บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
2.50
0.06 (2.34%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท ในภาพรวม กําไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทในปี 2564 เพิ่มขึ้นร้อยละ 438.4 YoY โดยสาเหตุหลักมาจาก
(1) รายได้ จากการขายไฟฟ้าของ NN2 เพิ่มขึ้น YoY จากปริมาณน้ําไหลเข้าอ่างเก็บน้ําระหว่างปี 2564 มากกว่าปีก่อน และจากปริมาณน้ํา สะสม ณ ต้นปีที่สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน และ
(2) การรับรู้ส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนใน XPCL เพิ่มขึ้น YoY จากปริมาณ การขายไฟฟ้าที่มากขึ้น YoY ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง YoY และการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นอีกร้อยละ 5.0 ใน XPCL
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11424 out_tok=3021 at=2026-07-25T13:14:48 -->
# CKP กำไรสุทธิพุ่ง 438% รับรายได้หลักจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ-พลังงานหมุนเวียนหนุน
## รายได้รวมโต 30% จากปริมาณน้ำไหลเข้า-ราคาพลังงานที่สูงขึ้น ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจาก XPCL พุ่งแรง
บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP รายงานผลประกอบการปี 2564 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีรายได้รวม 9,334.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 2,179.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 438.4% ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงไฟฟ้าหลักและการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างโดดเด่นของ CKP ในปี 2564 มาจากสองปัจจัยหลัก คือ การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ นากึม 2 (NN2) และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่สูงขึ้นจากบริษัทร่วม ไซยะบุรีพาวเวอร์ จำกัด (XPCL) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 1) หัวใจคืออะไร
ปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นของ CKP พุ่งสูงขึ้น 438.4% YoY คือ (1) รายได้จากการขายไฟฟ้าของ NN2 ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก และ (2) การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนใน XPCL ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **NN2:** รายได้จากการขายไฟฟ้าของ NN2 เพิ่มขึ้นถึง 98.9% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในปี 2564 ที่มากกว่าปีก่อน และปริมาณน้ำสะสมต้นปีที่สูงกว่า ทำให้สามารถผลิตและขายไฟฟ้าได้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Primary Energy (PE) ที่เพิ่มขึ้นถึง 90.3%
* **XPCL:** การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก XPCL เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยสนับสนุน 2 ประการ คือ
* **ปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น:** ปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าไซยะบุรีเฉลี่ยมากกว่าปีก่อน ส่งผลให้ปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
* **การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น:** CKP ได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน XPCL จาก 37.5% เป็น 42.5% เมื่อปลายไตรมาส 2 ปี 2564 ซึ่งทำให้ส่วนแบ่งกำไรที่รับรู้เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนที่ถือหุ้นที่มากขึ้น นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายทางการเงินของ XPCL ยังลดลง YoY จากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลงและการทยอยชำระคืนเงินต้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากปัจจัยด้านปริมาณน้ำที่ส่งผลต่อโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งเป็นลักษณะตามธรรมชาติของฤดูกาล อย่างไรก็ตาม การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก XPCL ที่เพิ่มขึ้นจากการถือหุ้นที่มากขึ้นนั้น จะเป็นปัจจัยบวกที่ต่อเนื่องไปในอนาคต ขณะที่ปัจจัยด้านราคาพลังงานและต้นทุนเชื้อเพลิง (เช่น ก๊าซธรรมชาติสำหรับ BIC) อาจมีความผันผวนตามสภาวะตลาด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 30.1% YoY:** แตะ 9,334.7 ล้านบาท จากการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของ NN2 และ BIC รวมถึงรายได้ค่าบริหารโครงการที่เพิ่มขึ้น
* **กำไรสุทธิพุ่ง 438.4% YoY:** สู่ระดับ 2,179.0 ล้านบาท จากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงไฟฟ้าหลักและการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้น
* **NN2 ทำผลงานโดดเด่น:** รายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 98.9% YoY จากปริมาณน้ำไหลเข้าและปริมาณน้ำสะสมที่สูงขึ้น
* **XPCL หนุนส่วนแบ่งกำไร:** รับรู้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นจากปริมาณขายไฟฟ้าที่มากขึ้นและผลจากการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 42.5%
* **BIC ได้รับผลดีจากราคาพลังงาน:** รายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำเพิ่มขึ้น 5.4% YoY จากราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยที่สูงขึ้น
* **ต้นทุนดำเนินงานเพิ่มขึ้น 9.3% YoY:** ส่วนใหญ่มาจากค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นตามราคา NGV และค่าซ่อมบำรุงที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 CKP มีรายได้รวม 9,334.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.1% YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำที่เพิ่มขึ้น 30.3% จากการดำเนินงานที่ดีขึ้นของโรงไฟฟ้า NN2 และ BIC รวมถึงรายได้ค่าบริหารโครงการที่เพิ่มขึ้น 74.1% จากการเริ่มรับรู้รายได้โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบางตั้งแต่ปลายปี 2563
ในด้านต้นทุน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 9.3% YoY เป็น 7,014.4 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นตามราคา NGV, ค่าดำเนินการและซ่อมบำรุงที่เพิ่มขึ้น, ค่าผ่านสาย (Wheeling Charge) ที่สูงขึ้นตามปริมาณการส่งไฟฟ้าของ NN2 และค่าสัมปทานที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ขายไฟฟ้าของ NN2
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการที่ควบคุมร่วมกันและบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 275.0% YoY สู่ระดับ 1,527.7 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการดำเนินงานที่ดีขึ้นของโรงไฟฟ้าไซยะบุรี (XPCL) และการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน XPCL
ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) เพิ่มขึ้น 229.6% YoY เป็น 3,882.8 ล้านบาท แม้ว่าค่าใช้จ่ายทางการเงินจะเพิ่มขึ้น 7.4% YoY เป็น 1,070.4 ล้านบาทจากการออกหุ้นกู้เพื่อใช้ในการลงทุนและเป็นเงินทุนหมุนเวียน แต่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทก็พุ่งสูงขึ้นถึง 438.4% YoY เป็น 2,179.0 ล้านบาท
## โอกาส
* **ปริมาณน้ำที่เอื้ออำนวย:** ปริมาณน้ำไหลเข้าและปริมาณน้ำสะสมในอ่างเก็บน้ำที่สูงขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ NN2 และ XPCL
* **การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน XPCL:** การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 42.5% จะช่วยเพิ่มการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรในระยะยาว
* **การเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้า:** ความต้องการใช้ไฟฟ้าโดยรวมที่เพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อปริมาณการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า BIC
* **การลงทุนในโครงการใหม่:** การรับรู้รายได้ค่าบริหารโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง เป็นการสร้างรายได้เพิ่ม
* **การดำเนินงานที่ยั่งยืน:** การได้รับคัดเลือกเป็นหุ้นยั่งยืน (THSI) และรางวัลด้าน ESG สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นที่ต้องการของนักลงทุนในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของปริมาณน้ำ:** ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำอาจผันผวนตามสภาพอากาศ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อปริมาณการผลิตและรายได้ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ
* **ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง:** ราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า BIC
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านพลังงาน หรือกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ อาจส่งผลกระทบต่อผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการป้องกันความเสี่ยงในกระแสเงินสดของ XPCL
* **การครบกำหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษี:** การสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษีของโรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่นที่ 1 และ BKC จะส่งผลให้ภาระภาษีเพิ่มขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ปริมาณน้ำไหลเข้าและระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำ:** ติดตามแนวโน้มปริมาณน้ำที่จะส่งผลต่อการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำในฤดูกาลถัดไป
* **ราคาพลังงานและต้นทุนเชื้อเพลิง:** จับตาทิศทางราคา NGV และราคาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งมีผลต่อต้นทุนของโรงไฟฟ้า BIC
* **ความคืบหน้าโครงการหลวงพระบาง:** ติดตามการรับรู้รายได้ค่าบริหารโครงการอย่างต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** ตรวจสอบการบริหารจัดการหนี้สินและอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวม
* **ผลกระทบจากการสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษี:** ประเมินผลกระทบต่อภาระภาษีของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
CKP ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหลากหลายประเภท โดยมีโรงไฟฟ้าพลังน้ำเป็นหัวใจหลัก ซึ่งในปี 2564 ได้รับอานิสงส์จากปริมาณน้ำที่เอื้ออำนวย ทำให้โรงไฟฟ้า NN2 มีปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน XPCL ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนการเติบโตของส่วนแบ่งกำไร
สำหรับโรงไฟฟ้า BIC ซึ่งใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ได้รับผลดีจากราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยที่สูงขึ้น ซึ่งสะท้อนในอัตราค่าไฟฟ้าที่ปรับเพิ่มขึ้น ทำให้รายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำเติบโตขึ้นตามไปด้วย
โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ภายใต้การลงทุนของ BKC ก็มีการเติบโตของปริมาณการขายไฟฟ้าจากการเปลี่ยนแผงโซลาร์เซลล์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และการเริ่มผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าคลองเปรง
การบริหารต้นทุนยังคงเป็นสิ่งสำคัญ โดยค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากค่าเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาด และค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงที่จำเป็นเพื่อรักษาประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 CKP มีสินทรัพย์รวม 68,977.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มทุนตามสัดส่วนใน LPCL และการซื้อหุ้นเพิ่มเติมใน XPCL รวมถึงลูกหนี้จากการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 2.6% เป็น 32,847.3 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้ครั้งที่ 2/2564 เพื่อชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3.1% เป็น 36,130.0 ล้านบาท จากการรับรู้ผลการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น สุทธิกับการรับรู้ผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากอัตราแลกเปลี่ยน
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 3,667.2 ล้านบาท แต่เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนค่อนข้างสูงถึง 4,080.5 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากการลงทุนเพิ่มเติมในบริษัทร่วม ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 1,816.8 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 0.91 เท่าเท่ากับปีก่อน ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 0.65 เท่า อัตราส่วนสภาพคล่องปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจาก 1.68 เท่า เป็น 2.86 เท่า
## สรุปท้าย
CKP โชว์ผลประกอบการปี 2564 ที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิเติบโตกว่า 4 เท่าตัว จากปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือปริมาณน้ำที่เอื้ออำนวยต่อโรงไฟฟ้าพลังน้ำ NN2 และการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน XPCL ซึ่งส่งผลให้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะปรับตัวสูงขึ้น แต่การบริหารจัดการที่ดีและการเติบโตของรายได้หลักยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลกำไร โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากแนวโน้มความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นและโครงการลงทุนที่ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนของปริมาณน้ำ ราคาพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CKP ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,499.23
ล้านบาท
↓ 52.5% YoY
กำไรขั้นต้น
250.93
ล้านบาท
↓ 79.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.04
%
กำไรสุทธิ
720.97
ล้านบาท
↑ 804.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
28.85
%
D/E Ratio
0.78
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,499
↓ -52.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
251
↓ -79.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
721
↑ + 804.6%
YoY
D/E Ratio
0.78
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CKP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.78
ROE (%)
9.48
ROA (%)
6.79
Book Value/หุ้น
3.69
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CKP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,278
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,934
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CKP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,277.84
+167.14%
|
-478.34
-51.47%
|
-985.71
-129.69%
|
3,320.00
-9.47%
|
3,667.18
+63.33%
|
2,245.27
-28.14%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,934.28
-1,425.15%
|
-221.43
-109.83%
|
2,251.52
-254.80%
|
-1,454.49
-64.36%
|
-4,080.52
-513.51%
|
986.79
-150.79%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2,061.24
-41.80%
|
-3,541.39
-263.99%
|
2,159.52
-171.59%
|
-3,016.48
+114.88%
|
-1,403.77
-196.59%
|
1,453.38
+225.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-404.81
-90.46%
|
-4,241.16
-224.05%
|
3,418.84
-396.88%
|
-1,151.60
-36.61%
|
-1,816.80
-138.78%
|
4,684.89
+187.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
8,527.85
+52.82%
|
5,580.42
-5.64%
|
5,914.10
-16.49%
|
7,082.27
-20.42%
|
8,899.07
+111.17%
|
4,214.18
+62.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
9,593.35
+12.49%
|
8,527.85
+52.82%
|
5,580.42
-5.91%
|
5,930.67
-16.26%
|
7,082.27
-20.42%
|
8,899.07
+111.17%
|