CKP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
CKP
บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
2.36
+0.04 (+1.72%)

สรุปสั้น

กําไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท ในภาพรวม กําไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทในปี 2564 เพิ่มขึ้นร้อยละ 438.4 YoY โดยสาเหตุหลักมาจาก (1) รายได้ จากการขายไฟฟ้าของ NN2 เพิ่มขึ้น YoY จากปริมาณน้ําไหลเข้าอ่างเก็บน้ําระหว่างปี 2564 มากกว่าปีก่อน และจากปริมาณน้ํา สะสม ณ ต้นปีที่สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน และ (2) การรับรู้ส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนใน XPCL เพิ่มขึ้น YoY จากปริมาณ การขายไฟฟ้าที่มากขึ้น YoY ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง YoY และการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นอีกร้อยละ 5.0 ใน XPCL

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14336 out_tok=3873 at=2026-07-25T04:09:31 --> CKP กำไรสุทธิ Q2/2566 ดิ่งเหว 99.8% รับผลขาดทุนจากเงินลงทุน-รายได้ไฟฟ้าลด CKP เผชิญแรงกดดันหนักในไตรมาส 2/2566 กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นวูบเกือบ 100% สวนทางรายได้รวมที่ลดลงเล็กน้อย ปัจจัยหลักมาจากส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนใน XPCL และปริมาณน้ำที่ลดลงกระทบโรงไฟฟ้า NN2 ขณะที่ต้นทุนบางส่วนยังคงทรงตัว ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ CKP ในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกจากกำไรมหาศาลเป็นขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเกือบทั้งหมด คือ **การรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจำนวนมากจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม โดยเฉพาะ XPCL และการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้า NN2** **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** 1. **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** ปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการคือการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจาก XPCL ซึ่งมีสาเหตุมาจากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าไซยะบุรี (XPCL) ที่น้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ปริมาณการขายไฟฟ้าลดลง ประกอบกับค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นตามแนวโน้มดอกเบี้ยโลก ทำให้ส่วนแบ่งขาดทุนจาก XPCL ในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 67.4 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่เคยมีส่วนแบ่งกำไร 766.3 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจาก LPCL อีก 32.0 ล้านบาท ทำให้ภาพรวมส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมในไตรมาส 2 ปี 2566 สูงถึง 99.2 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีส่วนแบ่งกำไร 772.0 ล้านบาท 2. **รายได้จากการขายไฟฟ้าของ NN2 ลดลง:** โรงไฟฟ้าพลังน้ำ นํ้าเงิม 2 (NN2) ประสบปัญหาปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่ำกว่าปีก่อน และมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างน้อยลง ส่งผลให้ปริมาณการขายไฟฟ้าลดลงถึง 24.6% ในไตรมาส 2 ปี 2566 เมื่อเทียบกับปีก่อน ทำให้รายได้จากการขายไฟฟ้าของ NN2 ลดลง 190.6 ล้านบาท บริษัทจึงประกาศความพร้อมจ่ายไฟฟ้าภายใต้หลักความระมัดระวังเพื่อบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อการผลิตไฟฟ้าในช่วงที่เหลือของปี 3. **ปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลกระทบ:** * **BKC สิ้นสุดการได้รับรายได้ Adder:** โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ภายใต้การลงทุนของ BKC สิ้นสุดการได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2565 ทำให้รายได้จากการขายไฟฟ้าลดลงอย่างมากถึง 50.3% ในไตรมาส 2 ปี 2566 * **ค่าใช้จ่ายงานซ่อมบำรุงใหญ่ (Major Overhaul) ของ NN2:** มีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการซ่อมบำรุงใหญ่ตามแผนของโรงไฟฟ้า NN2 ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงาน **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะผลกระทบจากปริมาณน้ำที่ลดลงต่อโรงไฟฟ้าพลังน้ำ และแนวโน้มดอกเบี้ยโลกที่ยังคงสูง ซึ่งจะกดดันค่าใช้จ่ายทางการเงินของบริษัทร่วมต่อไป * **ปริมาณน้ำ:** ปรากฏการณ์เอลนีโญที่เกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาจส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำยังคงอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งจะกระทบต่อปริมาณการผลิตและขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำอย่าง NN2 และ XPCL ในระยะต่อไป * **อัตราดอกเบี้ย:** แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยโลกที่ยังคงอยู่ในระดับสูง จะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายทางการเงินของบริษัทร่วมยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป และอาจกระทบต่อการรับรู้ส่วนแบ่งกำไร/ขาดทุนในอนาคต * **รายได้ Adder ของ BKC:** การสิ้นสุดการได้รับ Adder เป็นปัจจัยถาวรที่จะส่งผลกระทบต่อรายได้ของ BKC ในระยะยาว * **งานซ่อมบำรุง:** งานซ่อมบำรุงใหญ่ของ NN2 เป็นรายการที่เกิดขึ้นตามแผนและคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม รายได้จากโรงไฟฟ้า BIC ที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นค่า Ft และปริมาณการขายไอน้ำที่เพิ่มขึ้น รวมถึงรายได้ค่าบริหารโครงการที่เติบโต เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นลดลง 99.8% YoY ใน Q2/2566 เหลือเพียง 1.8 ล้านบาท** และขาดทุนสุทธิ 102.5 ล้านบาทในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 * **รายได้รวมลดลง 3.5% YoY ใน Q2/2566** มาจากรายได้ขายไฟฟ้า NN2 ลดลง 24.9% จากปริมาณน้ำน้อย * **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมพุ่งสูงถึง 99.2 ล้านบาทใน Q2/2566** เทียบกับปีก่อนมีส่วนแบ่งกำไร 772.0 ล้านบาท โดยหลักมาจาก XPCL * **รายได้จาก BKC ลดลง 50.3%** หลังสิ้นสุดการรับรู้รายได้ Adder * **ต้นทุนดำเนินงานเพิ่มขึ้น 2.6% ในงวด 6 เดือน** จากค่าซ่อมบำรุง NN2 และค่าใช้จ่ายบริหารโครงการที่เพิ่มขึ้น * **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง:** สินทรัพย์รวมลดลง 3.6% หนี้สินรวมลดลง 4.3% และส่วนผู้ถือหุ้นลดลง 3.0% จากสิ้นปี 2565 ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP มีรายได้รวม 2,565.8 ล้านบาท ลดลง 3.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า นํ้าเงิม 2 (NN2) เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำที่ลดลงและปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างน้อยกว่าปีก่อน ทำให้ต้องประกาศความพร้อมจ่ายไฟฟ้าภายใต้หลักความระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม รายได้ค่าบริหารโครงการเพิ่มขึ้น 22.2% และรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 9.7% ช่วยชดเชยผลกระทบได้บางส่วน สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 5,251.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้ค่าบริหารโครงการที่เพิ่มขึ้น 22.7% และรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้จากการขายไฟฟ้าจะลดลงเล็กน้อยก็ตาม อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการด้านกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทกลับลดลงอย่างรุนแรง โดยในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 1.8 ล้านบาท ลดลงถึง 99.8% YoY และในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 102.5 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 902.8 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม โดยเฉพาะ XPCL ที่มีปริมาณน้ำไหลผ่านน้อยลงและค่าใช้จ่ายทางการเงินสูงขึ้น ประกอบกับการลดลงของรายได้ไฟฟ้าจาก NN2 การสิ้นสุดการรับรู้รายได้ Adder ของ BKC และค่าใช้จ่ายจากงานซ่อมบำรุงใหญ่ของ NN2 ## โอกาส * **การปรับเพิ่มอัตราค่าบริหารโครงการ:** บริษัทได้รับประโยชน์จากการปรับเพิ่มอัตราค่าบริหารโครงการตามสัญญา และการเพิ่มขอบเขตการให้บริการตามปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้รายได้ค่าบริหารโครงการเติบโตอย่างต่อเนื่อง * **การให้เงินกู้ยืมแก่ XPCL:** การให้เงินกู้ยืมเพิ่มเติมแก่ XPCL ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง * **โครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง (LPCL):** แม้จะรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนในปัจจุบัน แต่การที่โครงการได้บรรลุข้อตกลงและเงื่อนไขตามสัญญาหลักครบถ้วนตามแผน และคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในปี 2573 ถือเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรในระยะยาว * **การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยอื่น:** การเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยอื่นจากการให้เงินกู้ยืมแก่ XPCL และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ดอกเบี้ยรวม * **การรับรู้รายได้ค่าดำเนินการงานเตรียมการก่อสร้างโครงการ LPCL:** การรับรู้รายได้ส่วนนี้ช่วยเพิ่มรายได้อื่นให้กับบริษัท ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของปริมาณน้ำ:** ปริมาณน้ำที่ลดลงในอ่างเก็บน้ำของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เช่น NN2 และ XPCL เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณการผลิตและขายไฟฟ้า รวมถึงรายได้และกำไร * **อัตราดอกเบี้ยโลกที่สูงขึ้น:** การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทร่วมสูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อส่วนแบ่งกำไร/ขาดทุน * **การสิ้นสุดการรับรู้รายได้ Adder ของ BKC:** การหมดอายุของสัญญา Adder ทำให้รายได้ของโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ BKC ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ * **ค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงใหญ่:** การมีค่าใช้จ่ายจากงานซ่อมบำรุงใหญ่ตามแผนของโรงไฟฟ้า NN2 ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงาน * **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและสิ่งแวดล้อม:** แม้บริษัทจะได้รับรางวัลด้านความยั่งยืน แต่การดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมพลังงานยังคงมีความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ต้องบริหารจัดการ * **ความผันผวนของค่าเงินบาท:** การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลให้เกิดส่วนแบ่งขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการป้องกันความเสี่ยงในกระแสเงินสดของ XPCL เพิ่มขึ้น ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ปริมาณน้ำไหลเข้าและระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ:** ติดตามแนวโน้มปริมาณน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน เพื่อประเมินผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้า * **แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยโลก:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยจะส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทร่วม และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไร/ขาดทุน * **ผลการดำเนินงานของ XPCL และ LPCL:** ติดตามผลประกอบการของบริษัทร่วมเหล่านี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะปริมาณการขายไฟฟ้าและค่าใช้จ่ายทางการเงิน * **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยเฉพาะค่าเชื้อเพลิงและค่าซ่อมบำรุง * **ความคืบหน้าโครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง (LPCL):** การเดินหน้าของโครงการนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตในอนาคต * **การบริหารจัดการกระแสเงินสด:** การติดตามการใช้เงินสดในกิจกรรมลงทุนและการจัดหาเงิน โดยเฉพาะการให้เงินกู้ยืมแก่บริษัทร่วม ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) **ราคา Commodity / ASP:** * **ราคาไฟฟ้า:** รายได้จากการขายไฟฟ้าได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย เช่น ปริมาณน้ำ (NN2, XPCL, LPCL), ค่า Ft (BIC), และการสิ้นสุด Adder (BKC) โดยใน Q2/2566 รายได้ขายไฟฟ้าลดลง 7.5% YoY เป็น 2,270.3 ล้านบาท * **ราคาเชื้อเพลิง:** ราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยใน Q2/2566 ลดลงเล็กน้อย YoY (418.7 บาท/MMBTU เทียบกับ 422.7 บาท/MMBTU) แต่ในงวด 6 เดือนเพิ่มขึ้น YoY (469.5 บาท/MMBTU เทียบกับ 432.1 บาท/MMBTU) ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนเชื้อเพลิงของ BIC **ปริมาณขาย-ผลิต:** * **NN2:** ปริมาณขายไฟฟ้าลดลง 24.6% ใน Q2/2566 เนื่องจากปริมาณน้ำน้อย * **BIC:** ปริมาณขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.0% ใน Q2/2566 * **BKC:** ปริมาณขายไฟฟ้าคงที่ แต่รายได้ลดลง 50.3% เนื่องจากสิ้นสุด Adder * **XPCL:** ปริมาณการขายไฟฟ้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญใน Q2/2566 เนื่องจากปริมาณน้ำไหลผ่านน้อยกว่าปีก่อน **ต้นทุนต่อหน่วย:** * **ต้นทุนขายไฟฟ้าและไอน้ำ:** ลดลง 0.4% ใน Q2/2566 แต่เพิ่มขึ้น 2.8% ในงวด 6 เดือน YoY * **ค่าเชื้อเพลิง:** ลดลง 3.7% ใน Q2/2566 ตามราคาก๊าซฯ แต่เพิ่มขึ้น 1.5% ในงวด 6 เดือน YoY **กำลังการผลิต:** * CKP มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 3,627 เมกะวัตต์ จาก 14 แห่ง ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 3 แห่ง (NN2, XPCL, LPCL), ระบบโคเจนเนอเรชั่น 2 แห่ง (BIC) และพลังงานแสงอาทิตย์ 9 แห่ง (BKC, NRS, CRS) **โครงการลงทุน:** * **โครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง (LPCL):** มีกำลังการผลิต 1,460 เมกะวัตต์ คาดเริ่ม COD ต้นปี 2573 **กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** * บริษัทได้รับรางวัลด้านความยั่งยืนและ ESG หลายรางวัล เช่น Carbon Champion Certificate, ESG100, CSR-DIW Award, Asia Responsible Enterprise Awards ซึ่งสะท้อนการดำเนินงานด้าน ESG ที่โดดเด่น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 สินทรัพย์รวมของ CKP อยู่ที่ 67,334.9 ล้านบาท ลดลง 3.6% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินสดจากการให้เงินกู้ยืมแก่ XPCL, การไถ่ถอนหุ้นกู้ของ NN2 และการจ่ายเงินปันผล หนี้สินรวมลดลง 4.3% มาอยู่ที่ 30,546.2 ล้านบาท จากการไถ่ถอนหุ้นกู้ NN2 และการชำระคืนเงินกู้ของ BIC ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 3.0% มาอยู่ที่ 36,788.7 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานที่ขาดทุน, การจ่ายเงินปันผล และการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 1,925.9 ล้านบาท ลดลงจากกิจกรรมลงทุน 771.9 ล้านบาท (ส่วนใหญ่ให้กู้ยืม XPCL) และกิจกรรมจัดหาเงิน 2,392.3 ล้านบาท (ไถ่ถอนหุ้นกู้ NN2, จ่ายคืนเงินกู้ BIC, จ่ายดอกเบี้ยและปันผล) ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 1,231.8 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 0.83 เท่า ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ดี ## สรุปท้าย CKP เผชิญผลประกอบการที่ย่ำแย่ในไตรมาส 2 ปี 2566 โดยมีสาเหตุหลักมาจากส่วนแบ่งขาดทุนจำนวนมากจากบริษัทร่วม โดยเฉพาะ XPCL ที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำน้อยและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ประกอบกับการลดลงของรายได้ไฟฟ้าจาก NN2 และการสิ้นสุด Adder ของ BKC แม้ว่ารายได้จากการดำเนินงานจะยังทรงตัวได้จากธุรกิจบริหารโครงการและโรงไฟฟ้า BIC แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลขาดทุนจากบริษัทร่วมได้ อย่างไรก็ตาม ฐานะการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง และมีโอกาสในการเติบโตจากโครงการ LPCL ในระยะยาว แต่ความเสี่ยงจากปริมาณน้ำและความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในรอบถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CKP ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,499.23 ล้านบาท
↓ 52.5% YoY
กำไรขั้นต้น
250.93 ล้านบาท
↓ 79.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.04 %
กำไรสุทธิ
720.97 ล้านบาท
↑ 804.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
28.85 %
D/E Ratio
0.78
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,499
↓ -52.5% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
251
↓ -79.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
721
↑ + 804.6% YoY
D/E Ratio
0.78

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CKP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
2,499.23
-52.51%
5,262.96
+74.17%
3,021.74
+11.70%
2,705.19
+11.40%
2,428.37
+68.57%
1,440.61
-30.97%
กำไรขั้นต้น —
250.93
-79.28%
1,211.29
+111.12%
573.75
+2.51%
559.73
-23.42%
730.92
+323.13%
172.74
-80.50%
ค่าใช้จ่ายรวม —
169.25
-28.42%
236.45
+31.65%
179.60
+12.05%
160.28
+12.42%
142.57
+18.21%
120.61
+7.96%
กำไรสุทธิ —
720.97
+804.64%
79.70
-85.31%
542.66
+655.90%
71.79
-41.42%
122.54
+1,471.43%
7.80
-98.48%
กำไรต่อหุ้น —
0.09
+790.00%
0.01
-85.07%
0.07
+644.44%
0.01
-40.00%
0.02
+1,400.00%
0.00
-98.41%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
6.99
-85.67%
48.77
+179.86%
-61.07
-359.43%
23.54
-32.41%
34.83
0.00
ROE(%) —
9.48
+95.06%
4.86
-10.50%
5.43
-42.72%
9.48
+5.69%
8.97
+424.56%
1.71
-65.73%
ROA(%) —
6.79
+37.17%
4.95
+11.24%
4.45
-22.20%
5.72
+0.18%
5.71
+217.22%
1.80
-62.81%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.78
-2.50%
0.80
+3.90%
0.77
-8.33%
0.84
-7.69%
0.91
0.91
+5.81%
P/E —
7.90
-59.11%
19.32
-27.75%
26.74
+79.34%
14.91
-24.28%
19.69
-50.61%
39.87
-62.62%
P/BV —
0.66
-29.79%
0.94
-6.93%
1.01
-30.34%
1.45
-12.65%
1.66
+6.41%
1.56
-10.86%
BV —
3.64
+6.74%
3.41
+5.57%
3.23
+2.54%
3.15
+4.30%
3.02
+5.23%
2.87
-0.69%
YIELD(%) —
3.51
+31.95%
2.66
+1.92%
2.61
+49.14%
1.75
+150.00%
0.70
+4.48%
0.67
+31.37%
ราคาหุ้น —
2.42
-24.38%
3.20
-1.84%
3.26
-28.51%
4.56
-8.80%
5.00
+12.11%
4.46
-10.08%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
10.04
-56.39%
23.02
+21.22%
18.99
-8.22%
20.69
-31.26%
30.10
+151.04%
11.99
-71.76%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
6.77
+50.78%
4.49
-24.41%
5.94
+0.34%
5.92
+0.85%
5.87
-29.87%
8.37
+56.45%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
28.85
+1,810.60%
1.51
-91.59%
17.96
+577.74%
2.65
-47.52%
5.05
+835.19%
0.54
-97.80%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.78
ROE (%)
9.48
ROA (%)
6.79
Book Value/หุ้น
3.69

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CKP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
14,803.14
+20.76%
12,258.26
+21.35%
10,101.87
-4.85%
10,423.45
+7.33%
9,711.84
-8.09%
10,566.39
+59.95%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
62,014.43
+3.35%
60,006.51
+2.29%
58,663.40
-1.31%
59,422.63
+0.27%
59,265.51
+4.95%
56,472.06
-1.93%
รวมสินทรัพย์ —
76,817.57
+6.30%
72,264.77
+5.09%
68,765.28
-1.84%
69,846.08
+1.26%
68,977.35
+2.89%
67,038.45
+4.44%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
6,562.44
-0.48%
6,594.40
+9.63%
6,015.15
+24.23%
4,632.00
+36.48%
3,393.98
-45.91%
6,275.22
+84.90%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
27,177.37
+6.42%
25,537.16
+7.15%
23,832.19
-12.62%
27,274.65
-7.40%
29,453.30
+14.49%
25,725.25
+1.88%
รวมหนี้สิน —
33,739.81
+5.01%
32,131.57
+7.65%
29,847.33
-7.07%
31,906.65
-2.86%
32,847.28
+2.65%
32,000.46
+11.72%
รวมส่วนของเจ้าของ —
43,077.76
+7.34%
40,133.20
+3.12%
38,917.94
+2.58%
37,939.43
+5.01%
36,130.07
+3.12%
35,037.99
-1.43%
D/E —
0.78
0.80
0.77
0.84
0.91
0.91
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
9.48
4.86
5.43
9.48
8.97
1.71
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
6.79
4.95
4.45
5.72
5.71
1.80
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
2.26
1.86
1.68
2.25
2.86
1.68
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
1.77
1.69
1.49
1.98
2.55
1.59
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
69.12
75.82
0.00
0.00
54.18
63.97
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
3.68
3.71
0.00
0.00
3.91
3.73
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
58.17
64.42
0.00
0.00
47.06
39.92
วงจรเงินสด —
14.62
15.11
0.00
0.00
11.03
27.78
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,278
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,934
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CKP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-1,277.84
+167.14%
-478.34
-51.47%
-985.71
-129.69%
3,320.00
-9.47%
3,667.18
+63.33%
2,245.27
-28.14%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
2,934.28
-1,425.15%
-221.43
-109.83%
2,251.52
-254.80%
-1,454.49
-64.36%
-4,080.52
-513.51%
986.79
-150.79%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-2,061.24
-41.80%
-3,541.39
-263.99%
2,159.52
-171.59%
-3,016.48
+114.88%
-1,403.77
-196.59%
1,453.38
+225.99%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-404.81
-90.46%
-4,241.16
-224.05%
3,418.84
-396.88%
-1,151.60
-36.61%
-1,816.80
-138.78%
4,684.89
+187.84%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
8,527.85
+52.82%
5,580.42
-5.64%
5,914.10
-16.49%
7,082.27
-20.42%
8,899.07
+111.17%
4,214.18
+62.92%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
9,593.35
+12.49%
8,527.85
+52.82%
5,580.42
-5.91%
5,930.67
-16.26%
7,082.27
-20.42%
8,899.07
+111.17%