บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
2.50
0.06 (2.34%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท ในภาพรวม กําไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทในปี 2564 เพิ่มขึ้นร้อยละ 438.4 YoY โดยสาเหตุหลักมาจาก
(1) รายได้ จากการขายไฟฟ้าของ NN2 เพิ่มขึ้น YoY จากปริมาณน้ําไหลเข้าอ่างเก็บน้ําระหว่างปี 2564 มากกว่าปีก่อน และจากปริมาณน้ํา สะสม ณ ต้นปีที่สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน และ
(2) การรับรู้ส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนใน XPCL เพิ่มขึ้น YoY จากปริมาณ การขายไฟฟ้าที่มากขึ้น YoY ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง YoY และการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นอีกร้อยละ 5.0 ใน XPCL
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10267 out_tok=2607 at=2026-07-25T14:18:18 -->
# CKP กำไรสุทธิ Q1/2565 ดิ่ง 66% YoY รับต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่ง สวนทางรายได้รวมโต 21%
## รายได้รวม CKP Q1/2565 พุ่ง 21% แต่กำไรสุทธิหด 66% YoY เหตุต้นทุนเชื้อเพลิง BIC พุ่งสูง ขณะที่ส่วนแบ่งขาดทุน XPCL ลดลง
บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 21.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำของโรงไฟฟ้า BIC อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทกลับลดลงถึง 66.2% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของ BIC ประกอบกับผลกระทบจากการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนใน XPCL ที่ลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ CKP ในไตรมาส 1 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นอย่างมากของโรงไฟฟ้า BIC** ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายไฟฟ้าและไอน้ำโดยรวม แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตถึง 21.0% YoY แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนดังกล่าวได้บั่นทอนความสามารถในการทำกำไรอย่างรุนแรง โดยอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 30.5% ใน Q1/2564 เหลือเพียง 17.9% ใน Q1/2565 และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 5.5% เหลือเพียง 1.5%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักมาจาก **ราคาก๊าซธรรมชาติที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ในไตรมาส 1 ปี 2565 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยราคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 220.2 บาท/MMBTU ใน Q1/2564 เป็น 441.6 บาท/MMBTU ใน Q1/2565 ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนค่าเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้า BIC ทำให้ต้นทุนขายไฟฟ้าและไอน้ำของ BIC เพิ่มขึ้นถึง 97.9% YoY แม้ว่าการเพิ่มขึ้นของราคาก๊าซธรรมชาติจะส่งผลให้ค่าไฟฟ้าและค่าไอน้ำต่อหน่วยปรับเพิ่มขึ้นตาม แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนเชื้อเพลิงนั้นมีมากกว่า ทำให้ส่วนต่างกำไรลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยรองคือ การรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนใน XPCL ที่ลดลง YoY ซึ่งเป็นผลดีต่อกำไรสุทธิ แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ปรากฏในเอกสาร ระบุว่าราคาก๊าซธรรมชาติในไตรมาส 1 ปี 2564 สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ว่าการเปรียบเทียบในครั้งนี้เป็นการเปรียบเทียบกับฐานที่สูง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลกยังคงมีความผันผวนสูง และการที่ฝ่ายจัดการระบุว่าราคาก๊าซธรรมชาติใน Q1/2564 สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน อาจตีความได้ว่าราคาใน Q1/2565 ที่สูงขึ้นนั้นเป็นผลจากปัจจัยตลาดโลกที่ยังคงมีแรงกดดันอยู่ แต่หากพิจารณาจากกราฟปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำของ BIC ที่ค่อนข้างทรงตัว การเพิ่มขึ้นของรายได้ส่วนใหญ่มาจากราคาที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก จึงมีความเป็นไปได้ที่ต้นทุนเชื้อเพลิงจะยังคงเป็นปัจจัยกดดันในระยะสั้น แต่หากราคาก๊าซธรรมชาติปรับลดลงในอนาคต ก็จะส่งผลดีต่อผลประกอบการได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 21.0% YoY:** มาจากการขายไฟฟ้าและไอน้ำของโรงไฟฟ้า BIC ที่เพิ่มขึ้น 49.6% YoY เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น
* **กำไรสุทธิลดลง 66.2% YoY:** สาเหตุหลักมาจากต้นทุนค่าเชื้อเพลิงของ BIC ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **ต้นทุนเชื้อเพลิง BIC พุ่ง 97.9% YoY:** จากราคาก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นจาก 220.2 บาท/MMBTU เป็น 441.6 บาท/MMBTU
* **ปริมาณขายไฟฟ้า NN2 ลดลง 19.2% YoY:** เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่ำกว่าปีก่อน
* **ส่วนแบ่งขาดทุน XPCL ลดลง 90.7% YoY:** จากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของ XPCL
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง:** หนี้สินรวมลดลง 0.6% และส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 0.2% ณ สิ้นไตรมาส 1/2565
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 CKP มีรายได้รวม 2,543.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.0% YoY โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำของ BIC ที่เพิ่มขึ้น 49.6% YoY จากราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายไฟฟ้าและไอน้ำเพิ่มขึ้นถึง 47.7% YoY โดยเฉพาะค่าเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงถึง 97.9% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมากจาก 30.5% ใน Q1/2564 เหลือ 17.9% ใน Q1/2565 กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) ลดลง 33.0% YoY และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทลดลงถึง 66.2% YoY จาก 114.6 ล้านบาท เหลือ 38.7 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 5.5% เหลือ 1.5%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของ XPCL:** ส่วนแบ่งขาดทุนจาก XPCL ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นจากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
* **การขยายขอบข่ายสัญญาบริหารโครงการ:** รายได้ค่าบริหารโครงการเพิ่มขึ้นจากการขยายขอบข่ายงานของ XPCL
* **การลงนาม Tariff MOU โครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง:** เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาโครงการใหม่ ซึ่งอาจเป็นแหล่งรายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง:** ราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยกดดันกำไรหลักในปัจจุบัน และยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา
* **ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ:** ปริมาณน้ำที่ลดลงส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เช่น NN2
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** แม้จะไม่มีระบุชัดเจนในเอกสาร แต่การเปลี่ยนแปลงนโยบายพลังงานหรือกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาเชื้อเพลิง:** ทิศทางราคาก๊าซธรรมชาติจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อต้นทุนการผลิตและกำไรของ BIC
* **ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ:** ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ NN2 และไซยะบุรี จะส่งผลต่อปริมาณการผลิตไฟฟ้า
* **ความคืบหน้าโครงการหลวงพระบาง:** การเจรจาสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาโครงการใหม่
* **ผลการดำเนินงานของ XPCL:** การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของ XPCL จะช่วยหนุนผลประกอบการโดยรวม
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายอื่นๆ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ราคา Commodity/ASP:** รายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำของ BIC เพิ่มขึ้น 49.6% YoY เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าและค่าไอน้ำต่อหน่วยปรับเพิ่มขึ้น
* **ปริมาณขาย-ผลิต:** ปริมาณการขายไฟฟ้าของ NN2 ลดลง 19.2% YoY เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่ำกว่าปีก่อน ขณะที่ปริมาณการขายไฟฟ้าของ BIC ลดลงเล็กน้อย 1.7% YoY และปริมาณการขายไฟฟ้าของ BKC ลดลง 3.2% YoY จากสภาพอากาศ
* **ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงของ BIC เพิ่มขึ้น 97.9% YoY ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันอัตรากำไร
* **กำลังการผลิต:** CKP มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 2,167 เมกะวัตต์ จากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ โคเจนเนอเรชั่น และพลังงานแสงอาทิตย์
* **โครงการลงทุน:** มีความคืบหน้าในการพัฒนาโครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง โดยได้ลงนาม Tariff MOU กับ กฟผ. แล้ว
* **กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสาร แต่การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานโรงไฟฟ้าพลังน้ำ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 68,831.6 ล้านบาท ลดลง 0.2% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการตัดค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย รวมถึงการลดลงของเงินสดจากการจ่ายดอกเบี้ยและไถ่ถอนหุ้นกู้ NN2 หนี้สินรวมอยู่ที่ 32,638.9 ล้านบาท ลดลง 0.6% จากสิ้นปี 2564 เนื่องจากการไถ่ถอนหุ้นกู้ NN2 ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 0.2% เป็น 36,192.7 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานและส่วนแบ่งกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 712.7 ล้านบาท ลดลงจากการจ่ายดอกเบี้ยและเงินปันผลของบริษัทย่อย
## สรุปท้าย
CKP ในไตรมาส 1 ปี 2565 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะโรงไฟฟ้า BIC ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้ดีจากการปรับขึ้นของราคาพลังงาน แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม การลดลงของส่วนแบ่งขาดทุนจาก XPCL และความคืบหน้าในการพัฒนาโครงการใหม่เป็นสัญญาณบวกที่ต้องติดตาม ขณะที่ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CKP ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,499.23
ล้านบาท
↓ 52.5% YoY
กำไรขั้นต้น
250.93
ล้านบาท
↓ 79.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.04
%
กำไรสุทธิ
720.97
ล้านบาท
↑ 804.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
28.85
%
D/E Ratio
0.78
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,499
↓ -52.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
251
↓ -79.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
721
↑ + 804.6%
YoY
D/E Ratio
0.78
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CKP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.78
ROE (%)
9.48
ROA (%)
6.79
Book Value/หุ้น
3.69
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CKP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,278
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,934
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CKP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,277.84
+167.14%
|
-478.34
-51.47%
|
-985.71
-129.69%
|
3,320.00
-9.47%
|
3,667.18
+63.33%
|
2,245.27
-28.14%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,934.28
-1,425.15%
|
-221.43
-109.83%
|
2,251.52
-254.80%
|
-1,454.49
-64.36%
|
-4,080.52
-513.51%
|
986.79
-150.79%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2,061.24
-41.80%
|
-3,541.39
-263.99%
|
2,159.52
-171.59%
|
-3,016.48
+114.88%
|
-1,403.77
-196.59%
|
1,453.38
+225.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-404.81
-90.46%
|
-4,241.16
-224.05%
|
3,418.84
-396.88%
|
-1,151.60
-36.61%
|
-1,816.80
-138.78%
|
4,684.89
+187.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
8,527.85
+52.82%
|
5,580.42
-5.64%
|
5,914.10
-16.49%
|
7,082.27
-20.42%
|
8,899.07
+111.17%
|
4,214.18
+62.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
9,593.35
+12.49%
|
8,527.85
+52.82%
|
5,580.42
-5.91%
|
5,930.67
-16.26%
|
7,082.27
-20.42%
|
8,899.07
+111.17%
|