บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
2.50
0.06 (2.34%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท ในภาพรวม กําไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทในปี 2564 เพิ่มขึ้นร้อยละ 438.4 YoY โดยสาเหตุหลักมาจาก
(1) รายได้ จากการขายไฟฟ้าของ NN2 เพิ่มขึ้น YoY จากปริมาณน้ําไหลเข้าอ่างเก็บน้ําระหว่างปี 2564 มากกว่าปีก่อน และจากปริมาณน้ํา สะสม ณ ต้นปีที่สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน และ
(2) การรับรู้ส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนใน XPCL เพิ่มขึ้น YoY จากปริมาณ การขายไฟฟ้าที่มากขึ้น YoY ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง YoY และการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นอีกร้อยละ 5.0 ใน XPCL
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12445 out_tok=2745 at=2026-07-25T13:44:33 -->
# CKP กำไร Q2/2565 พุ่ง 22.2% รับส่วนแบ่งกำไร XPCL โต-รายได้ BIC หนุน
## ส่วนแบ่งกำไร XPCL เติบโตเด่น ขณะที่ต้นทุนเชื้อเพลิง BIC สูงขึ้น แต่ภาพรวมยังคงแข็งแกร่ง
บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 864.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับรายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำของบริษัทย่อย BIC ที่เติบโตได้ดี แม้ว่าต้นทุนค่าเชื้อเพลิงจะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของ CKP ในไตรมาส 2 ปี 2565 ให้เติบโต 22.2% YoY มาจาก **การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี (XPCL)** ซึ่งชดเชยผลกระทบจากต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นของโรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น (BIC) ได้ นอกจากนี้ รายได้รวมยังเติบโตได้ดีถึง 15.9% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ส่วนแบ่งกำไรจาก XPCL เพิ่มขึ้น:** สาเหตุหลักมาจากการที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีมีปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าเฉลี่ยมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อส่วนแบ่งกำไรที่ CKP รับรู้
* **รายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำของ BIC เพิ่มขึ้น:** แม้ว่าต้นทุนก๊าซธรรมชาติจะสูงขึ้นอย่างมากตามตลาดโลก แต่รายได้ของ BIC ก็ยังเติบโตได้ถึง 48.4% YoY เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าในส่วนของ Energy Payment และค่าไอน้ำต่อหน่วยปรับเพิ่มขึ้น รวมถึงค่า Ft ขายปลีกที่สูงขึ้นด้วย
* **รายได้จากการขายไฟฟ้าของ NN2 ลดลง:** โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ างึม 2 (NN2) มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่ำกว่าปีก่อน ทำให้ต้องประกาศความพร้อมจ่ายไฟฟ้าภายใต้หลักความระมัดระวัง ส่งผลให้ปริมาณการขายไฟฟ้าลดลง 23.2% YoY และรายได้ลดลง 19.8% YoY ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยด้านปริมาณน้ำและราคาเชื้อเพลิง**
* **XPCL:** ปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญ หากฤดูกาลน้ำยังคงเอื้ออำนวยต่อเนื่อง ก็มีโอกาสที่ส่วนแบ่งกำไรจะยังคงเติบโตได้
* **BIC:** ราคาก๊าซธรรมชาติที่ผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้นจะเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าอัตราค่าไฟฟ้าจะปรับเพิ่มขึ้นตาม แต่ส่วนต่างกำไรอาจถูกบีบได้หากราคาก๊าซสูงเกินกว่าที่ค่าไฟฟ้าจะปรับตามได้ทัน
* **NN2:** ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเป็นปัจจัยตามฤดูกาลและสภาพอากาศ ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 22.2% YoY** แตะ 864.0 ล้านบาทใน Q2/2565
* **รายได้รวมเติบโต 15.9% YoY** แตะ 2,659.1 ล้านบาท จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำที่เพิ่มขึ้น
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 45.2% YoY** เป็น 772.0 ล้านบาท โดยหลักมาจาก XPCL
* **รายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำของ BIC เพิ่มขึ้น 48.4% YoY** จากราคาก๊าซธรรมชาติและค่า Ft ที่สูงขึ้น
* **รายได้จากการขายไฟฟ้าของ NN2 ลดลง 19.8% YoY** เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่ำกว่าปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 31.8% YoY** โดยหลักมาจากค่าเชื้อเพลิงของ BIC ที่สูงขึ้น 86.7% YoY
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง:** สินทรัพย์รวม 67,981.7 ล้านบาท, หนี้สินรวม 32,025.4 ล้านบาท, ส่วนของผู้ถือหุ้น 35,956.3 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
CKP รายงานรายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 2,659.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.9% YoY และสำหรับงวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 อยู่ที่ 5,202.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.3% YoY โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำของ BIC ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
ในส่วนของกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท ในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 864.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.2% YoY และสำหรับงวด 6 เดือน อยู่ที่ 902.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.9% YoY การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนใน XPCL ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก แม้ว่าต้นทุนค่าเชื้อเพลิงของ BIC จะสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนก็ตาม
อัตรากำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 32.5% ลดลงเล็กน้อยจาก 30.8% ในปีก่อน ขณะที่งวด 6 เดือน อยู่ที่ 17.4% ลดลงจาก 18.7% ในปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบจากต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น
## โอกาส
* **การเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจาก XPCL:** หากปริมาณน้ำยังคงเอื้ออำนวย จะเป็นปัจจัยบวกต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิง:** แม้ราคาก๊าซจะสูง แต่การบริหารจัดการสัญญาซื้อขายก๊าซและการปรับค่า Ft อย่างเหมาะสม จะช่วยลดผลกระทบต่อ BIC ได้
* **การลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียน:** CKP มีการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นเทรนด์พลังงานสะอาดที่กำลังเติบโต
* **การออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Debentures) ของ XPCL:** เป็นการบริหารต้นทุนทางการเงินและสะท้อนถึงความมุ่งมั่นด้าน ESG
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของ BIC และอาจกระทบต่ออัตรากำไร
* **ปริมาณน้ำไหลเข้าโรงไฟฟ้าพลังน้ำ:** สภาพอากาศและปริมาณน้ำที่ลดลงอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตและรายได้ของ NN2 และ XPCL
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทอาจส่งผลกระทบต่อการป้องกันความเสี่ยงในกระแสเงินสดของ XPCL
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานหรือข้อกำหนดในการผลิตไฟฟ้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลก:** จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนของ BIC
* **ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ:** โดยเฉพาะ NN2 และ XPCL เพื่อประเมินปริมาณการผลิตไฟฟ้า
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** โดยเฉพาะการชำระคืนหนี้และการออกหุ้นกู้ใหม่
* **การขยายตัวของธุรกิจและโครงการลงทุนในอนาคต:** เพื่อประเมินการเติบโตระยะยาว
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ต่อการป้องกันความเสี่ยงของ XPCL
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ราคา Commodity/ASP:** รายได้ของ BIC ได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ค่าไฟฟ้าและค่าไอน้ำต่อหน่วยปรับเพิ่มขึ้น ในขณะที่ NN2 ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำที่ลดลง ทำให้ปริมาณการขายไฟฟ้าลดลง
* **ปริมาณขาย-ผลิต:** ปริมาณการขายไฟฟ้าของ NN2 ลดลง 23.2% YoY เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่ำ แต่ปริมาณการขายไฟฟ้าของ BIC เพิ่มขึ้น 3.2% YoY และไอน้ำเพิ่มขึ้น 2.1% YoY ส่วน BKC มีปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
* **ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงของ BIC เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 86.7% YoY เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น
* **กำลังการผลิต:** CKP มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 2,167 เมกะวัตต์ จากโรงไฟฟ้า 3 ประเภท (พลังน้ำ, โคเจนเนอเรชั่น, พลังงานแสงอาทิตย์)
* **โครงการลงทุน:** มีการออกหุ้นกู้ Green Debentures ของ XPCL เพื่อชำระคืนเงินกู้และลดต้นทุนทางการเงิน
* **กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** การบริหารจัดการด้าน ESG ผ่านการออก Green Debentures เป็นประเด็นสำคัญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 สินทรัพย์รวมของ CKP อยู่ที่ 67,981.7 ล้านบาท ลดลง 1.4% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากเงินสดที่ลดลงจากการไถ่ถอนหุ้นกู้, การจ่ายเงินปันผล, และการชำระคืนเงินกู้ยืม
หนี้สินรวมลดลง 2.5% จากสิ้นปี 2564 จากการไถ่ถอนหุ้นกู้ของ NN2 และการชำระคืนเงินกู้ยืมของ BIC และ BKC
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 0.5% จากสิ้นปี 2564 จากส่วนแบ่งขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการป้องกันความเสี่ยงในกระแสเงินสดของ XPCL
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 1,422.9 ล้านบาท แต่เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนและจัดหาเงินรวมกันกว่า 4,000 ล้านบาท ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 2,579.8 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 0.89 เท่า ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ดี
## สรุปท้าย
CKP ในไตรมาส 2 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการผลประกอบการท่ามกลางความท้าทายด้านต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น โดยหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรคือการเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี (XPCL) ประกอบกับรายได้ที่แข็งแกร่งจากโรงไฟฟ้า BIC แม้ว่าโรงไฟฟ้า NN2 จะมีปริมาณการขายลดลงก็ตาม ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่งและมีสภาพคล่องที่ดี อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติและปริมาณน้ำไหลเข้าโรงไฟฟ้าพลังน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CKP ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,499.23
ล้านบาท
↓ 52.5% YoY
กำไรขั้นต้น
250.93
ล้านบาท
↓ 79.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.04
%
กำไรสุทธิ
720.97
ล้านบาท
↑ 804.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
28.85
%
D/E Ratio
0.78
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,499
↓ -52.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
251
↓ -79.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
721
↑ + 804.6%
YoY
D/E Ratio
0.78
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CKP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.78
ROE (%)
9.48
ROA (%)
6.79
Book Value/หุ้น
3.69
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CKP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,278
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,934
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CKP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,277.84
+167.14%
|
-478.34
-51.47%
|
-985.71
-129.69%
|
3,320.00
-9.47%
|
3,667.18
+63.33%
|
2,245.27
-28.14%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,934.28
-1,425.15%
|
-221.43
-109.83%
|
2,251.52
-254.80%
|
-1,454.49
-64.36%
|
-4,080.52
-513.51%
|
986.79
-150.79%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2,061.24
-41.80%
|
-3,541.39
-263.99%
|
2,159.52
-171.59%
|
-3,016.48
+114.88%
|
-1,403.77
-196.59%
|
1,453.38
+225.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-404.81
-90.46%
|
-4,241.16
-224.05%
|
3,418.84
-396.88%
|
-1,151.60
-36.61%
|
-1,816.80
-138.78%
|
4,684.89
+187.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
8,527.85
+52.82%
|
5,580.42
-5.64%
|
5,914.10
-16.49%
|
7,082.27
-20.42%
|
8,899.07
+111.17%
|
4,214.18
+62.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
9,593.35
+12.49%
|
8,527.85
+52.82%
|
5,580.42
-5.91%
|
5,930.67
-16.26%
|
7,082.27
-20.42%
|
8,899.07
+111.17%
|