CKP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
CKP
บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
2.50
0.06 (2.34%)

สรุปสั้น

กําไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท ในภาพรวม กําไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทในปี 2564 เพิ่มขึ้นร้อยละ 438.4 YoY โดยสาเหตุหลักมาจาก (1) รายได้ จากการขายไฟฟ้าของ NN2 เพิ่มขึ้น YoY จากปริมาณน้ําไหลเข้าอ่างเก็บน้ําระหว่างปี 2564 มากกว่าปีก่อน และจากปริมาณน้ํา สะสม ณ ต้นปีที่สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน และ (2) การรับรู้ส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนใน XPCL เพิ่มขึ้น YoY จากปริมาณ การขายไฟฟ้าที่มากขึ้น YoY ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง YoY และการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นอีกร้อยละ 5.0 ใน XPCL

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11424 out_tok=3021 at=2026-07-25T13:14:48 --> # CKP กำไรสุทธิพุ่ง 438% รับรายได้หลักจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ-พลังงานหมุนเวียนหนุน ## รายได้รวมโต 30% จากปริมาณน้ำไหลเข้า-ราคาพลังงานที่สูงขึ้น ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจาก XPCL พุ่งแรง บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP รายงานผลประกอบการปี 2564 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีรายได้รวม 9,334.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 2,179.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 438.4% ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงไฟฟ้าหลักและการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างโดดเด่นของ CKP ในปี 2564 มาจากสองปัจจัยหลัก คือ การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ นากึม 2 (NN2) และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่สูงขึ้นจากบริษัทร่วม ไซยะบุรีพาวเวอร์ จำกัด (XPCL) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ### 1) หัวใจคืออะไร ปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นของ CKP พุ่งสูงขึ้น 438.4% YoY คือ (1) รายได้จากการขายไฟฟ้าของ NN2 ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก และ (2) การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนใน XPCL ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **NN2:** รายได้จากการขายไฟฟ้าของ NN2 เพิ่มขึ้นถึง 98.9% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในปี 2564 ที่มากกว่าปีก่อน และปริมาณน้ำสะสมต้นปีที่สูงกว่า ทำให้สามารถผลิตและขายไฟฟ้าได้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Primary Energy (PE) ที่เพิ่มขึ้นถึง 90.3% * **XPCL:** การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก XPCL เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยสนับสนุน 2 ประการ คือ * **ปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น:** ปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าไซยะบุรีเฉลี่ยมากกว่าปีก่อน ส่งผลให้ปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น * **การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น:** CKP ได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน XPCL จาก 37.5% เป็น 42.5% เมื่อปลายไตรมาส 2 ปี 2564 ซึ่งทำให้ส่วนแบ่งกำไรที่รับรู้เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนที่ถือหุ้นที่มากขึ้น นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายทางการเงินของ XPCL ยังลดลง YoY จากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลงและการทยอยชำระคืนเงินต้น ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากปัจจัยด้านปริมาณน้ำที่ส่งผลต่อโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งเป็นลักษณะตามธรรมชาติของฤดูกาล อย่างไรก็ตาม การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก XPCL ที่เพิ่มขึ้นจากการถือหุ้นที่มากขึ้นนั้น จะเป็นปัจจัยบวกที่ต่อเนื่องไปในอนาคต ขณะที่ปัจจัยด้านราคาพลังงานและต้นทุนเชื้อเพลิง (เช่น ก๊าซธรรมชาติสำหรับ BIC) อาจมีความผันผวนตามสภาวะตลาด ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมเติบโต 30.1% YoY:** แตะ 9,334.7 ล้านบาท จากการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของ NN2 และ BIC รวมถึงรายได้ค่าบริหารโครงการที่เพิ่มขึ้น * **กำไรสุทธิพุ่ง 438.4% YoY:** สู่ระดับ 2,179.0 ล้านบาท จากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงไฟฟ้าหลักและการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้น * **NN2 ทำผลงานโดดเด่น:** รายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 98.9% YoY จากปริมาณน้ำไหลเข้าและปริมาณน้ำสะสมที่สูงขึ้น * **XPCL หนุนส่วนแบ่งกำไร:** รับรู้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นจากปริมาณขายไฟฟ้าที่มากขึ้นและผลจากการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 42.5% * **BIC ได้รับผลดีจากราคาพลังงาน:** รายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำเพิ่มขึ้น 5.4% YoY จากราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยที่สูงขึ้น * **ต้นทุนดำเนินงานเพิ่มขึ้น 9.3% YoY:** ส่วนใหญ่มาจากค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นตามราคา NGV และค่าซ่อมบำรุงที่เพิ่มขึ้น ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2564 CKP มีรายได้รวม 9,334.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.1% YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำที่เพิ่มขึ้น 30.3% จากการดำเนินงานที่ดีขึ้นของโรงไฟฟ้า NN2 และ BIC รวมถึงรายได้ค่าบริหารโครงการที่เพิ่มขึ้น 74.1% จากการเริ่มรับรู้รายได้โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบางตั้งแต่ปลายปี 2563 ในด้านต้นทุน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 9.3% YoY เป็น 7,014.4 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นตามราคา NGV, ค่าดำเนินการและซ่อมบำรุงที่เพิ่มขึ้น, ค่าผ่านสาย (Wheeling Charge) ที่สูงขึ้นตามปริมาณการส่งไฟฟ้าของ NN2 และค่าสัมปทานที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ขายไฟฟ้าของ NN2 ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการที่ควบคุมร่วมกันและบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 275.0% YoY สู่ระดับ 1,527.7 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการดำเนินงานที่ดีขึ้นของโรงไฟฟ้าไซยะบุรี (XPCL) และการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน XPCL ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) เพิ่มขึ้น 229.6% YoY เป็น 3,882.8 ล้านบาท แม้ว่าค่าใช้จ่ายทางการเงินจะเพิ่มขึ้น 7.4% YoY เป็น 1,070.4 ล้านบาทจากการออกหุ้นกู้เพื่อใช้ในการลงทุนและเป็นเงินทุนหมุนเวียน แต่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทก็พุ่งสูงขึ้นถึง 438.4% YoY เป็น 2,179.0 ล้านบาท ## โอกาส * **ปริมาณน้ำที่เอื้ออำนวย:** ปริมาณน้ำไหลเข้าและปริมาณน้ำสะสมในอ่างเก็บน้ำที่สูงขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ NN2 และ XPCL * **การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน XPCL:** การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 42.5% จะช่วยเพิ่มการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรในระยะยาว * **การเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้า:** ความต้องการใช้ไฟฟ้าโดยรวมที่เพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อปริมาณการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า BIC * **การลงทุนในโครงการใหม่:** การรับรู้รายได้ค่าบริหารโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง เป็นการสร้างรายได้เพิ่ม * **การดำเนินงานที่ยั่งยืน:** การได้รับคัดเลือกเป็นหุ้นยั่งยืน (THSI) และรางวัลด้าน ESG สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นที่ต้องการของนักลงทุนในระยะยาว ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของปริมาณน้ำ:** ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำอาจผันผวนตามสภาพอากาศ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อปริมาณการผลิตและรายได้ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ * **ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง:** ราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า BIC * **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านพลังงาน หรือกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน * **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ อาจส่งผลกระทบต่อผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการป้องกันความเสี่ยงในกระแสเงินสดของ XPCL * **การครบกำหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษี:** การสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษีของโรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่นที่ 1 และ BKC จะส่งผลให้ภาระภาษีเพิ่มขึ้น ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ปริมาณน้ำไหลเข้าและระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำ:** ติดตามแนวโน้มปริมาณน้ำที่จะส่งผลต่อการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำในฤดูกาลถัดไป * **ราคาพลังงานและต้นทุนเชื้อเพลิง:** จับตาทิศทางราคา NGV และราคาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งมีผลต่อต้นทุนของโรงไฟฟ้า BIC * **ความคืบหน้าโครงการหลวงพระบาง:** ติดตามการรับรู้รายได้ค่าบริหารโครงการอย่างต่อเนื่อง * **การบริหารจัดการหนี้สิน:** ตรวจสอบการบริหารจัดการหนี้สินและอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวม * **ผลกระทบจากการสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษี:** ประเมินผลกระทบต่อภาระภาษีของบริษัท ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) CKP ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหลากหลายประเภท โดยมีโรงไฟฟ้าพลังน้ำเป็นหัวใจหลัก ซึ่งในปี 2564 ได้รับอานิสงส์จากปริมาณน้ำที่เอื้ออำนวย ทำให้โรงไฟฟ้า NN2 มีปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน XPCL ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนการเติบโตของส่วนแบ่งกำไร สำหรับโรงไฟฟ้า BIC ซึ่งใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ได้รับผลดีจากราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยที่สูงขึ้น ซึ่งสะท้อนในอัตราค่าไฟฟ้าที่ปรับเพิ่มขึ้น ทำให้รายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำเติบโตขึ้นตามไปด้วย โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ภายใต้การลงทุนของ BKC ก็มีการเติบโตของปริมาณการขายไฟฟ้าจากการเปลี่ยนแผงโซลาร์เซลล์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และการเริ่มผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าคลองเปรง การบริหารต้นทุนยังคงเป็นสิ่งสำคัญ โดยค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากค่าเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาด และค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงที่จำเป็นเพื่อรักษาประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้า ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นปี 2564 CKP มีสินทรัพย์รวม 68,977.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มทุนตามสัดส่วนใน LPCL และการซื้อหุ้นเพิ่มเติมใน XPCL รวมถึงลูกหนี้จากการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 2.6% เป็น 32,847.3 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้ครั้งที่ 2/2564 เพื่อชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3.1% เป็น 36,130.0 ล้านบาท จากการรับรู้ผลการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น สุทธิกับการรับรู้ผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากอัตราแลกเปลี่ยน กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 3,667.2 ล้านบาท แต่เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนค่อนข้างสูงถึง 4,080.5 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากการลงทุนเพิ่มเติมในบริษัทร่วม ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 1,816.8 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 0.91 เท่าเท่ากับปีก่อน ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 0.65 เท่า อัตราส่วนสภาพคล่องปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจาก 1.68 เท่า เป็น 2.86 เท่า ## สรุปท้าย CKP โชว์ผลประกอบการปี 2564 ที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิเติบโตกว่า 4 เท่าตัว จากปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือปริมาณน้ำที่เอื้ออำนวยต่อโรงไฟฟ้าพลังน้ำ NN2 และการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน XPCL ซึ่งส่งผลให้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะปรับตัวสูงขึ้น แต่การบริหารจัดการที่ดีและการเติบโตของรายได้หลักยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลกำไร โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากแนวโน้มความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นและโครงการลงทุนที่ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนของปริมาณน้ำ ราคาพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CKP ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,499.23 ล้านบาท
↓ 52.5% YoY
กำไรขั้นต้น
250.93 ล้านบาท
↓ 79.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.04 %
กำไรสุทธิ
720.97 ล้านบาท
↑ 804.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
28.85 %
D/E Ratio
0.78
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,499
↓ -52.5% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
251
↓ -79.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
721
↑ + 804.6% YoY
D/E Ratio
0.78

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CKP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
2,499.23
-52.51%
5,262.96
+74.17%
3,021.74
+11.70%
2,705.19
+11.40%
2,428.37
+68.57%
1,440.61
-30.97%
กำไรขั้นต้น
250.93
-79.28%
1,211.29
+111.12%
573.75
+2.51%
559.73
-23.42%
730.92
+323.13%
172.74
-80.50%
ค่าใช้จ่ายรวม
169.25
-28.42%
236.45
+31.65%
179.60
+12.05%
160.28
+12.42%
142.57
+18.21%
120.61
+7.96%
กำไรสุทธิ
720.97
+804.64%
79.70
-85.31%
542.66
+655.90%
71.79
-41.42%
122.54
+1,471.43%
7.80
-98.48%
กำไรต่อหุ้น
0.09
+790.00%
0.01
-85.07%
0.07
+644.44%
0.01
-40.00%
0.02
+1,400.00%
0.00
-98.41%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
6.99
-85.67%
48.77
+179.86%
-61.07
-359.43%
23.54
-32.41%
34.83
0.00
ROE(%)
9.48
+95.06%
4.86
-10.50%
5.43
-42.72%
9.48
+5.69%
8.97
+424.56%
1.71
-65.73%
ROA(%)
6.79
+37.17%
4.95
+11.24%
4.45
-22.20%
5.72
+0.18%
5.71
+217.22%
1.80
-62.81%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.78
-2.50%
0.80
+3.90%
0.77
-8.33%
0.84
-7.69%
0.91
0.91
+5.81%
P/E
7.90
-59.11%
19.32
-27.75%
26.74
+79.34%
14.91
-24.28%
19.69
-50.61%
39.87
-62.62%
P/BV
0.66
-29.79%
0.94
-6.93%
1.01
-30.34%
1.45
-12.65%
1.66
+6.41%
1.56
-10.86%
BV
3.64
+6.74%
3.41
+5.57%
3.23
+2.54%
3.15
+4.30%
3.02
+5.23%
2.87
-0.69%
YIELD(%)
3.51
+31.95%
2.66
+1.92%
2.61
+49.14%
1.75
+150.00%
0.70
+4.48%
0.67
+31.37%
ราคาหุ้น
2.42
-24.38%
3.20
-1.84%
3.26
-28.51%
4.56
-8.80%
5.00
+12.11%
4.46
-10.08%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
10.04
-56.39%
23.02
+21.22%
18.99
-8.22%
20.69
-31.26%
30.10
+151.04%
11.99
-71.76%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
6.77
+50.78%
4.49
-24.41%
5.94
+0.34%
5.92
+0.85%
5.87
-29.87%
8.37
+56.45%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
28.85
+1,810.60%
1.51
-91.59%
17.96
+577.74%
2.65
-47.52%
5.05
+835.19%
0.54
-97.80%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.78
ROE (%)
9.48
ROA (%)
6.79
Book Value/หุ้น
3.69

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CKP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
14,803.14
+20.76%
12,258.26
+21.35%
10,101.87
-4.85%
10,423.45
+7.33%
9,711.84
-8.09%
10,566.39
+59.95%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
62,014.43
+3.35%
60,006.51
+2.29%
58,663.40
-1.31%
59,422.63
+0.27%
59,265.51
+4.95%
56,472.06
-1.93%
รวมสินทรัพย์
76,817.57
+6.30%
72,264.77
+5.09%
68,765.28
-1.84%
69,846.08
+1.26%
68,977.35
+2.89%
67,038.45
+4.44%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
6,562.44
-0.48%
6,594.40
+9.63%
6,015.15
+24.23%
4,632.00
+36.48%
3,393.98
-45.91%
6,275.22
+84.90%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
27,177.37
+6.42%
25,537.16
+7.15%
23,832.19
-12.62%
27,274.65
-7.40%
29,453.30
+14.49%
25,725.25
+1.88%
รวมหนี้สิน
33,739.81
+5.01%
32,131.57
+7.65%
29,847.33
-7.07%
31,906.65
-2.86%
32,847.28
+2.65%
32,000.46
+11.72%
รวมส่วนของเจ้าของ
43,077.76
+7.34%
40,133.20
+3.12%
38,917.94
+2.58%
37,939.43
+5.01%
36,130.07
+3.12%
35,037.99
-1.43%
D/E
0.78
0.80
0.77
0.84
0.91
0.91
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
9.48
4.86
5.43
9.48
8.97
1.71
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
6.79
4.95
4.45
5.72
5.71
1.80
อัตราส่วนสภาพคล่อง
2.26
1.86
1.68
2.25
2.86
1.68
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
1.77
1.69
1.49
1.98
2.55
1.59
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
69.12
75.82
0.00
0.00
54.18
63.97
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
3.68
3.71
0.00
0.00
3.91
3.73
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
58.17
64.42
0.00
0.00
47.06
39.92
วงจรเงินสด
14.62
15.11
0.00
0.00
11.03
27.78
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,278
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,934
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CKP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-1,277.84
+167.14%
-478.34
-51.47%
-985.71
-129.69%
3,320.00
-9.47%
3,667.18
+63.33%
2,245.27
-28.14%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
2,934.28
-1,425.15%
-221.43
-109.83%
2,251.52
-254.80%
-1,454.49
-64.36%
-4,080.52
-513.51%
986.79
-150.79%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-2,061.24
-41.80%
-3,541.39
-263.99%
2,159.52
-171.59%
-3,016.48
+114.88%
-1,403.77
-196.59%
1,453.38
+225.99%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-404.81
-90.46%
-4,241.16
-224.05%
3,418.84
-396.88%
-1,151.60
-36.61%
-1,816.80
-138.78%
4,684.89
+187.84%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
8,527.85
+52.82%
5,580.42
-5.64%
5,914.10
-16.49%
7,082.27
-20.42%
8,899.07
+111.17%
4,214.18
+62.92%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
9,593.35
+12.49%
8,527.85
+52.82%
5,580.42
-5.91%
5,930.67
-16.26%
7,082.27
-20.42%
8,899.07
+111.17%