CKP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
CKP
บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
2.36
+0.04 (+1.72%)

สรุปสั้น

กําไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท ในภาพรวม กําไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทในปี 2564 เพิ่มขึ้นร้อยละ 438.4 YoY โดยสาเหตุหลักมาจาก (1) รายได้ จากการขายไฟฟ้าของ NN2 เพิ่มขึ้น YoY จากปริมาณน้ําไหลเข้าอ่างเก็บน้ําระหว่างปี 2564 มากกว่าปีก่อน และจากปริมาณน้ํา สะสม ณ ต้นปีที่สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน และ (2) การรับรู้ส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนใน XPCL เพิ่มขึ้น YoY จากปริมาณ การขายไฟฟ้าที่มากขึ้น YoY ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง YoY และการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นอีกร้อยละ 5.0 ใน XPCL

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11424 out_tok=3021 at=2026-07-25T13:14:48 --> # CKP กำไรสุทธิพุ่ง 438% รับรายได้หลักจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ-พลังงานหมุนเวียนหนุน ## รายได้รวมโต 30% จากปริมาณน้ำไหลเข้า-ราคาพลังงานที่สูงขึ้น ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจาก XPCL พุ่งแรง บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP รายงานผลประกอบการปี 2564 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีรายได้รวม 9,334.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 2,179.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 438.4% ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงไฟฟ้าหลักและการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างโดดเด่นของ CKP ในปี 2564 มาจากสองปัจจัยหลัก คือ การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ นากึม 2 (NN2) และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่สูงขึ้นจากบริษัทร่วม ไซยะบุรีพาวเวอร์ จำกัด (XPCL) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ### 1) หัวใจคืออะไร ปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นของ CKP พุ่งสูงขึ้น 438.4% YoY คือ (1) รายได้จากการขายไฟฟ้าของ NN2 ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก และ (2) การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนใน XPCL ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **NN2:** รายได้จากการขายไฟฟ้าของ NN2 เพิ่มขึ้นถึง 98.9% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในปี 2564 ที่มากกว่าปีก่อน และปริมาณน้ำสะสมต้นปีที่สูงกว่า ทำให้สามารถผลิตและขายไฟฟ้าได้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Primary Energy (PE) ที่เพิ่มขึ้นถึง 90.3% * **XPCL:** การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก XPCL เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยสนับสนุน 2 ประการ คือ * **ปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น:** ปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าไซยะบุรีเฉลี่ยมากกว่าปีก่อน ส่งผลให้ปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น * **การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น:** CKP ได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน XPCL จาก 37.5% เป็น 42.5% เมื่อปลายไตรมาส 2 ปี 2564 ซึ่งทำให้ส่วนแบ่งกำไรที่รับรู้เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนที่ถือหุ้นที่มากขึ้น นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายทางการเงินของ XPCL ยังลดลง YoY จากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลงและการทยอยชำระคืนเงินต้น ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากปัจจัยด้านปริมาณน้ำที่ส่งผลต่อโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งเป็นลักษณะตามธรรมชาติของฤดูกาล อย่างไรก็ตาม การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก XPCL ที่เพิ่มขึ้นจากการถือหุ้นที่มากขึ้นนั้น จะเป็นปัจจัยบวกที่ต่อเนื่องไปในอนาคต ขณะที่ปัจจัยด้านราคาพลังงานและต้นทุนเชื้อเพลิง (เช่น ก๊าซธรรมชาติสำหรับ BIC) อาจมีความผันผวนตามสภาวะตลาด ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมเติบโต 30.1% YoY:** แตะ 9,334.7 ล้านบาท จากการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของ NN2 และ BIC รวมถึงรายได้ค่าบริหารโครงการที่เพิ่มขึ้น * **กำไรสุทธิพุ่ง 438.4% YoY:** สู่ระดับ 2,179.0 ล้านบาท จากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงไฟฟ้าหลักและการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้น * **NN2 ทำผลงานโดดเด่น:** รายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 98.9% YoY จากปริมาณน้ำไหลเข้าและปริมาณน้ำสะสมที่สูงขึ้น * **XPCL หนุนส่วนแบ่งกำไร:** รับรู้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นจากปริมาณขายไฟฟ้าที่มากขึ้นและผลจากการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 42.5% * **BIC ได้รับผลดีจากราคาพลังงาน:** รายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำเพิ่มขึ้น 5.4% YoY จากราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยที่สูงขึ้น * **ต้นทุนดำเนินงานเพิ่มขึ้น 9.3% YoY:** ส่วนใหญ่มาจากค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นตามราคา NGV และค่าซ่อมบำรุงที่เพิ่มขึ้น ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2564 CKP มีรายได้รวม 9,334.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.1% YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำที่เพิ่มขึ้น 30.3% จากการดำเนินงานที่ดีขึ้นของโรงไฟฟ้า NN2 และ BIC รวมถึงรายได้ค่าบริหารโครงการที่เพิ่มขึ้น 74.1% จากการเริ่มรับรู้รายได้โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบางตั้งแต่ปลายปี 2563 ในด้านต้นทุน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 9.3% YoY เป็น 7,014.4 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นตามราคา NGV, ค่าดำเนินการและซ่อมบำรุงที่เพิ่มขึ้น, ค่าผ่านสาย (Wheeling Charge) ที่สูงขึ้นตามปริมาณการส่งไฟฟ้าของ NN2 และค่าสัมปทานที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ขายไฟฟ้าของ NN2 ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการที่ควบคุมร่วมกันและบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 275.0% YoY สู่ระดับ 1,527.7 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการดำเนินงานที่ดีขึ้นของโรงไฟฟ้าไซยะบุรี (XPCL) และการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน XPCL ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) เพิ่มขึ้น 229.6% YoY เป็น 3,882.8 ล้านบาท แม้ว่าค่าใช้จ่ายทางการเงินจะเพิ่มขึ้น 7.4% YoY เป็น 1,070.4 ล้านบาทจากการออกหุ้นกู้เพื่อใช้ในการลงทุนและเป็นเงินทุนหมุนเวียน แต่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทก็พุ่งสูงขึ้นถึง 438.4% YoY เป็น 2,179.0 ล้านบาท ## โอกาส * **ปริมาณน้ำที่เอื้ออำนวย:** ปริมาณน้ำไหลเข้าและปริมาณน้ำสะสมในอ่างเก็บน้ำที่สูงขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ NN2 และ XPCL * **การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน XPCL:** การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 42.5% จะช่วยเพิ่มการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรในระยะยาว * **การเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้า:** ความต้องการใช้ไฟฟ้าโดยรวมที่เพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อปริมาณการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า BIC * **การลงทุนในโครงการใหม่:** การรับรู้รายได้ค่าบริหารโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง เป็นการสร้างรายได้เพิ่ม * **การดำเนินงานที่ยั่งยืน:** การได้รับคัดเลือกเป็นหุ้นยั่งยืน (THSI) และรางวัลด้าน ESG สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นที่ต้องการของนักลงทุนในระยะยาว ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของปริมาณน้ำ:** ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำอาจผันผวนตามสภาพอากาศ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อปริมาณการผลิตและรายได้ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ * **ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง:** ราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า BIC * **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านพลังงาน หรือกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน * **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ อาจส่งผลกระทบต่อผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการป้องกันความเสี่ยงในกระแสเงินสดของ XPCL * **การครบกำหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษี:** การสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษีของโรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่นที่ 1 และ BKC จะส่งผลให้ภาระภาษีเพิ่มขึ้น ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ปริมาณน้ำไหลเข้าและระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำ:** ติดตามแนวโน้มปริมาณน้ำที่จะส่งผลต่อการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำในฤดูกาลถัดไป * **ราคาพลังงานและต้นทุนเชื้อเพลิง:** จับตาทิศทางราคา NGV และราคาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งมีผลต่อต้นทุนของโรงไฟฟ้า BIC * **ความคืบหน้าโครงการหลวงพระบาง:** ติดตามการรับรู้รายได้ค่าบริหารโครงการอย่างต่อเนื่อง * **การบริหารจัดการหนี้สิน:** ตรวจสอบการบริหารจัดการหนี้สินและอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวม * **ผลกระทบจากการสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษี:** ประเมินผลกระทบต่อภาระภาษีของบริษัท ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) CKP ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหลากหลายประเภท โดยมีโรงไฟฟ้าพลังน้ำเป็นหัวใจหลัก ซึ่งในปี 2564 ได้รับอานิสงส์จากปริมาณน้ำที่เอื้ออำนวย ทำให้โรงไฟฟ้า NN2 มีปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน XPCL ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนการเติบโตของส่วนแบ่งกำไร สำหรับโรงไฟฟ้า BIC ซึ่งใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ได้รับผลดีจากราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยที่สูงขึ้น ซึ่งสะท้อนในอัตราค่าไฟฟ้าที่ปรับเพิ่มขึ้น ทำให้รายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำเติบโตขึ้นตามไปด้วย โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ภายใต้การลงทุนของ BKC ก็มีการเติบโตของปริมาณการขายไฟฟ้าจากการเปลี่ยนแผงโซลาร์เซลล์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และการเริ่มผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าคลองเปรง การบริหารต้นทุนยังคงเป็นสิ่งสำคัญ โดยค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากค่าเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาด และค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงที่จำเป็นเพื่อรักษาประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้า ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นปี 2564 CKP มีสินทรัพย์รวม 68,977.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มทุนตามสัดส่วนใน LPCL และการซื้อหุ้นเพิ่มเติมใน XPCL รวมถึงลูกหนี้จากการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 2.6% เป็น 32,847.3 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้ครั้งที่ 2/2564 เพื่อชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3.1% เป็น 36,130.0 ล้านบาท จากการรับรู้ผลการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น สุทธิกับการรับรู้ผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากอัตราแลกเปลี่ยน กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 3,667.2 ล้านบาท แต่เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนค่อนข้างสูงถึง 4,080.5 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากการลงทุนเพิ่มเติมในบริษัทร่วม ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 1,816.8 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 0.91 เท่าเท่ากับปีก่อน ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 0.65 เท่า อัตราส่วนสภาพคล่องปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจาก 1.68 เท่า เป็น 2.86 เท่า ## สรุปท้าย CKP โชว์ผลประกอบการปี 2564 ที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิเติบโตกว่า 4 เท่าตัว จากปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือปริมาณน้ำที่เอื้ออำนวยต่อโรงไฟฟ้าพลังน้ำ NN2 และการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน XPCL ซึ่งส่งผลให้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะปรับตัวสูงขึ้น แต่การบริหารจัดการที่ดีและการเติบโตของรายได้หลักยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลกำไร โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากแนวโน้มความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นและโครงการลงทุนที่ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนของปริมาณน้ำ ราคาพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CKP ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,499.23 ล้านบาท
↓ 52.5% YoY
กำไรขั้นต้น
250.93 ล้านบาท
↓ 79.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.04 %
กำไรสุทธิ
720.97 ล้านบาท
↑ 804.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
28.85 %
D/E Ratio
0.78
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,499
↓ -52.5% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
251
↓ -79.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
721
↑ + 804.6% YoY
D/E Ratio
0.78

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CKP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
2,499.23
-52.51%
5,262.96
+74.17%
3,021.74
+11.70%
2,705.19
+11.40%
2,428.37
+68.57%
1,440.61
-30.97%
กำไรขั้นต้น —
250.93
-79.28%
1,211.29
+111.12%
573.75
+2.51%
559.73
-23.42%
730.92
+323.13%
172.74
-80.50%
ค่าใช้จ่ายรวม —
169.25
-28.42%
236.45
+31.65%
179.60
+12.05%
160.28
+12.42%
142.57
+18.21%
120.61
+7.96%
กำไรสุทธิ —
720.97
+804.64%
79.70
-85.31%
542.66
+655.90%
71.79
-41.42%
122.54
+1,471.43%
7.80
-98.48%
กำไรต่อหุ้น —
0.09
+790.00%
0.01
-85.07%
0.07
+644.44%
0.01
-40.00%
0.02
+1,400.00%
0.00
-98.41%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
6.99
-85.67%
48.77
+179.86%
-61.07
-359.43%
23.54
-32.41%
34.83
0.00
ROE(%) —
9.48
+95.06%
4.86
-10.50%
5.43
-42.72%
9.48
+5.69%
8.97
+424.56%
1.71
-65.73%
ROA(%) —
6.79
+37.17%
4.95
+11.24%
4.45
-22.20%
5.72
+0.18%
5.71
+217.22%
1.80
-62.81%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.78
-2.50%
0.80
+3.90%
0.77
-8.33%
0.84
-7.69%
0.91
0.91
+5.81%
P/E —
7.90
-59.11%
19.32
-27.75%
26.74
+79.34%
14.91
-24.28%
19.69
-50.61%
39.87
-62.62%
P/BV —
0.66
-29.79%
0.94
-6.93%
1.01
-30.34%
1.45
-12.65%
1.66
+6.41%
1.56
-10.86%
BV —
3.64
+6.74%
3.41
+5.57%
3.23
+2.54%
3.15
+4.30%
3.02
+5.23%
2.87
-0.69%
YIELD(%) —
3.51
+31.95%
2.66
+1.92%
2.61
+49.14%
1.75
+150.00%
0.70
+4.48%
0.67
+31.37%
ราคาหุ้น —
2.42
-24.38%
3.20
-1.84%
3.26
-28.51%
4.56
-8.80%
5.00
+12.11%
4.46
-10.08%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
10.04
-56.39%
23.02
+21.22%
18.99
-8.22%
20.69
-31.26%
30.10
+151.04%
11.99
-71.76%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
6.77
+50.78%
4.49
-24.41%
5.94
+0.34%
5.92
+0.85%
5.87
-29.87%
8.37
+56.45%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
28.85
+1,810.60%
1.51
-91.59%
17.96
+577.74%
2.65
-47.52%
5.05
+835.19%
0.54
-97.80%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.78
ROE (%)
9.48
ROA (%)
6.79
Book Value/หุ้น
3.69

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CKP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
14,803.14
+20.76%
12,258.26
+21.35%
10,101.87
-4.85%
10,423.45
+7.33%
9,711.84
-8.09%
10,566.39
+59.95%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
62,014.43
+3.35%
60,006.51
+2.29%
58,663.40
-1.31%
59,422.63
+0.27%
59,265.51
+4.95%
56,472.06
-1.93%
รวมสินทรัพย์ —
76,817.57
+6.30%
72,264.77
+5.09%
68,765.28
-1.84%
69,846.08
+1.26%
68,977.35
+2.89%
67,038.45
+4.44%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
6,562.44
-0.48%
6,594.40
+9.63%
6,015.15
+24.23%
4,632.00
+36.48%
3,393.98
-45.91%
6,275.22
+84.90%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
27,177.37
+6.42%
25,537.16
+7.15%
23,832.19
-12.62%
27,274.65
-7.40%
29,453.30
+14.49%
25,725.25
+1.88%
รวมหนี้สิน —
33,739.81
+5.01%
32,131.57
+7.65%
29,847.33
-7.07%
31,906.65
-2.86%
32,847.28
+2.65%
32,000.46
+11.72%
รวมส่วนของเจ้าของ —
43,077.76
+7.34%
40,133.20
+3.12%
38,917.94
+2.58%
37,939.43
+5.01%
36,130.07
+3.12%
35,037.99
-1.43%
D/E —
0.78
0.80
0.77
0.84
0.91
0.91
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
9.48
4.86
5.43
9.48
8.97
1.71
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
6.79
4.95
4.45
5.72
5.71
1.80
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
2.26
1.86
1.68
2.25
2.86
1.68
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
1.77
1.69
1.49
1.98
2.55
1.59
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
69.12
75.82
0.00
0.00
54.18
63.97
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
3.68
3.71
0.00
0.00
3.91
3.73
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
58.17
64.42
0.00
0.00
47.06
39.92
วงจรเงินสด —
14.62
15.11
0.00
0.00
11.03
27.78
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,278
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,934
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CKP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-1,277.84
+167.14%
-478.34
-51.47%
-985.71
-129.69%
3,320.00
-9.47%
3,667.18
+63.33%
2,245.27
-28.14%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
2,934.28
-1,425.15%
-221.43
-109.83%
2,251.52
-254.80%
-1,454.49
-64.36%
-4,080.52
-513.51%
986.79
-150.79%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-2,061.24
-41.80%
-3,541.39
-263.99%
2,159.52
-171.59%
-3,016.48
+114.88%
-1,403.77
-196.59%
1,453.38
+225.99%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-404.81
-90.46%
-4,241.16
-224.05%
3,418.84
-396.88%
-1,151.60
-36.61%
-1,816.80
-138.78%
4,684.89
+187.84%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
8,527.85
+52.82%
5,580.42
-5.64%
5,914.10
-16.49%
7,082.27
-20.42%
8,899.07
+111.17%
4,214.18
+62.92%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
9,593.35
+12.49%
8,527.85
+52.82%
5,580.42
-5.91%
5,930.67
-16.26%
7,082.27
-20.42%
8,899.07
+111.17%