CPALL
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
CPALL
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
48.00
+1.00 (+2.13%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการฟื้นตัวของผลประกอบการโดยเฉพาะธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่ได้รับปัจจัยบวกต่อเนื่องจากการผ่อน คลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด COVID-19 และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6044 out_tok=3056 at=2026-07-25T04:11:47 --> CPALL กำไร Q2/2566 พุ่ง 47.7% รับแรงหนุนร้านสะดวกซื้อ-เศรษฐกิจฟื้นตัว รายได้รวมและกำไรสุทธิของ CPALL ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยรายได้รวมอยู่ที่ 232,002 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 4,438 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 47.7% ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศ รวมถึงการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก ฝ่ายจัดการยังคงเดินหน้าขยายสาขาและพัฒนากลยุทธ์ O2O เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ CPALL ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจหลักที่สร้างรายได้และกำไรให้กับบริษัทฯ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจาก 3 ส่วน ได้แก่ การฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศและภาคการท่องเที่ยว, การเติบโตของยอดขายจากร้านสาขาเดิม (Same Store Sales Growth - SSSG) และการขยายสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** 1. **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อ:** การกลับมาของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงการบริโภคภายในประเทศที่เริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจน ส่งผลให้จำนวนลูกค้าต่อสาขาต่อวันเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 995 คน และยอดซื้อต่อบิลอยู่ที่ประมาณ 84 บาท ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อรายได้ของร้านสะดวกซื้อ 2. **ยอดขายจากร้านสาขาเดิม (SSSG) เติบโต:** ยอดขายเฉลี่ยของร้านสาขาเดิมเพิ่มขึ้นถึง 7.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าเดิมและเพิ่มปริมาณการซื้อต่อครั้ง รวมถึงการปรับกลยุทธ์ด้านสินค้าและโปรโมชั่นที่สามารถดึงดูดลูกค้าได้ดี โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่คิดเป็น 75.5% ของรายได้จากการขาย 3. **การขยายสาขาและการเติบโตของ O2O:** บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 2 ปี 2566 มีการเปิดร้านสาขาใหม่รวม 168 สาขา ทำให้มีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 14,215 สาขา นอกจากนี้ กลยุทธ์ O2O เช่น 7-Eleven Delivery และ All Online ยังคงมีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้เพิ่มเติม คิดเป็นประมาณ 10% ของรายได้จากการขายสินค้ารวม **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** มีโอกาสต่อเนื่อง โดยฝ่ายจัดการได้วางแผนขยายสาขาในประเทศไทยอีกประมาณ 700 สาขาในปี 2566 และมีเป้าหมายขยายสาขาในกัมพูชาให้ครบ 100 สาขา รวมถึงเปิดสาขาแรกในลาวในปีเดียวกัน คาดการณ์รายได้จากการขายและบริการจะเติบโตใกล้เคียงกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากยอดขายร้านใหม่ ร้านเดิม และช่องทางออนไลน์ต่างๆ อย่างไรก็ตาม การเติบโตจะขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก เช่น อัตราเงินเฟ้อ ราคาวัตถุดิบ พลังงาน และการบริโภคภายในประเทศ ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q2/2566 เติบโต 47.7% YoY:** อยู่ที่ 4,438 ล้านบาท จาก 3,005 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้รวม Q2/2566 เพิ่มขึ้น 8.5% YoY:** อยู่ที่ 232,002 ล้านบาท จาก 213,823 ล้านบาทในปีก่อน * **อัตรากำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น:** อยู่ที่ 22.0% จาก 21.0% ในปีก่อน * **ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven) เติบโตโดดเด่น:** รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 16.1% YoY โดย SSSG เพิ่มขึ้น 7.9% * **แผนขยายสาขาต่อเนื่อง:** ตั้งเป้าเปิดร้านใหม่ในไทย 700 สาขาในปี 2566 และขยายสู่กัมพูชาและลาว * **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นจากรายการครั้งเดียว:** จากการตัดจำหน่ายค่าธรรมเนียมจัดการเงินกู้จากการชำระคืนเงินกู้ยืมก่อนกำหนดของ CPF ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 232,002 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ รวมถึงธุรกิจค้าส่งค้าปลีกอย่างแม็คโครและโลตัสส์ ที่ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศ รวมถึงการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก ด้านกำไรขั้นต้นจากการขายและบริการรวมอยู่ที่ 49,561 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.6% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับตัวสูงขึ้นเป็น 22.0% จาก 21.0% ในปีก่อน สำหรับต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารรวมอยู่ที่ 45,867 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.1% YoY โดยมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นหลักๆ คือ ค่าสาธารณูปโภค ค่าตอบแทนพนักงาน และค่าโฆษณาและส่งเสริมการขาย ซึ่งสอดคล้องกับการขยายสาขาและการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่ 10,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.2% YoY และมีกำไรสุทธิ 4,438 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 47.7% YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลการดำเนินงานที่ดีของกลุ่มธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่สามารถสร้างการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) และมีความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น สำหรับผลการดำเนินงานงวดหกเดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 454,322 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% YoY และมีกำไรสุทธิ 8,561 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.6% YoY ## โอกาส * **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ส่งผลดีต่อยอดขายของร้านสะดวกซื้อ โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวและเมืองใหญ่ * **กลยุทธ์ O2O ที่แข็งแกร่ง:** การนำเสนอสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น 7-Delivery และ All Online ช่วยเพิ่มช่องทางการเข้าถึงลูกค้าและสร้างรายได้เสริม * **การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง:** การเปิดสาขาใหม่ในทำเลที่มีศักยภาพ ทั้งในไทยและต่างประเทศ (กัมพูชา, ลาว) จะช่วยเพิ่มฐานลูกค้าและรายได้ในระยะยาว * **การพัฒนากลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม:** การออกสินค้าใหม่และโปรโมชั่นที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงการใช้ประโยชน์จากสภาพอากาศที่ร้อน เป็นปัจจัยสนับสนุนยอดขาย * **การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ:** แม้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่ฝ่ายจัดการยังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของอัตราเงินเฟ้อและราคาวัตถุดิบ:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าและอัตรากำไรขั้นต้น * **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก:** การแข่งขันที่รุนแรงจากผู้เล่นรายอื่นทั้งในรูปแบบร้านค้าดั้งเดิมและแพลตฟอร์มออนไลน์ * **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** ความต้องการสินค้าและบริการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลต่อยอดขายหากไม่สามารถปรับตัวได้ทัน * **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** แม้จะมีการบริหารจัดการ แต่การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยอาจส่งผลกระทบต่อภาระต้นทุนทางการเงินในอนาคต * **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและการเมือง:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายของภาครัฐ หรือความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจอยู่ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มการบริโภคและการท่องเที่ยว:** การฟื้นตัวต่อเนื่อง หรือชะลอตัว จะส่งผลโดยตรงต่อยอดขาย * **อัตราเงินเฟ้อและราคาพลังงาน:** ผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน * **ความคืบหน้าการขยายสาขาในต่างประเทศ:** โดยเฉพาะการเปิดสาขาแรกในลาว และการบรรลุเป้าหมายในกัมพูชา * **ประสิทธิภาพของกลยุทธ์ O2O:** การเติบโตของรายได้จากช่องทางออนไลน์และการจัดส่ง * **การบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้น:** ความสามารถในการรักษาและเพิ่มอัตรากำไรท่ามกลางแรงกดดันด้านต้นทุน * **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** โดยเฉพาะค่าสาธารณูปโภคและค่าตอบแทนพนักงาน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) **ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven):** * **จำนวนสาขา:** ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 มี 14,215 สาขา โดยมีการเปิดใหม่สุทธิ 168 สาขาในไตรมาสนี้ * **รายได้:** 102,481 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.1% YoY * **ยอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวัน:** 83,558 บาท * **ยอดขายร้านสาขาเดิม (SSSG):** เพิ่มขึ้น 7.9% YoY * **จำนวนลูกค้าต่อสาขาต่อวัน:** เฉลี่ย 995 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน * **ยอดซื้อต่อบิล:** ประมาณ 84 บาท * **สัดส่วนรายได้:** อาหารและเครื่องดื่ม 75.5%, สินค้าอุปโภค 24.5% (กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเติบโตสูงขึ้น) * **กำไรขั้นต้น:** 29,080 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.8% YoY อัตรากำไรขั้นต้น 28.4% (เพิ่มขึ้นจาก 27.0%) * **รายได้อื่น:** 5,980 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.9% YoY (จากค่าเช่าพื้นที่, บริการ) * **ต้นทุนขายและบริหาร:** 29,640 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.9% YoY (จากค่าสาธารณูปโภค, เงินเดือน, โฆษณา) * **กำไรจากการดำเนินงาน:** 9,077 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.4% YoY * **กำไรสุทธิ:** 6,121 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.3% YoY * **สาขาในกัมพูชา:** 66 สาขา **ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก (แม็คโครและโลตัสส์):** * มีการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศ **ธุรกิจอื่นๆ:** * มีสัดส่วนกำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 73% ของกลุ่มธุรกิจร้านสะดวกซื้อและธุรกิจอื่นๆ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากการตัดจำหน่ายค่าธรรมเนียมจัดการเงินกู้ที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการชำระคืนเงินกู้ยืมก่อนกำหนดของบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า เพื่อลดต้นทุนและความเสี่ยงในอนาคต นอกจากนี้ มีการประมาณการงบลงทุนสำหรับปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 12,000 – 13,000 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดสำหรับการเปิดร้านสาขาใหม่, การปรับปรุงร้านเดิม, โครงการใหม่, บริษัทย่อยและศูนย์กระจายสินค้า, และสินทรัพย์ถาวรและระบบสารสนเทศ ## สรุปท้าย CPALL ในไตรมาส 2 ปี 2566 โชว์ผลประกอบการที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิเติบโตถึง 47.7% แรงหนุนหลักมาจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว รวมถึงยอดขายจากร้านสาขาเดิมที่เติบโตได้ดี แม้จะมีต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นจากรายการพิเศษ แต่การบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์ O2O ที่แข็งแกร่ง ประกอบกับการเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทฯ มีโอกาสเติบโตต่อไปได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาปัจจัยเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ การแข่งขัน และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPALL ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
262,032.99 ล้านบาท
↑ 1.9% YoY
กำไรขั้นต้น
57,185.54 ล้านบาท
↑ 0% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.82 %
กำไรสุทธิ
7,255.88 ล้านบาท
↑ 1.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.77 %
D/E Ratio
1.96
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
262,033
↑ + 1.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
57,186
↑ + 0% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
7,256
↑ + 1.1% YoY
D/E Ratio
1.96

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPALL

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
262,032.99
+1.89%
257,178.50
+6.99%
240,387.11
+6.64%
225,410.44
+21.09%
186,147.07
+35.67%
137,206.63
-7.18%
กำไรขั้นต้น
57,185.54
+0.01%
57,181.90
+10.00%
51,983.71
+9.83%
47,332.36
+21.94%
38,815.59
+34.51%
28,857.05
-10.86%
ค่าใช้จ่ายรวม
52,208.33
+3.08%
50,646.08
+9.20%
46,380.67
+4.46%
44,398.45
+21.28%
36,609.56
+34.44%
27,231.87
-5.65%
กำไรสุทธิ
7,255.88
+1.07%
7,179.10
+30.61%
5,496.66
+75.18%
3,137.73
-53.19%
6,703.72
+87.64%
3,572.58
-42.07%
กำไรต่อหุ้น
0.81
+1.00%
0.80
+30.73%
0.62
+75.21%
0.35
-53.20%
0.75
+87.50%
0.40
-42.03%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-160.72
+50.17%
-322.54
-93.55%
-166.64
-100.58%
28,977.43
+2,033.52%
1,358.20
+3,092.01%
42.55
+108.24%
ROE(%)
21.29
-0.09%
21.31
+22.05%
17.46
+34.72%
12.96
+0.23%
12.93
-23.54%
16.91
-19.05%
ROA(%)
5.59
+1.82%
5.49
+18.06%
4.65
+16.83%
3.98
+14.70%
3.47
-43.85%
6.18
+13.81%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
1.96
+0.51%
1.95
-5.80%
2.07
-5.05%
2.18
2.18
-40.92%
3.69
+91.19%
P/E
13.78
-34.88%
21.16
-32.18%
31.20
-14.31%
36.41
-32.30%
53.78
+92.14%
27.99
-6.29%
P/BV
2.92
-30.14%
4.18
-11.25%
4.71
-24.28%
6.22
+12.68%
5.52
-1.78%
5.62
-23.54%
BV
14.87
+11.55%
13.33
+12.11%
11.89
+8.29%
10.98
+2.71%
10.69
+3.19%
10.36
+5.39%
YIELD(%)
3.13
+74.86%
1.79
+33.58%
1.34
+52.27%
0.88
-42.48%
1.53
-28.84%
2.15
+29.52%
ราคาหุ้น
43.50
-21.97%
55.75
-0.45%
56.00
-17.95%
68.25
+15.68%
59.00
+1.29%
58.25
-19.38%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
21.82
-1.84%
22.23
+2.82%
21.62
+2.95%
21.00
+0.72%
20.85
-0.86%
21.03
-3.97%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
19.92
+1.17%
19.69
+2.07%
19.29
-2.08%
19.70
+0.15%
19.67
-0.91%
19.85
+1.64%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
2.77
-0.72%
2.79
+21.83%
2.29
+64.75%
1.39
-61.39%
3.60
+38.46%
2.60
-37.65%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.96
ROE (%)
21.29
ROA (%)
5.59
Book Value/หุ้น
16.63

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPALL

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
152,557.46
+11.23%
137,152.61
-4.62%
143,797.75
-3.46%
148,955.49
-10.14%
165,773.11
+103.59%
81,403.95
+13.18%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
830,256.12
+2.89%
806,967.68
+3.10%
782,693.44
+0.98%
775,106.00
+1.17%
766,119.45
+73.36%
441,950.38
+45.52%
รวมสินทรัพย์
982,813.58
+4.10%
944,120.29
+1.90%
926,491.19
+0.26%
924,061.49
-0.84%
931,892.56
+78.06%
523,354.33
+39.33%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
250,579.10
+7.83%
232,376.27
-2.44%
238,196.90
+14.83%
207,443.07
-3.55%
214,888.06
+74.32%
123,382.65
+9.27%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
400,690.11
+2.18%
392,133.30
+1.41%
386,699.18
-9.29%
426,317.12
+0.54%
424,197.27
+47.04%
288,376.65
+86.85%
รวมหนี้สิน
651,269.20
+4.28%
624,509.57
-0.06%
624,896.08
-1.40%
633,760.19
-0.83%
639,085.34
+55.21%
411,759.30
+54.07%
รวมส่วนของเจ้าของ
331,544.38
+3.73%
319,610.72
+5.97%
301,595.11
+3.89%
290,301.30
-0.86%
292,807.23
+162.38%
111,595.03
+2.98%
D/E
1.96
1.95
2.07
2.18
2.18
3.69
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
21.29
21.31
17.46
12.96
12.93
16.91
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
5.59
5.49
4.65
3.98
3.47
6.18
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.61
0.59
0.60
0.72
0.77
0.66
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.23
0.25
0.30
0.36
0.47
0.40
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
1.68
1.37
0.00
0.00
3.93
6.34
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
32.28
29.19
0.00
0.00
33.76
28.11
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
62.63
63.02
0.00
0.00
79.77
80.53
วงจรเงินสด
-28.67
-32.46
0.00
0.00
-42.08
-46.07
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-19,656
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+11,079
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPALL

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-19,656.28
-1,400.39%
1,511.57
-88.71%
13,386.53
-339.10%
-5,598.61
-180.62%
6,944.32
+1,301.17%
495.61
-105.35%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
11,079.32
-30.41%
15,920.12
+21.41%
13,112.82
-32.46%
19,413.86
+2.48%
18,944.84
-126.55%
-71,357.99
-33,265.08%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
40,206.99
+81.68%
22,130.91
-57.93%
52,607.53
-4.49%
55,078.83
+1.68%
54,170.24
-15.26%
63,921.84
+918.99%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
35,394.30
+8.57%
32,600.67
-58.51%
78,569.09
+15.24%
68,178.55
-14.33%
79,585.11
-1,213.97%
-7,144.27
-239.68%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
54,612.89
-18.77%
67,234.12
-5.87%
71,424.27
-25.85%
96,322.57
+137.31%
40,589.08
+35.93%
29,860.51
-12.23%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
53,207.15
-2.57%
54,612.89
-18.77%
67,234.12
-5.87%
71,424.27
-22.66%
92,347.87
+127.52%
40,589.08
+35.93%