500,000 ราย | 590,721 ราย |\n| --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- |\n| | ตลอดชีวติ * | | | มีทักษะทางเทคนคิ และอาชีพที่จ าเป็น | | | |\n\n| | การเขา้ ถึงอาหารและนา ้ ที่ปลอดภัย | | | สนับสนนุ ใหผ้ ู้ที่ขาดแคลน กลุ่มคนยากจนและกลุ่มเปราะบางเข้าถึง | | 5,000,000 ราย | 5,269,922 ราย |\n| --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- |\n| | และสขุ ภาวะที่ดี* | | | อาหาร น ้า ทปี่ ลอดภัยและมสี ุขภาวะที่ดี | | | |",
"metadata": {
"company": "CPALL",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 6,
"tags": [
"ร้อยละ",
"เป้าหมาย",
"ความยั่งยืน",
"บริษัท",
"ยั่งยืน",
"สนับสนุน",
"เปราะบาง",
"การพัฒนา",
"พลังงาน",
"ปริมาณ"
],
"layout_method": "column_aware+pdfplumber",
"layout_columns": 3,
"layout_bands": 5,
"layout_tables": 4,
"table_engine": "pdfplumber"
}
},
{
"id": "CPALL_2569_2_financial_explanation_f78dbba61e1844af9970ede40cb5b303",
"content": "คาดการณ์และแนวโน้มธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ในปี 2569\nเป้าหมายการขยายสาขา\nบริษัทฯ วางแผนที่จะพัฒนาช่องทางการจ าหน่ายสินค้าและบริการ ทั้งแพลตฟอร์ม\nออนไลน์และออฟไลน์ซึ่งรวมถึงการขยายเครือข่ายร้านสาขาต่อเนื่องไปตามการ\nขยายตัวของชุมชน โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ แหล่งท่องเที่ยว และท าเลที่มีศักยภาพ\nอื่น ๆ เพื่ออ านวยความสะดวกและเข้าถึงความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด โดย\nบริษัทวางแผนที่จะลงทุนเปิดร้านสาขาใหม่ในประเทศไทยอีกประมาณ 700 สาขาใน\nปี 2569 และมีเป้าหมายที่จะเปิดร้านใหม่เพิ่มในสปป.ลาว ในปี 2569 อีกด้วย\nส าหรับกัมพูชา บริษัทฯ มีการปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับการด าเนินงานที่เปลี่ยนแปลง\nประมาณการรายได้จากการ\nอัตราการเติบโตของรายได้ส่วนใหญ่มาจากอัตราการเติบโตของยอดขายจากร้าน\nขายและบริการ\nสาขาใหม่และอัตราการเติบโตของยอดขายเฉลี่ยจากร้านเดิม รวมถึงยอดขายจาก\nช่องทางอื่น ๆ อาทิ 7Delivery และ All Online ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียง\nกับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ อาทิระดับ\nของอัตราเงินเฟ้อ ราคาวัตถุดิบ ราคาพลังงาน และ การขยายตัวของการบริโภค\nภายในประเทศ เป็นต้น\nประมาณการอัตราก าไรขั้นต้น\nบริษัทฯ ตั้งเป้าขยายอัตราก าไรขั้นต้นให้ได้อย่างต่อเนื่องจากปีก่อน โดยเน้นการ\nพัฒนาระบบในการคัดสรรสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคในทุกช่วงเวลา\nและผลักดันให้มีสัดส่วนของสินค้าที่ก าไรขั้นต้นสูงเพิ่มขึ้น จากสินค้ากลุ่มอาหารและ\nเครื่องดื่ม เป็นหลัก\nประมาณการงบลงทุน\nคาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 12,000 – 13,600 ล้านบาท\nมีรายละเอียดดังนี้ (หน่วย : ล้านบาท)\n\n| • การเปิดร้านสาขาใหม่ | 3,800 – 4,600 |\n| --- | --- |\n| • การปรับปรุงร้านเดิม | 2,900 – 3,500 |\n| • โครงการใหม่, บริษัทย่อยและศูนย์กระจายสินค้า | 4,000 – 4,100 |\n| • สินทรัพย์ถาวร และระบบสารสนเทศ | 1,300 – 1,400 |\n\nจึงเรียนมาเพื่อทราบ\nขอแสดงความนับถือ\n\nนายเกรียงชัย บุญโพธิ์อภิชาติประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน\nผู้มีอ านาจรายงานสารสนเทศ",
"metadata": {
"company": "CPALL",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 7,
"tags": [
"สินค้า",
"บริษัทฯ",
"ขยายตัว",
"เปิดร้าน",
"ประมาณการ",
"เติบโต",
"ยอดขาย",
"ขั้นต้น",
"เป้าหมาย",
"วางแผน"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 1,
"layout_tables": 1,
"figures": [
{
"id": "p007_c1",
"page": 7,
"rel_path": "CPALL/2569/Q2/p007_c1.png",
"width": 288,
"height": 684,
"url": "/chat/rag-figure/CPALL/2569/Q2/p007_c1.png"
}
]
}
}
]
}
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPALL ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
262,032.99
ล้านบาท
↑ 1.9% YoY
กำไรขั้นต้น
57,185.54
ล้านบาท
↑ 0% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.82
%
กำไรสุทธิ
7,255.88
ล้านบาท
↑ 1.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.77
%
D/E Ratio
1.96
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
262,033
↑ + 1.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
57,186
↑ + 0%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
7,256
↑ + 1.1%
YoY
D/E Ratio
1.96
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPALL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.96
ROE (%)
21.29
ROA (%)
5.59
Book Value/หุ้น
15.84
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPALL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-19,656
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+11,079
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPALL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-19,656.28
-1,400.39%
|
1,511.57
-88.71%
|
13,386.53
-339.10%
|
-5,598.61
-180.62%
|
6,944.32
+1,301.17%
|
495.61
-105.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
11,079.32
-30.41%
|
15,920.12
+21.41%
|
13,112.82
-32.46%
|
19,413.86
+2.48%
|
18,944.84
-126.55%
|
-71,357.99
-33,265.08%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
40,206.99
+81.68%
|
22,130.91
-57.93%
|
52,607.53
-4.49%
|
55,078.83
+1.68%
|
54,170.24
-15.26%
|
63,921.84
+918.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
35,394.30
+8.57%
|
32,600.67
-58.51%
|
78,569.09
+15.24%
|
68,178.55
-14.33%
|
79,585.11
-1,213.97%
|
-7,144.27
-239.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
54,612.89
-18.77%
|
67,234.12
-5.87%
|
71,424.27
-25.85%
|
96,322.57
+137.31%
|
40,589.08
+35.93%
|
29,860.51
-12.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
53,207.15
-2.57%
|
54,612.89
-18.77%
|
67,234.12
-5.87%
|
71,424.27
-22.66%
|
92,347.87
+127.52%
|
40,589.08
+35.93%
|