CPALL
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
CPALL
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
48.00
+1.00 (+2.13%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการฟื้นตัวของผลประกอบการโดยเฉพาะธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่ได้รับปัจจัยบวกต่อเนื่องจากการผ่อน คลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด COVID-19 และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7517 out_tok=3170 at=2026-07-25T13:16:45 --> # CPALL กำไรสุทธิปี 64 หดตัว 19.4% รับผลกระทบเศรษฐกิจ-ต้นทุนการเงินพุ่ง ## รายได้รวมโต 7.5% แต่กำไรสุทธิลดลง ส่องปัจจัยกดดัน-โอกาสปี 65 บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้รวม 587,597 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% จากปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 12,985 ล้านบาท ลดลง 19.4% เมื่อเทียบกับปี 2563 แม้รายได้รวมจะเติบโต แต่กำไรสุทธิกลับปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นผลมาจากปัจจัยลบหลายประการ ทั้งภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง การบันทึกด้อยค่าสินทรัพย์ และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการโลตัสส์ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงเดินหน้าขยายสาขาและพัฒนาช่องทางออนไลน์เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: บริการ หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ CPALL ในปี 2564 ปรับตัวลดลง 19.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโต 7.5% มาอยู่ที่ 587,597 ล้านบาทนั้น มาจาก **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 15.0%** โดยเฉพาะการบันทึก **การด้อยค่าของสินทรัพย์ไม่มีตัวตนจำนวน 7,159 ล้านบาท** และ **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น** จากการเข้าซื้อกิจการโลตัสส์ รวมถึง **กำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่ลดลง** **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** 1. **การด้อยค่าสินทรัพย์:** การบันทึกด้อยค่าของสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (นอกเหนือจากค่าความนิยม) จำนวน 7,159 ล้านบาท เป็นรายการที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิของบริษัทฯ ในปีนี้ 2. **ต้นทุนทางการเงิน:** การเข้าซื้อกิจการโลตัสส์ตั้งแต่ปลายปี 2563 ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมเพื่อการลงทุนดังกล่าว แม้บริษัทฯ จะมีการออกหุ้นกู้เพื่อลดความเสี่ยงและภาระดอกเบี้ยบางส่วน แต่ต้นทุนโดยรวมยังคงสูงขึ้น 3. **กำไรธุรกิจร้านสะดวกซื้อลดลง:** แม้จะมีการขยายสาขา 7-Eleven เพิ่มขึ้น 702 สาขา รวมเป็น 13,134 สาขา แต่ยอดขายเฉลี่ยต่อร้านเดิมลดลง 6.7% และยอดขายรวมของธุรกิจร้านสะดวกซื้อลดลง 3.5% มาอยู่ที่ 290,228 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้ลดลง 5.1% และกำไรจากการดำเนินงานลดลง 14.2% รวมถึงกำไรสุทธิลดลงถึง 36.8% สาเหตุหลักมาจากผลกระทบของ COVID-19 ที่ทำให้กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป และมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่ส่งผลต่อจำนวนลูกค้าและชั่วโมงการให้บริการ **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** การด้อยค่าสินทรัพย์เป็นรายการพิเศษที่อาจไม่เกิดขึ้นซ้ำในปีถัดไป อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในโลตัสส์มีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง ส่วนผลประกอบการของธุรกิจร้านสะดวกซื้อจะฟื้นตัวได้มากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เศรษฐกิจ การบริโภคภายในประเทศ และการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่ารายได้จะเติบโตใกล้เคียงกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ในปี 2565 โดยจะเน้นการพัฒนาระบบคัดสรรสินค้าและผลักดันสัดส่วนสินค้ากำไรขั้นต้นสูง ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมปี 2564 เติบโต 7.5%** แตะ 587,597 ล้านบาท จากการปรับกลยุทธ์สินค้าและบริการ รวมถึงฐานรายได้ที่ต่ำกว่าปีก่อน * **กำไรสุทธิปี 2564 ลดลง 19.4%** เหลือ 12,985 ล้านบาท จากผลกระทบเศรษฐกิจ การบันทึกด้อยค่าสินทรัพย์ และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น * **ธุรกิจร้านสะดวกซื้อรายได้ลดลง 3.5%** ยอดขายเฉลี่ยต่อร้านเดิมหดตัว 6.7% กำไรสุทธิลดลง 36.8% จากกำลังซื้อและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป * **ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค (แม็คโคร+โลตัสส์) มีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้น** จากการรวมธุรกิจ * **ขยายสาขา 7-Eleven เพิ่ม 702 สาขา** รวมเป็น 13,134 สาขา ณ สิ้นปี 2564 * **คาดการณ์ปี 2565 ขยายสาขา 7-Eleven อีก 700 สาขา** และคาดรายได้เติบโตใกล้เคียง GDP ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2564 CPALL มีรายได้รวม 587,597 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% จากปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ 565,207 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% การเติบโตนี้เป็นผลจากการปรับกลยุทธ์สินค้าและบริการ รวมถึงการได้ประโยชน์จากฐานรายได้ที่ต่ำในปี 2563 อย่างไรก็ตาม ธุรกิจร้านสะดวกซื้อยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจกำลังซื้อลดลง และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ขณะที่ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกอย่างแม็คโครยังรักษาการเติบโตได้ดี โดยสัดส่วนรายได้จากกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการรวมธุรกิจแม็คโครและโลตัสส์ ในส่วนของกำไรขั้นต้นจากการขายและบริการเท่ากับ 120,369 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.7% แต่เมื่อคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นรวมกลับลดลงจาก 21.9% ในปี 2563 เป็น 21.3% ในปี 2564 เนื่องจากสัดส่วนกำไรขั้นต้นของธุรกิจที่มีอัตรากำไรต่ำเพิ่มขึ้น ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารรวมอยู่ที่ 124,026 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.0% สาเหตุหลักมาจากการบันทึกด้อยค่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตน 7,159 ล้านบาท และการรวมธุรกิจของบริษัทย่อย ซึ่งส่งผลให้กำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง 34.7% มาอยู่ที่ 12,577 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลง 19.4% มาอยู่ที่ 12,985 ล้านบาท หรือ 1.33 บาทต่อหุ้น ## โอกาส * **การขยายเครือข่ายสาขา:** บริษัทฯ วางแผนขยายสาขา 7-Eleven อีกประมาณ 700 สาขาในปี 2565 โดยเน้นทำเลที่มีศักยภาพ สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) และความต้องการของลูกค้า * **การพัฒนาช่องทาง O2O:** การพัฒนาระบบออนไลน์และออฟไลน์ควบคู่กัน ทั้ง 7-delivery, ALL Online, ShopAt24 และ Vending Machine ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงสินค้าและบริการ สร้างการเติบโตของรายได้ * **การเติบโตของธุรกิจค้าส่งค้าปลีก:** การรวมธุรกิจแม็คโครและโลตัสส์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทฯ ช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้และศักยภาพการเติบโตในระยะยาว * **การพัฒนาสินค้า:** การมุ่งเน้นพัฒนาสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่มีกำไรขั้นต้นสูง จะช่วยหนุนอัตรากำไรในอนาคต ## ความเสี่ยง * **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อผู้บริโภค:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันหลักต่อยอดขาย โดยเฉพาะธุรกิจร้านสะดวกซื้อ * **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก:** การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดค้าปลีกทั้งออนไลน์และออฟไลน์ * **ต้นทุนทางการเงิน:** การมีภาระต้นทุนทางการเงินจากการเข้าซื้อกิจการโลตัสส์ อาจส่งผลกระทบต่อกำไรในระยะต่อไป * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน * **มาตรการควบคุมการแพร่ระบาด COVID-19:** การกลับมาระบาดอีกครั้งอาจส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมผู้บริโภคและการดำเนินงาน ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **การฟื้นตัวของยอดขายเฉลี่ยต่อร้านเดิม (SSSG) ของ 7-Eleven:** จะสามารถกลับมาเติบโตได้ตามที่คาดการณ์หรือไม่ * **ผลประกอบการของโลตัสส์ภายหลังการรวมธุรกิจ:** จะสามารถสร้างการเติบโตและผลกำไรได้ตามเป้าหมายหรือไม่ * **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** บริษัทฯ จะสามารถลดภาระดอกเบี้ยจ่ายได้อย่างไร * **การเติบโตของช่องทางออนไลน์และ O2O:** จะสามารถชดเชยรายได้ที่ลดลงจากช่องทางปกติได้มากน้อยเพียงใด * **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหาร:** จะสามารถบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพท่ามกลางการขยายสาขาและการลงทุนใหม่ๆ ได้หรือไม่ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) **ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven):** * **จำนวนสาขา:** ขยายตัวต่อเนื่อง 702 สาขาในปี 2564 รวมเป็น 13,134 สาขา โดยมีสัดส่วนร้านบริษัท 48%, ร้าน SBP 46% และร้านแฟรนไชส์ 6% * **รายได้:** ลดลง 3.5% มาอยู่ที่ 290,228 ล้านบาท * **ยอดขายเฉลี่ยต่อร้านเดิม (SSSG):** ลดลง 6.7% * **ยอดซื้อต่อบิล:** ประมาณ 82 บาท * **จำนวนลูกค้าต่อสาขาต่อวัน:** เฉลี่ย 805 คน * **สัดส่วนรายได้:** อาหารและเครื่องดื่ม 73.7% (เพิ่มขึ้น), สินค้าอุปโภค 26.3% * **กำไรขั้นต้น:** ลดลง 5.1% สัดส่วนกำไรขั้นต้นลดลงจาก 27.8% เป็น 27.4% * **กำไรจากการดำเนินงาน:** ลดลง 14.2% * **กำไรสุทธิ:** ลดลง 36.8% **ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค (แม็คโคร + โลตัสส์):** * **สัดส่วนรายได้:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการรวมธุรกิจ * **กำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ (ก่อนหักรายการระหว่างกัน):** เพิ่มขึ้น 3.4% เป็น 8,322 ล้านบาท จากการรวมธุรกิจและการควบคุมค่าใช้จ่ายของแม็คโคร **กลุ่มธุรกิจอื่นๆ:** * **กำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ (ก่อนหักรายการระหว่างกัน):** ลดลง 26.2% เป็น 3,355 ล้านบาท จากการลดลงของ Economy of Scale และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเพื่อรักษาความต่อเนื่องของธุรกิจ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนผู้ถือหุ้น (Net Debt to Equity Ratio) อยู่ที่ 0.90 เท่า ลดลงจาก 1.62 เท่าในปี 2563 เนื่องจากส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม ซึ่งยังคงต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 2:1 ตามข้อกำหนดสิทธิผู้ออกหุ้นกู้ เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดกระแสเงินสดโดยตรง แต่ระบุงบประมาณการลงทุน (CAPEX) สำหรับปี 2565 ไว้ที่ประมาณ 11,500 – 12,000 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนเปิดร้านสาขาใหม่ (3,800-4,000 ล้านบาท) การปรับปรุงร้านเดิม (2,400-2,500 ล้านบาท) โครงการใหม่และบริษัทย่อย/ศูนย์กระจายสินค้า (4,000-4,100 ล้านบาท) และสินทรัพย์ถาวร/ระบบสารสนเทศ (1,300-1,400 ล้านบาท) ## สรุปท้าย CPALL ในปี 2564 เผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ แม้รายได้รวมจะเติบโตจากการปรับกลยุทธ์และการรวมธุรกิจโลตัสส์ แต่การบันทึกด้อยค่าสินทรัพย์และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น รวมถึงผลประกอบการที่ลดลงของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ เป็นปัจจัยกดดันหลัก อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงเดินหน้าขยายสาขาและพัฒนาช่องทาง O2O เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตในอนาคต โดยต้องจับตาการฟื้นตัวของกำลังซื้อและยอดขายต่อร้านเดิม รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน เพื่อให้ผลประกอบการกลับมาเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในปี 2565
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPALL ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
262,032.99 ล้านบาท
↑ 1.9% YoY
กำไรขั้นต้น
57,185.54 ล้านบาท
↑ 0% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.82 %
กำไรสุทธิ
7,255.88 ล้านบาท
↑ 1.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.77 %
D/E Ratio
1.96
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
262,033
↑ + 1.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
57,186
↑ + 0% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
7,256
↑ + 1.1% YoY
D/E Ratio
1.96

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPALL

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
262,032.99
+1.89%
257,178.50
+6.99%
240,387.11
+6.64%
225,410.44
+21.09%
186,147.07
+35.67%
137,206.63
-7.18%
กำไรขั้นต้น
57,185.54
+0.01%
57,181.90
+10.00%
51,983.71
+9.83%
47,332.36
+21.94%
38,815.59
+34.51%
28,857.05
-10.86%
ค่าใช้จ่ายรวม
52,208.33
+3.08%
50,646.08
+9.20%
46,380.67
+4.46%
44,398.45
+21.28%
36,609.56
+34.44%
27,231.87
-5.65%
กำไรสุทธิ
7,255.88
+1.07%
7,179.10
+30.61%
5,496.66
+75.18%
3,137.73
-53.19%
6,703.72
+87.64%
3,572.58
-42.07%
กำไรต่อหุ้น
0.81
+1.00%
0.80
+30.73%
0.62
+75.21%
0.35
-53.20%
0.75
+87.50%
0.40
-42.03%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-160.72
+50.17%
-322.54
-93.55%
-166.64
-100.58%
28,977.43
+2,033.52%
1,358.20
+3,092.01%
42.55
+108.24%
ROE(%)
21.29
-0.09%
21.31
+22.05%
17.46
+34.72%
12.96
+0.23%
12.93
-23.54%
16.91
-19.05%
ROA(%)
5.59
+1.82%
5.49
+18.06%
4.65
+16.83%
3.98
+14.70%
3.47
-43.85%
6.18
+13.81%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
1.96
+0.51%
1.95
-5.80%
2.07
-5.05%
2.18
2.18
-40.92%
3.69
+91.19%
P/E
13.78
-34.88%
21.16
-32.18%
31.20
-14.31%
36.41
-32.30%
53.78
+92.14%
27.99
-6.29%
P/BV
2.92
-30.14%
4.18
-11.25%
4.71
-24.28%
6.22
+12.68%
5.52
-1.78%
5.62
-23.54%
BV
14.87
+11.55%
13.33
+12.11%
11.89
+8.29%
10.98
+2.71%
10.69
+3.19%
10.36
+5.39%
YIELD(%)
3.13
+74.86%
1.79
+33.58%
1.34
+52.27%
0.88
-42.48%
1.53
-28.84%
2.15
+29.52%
ราคาหุ้น
43.50
-21.97%
55.75
-0.45%
56.00
-17.95%
68.25
+15.68%
59.00
+1.29%
58.25
-19.38%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
21.82
-1.84%
22.23
+2.82%
21.62
+2.95%
21.00
+0.72%
20.85
-0.86%
21.03
-3.97%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
19.92
+1.17%
19.69
+2.07%
19.29
-2.08%
19.70
+0.15%
19.67
-0.91%
19.85
+1.64%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
2.77
-0.72%
2.79
+21.83%
2.29
+64.75%
1.39
-61.39%
3.60
+38.46%
2.60
-37.65%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.96
ROE (%)
21.29
ROA (%)
5.59
Book Value/หุ้น
16.63

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPALL

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
152,557.46
+11.23%
137,152.61
-4.62%
143,797.75
-3.46%
148,955.49
-10.14%
165,773.11
+103.59%
81,403.95
+13.18%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
830,256.12
+2.89%
806,967.68
+3.10%
782,693.44
+0.98%
775,106.00
+1.17%
766,119.45
+73.36%
441,950.38
+45.52%
รวมสินทรัพย์
982,813.58
+4.10%
944,120.29
+1.90%
926,491.19
+0.26%
924,061.49
-0.84%
931,892.56
+78.06%
523,354.33
+39.33%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
250,579.10
+7.83%
232,376.27
-2.44%
238,196.90
+14.83%
207,443.07
-3.55%
214,888.06
+74.32%
123,382.65
+9.27%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
400,690.11
+2.18%
392,133.30
+1.41%
386,699.18
-9.29%
426,317.12
+0.54%
424,197.27
+47.04%
288,376.65
+86.85%
รวมหนี้สิน
651,269.20
+4.28%
624,509.57
-0.06%
624,896.08
-1.40%
633,760.19
-0.83%
639,085.34
+55.21%
411,759.30
+54.07%
รวมส่วนของเจ้าของ
331,544.38
+3.73%
319,610.72
+5.97%
301,595.11
+3.89%
290,301.30
-0.86%
292,807.23
+162.38%
111,595.03
+2.98%
D/E
1.96
1.95
2.07
2.18
2.18
3.69
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
21.29
21.31
17.46
12.96
12.93
16.91
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
5.59
5.49
4.65
3.98
3.47
6.18
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.61
0.59
0.60
0.72
0.77
0.66
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.23
0.25
0.30
0.36
0.47
0.40
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
1.68
1.37
0.00
0.00
3.93
6.34
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
32.28
29.19
0.00
0.00
33.76
28.11
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
62.63
63.02
0.00
0.00
79.77
80.53
วงจรเงินสด
-28.67
-32.46
0.00
0.00
-42.08
-46.07
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-19,656
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+11,079
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPALL

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-19,656.28
-1,400.39%
1,511.57
-88.71%
13,386.53
-339.10%
-5,598.61
-180.62%
6,944.32
+1,301.17%
495.61
-105.35%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
11,079.32
-30.41%
15,920.12
+21.41%
13,112.82
-32.46%
19,413.86
+2.48%
18,944.84
-126.55%
-71,357.99
-33,265.08%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
40,206.99
+81.68%
22,130.91
-57.93%
52,607.53
-4.49%
55,078.83
+1.68%
54,170.24
-15.26%
63,921.84
+918.99%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
35,394.30
+8.57%
32,600.67
-58.51%
78,569.09
+15.24%
68,178.55
-14.33%
79,585.11
-1,213.97%
-7,144.27
-239.68%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
54,612.89
-18.77%
67,234.12
-5.87%
71,424.27
-25.85%
96,322.57
+137.31%
40,589.08
+35.93%
29,860.51
-12.23%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
53,207.15
-2.57%
54,612.89
-18.77%
67,234.12
-5.87%
71,424.27
-22.66%
92,347.87
+127.52%
40,589.08
+35.93%