บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
2.50
0.06 (2.34%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท ในภาพรวม กําไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทในปี 2564 เพิ่มขึ้นร้อยละ 438.4 YoY โดยสาเหตุหลักมาจาก
(1) รายได้ จากการขายไฟฟ้าของ NN2 เพิ่มขึ้น YoY จากปริมาณน้ําไหลเข้าอ่างเก็บน้ําระหว่างปี 2564 มากกว่าปีก่อน และจากปริมาณน้ํา สะสม ณ ต้นปีที่สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน และ
(2) การรับรู้ส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนใน XPCL เพิ่มขึ้น YoY จากปริมาณ การขายไฟฟ้าที่มากขึ้น YoY ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง YoY และการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นอีกร้อยละ 5.0 ใน XPCL
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12353 out_tok=2591 at=2026-07-27T08:56:07 -->
CKP กำไร Q2/64 พุ่ง 845% รับอานิสงส์น้ำไหลเขื่อน-ส่วนแบ่งกำไร XPCL
ฝ่ายบริหาร CKP เผยผลประกอบการไตรมาส 2/64 กำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 845% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียน-เซน้ำน้อย (NN2) และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมอย่าง XPCL ที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ CKP ในไตรมาส 2/2564 คือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 845.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลัก 2 ประการที่ส่งผลโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงนี้
ประการแรก คือ **รายได้จากการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียน-เซน้ำน้อย (NN2) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยปริมาณการขายไฟฟ้าของ NN2 ในไตรมาส 2/2564 เพิ่มขึ้นถึง 143.1% YoY สาเหตุหลักมาจากปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำที่มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับปริมาณน้ำสะสม ณ ต้นปี 2564 ที่สูงกว่าปีก่อน ซึ่งส่งผลให้โรงไฟฟ้าสามารถผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าได้มากขึ้น
ประการที่สอง คือ **การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมอย่าง XPCL ที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น** โดยส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการที่ควบคุมร่วมกันและบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นถึง 707.0% YoY ในไตรมาส 2/2564 ปัจจัยสำคัญคือปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าไซยะบุรี (XPCL) ที่มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้ปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการลดลงของค่าใช้จ่ายทางการเงินอันเนื่องมาจากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลงและการทยอยชำระคืนเงินต้น
สำหรับแนวโน้มความต่อเนื่องของปัจจัยเหล่านี้ **มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง** โดยเฉพาะปัจจัยด้านปริมาณน้ำที่ไหลเข้าโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยทางธรรมชาติที่อาจผันผวน แต่จากข้อมูลปริมาณน้ำไหลเข้าและระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำที่สูงขึ้นในปี 2564 บ่งชี้ถึงศักยภาพในการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนปัจจัยด้านส่วนแบ่งกำไรจาก XPCL ที่ได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำที่มากขึ้นและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลงนั้น คาดว่าจะยังคงเป็นบวกต่อเนื่อง หากปริมาณน้ำยังคงอยู่ในระดับที่เอื้ออำนวยและอัตราดอกเบี้ยยังคงทรงตัวในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านปริมาณน้ำไหลเข้ายังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นพุ่งสูง 845.0% YoY** ในไตรมาส 2/2564 สู่ระดับ 707.0 ล้านบาท
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 25.3% YoY** แตะ 2,295.2 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากโรงไฟฟ้า NN2 และรายได้ค่าบริหารโครงการ
* **ปริมาณการขายไฟฟ้าของ NN2 เติบโตกว่า 143% YoY** จากปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำที่สูงขึ้น
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนใน XPCL เพิ่มขึ้นถึง 707.0% YoY** จากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น** สินทรัพย์เพิ่มขึ้น 2.1% จากการเพิ่มทุนและซื้อหุ้น XPCL ขณะที่หนี้สินเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อซื้อหุ้น XPCL
## ภาพรวมผลประกอบการ
CKP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2564 ที่เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีรายได้รวม 2,295.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทอยู่ที่ 707.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 845.0% YoY การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า NN2 ซึ่งได้รับอานิสงส์จากปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำที่มากกว่าปีก่อน และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนใน XPCL ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าที่มากขึ้นและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2564 รายได้รวมอยู่ที่ 4,396.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.4% YoY และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 821.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 289.1% YoY ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
## โอกาส
* **ปริมาณน้ำที่เอื้ออำนวยต่อการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ:** ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำของโรงไฟฟ้า NN2 และ XPCL ที่สูงกว่าปีก่อน เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยเพิ่มปริมาณการขายไฟฟ้าและส่วนแบ่งกำไร
* **การรับรู้รายได้ค่าบริหารโครงการ:** การเริ่มรับรู้รายได้ค่าบริหารโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบางตั้งแต่ปลายปี 2563 จะช่วยเสริมรายได้ของบริษัทอย่างต่อเนื่อง
* **การลงทุนใน XPCL:** การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน XPCL จะช่วยเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาว หากโรงไฟฟ้าสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การบริหารต้นทุนเชื้อเพลิง:** การลดลงของราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยส่งผลดีต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า BIC
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของปริมาณน้ำ:** ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่ควบคุมไม่ได้ และอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตและรายได้ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทอาจส่งผลกระทบต่อผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการป้องกันความเสี่ยงในกระแสเงินสดของ XPCL
* **การซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า:** การซ่อมบำรุงตามแผนของโรงไฟฟ้า BIC อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายไฟฟ้าในช่วงเวลาดังกล่าว
* **ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานบางรายการ เช่น ค่าดำเนินการและซ่อมบำรุง, ค่าผ่านสาย, และค่าสัมปทาน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ปริมาณน้ำไหลเข้าและระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำ:** ติดตามแนวโน้มปริมาณน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินศักยภาพการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำในอนาคต
* **ผลการดำเนินงานของ XPCL:** จับตาการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก XPCL และปัจจัยที่ส่งผลกระทบ เช่น ปริมาณน้ำและค่าใช้จ่ายทางการเงิน
* **การบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิง:** ติดตามแนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตของ BIC
* **การดำเนินงานของโครงการใหม่:** ติดตามความคืบหน้าและการรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** ติดตามการบริหารจัดการเงินกู้ยืมระยะสั้นที่ใช้ในการซื้อหุ้น XPCL และการออกหุ้นกู้เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**โรงไฟฟ้าพลังน้ำ NN2:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของรายได้ในไตรมาสนี้ โดยปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 143.1% YoY จากปริมาณน้ำไหลเข้าที่สูงกว่าปีก่อน ซึ่งเป็นผลดีต่อรายได้และกำไรของบริษัท
**โรงไฟฟ้า BIC:** รายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำลดลง 11.1% YoY เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติที่ลดลงส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าปรับลดลง และมีการซ่อมบำรุงตามแผน อย่างไรก็ตาม การลดลงของราคาก๊าซธรรมชาติช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงลง 15.4% YoY
**โรงไฟฟ้า BKC:** รายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 26.4% YoY จากการเปลี่ยนแผงโซลาร์เซลล์ที่เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการเริ่มรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์แห่งใหม่
**ส่วนแบ่งกำไรจาก XPCL:** เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่หนุนกำไรสุทธิ โดยเพิ่มขึ้นถึง 707.0% YoY จากปริมาณน้ำไหลผ่านที่มากขึ้นและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง
**ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** โดยรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.6% YoY ในไตรมาส 2/2564 แม้จะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในบางรายการ เช่น ค่าดำเนินการและซ่อมบำรุง, ค่าผ่านสาย, และค่าสัมปทาน แต่ถูกหักล้างด้วยค่าเชื้อเพลิงที่ลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 สินทรัพย์รวมของ CKP อยู่ที่ 68,429.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มทุนใน LPCL และการซื้อหุ้นเพิ่มเติมใน XPCL รวมถึงลูกหนี้จากการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 4.0% เป็น 33,270.9 ล้านบาท เนื่องจากการเบิกเงินกู้ยืมระยะสั้น 1,800 ล้านบาท เพื่อชำระค่าหุ้น XPCL ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.3% เป็น 35,158.2 ล้านบาท
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 1,456.7 ล้านบาท ในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 ขณะที่เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนอยู่ที่ (4,005.0) ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากการลงทุนเพิ่มเติมใน LPCL และ XPCL บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นงวด 6 เดือน อยู่ที่ 6,366.0 ล้านบาท ลดลง 28.5% จากสิ้นปี 2563
## สรุปท้าย
CKP โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2/2564 ที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 845% YoY เป็นผลมาจากปัจจัยบวกจากธรรมชาติที่ส่งผลดีต่อโรงไฟฟ้าพลังน้ำ NN2 และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจาก XPCL ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของปริมาณน้ำและปัจจัยด้านอัตราแลกเปลี่ยน แต่แนวโน้มการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี ทำให้ CKP ยังคงมีโอกาสเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากปริมาณน้ำยังคงเอื้ออำนวยต่อการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CKP ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,499.23
ล้านบาท
↓ 52.5% YoY
กำไรขั้นต้น
250.93
ล้านบาท
↓ 79.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.04
%
กำไรสุทธิ
720.97
ล้านบาท
↑ 804.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
28.85
%
D/E Ratio
0.78
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,499
↓ -52.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
251
↓ -79.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
721
↑ + 804.6%
YoY
D/E Ratio
0.78
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CKP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.78
ROE (%)
9.48
ROA (%)
6.79
Book Value/หุ้น
3.69
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CKP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,278
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,934
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CKP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,277.84
+167.14%
|
-478.34
-51.47%
|
-985.71
-129.69%
|
3,320.00
-9.47%
|
3,667.18
+63.33%
|
2,245.27
-28.14%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,934.28
-1,425.15%
|
-221.43
-109.83%
|
2,251.52
-254.80%
|
-1,454.49
-64.36%
|
-4,080.52
-513.51%
|
986.79
-150.79%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2,061.24
-41.80%
|
-3,541.39
-263.99%
|
2,159.52
-171.59%
|
-3,016.48
+114.88%
|
-1,403.77
-196.59%
|
1,453.38
+225.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-404.81
-90.46%
|
-4,241.16
-224.05%
|
3,418.84
-396.88%
|
-1,151.60
-36.61%
|
-1,816.80
-138.78%
|
4,684.89
+187.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
8,527.85
+52.82%
|
5,580.42
-5.64%
|
5,914.10
-16.49%
|
7,082.27
-20.42%
|
8,899.07
+111.17%
|
4,214.18
+62.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
9,593.35
+12.49%
|
8,527.85
+52.82%
|
5,580.42
-5.91%
|
5,930.67
-16.26%
|
7,082.27
-20.42%
|
8,899.07
+111.17%
|