บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
48.00
+1.00 (+2.13%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการฟื้นตัวของผลประกอบการโดยเฉพาะธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่ได้รับปัจจัยบวกต่อเนื่องจากการผ่อน คลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด COVID-19 และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5922 out_tok=2781 at=2026-07-25T13:50:21 -->
CPALL กำไร Q1/2566 โต 19.4% รับแรงหนุนรายได้ร้านสะดวกซื้อ-แม็คโครฟื้นตัว
ฝ่ายจัดการ CPALL เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 4,123 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศ ส่งผลให้รายได้รวมเติบโต 11.2% และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 12.4% ขณะที่ต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารปรับตัวสูงขึ้นตามการดำเนินงานและการขยายสาขา
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
หัวใจกำไรของ CPALL ในไตรมาส 1 ปี 2566 มาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายและบริการในธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven) และธุรกิจค้าส่งค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค (แม็คโคร) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศ รวมถึงการท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัว
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven):** มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น 15.8% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากยอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวันเพิ่มขึ้น 8.0% และจำนวนลูกค้าต่อสาขาต่อวันเฉลี่ย 941 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน การฟื้นตัวนี้สอดคล้องกับการบริโภคในประเทศและจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ กลยุทธ์ O2O เช่น 7-Eleven Delivery และ All Online ยังคงตอบสนองความต้องการลูกค้าได้ดี โดยมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 10% ของยอดขายรวม
2. **ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก (แม็คโคร):** มีการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่ดีขึ้นเช่นกัน ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภค
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 12.4% และอัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 21.5% เป็น 21.7% แม้ว่าต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารจะเพิ่มขึ้น 12.4% โดยเฉพาะค่าสาธารณูปโภค ค่าตอบแทนพนักงาน และค่าโฆษณา ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับขึ้นค่าไฟต่อหน่วย การขยายสาขา และการเพิ่มขึ้นตามรายได้ แต่การควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเคร่งครัดของแต่ละธุรกิจช่วยจำกัดผลกระทบ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าการเติบโตของรายได้จะมาจากยอดขายจากร้านสาขาใหม่ ร้านเดิม และช่องทางออนไลน์ต่างๆ ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น อัตราเงินเฟ้อ ราคาวัตถุดิบ พลังงาน และการบริโภคภายในประเทศ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนขยายสาขา 7-Eleven ในไทยอีกประมาณ 700 สาขาในปี 2566 และมีเป้าหมายขยายสาขาในกัมพูชาและลาว ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต 19.4% YoY:** อยู่ที่ 4,123 ล้านบาท จาก 3,453 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 11.2% YoY:** อยู่ที่ 222,372 ล้านบาท จาก 199,973 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565
* **อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับขึ้น:** อยู่ที่ 21.7% จาก 21.5% ในปีก่อน
* **ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven) เติบโตโดดเด่น:** รายได้เพิ่ม 15.8% YoY โดยยอดขายร้านเดิมโต 8.0%
* **แผนขยายสาขาต่อเนื่อง:** ตั้งเป้าเปิดร้าน 7-Eleven ในไทยเพิ่ม 700 สาขาในปี 2566
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 4,123 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้รวมอยู่ที่ 222,372 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.2% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ และธุรกิจค้าส่งค้าปลีกอย่างแม็คโคร ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศ รวมถึงการท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้น กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 12.4% เป็น 46,913 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมขยับขึ้นเล็กน้อยเป็น 21.7% จาก 21.5% ในปีก่อน แม้ว่าต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารจะเพิ่มขึ้น 12.4% ตามการดำเนินงานและการขยายสาขา แต่บริษัทฯ ยังคงสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 15.3% เป็น 10,404 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว:** เป็นปัจจัยบวกหลักที่ส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ และเพิ่มจำนวนลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติให้กับธุรกิจร้านสะดวกซื้อและธุรกิจค้าส่งค้าปลีก
* **กลยุทธ์ O2O ที่แข็งแกร่ง:** ช่องทางออนไลน์ เช่น 7-Eleven Delivery, All Online และ 24Shopping ยังคงตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดี และมีสัดส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้น
* **การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง:** แผนการเปิดร้าน 7-Eleven ใหม่ 700 สาขาในไทย และการขยายสาขาในต่างประเทศ (กัมพูชา, ลาว) จะเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ในอนาคต
* **การพัฒนาสินค้า:** การเน้นสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยม และการออกสินค้าใหม่ควบคู่กับโปรโมชั่น จะช่วยดึงดูดลูกค้าและเพิ่มยอดขาย
* **การบริหารอัตรากำไรขั้นต้น:** การคัดสรรสินค้าที่ตรงความต้องการและผลักดันสินค้าที่มีกำไรขั้นต้นสูงขึ้น จะช่วยรักษาและเพิ่มอัตรากำไร
## ความเสี่ยง
* **แรงกดดันด้านต้นทุน:** ค่าใช้จ่ายบางประเภท เช่น ค่าสาธารณูปโภค (ค่าไฟ) และค่าตอบแทนพนักงาน มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **ความผันผวนของอัตราเงินเฟ้อและราคาวัตถุดิบ:** อาจส่งผลต่อต้นทุนสินค้าและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก:** ตลาดค้าปลีกมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร
* **ปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้:** เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ หรือภัยธรรมชาติ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิม (SSS):** เป็นตัวชี้วัดสำคัญของความแข็งแกร่งของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ
* **การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่าย:** โดยเฉพาะค่าสาธารณูปโภคและค่าตอบแทนพนักงาน ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
* **ความคืบหน้าในการขยายสาขา:** ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงประสิทธิภาพของสาขาใหม่
* **การตอบรับของสินค้าใหม่และโปรโมชั่น:** ต่อการเพิ่มยอดขายและรักษาฐานลูกค้า
* **แนวโน้มการบริโภคและการท่องเที่ยว:** ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของรายได้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven):**
* **จำนวนสาขา:** ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 มี 14,047 สาขา เปิดใหม่สุทธิ 209 สาขา โดยเป็นร้านสาขาบริษัท 7,019 สาขา และร้าน SBP/สิทธิช่วงอาณาเขต 7,028 สาขา
* **รายได้:** 94,634 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.8% YoY
* **ยอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวัน:** 78,735 บาท
* **ยอดขายร้านเดิม (SSS):** เพิ่มขึ้น 8.0% YoY
* **ยอดซื้อต่อบิล:** ประมาณ 84 บาท
* **จำนวนลูกค้าต่อสาขาต่อวัน:** เฉลี่ย 941 คน เพิ่มขึ้น YoY
* **สัดส่วนรายได้:** อาหารและเครื่องดื่ม 74.5%, สินค้าอุปโภค 25.5%
* **กำไรขั้นต้น:** 26,428 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.2% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** 27.9% เพิ่มขึ้นจาก 27.1% YoY
* **รายได้อื่น:** 5,718 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.9% YoY (ส่วนใหญ่จากค่าเช่าพื้นที่, บริการ)
* **ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายบริหาร:** 27,346 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.5% YoY (หลักจากเงินเดือนพนักงาน, ค่าสาธารณูปโภค)
* **กำไรจากการดำเนินงาน:** 5,457 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.2% YoY
* **กำไรสุทธิ:** 2,758 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.2% YoY
**ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก (แม็คโคร):**
* มีการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภค
**ธุรกิจอื่นๆ:**
* มีส่วนแบ่งกำไรจากกลุ่มแม็คโครตามวิธีส่วนได้เสีย 193 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่ระบุถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอันเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการกู้ยืม และการตัดจำหน่ายค่าธรรมเนียมจัดการเงินกู้ จากการชำระคืนเงินกู้ยืมก่อนกำหนดของกลุ่มธุรกิจค้าส่งค้าปลีก นอกจากนี้ ยังมีการประมาณการงบลงทุนสำหรับปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 12,000 – 13,000 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดการลงทุนในส่วนของการเปิดร้านสาขาใหม่ การปรับปรุงร้านเดิม โครงการใหม่ ศูนย์กระจายสินค้า และสินทรัพย์ถาวร/ระบบสารสนเทศ
## สรุปท้าย
CPALL ในไตรมาส 1 ปี 2566 โชว์ผลประกอบการที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิเติบโต 19.4% เป็นผลมาจากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 11.2% จากการฟื้นตัวของธุรกิจร้านสะดวกซื้อและธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว แม้จะเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่การบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้กำไรสุทธิเติบโตได้ตามเป้าหมาย แผนการขยายสาขาและการพัฒนาช่องทาง O2O ที่ต่อเนื่อง ประกอบกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่ยังคงฟื้นตัว เป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และการแข่งขันในตลาดค้าปลีกอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPALL ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
262,032.99
ล้านบาท
↑ 1.9% YoY
กำไรขั้นต้น
57,185.54
ล้านบาท
↑ 0% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.82
%
กำไรสุทธิ
7,255.88
ล้านบาท
↑ 1.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.77
%
D/E Ratio
1.96
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
262,033
↑ + 1.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
57,186
↑ + 0%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
7,256
↑ + 1.1%
YoY
D/E Ratio
1.96
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPALL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.96
ROE (%)
21.29
ROA (%)
5.59
Book Value/หุ้น
16.63
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPALL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-19,656
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+11,079
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPALL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-19,656.28
-1,400.39%
|
1,511.57
-88.71%
|
13,386.53
-339.10%
|
-5,598.61
-180.62%
|
6,944.32
+1,301.17%
|
495.61
-105.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
11,079.32
-30.41%
|
15,920.12
+21.41%
|
13,112.82
-32.46%
|
19,413.86
+2.48%
|
18,944.84
-126.55%
|
-71,357.99
-33,265.08%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
40,206.99
+81.68%
|
22,130.91
-57.93%
|
52,607.53
-4.49%
|
55,078.83
+1.68%
|
54,170.24
-15.26%
|
63,921.84
+918.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
35,394.30
+8.57%
|
32,600.67
-58.51%
|
78,569.09
+15.24%
|
68,178.55
-14.33%
|
79,585.11
-1,213.97%
|
-7,144.27
-239.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
54,612.89
-18.77%
|
67,234.12
-5.87%
|
71,424.27
-25.85%
|
96,322.57
+137.31%
|
40,589.08
+35.93%
|
29,860.51
-12.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
53,207.15
-2.57%
|
54,612.89
-18.77%
|
67,234.12
-5.87%
|
71,424.27
-22.66%
|
92,347.87
+127.52%
|
40,589.08
+35.93%
|