บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
2.50
0.06 (2.34%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท ในภาพรวม กําไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทในปี 2564 เพิ่มขึ้นร้อยละ 438.4 YoY โดยสาเหตุหลักมาจาก
(1) รายได้ จากการขายไฟฟ้าของ NN2 เพิ่มขึ้น YoY จากปริมาณน้ําไหลเข้าอ่างเก็บน้ําระหว่างปี 2564 มากกว่าปีก่อน และจากปริมาณน้ํา สะสม ณ ต้นปีที่สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน และ
(2) การรับรู้ส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนใน XPCL เพิ่มขึ้น YoY จากปริมาณ การขายไฟฟ้าที่มากขึ้น YoY ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง YoY และการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นอีกร้อยละ 5.0 ใน XPCL
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14336 out_tok=3873 at=2026-07-25T04:09:31 -->
CKP กำไรสุทธิ Q2/2566 ดิ่งเหว 99.8% รับผลขาดทุนจากเงินลงทุน-รายได้ไฟฟ้าลด
CKP เผชิญแรงกดดันหนักในไตรมาส 2/2566 กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นวูบเกือบ 100% สวนทางรายได้รวมที่ลดลงเล็กน้อย ปัจจัยหลักมาจากส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนใน XPCL และปริมาณน้ำที่ลดลงกระทบโรงไฟฟ้า NN2 ขณะที่ต้นทุนบางส่วนยังคงทรงตัว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ CKP ในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกจากกำไรมหาศาลเป็นขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเกือบทั้งหมด คือ **การรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจำนวนมากจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม โดยเฉพาะ XPCL และการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้า NN2**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** ปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการคือการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจาก XPCL ซึ่งมีสาเหตุมาจากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าไซยะบุรี (XPCL) ที่น้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ปริมาณการขายไฟฟ้าลดลง ประกอบกับค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นตามแนวโน้มดอกเบี้ยโลก ทำให้ส่วนแบ่งขาดทุนจาก XPCL ในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 67.4 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่เคยมีส่วนแบ่งกำไร 766.3 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจาก LPCL อีก 32.0 ล้านบาท ทำให้ภาพรวมส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมในไตรมาส 2 ปี 2566 สูงถึง 99.2 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีส่วนแบ่งกำไร 772.0 ล้านบาท
2. **รายได้จากการขายไฟฟ้าของ NN2 ลดลง:** โรงไฟฟ้าพลังน้ำ นํ้าเงิม 2 (NN2) ประสบปัญหาปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่ำกว่าปีก่อน และมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างน้อยลง ส่งผลให้ปริมาณการขายไฟฟ้าลดลงถึง 24.6% ในไตรมาส 2 ปี 2566 เมื่อเทียบกับปีก่อน ทำให้รายได้จากการขายไฟฟ้าของ NN2 ลดลง 190.6 ล้านบาท บริษัทจึงประกาศความพร้อมจ่ายไฟฟ้าภายใต้หลักความระมัดระวังเพื่อบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อการผลิตไฟฟ้าในช่วงที่เหลือของปี
3. **ปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลกระทบ:**
* **BKC สิ้นสุดการได้รับรายได้ Adder:** โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ภายใต้การลงทุนของ BKC สิ้นสุดการได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2565 ทำให้รายได้จากการขายไฟฟ้าลดลงอย่างมากถึง 50.3% ในไตรมาส 2 ปี 2566
* **ค่าใช้จ่ายงานซ่อมบำรุงใหญ่ (Major Overhaul) ของ NN2:** มีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการซ่อมบำรุงใหญ่ตามแผนของโรงไฟฟ้า NN2 ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงาน
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะผลกระทบจากปริมาณน้ำที่ลดลงต่อโรงไฟฟ้าพลังน้ำ และแนวโน้มดอกเบี้ยโลกที่ยังคงสูง ซึ่งจะกดดันค่าใช้จ่ายทางการเงินของบริษัทร่วมต่อไป
* **ปริมาณน้ำ:** ปรากฏการณ์เอลนีโญที่เกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาจส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำยังคงอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งจะกระทบต่อปริมาณการผลิตและขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำอย่าง NN2 และ XPCL ในระยะต่อไป
* **อัตราดอกเบี้ย:** แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยโลกที่ยังคงอยู่ในระดับสูง จะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายทางการเงินของบริษัทร่วมยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป และอาจกระทบต่อการรับรู้ส่วนแบ่งกำไร/ขาดทุนในอนาคต
* **รายได้ Adder ของ BKC:** การสิ้นสุดการได้รับ Adder เป็นปัจจัยถาวรที่จะส่งผลกระทบต่อรายได้ของ BKC ในระยะยาว
* **งานซ่อมบำรุง:** งานซ่อมบำรุงใหญ่ของ NN2 เป็นรายการที่เกิดขึ้นตามแผนและคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม รายได้จากโรงไฟฟ้า BIC ที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นค่า Ft และปริมาณการขายไอน้ำที่เพิ่มขึ้น รวมถึงรายได้ค่าบริหารโครงการที่เติบโต เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นลดลง 99.8% YoY ใน Q2/2566 เหลือเพียง 1.8 ล้านบาท** และขาดทุนสุทธิ 102.5 ล้านบาทในงวด 6 เดือนแรกปี 2566
* **รายได้รวมลดลง 3.5% YoY ใน Q2/2566** มาจากรายได้ขายไฟฟ้า NN2 ลดลง 24.9% จากปริมาณน้ำน้อย
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมพุ่งสูงถึง 99.2 ล้านบาทใน Q2/2566** เทียบกับปีก่อนมีส่วนแบ่งกำไร 772.0 ล้านบาท โดยหลักมาจาก XPCL
* **รายได้จาก BKC ลดลง 50.3%** หลังสิ้นสุดการรับรู้รายได้ Adder
* **ต้นทุนดำเนินงานเพิ่มขึ้น 2.6% ในงวด 6 เดือน** จากค่าซ่อมบำรุง NN2 และค่าใช้จ่ายบริหารโครงการที่เพิ่มขึ้น
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง:** สินทรัพย์รวมลดลง 3.6% หนี้สินรวมลดลง 4.3% และส่วนผู้ถือหุ้นลดลง 3.0% จากสิ้นปี 2565
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP มีรายได้รวม 2,565.8 ล้านบาท ลดลง 3.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า นํ้าเงิม 2 (NN2) เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำที่ลดลงและปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างน้อยกว่าปีก่อน ทำให้ต้องประกาศความพร้อมจ่ายไฟฟ้าภายใต้หลักความระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม รายได้ค่าบริหารโครงการเพิ่มขึ้น 22.2% และรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 9.7% ช่วยชดเชยผลกระทบได้บางส่วน
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 5,251.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้ค่าบริหารโครงการที่เพิ่มขึ้น 22.7% และรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้จากการขายไฟฟ้าจะลดลงเล็กน้อยก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการด้านกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทกลับลดลงอย่างรุนแรง โดยในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 1.8 ล้านบาท ลดลงถึง 99.8% YoY และในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 102.5 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 902.8 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม โดยเฉพาะ XPCL ที่มีปริมาณน้ำไหลผ่านน้อยลงและค่าใช้จ่ายทางการเงินสูงขึ้น ประกอบกับการลดลงของรายได้ไฟฟ้าจาก NN2 การสิ้นสุดการรับรู้รายได้ Adder ของ BKC และค่าใช้จ่ายจากงานซ่อมบำรุงใหญ่ของ NN2
## โอกาส
* **การปรับเพิ่มอัตราค่าบริหารโครงการ:** บริษัทได้รับประโยชน์จากการปรับเพิ่มอัตราค่าบริหารโครงการตามสัญญา และการเพิ่มขอบเขตการให้บริการตามปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้รายได้ค่าบริหารโครงการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
* **การให้เงินกู้ยืมแก่ XPCL:** การให้เงินกู้ยืมเพิ่มเติมแก่ XPCL ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง
* **โครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง (LPCL):** แม้จะรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนในปัจจุบัน แต่การที่โครงการได้บรรลุข้อตกลงและเงื่อนไขตามสัญญาหลักครบถ้วนตามแผน และคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในปี 2573 ถือเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรในระยะยาว
* **การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยอื่น:** การเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยอื่นจากการให้เงินกู้ยืมแก่ XPCL และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ดอกเบี้ยรวม
* **การรับรู้รายได้ค่าดำเนินการงานเตรียมการก่อสร้างโครงการ LPCL:** การรับรู้รายได้ส่วนนี้ช่วยเพิ่มรายได้อื่นให้กับบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของปริมาณน้ำ:** ปริมาณน้ำที่ลดลงในอ่างเก็บน้ำของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เช่น NN2 และ XPCL เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณการผลิตและขายไฟฟ้า รวมถึงรายได้และกำไร
* **อัตราดอกเบี้ยโลกที่สูงขึ้น:** การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทร่วมสูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อส่วนแบ่งกำไร/ขาดทุน
* **การสิ้นสุดการรับรู้รายได้ Adder ของ BKC:** การหมดอายุของสัญญา Adder ทำให้รายได้ของโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ BKC ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **ค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงใหญ่:** การมีค่าใช้จ่ายจากงานซ่อมบำรุงใหญ่ตามแผนของโรงไฟฟ้า NN2 ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงาน
* **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและสิ่งแวดล้อม:** แม้บริษัทจะได้รับรางวัลด้านความยั่งยืน แต่การดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมพลังงานยังคงมีความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ต้องบริหารจัดการ
* **ความผันผวนของค่าเงินบาท:** การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลให้เกิดส่วนแบ่งขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการป้องกันความเสี่ยงในกระแสเงินสดของ XPCL เพิ่มขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ปริมาณน้ำไหลเข้าและระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ:** ติดตามแนวโน้มปริมาณน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน เพื่อประเมินผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้า
* **แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยโลก:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยจะส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทร่วม และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไร/ขาดทุน
* **ผลการดำเนินงานของ XPCL และ LPCL:** ติดตามผลประกอบการของบริษัทร่วมเหล่านี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะปริมาณการขายไฟฟ้าและค่าใช้จ่ายทางการเงิน
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยเฉพาะค่าเชื้อเพลิงและค่าซ่อมบำรุง
* **ความคืบหน้าโครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง (LPCL):** การเดินหน้าของโครงการนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตในอนาคต
* **การบริหารจัดการกระแสเงินสด:** การติดตามการใช้เงินสดในกิจกรรมลงทุนและการจัดหาเงิน โดยเฉพาะการให้เงินกู้ยืมแก่บริษัทร่วม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ราคา Commodity / ASP:**
* **ราคาไฟฟ้า:** รายได้จากการขายไฟฟ้าได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย เช่น ปริมาณน้ำ (NN2, XPCL, LPCL), ค่า Ft (BIC), และการสิ้นสุด Adder (BKC) โดยใน Q2/2566 รายได้ขายไฟฟ้าลดลง 7.5% YoY เป็น 2,270.3 ล้านบาท
* **ราคาเชื้อเพลิง:** ราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยใน Q2/2566 ลดลงเล็กน้อย YoY (418.7 บาท/MMBTU เทียบกับ 422.7 บาท/MMBTU) แต่ในงวด 6 เดือนเพิ่มขึ้น YoY (469.5 บาท/MMBTU เทียบกับ 432.1 บาท/MMBTU) ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนเชื้อเพลิงของ BIC
**ปริมาณขาย-ผลิต:**
* **NN2:** ปริมาณขายไฟฟ้าลดลง 24.6% ใน Q2/2566 เนื่องจากปริมาณน้ำน้อย
* **BIC:** ปริมาณขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.0% ใน Q2/2566
* **BKC:** ปริมาณขายไฟฟ้าคงที่ แต่รายได้ลดลง 50.3% เนื่องจากสิ้นสุด Adder
* **XPCL:** ปริมาณการขายไฟฟ้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญใน Q2/2566 เนื่องจากปริมาณน้ำไหลผ่านน้อยกว่าปีก่อน
**ต้นทุนต่อหน่วย:**
* **ต้นทุนขายไฟฟ้าและไอน้ำ:** ลดลง 0.4% ใน Q2/2566 แต่เพิ่มขึ้น 2.8% ในงวด 6 เดือน YoY
* **ค่าเชื้อเพลิง:** ลดลง 3.7% ใน Q2/2566 ตามราคาก๊าซฯ แต่เพิ่มขึ้น 1.5% ในงวด 6 เดือน YoY
**กำลังการผลิต:**
* CKP มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 3,627 เมกะวัตต์ จาก 14 แห่ง ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 3 แห่ง (NN2, XPCL, LPCL), ระบบโคเจนเนอเรชั่น 2 แห่ง (BIC) และพลังงานแสงอาทิตย์ 9 แห่ง (BKC, NRS, CRS)
**โครงการลงทุน:**
* **โครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง (LPCL):** มีกำลังการผลิต 1,460 เมกะวัตต์ คาดเริ่ม COD ต้นปี 2573
**กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:**
* บริษัทได้รับรางวัลด้านความยั่งยืนและ ESG หลายรางวัล เช่น Carbon Champion Certificate, ESG100, CSR-DIW Award, Asia Responsible Enterprise Awards ซึ่งสะท้อนการดำเนินงานด้าน ESG ที่โดดเด่น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 สินทรัพย์รวมของ CKP อยู่ที่ 67,334.9 ล้านบาท ลดลง 3.6% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินสดจากการให้เงินกู้ยืมแก่ XPCL, การไถ่ถอนหุ้นกู้ของ NN2 และการจ่ายเงินปันผล
หนี้สินรวมลดลง 4.3% มาอยู่ที่ 30,546.2 ล้านบาท จากการไถ่ถอนหุ้นกู้ NN2 และการชำระคืนเงินกู้ของ BIC
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 3.0% มาอยู่ที่ 36,788.7 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานที่ขาดทุน, การจ่ายเงินปันผล และการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 1,925.9 ล้านบาท ลดลงจากกิจกรรมลงทุน 771.9 ล้านบาท (ส่วนใหญ่ให้กู้ยืม XPCL) และกิจกรรมจัดหาเงิน 2,392.3 ล้านบาท (ไถ่ถอนหุ้นกู้ NN2, จ่ายคืนเงินกู้ BIC, จ่ายดอกเบี้ยและปันผล) ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 1,231.8 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 0.83 เท่า ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ดี
## สรุปท้าย
CKP เผชิญผลประกอบการที่ย่ำแย่ในไตรมาส 2 ปี 2566 โดยมีสาเหตุหลักมาจากส่วนแบ่งขาดทุนจำนวนมากจากบริษัทร่วม โดยเฉพาะ XPCL ที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำน้อยและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ประกอบกับการลดลงของรายได้ไฟฟ้าจาก NN2 และการสิ้นสุด Adder ของ BKC แม้ว่ารายได้จากการดำเนินงานจะยังทรงตัวได้จากธุรกิจบริหารโครงการและโรงไฟฟ้า BIC แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลขาดทุนจากบริษัทร่วมได้ อย่างไรก็ตาม ฐานะการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง และมีโอกาสในการเติบโตจากโครงการ LPCL ในระยะยาว แต่ความเสี่ยงจากปริมาณน้ำและความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในรอบถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CKP ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,499.23
ล้านบาท
↓ 52.5% YoY
กำไรขั้นต้น
250.93
ล้านบาท
↓ 79.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.04
%
กำไรสุทธิ
720.97
ล้านบาท
↑ 804.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
28.85
%
D/E Ratio
0.78
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,499
↓ -52.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
251
↓ -79.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
721
↑ + 804.6%
YoY
D/E Ratio
0.78
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CKP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.78
ROE (%)
9.48
ROA (%)
6.79
Book Value/หุ้น
3.69
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CKP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,278
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,934
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CKP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,277.84
+167.14%
|
-478.34
-51.47%
|
-985.71
-129.69%
|
3,320.00
-9.47%
|
3,667.18
+63.33%
|
2,245.27
-28.14%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,934.28
-1,425.15%
|
-221.43
-109.83%
|
2,251.52
-254.80%
|
-1,454.49
-64.36%
|
-4,080.52
-513.51%
|
986.79
-150.79%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2,061.24
-41.80%
|
-3,541.39
-263.99%
|
2,159.52
-171.59%
|
-3,016.48
+114.88%
|
-1,403.77
-196.59%
|
1,453.38
+225.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-404.81
-90.46%
|
-4,241.16
-224.05%
|
3,418.84
-396.88%
|
-1,151.60
-36.61%
|
-1,816.80
-138.78%
|
4,684.89
+187.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
8,527.85
+52.82%
|
5,580.42
-5.64%
|
5,914.10
-16.49%
|
7,082.27
-20.42%
|
8,899.07
+111.17%
|
4,214.18
+62.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
9,593.35
+12.49%
|
8,527.85
+52.82%
|
5,580.42
-5.91%
|
5,930.67
-16.26%
|
7,082.27
-20.42%
|
8,899.07
+111.17%
|