บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
2.50
0.06 (2.34%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท ในภาพรวม กําไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทในปี 2564 เพิ่มขึ้นร้อยละ 438.4 YoY โดยสาเหตุหลักมาจาก
(1) รายได้ จากการขายไฟฟ้าของ NN2 เพิ่มขึ้น YoY จากปริมาณน้ําไหลเข้าอ่างเก็บน้ําระหว่างปี 2564 มากกว่าปีก่อน และจากปริมาณน้ํา สะสม ณ ต้นปีที่สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน และ
(2) การรับรู้ส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนใน XPCL เพิ่มขึ้น YoY จากปริมาณ การขายไฟฟ้าที่มากขึ้น YoY ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง YoY และการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นอีกร้อยละ 5.0 ใน XPCL
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11262 out_tok=2670 at=2026-07-25T13:48:29 -->
# CKP พลิกขาดทุนสุทธิ Q1/2566 รับต้นทุนเชื้อเพลิงสูง-ค่าซ่อมบำรุง NN2 พุ่ง
## รายได้รวมโต 5.6% แต่กำไรสุทธิหดตัวแรง YoY เหตุต้นทุน BIC พุ่ง-ส่วนแบ่งขาดทุน XPCL เพิ่ม
บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 104.3 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 38.7 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะเติบโต 5.6% เป็น 2,685.6 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนค่าเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้า BIC ที่สูงขึ้นตามราคาตลาดโลก ประกอบกับค่าใช้จ่ายงานซ่อมบำรุงใหญ่ของโรงไฟฟ้า NN2 และส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนใน XPCL ที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ CKP ในไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุนสุทธิ 104.3 ล้านบาท มาจากปัจจัยกดดันด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนที่สูงขึ้น โดยมีปัจจัยหลัก 3 ประการ ได้แก่ (1) ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้า BIC ที่สูงขึ้นตามราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลก (2) ค่าใช้จ่ายงานซ่อมบำรุงใหญ่ (Major Overhaul) ของโรงไฟฟ้า NN2 ที่เริ่มดำเนินการในปี 2566 และ (3) การรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนใน XPCL ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ต้นทุนค่าเชื้อเพลิง BIC สูงขึ้น:** ราคาเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนค่าเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้า BIC ทำให้ต้นทุนขายไฟฟ้าและไอน้ำเพิ่มขึ้น 6.6% YoY แม้ว่าราคาขายไฟฟ้าและไอน้ำต่อหน่วยจะปรับเพิ่มขึ้นตามค่า Ft แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด
* **ค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุง NN2 เพิ่มขึ้น:** การเริ่มดำเนินการงานซ่อมบำรุงใหญ่ (Major Overhaul) ของโรงไฟฟ้า NN2 ในปี 2566 ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานส่วนของค่าดำเนินการและซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้น 23.2% YoY โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับ NN2
* **ส่วนแบ่งขาดทุน XPCL เพิ่มขึ้น:** ปัจจัยหลักมาจากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าไซยะบุรี (XPCL) ที่น้อยกว่าปีก่อน ส่งผลให้ปริมาณการขายไฟฟ้าลดลง ประกอบกับค่าใช้จ่ายทางการเงินที่สูงขึ้นตามอัตราดอกเบี้ยโลก และการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น ทำให้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนใน XPCL เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 158.7% YoY
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยที่ต้องพิจารณาต่อเนื่อง:
* **ต้นทุนเชื้อเพลิง:** แม้ราคาเชื้อเพลิงจะผันผวนตามตลาดโลก แต่การปรับขึ้นค่า Ft ขายปลีกโดยภาครัฐช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาพลังงานยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **ค่าซ่อมบำรุง NN2:** งานซ่อมบำรุงใหญ่เป็นรายการที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวตามรอบการบำรุงรักษา คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในช่วงที่ดำเนินการ แต่จะช่วยให้โรงไฟฟ้าสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
* **XPCL:** ปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำมีความผันผวนตามธรรมชาติและฤดูกาล การรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจาก XPCL อาจยังคงมีอยู่หากปริมาณน้ำยังคงน้อยกว่าปกติ หรืออัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูง
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 104.3 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 38.7 ล้านบาทใน Q1/2565
* **รายได้รวม 2,685.6 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 5.6% YoY
* **รายได้ BIC โต 9.8% YoY:** จากราคาขายไฟฟ้าและไอน้ำที่สูงขึ้นตามราคาก๊าซธรรมชาติ
* **รายได้ NN2 ลดลง 2.8% YoY:** จากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำน้อยกว่าปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่ม 5.5% YoY:** หลักๆ มาจากค่าเชื้อเพลิง BIC และค่าซ่อมบำรุง NN2
* **ส่วนแบ่งขาดทุน XPCL พุ่ง 158.7% YoY:** จากปริมาณขายไฟฟ้าลดลง, ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยสูงขึ้น, และขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินทรัพย์รวมลดลง 1.4%:** จากการไถ่ถอนหุ้นกู้ NN2 และการตัดค่าเสื่อมราคา
* **หนี้สินรวมลดลง 3.0%:** จากการไถ่ถอนหุ้นกู้ NN2
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 CKP มีรายได้รวม 2,685.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำของโรงไฟฟ้า BIC ถึง 9.8% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าและค่าไอน้ำต่อหน่วยปรับเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงของ BIC ที่สูงขึ้นตามไปด้วย รวมถึงค่าใช้จ่ายงานซ่อมบำรุงใหญ่ของ NN2 และส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนใน XPCL ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 104.3 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 38.7 ล้านบาทในปีก่อนหน้า อัตรากำไรสุทธิปรับลดลงจาก 1.5% เป็น -3.9%
## โอกาส
* **การดำเนินงานอย่างยั่งยืน:** บริษัทได้รับรางวัลด้านความยั่งยืนหลายรางวัล สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่เป็นเลิศและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
* **การคงอันดับเครดิต:** การคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ที่ระดับ “A” และ “A-” จากทริสเรทติ้ง แสดงถึงความแข็งแกร่งทางการเงินและความน่าเชื่อถือ
* **การจ่ายเงินปันผล:** ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติจ่ายเงินปันผลจากผลประกอบการปี 2565 ในอัตราหุ้นละ 0.085 บาท
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง:** ราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกที่ผันผวนส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า BIC
* **ปริมาณน้ำสำหรับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ:** ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำและปริมาณน้ำไหลเข้ามีผลโดยตรงต่อปริมาณการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เช่น NN2 และ XPCL
* **อัตราดอกเบี้ย:** การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยโลกส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทและเงินลงทุนในบริษัทร่วมสูงขึ้น
* **ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของค่าเงินบาทส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงาน โดยเฉพาะการรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติ:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาพลังงานโลก ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุนและรายได้ของ BIC
* **ปริมาณน้ำและฤดูกาล:** จับตาปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ โดยเฉพาะ NN2 และ XPCL เพื่อประเมินปริมาณการขายไฟฟ้าในอนาคต
* **ความคืบหน้างานซ่อมบำรุง NN2:** ติดตามผลกระทบของงานซ่อมบำรุงใหญ่ต่อค่าใช้จ่ายและประสิทธิภาพการผลิต
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนดอกเบี้ยท่ามกลางสภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น
* **ผลการดำเนินงานของ XPCL:** ติดตามผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ ที่มีต่อส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนใน XPCL
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **รายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำ:** ภาพรวมเพิ่มขึ้น 5.2% YoY โดย BIC เป็นตัวขับเคลื่อนหลักด้วยรายได้ที่เพิ่มขึ้น 9.4% จากราคาขายที่สูงขึ้น แม้ปริมาณขายจะลดลงเล็กน้อย ขณะที่ NN2 มีรายได้ลดลง 2.8% YoY จากปริมาณน้ำน้อยกว่าปีก่อน ส่วน BKC รายได้ลดลง 45.0% YoY เนื่องจากสิ้นสุดการได้รับเงินส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder)
* **ปริมาณการขายไฟฟ้า:** NN2 ขายไฟฟ้าลดลง 3.8% YoY, BIC ลดลง 1.4% YoY, และ BKC คงที่ YoY
* **ต้นทุนค่าเชื้อเพลิง:** เพิ่มขึ้น 6.6% YoY โดยหลักมาจาก BIC ที่ราคาเชื้อเพลิงสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายดำเนินการและซ่อมบำรุง:** เพิ่มขึ้น 23.2% YoY จากงานซ่อมบำรุงใหญ่ของ NN2 และค่าซ่อมบำรุงของ BIC
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุน:** เพิ่มขึ้น 158.7% YoY โดยหลักมาจาก XPCL ซึ่งได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำน้อย, ต้นทุนดอกเบี้ยสูง, และขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 สินทรัพย์รวมลดลง 1.4% จากสิ้นปี 2565 เป็น 68,862.7 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการไถ่ถอนหุ้นกู้ของ NN2 และการตัดค่าเสื่อมราคา หนี้สินรวมลดลง 3.0% เป็น 30,960.6 ล้านบาท จากการไถ่ถอนหุ้นกู้ NN2 เช่นกัน ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเล็กน้อย 0.1% เป็น 37,902.1 ล้านบาท กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 412.0 ล้านบาท แต่มีการใช้เงินสดสุทธิในกิจกรรมลงทุน 944.3 ล้านบาท (ส่วนใหญ่ให้กู้ยืม XPCL) และกิจกรรมจัดหาเงิน 994.1 ล้านบาท (ส่วนใหญ่ไถ่ถอนหุ้นกู้และจ่ายดอกเบี้ย) ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 1,530.3 ล้านบาท
## สรุปท้าย
CKP ในไตรมาส 1 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นของ BIC และค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงใหญ่ของ NN2 ประกอบกับการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจาก XPCL ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผลประกอบการพลิกขาดทุนสุทธิ แม้รายได้รวมจะเติบโตจากราคาขายที่สูงขึ้น แต่ปัจจัยด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมีน้ำหนักมากกว่า ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานและปริมาณน้ำยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CKP ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,499.23
ล้านบาท
↓ 52.5% YoY
กำไรขั้นต้น
250.93
ล้านบาท
↓ 79.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.04
%
กำไรสุทธิ
720.97
ล้านบาท
↑ 804.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
28.85
%
D/E Ratio
0.78
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,499
↓ -52.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
251
↓ -79.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
721
↑ + 804.6%
YoY
D/E Ratio
0.78
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CKP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.78
ROE (%)
9.48
ROA (%)
6.79
Book Value/หุ้น
3.69
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CKP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,278
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,934
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CKP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,277.84
+167.14%
|
-478.34
-51.47%
|
-985.71
-129.69%
|
3,320.00
-9.47%
|
3,667.18
+63.33%
|
2,245.27
-28.14%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,934.28
-1,425.15%
|
-221.43
-109.83%
|
2,251.52
-254.80%
|
-1,454.49
-64.36%
|
-4,080.52
-513.51%
|
986.79
-150.79%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2,061.24
-41.80%
|
-3,541.39
-263.99%
|
2,159.52
-171.59%
|
-3,016.48
+114.88%
|
-1,403.77
-196.59%
|
1,453.38
+225.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-404.81
-90.46%
|
-4,241.16
-224.05%
|
3,418.84
-396.88%
|
-1,151.60
-36.61%
|
-1,816.80
-138.78%
|
4,684.89
+187.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
8,527.85
+52.82%
|
5,580.42
-5.64%
|
5,914.10
-16.49%
|
7,082.27
-20.42%
|
8,899.07
+111.17%
|
4,214.18
+62.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
9,593.35
+12.49%
|
8,527.85
+52.82%
|
5,580.42
-5.91%
|
5,930.67
-16.26%
|
7,082.27
-20.42%
|
8,899.07
+111.17%
|