บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
1.32
+0.04 (+3.13%)
สรุปสั้น
กำไรสุทธิ ลดลงเกิดจาก ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งได้แก่ การเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้าน เครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและการลดลงของกําไรจากการจําหน่ายทรัพย์สินรอ การขายลดลง
ในช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2563 บริษัทได้เริ่มดําเนินธุรกิจใหม่ในการขายสินค้าผ่านช่องทาง Call center และ/หรือ TV Shoping และ/หรือ ช่องทาง On-line ซึ่งในไตรมาส 2/2564 สําหรับ 3 เดือนและ 6 เดือน มีรายได้จากการขายสินค้า จํานวน 0.03 ล้านบาทและ 0.13 ล้านบาทตามลําดับ
ต้นทุนการให้บริการ ต้นทุนการให้บริการหลักของบริษัทได้แก่ เงินเดือน ค่าคอมมิชชั่น และค่าบริการเรียกเก็บหนี้ที่จ่ายให้แก่บุคคลภายนอก รวมถึงค่าใช้จ่ายงานคดี โดยในไตรมาสที่ Q2/2564 บริษัทมีต้นทุนให้บริการอยู่ที่ร้อยละ 23.1 ซึ่งใกล้เคียงกับไตรมาสที่ 2/2563 ที่อยู่ที่ร้อยละ 23.7 ของรายได้รวม
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8455 out_tok=2981 at=2026-07-25T11:01:41 -->
# CHAYO กำไร Q3/2566 พุ่ง 104% รับแรงหนุนพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพโต
## รายได้ดอกเบี้ยหนี้ด้อยคุณภาพโตเด่น ดันกำไรสุทธิ CHAYO ก้าวกระโดด ขณะที่ต้นทุนการเงินและผลขาดทุนเครดิตเพิ่มขึ้นตามการขยายธุรกิจ
บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 87.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 103.76% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อแก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ และการเพิ่มขึ้นของกำไรจากการขายทรัพย์สินรอการขาย แม้ว่าต้นทุนทางการเงินและผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจะปรับตัวสูงขึ้นตามการขยายธุรกิจก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ CHAYO ในไตรมาส 3/2566 คือ **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อแก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 110.69 ล้านบาท หรือ 48.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2565 นอกจากนี้ **กำไรจากการขายทรัพย์สินรอการขาย** ยังมีส่วนช่วยหนุนผลประกอบการ โดยเพิ่มขึ้น 7.01 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมเพิ่มขึ้น 44.35 ล้านบาท หรือ 103.76% มาอยู่ที่ 87.09 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยจากสินทรัพย์ด้อยคุณภาพเป็นผลโดยตรงจากการที่บริษัทได้ **ซื้อพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพชนิดไม่มีหลักประกันเข้ามาบริหารเพิ่มเติมมากขึ้นในช่วงปลายปี 2564 ถึงปี 2565** ทำให้ในปี 2566 มีปริมาณหนี้ด้อยคุณภาพที่สร้างรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหนี้ที่ไม่มีหลักประกันมียอดจัดเก็บเพิ่มขึ้นถึง 68.10 ล้านบาท หรือ 29% เมื่อเทียบกับ 9 เดือนแรกของปีก่อน ส่วนกำไรจากการขายทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ที่เพิ่มขึ้นนั้น มาจากการที่บริษัทมีการขายทรัพย์สินรอการขายได้มากขึ้น ซึ่ง NPA เหล่านี้มาจากการประมูลหลักประกันหนี้ด้อยคุณภาพที่บริษัทซื้อมา หรือการซื้อ NPA ตรงจากสถาบันการเงิน
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กดดันผลประกอบการและเพิ่มขึ้นตามการขยายธุรกิจ ได้แก่ **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น** ที่เพิ่มขึ้น 40.10 ล้านบาท เนื่องจากพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ต้องมีการตั้งสำรองเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติของธุรกิจ และ **ต้นทุนทางการเงิน** ที่เพิ่มขึ้น 15.00 ล้านบาท เนื่องจากการกู้ยืมเงินมาเพื่อลงทุนซื้อพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพและปล่อยสินเชื่อเพิ่ม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้ดอกเบี้ยจากสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าบริษัทได้มีการซื้อพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลให้มีปริมาณหนี้ที่สร้างรายได้เพิ่มขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและต้นทุนทางการเงินนั้นเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นผลมาจากการขยายธุรกิจและการบริหารจัดการพอร์ตหนี้ที่เพิ่มขึ้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 เติบโตโดดเด่น:** อยู่ที่ 87.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 103.76% YoY
* **รายได้รวม Q3/2566 พุ่ง 48.2%:** แตะ 376.43 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและรายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืม
* **พอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพขยายตัว:** ยอดจัดเก็บหนี้ไม่มีหลักประกันเพิ่มขึ้น 29% ใน 9 เดือนแรกปี 2566
* **ธุรกิจใหม่หนุนรายได้:** มีรายได้จากการให้บริการจัดหาคน 4.66 ล้านบาทใน Q3/2566
* **ต้นทุนและสำรองเพิ่มขึ้นตามธุรกิจ:** ผลขาดทุนเครดิตคาดว่าจะเกิดขึ้นและต้นทุนทางการเงินปรับตัวสูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 CHAYO มีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 376.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อแก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ 110.69 ล้านบาท และรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้กู้ยืม 7.67 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีรายได้จากธุรกิจบริการจัดหาคนเข้ามาเสริมอีก 4.66 ล้านบาท
ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 14.72% เป็น 78.57 ล้านบาท ขณะที่กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 68.30% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 มาอยู่ที่ 884.21 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 81.92% ซึ่งสูงขึ้นจาก 75.0% ในปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 7.10 ล้านบาทในไตรมาส 3/2566 เป็น 26.48 ล้านบาท โดยมีสาเหตุจากการจ่ายค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้นตามการเติบโต และค่าที่ปรึกษาในการนำบริษัทย่อยจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 106.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.10 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นไปตามการเติบโตของพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพ
ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 15.00 ล้านบาทในไตรมาส 3/2566 เนื่องจากบริษัทมีการกู้ยืมเงินเพื่อลงทุนซื้อพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพและปล่อยสินเชื่อเพิ่ม
กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 87.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 103.76% เมื่อเทียบกับปีก่อน และสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 กำไรสุทธิอยู่ที่ 308.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70.96%
## โอกาส
* **การเติบโตของพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพ:** การซื้อพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ดอกเบี้ยหลัก
* **การขยายธุรกิจใหม่:** การมีรายได้จากธุรกิจบริการจัดหาคนแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการกระจายแหล่งรายได้
* **การขายทรัพย์สินรอการขาย (NPA):** การบริหารจัดการและขาย NPA ที่มีประสิทธิภาพช่วยเพิ่มกำไรพิเศษ
* **การปล่อยสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น:** ยอดลูกหนี้เงินให้กู้ยืมที่เพิ่มขึ้นบ่งชี้ถึงการขยายฐานลูกค้าสินเชื่อ
## ความเสี่ยง
* **การเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น:** เป็นความเสี่ยงปกติของธุรกิจบริหารหนี้ หากการบริหารจัดการหนี้ไม่เป็นไปตามเป้า อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไร
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การพึ่งพาเงินกู้ยืมเพื่อขยายธุรกิจ ทำให้มีความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยที่อาจปรับตัวสูงขึ้น
* **การแข่งขันในธุรกิจบริหารหนี้:** ตลาดมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อราคาซื้อพอร์ตหนี้และอัตราผลตอบแทน
* **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสินเชื่อและบริหารหนี้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางการซื้อพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพ:** ปริมาณและมูลค่าของพอร์ตที่บริษัทจะเข้าซื้อเพิ่มเติม
* **อัตราการจัดเก็บหนี้:** ประสิทธิภาพในการจัดเก็บหนี้จากพอร์ตที่บริหารอยู่
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ความสามารถในการบริหารต้นทุนดอกเบี้ยท่ามกลางสภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น
* **การเติบโตของธุรกิจบริการจัดหาคน:** ศักยภาพในการขยายธุรกิจใหม่นี้ให้มีนัยสำคัญต่อรายได้รวม
* **การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต:** แนวโน้มการตั้งสำรองที่สอดคล้องกับการเติบโตของพอร์ต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในฐานะบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในกลุ่มการเงิน โดยเฉพาะการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและปล่อยสินเชื่อ CHAYO มีลักษณะการดำเนินงานที่แตกต่างจากธนาคารพาณิชย์ทั่วไป โดยเน้นที่การสร้างรายได้จากดอกเบี้ยของสินทรัพย์ด้อยคุณภาพเป็นหลัก ซึ่งมีอัตราผลตอบแทนสูงกว่าสินเชื่อปกติ แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงกว่า
* **รายได้ดอกเบี้ยจากสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NII):** เป็นแหล่งรายได้หลัก คิดเป็น 89% ของรายได้รวมใน Q3/2566 การเติบโตของรายได้ส่วนนี้มาจากการซื้อพอร์ตหนี้เข้ามาบริหารเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักของบริษัท
* **รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้กู้ยืม (NII):** เป็นส่วนที่เติบโตขึ้น 7.5% ของรายได้รวมใน Q3/2566 โดยมียอดลูกหนี้เงินให้กู้ยืมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนการขยายธุรกิจสินเชื่อ
* **Non-NII:** รายได้จากการให้บริการเร่งรัดหนี้สิน, รายได้จากการให้บริการจัดหาคน, และกำไรจากการขายทรัพย์สินรอการขาย ถือเป็นรายได้เสริมที่ช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มกำไร
* **ต้นทุนการให้บริการ:** เพิ่มขึ้นตามปริมาณการดำเนินงาน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายงานคดีและค่าพนักงาน
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Credit Cost):** เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนคุณภาพของพอร์ตหนี้และประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยง การเพิ่มขึ้นของตัวเลขนี้เป็นเรื่องปกติเมื่อมีการซื้อพอร์ตใหม่เข้ามา แต่ต้องจับตาไม่ให้สูงเกินไปจนกระทบกำไร
* **ต้นทุนทางการเงิน:** การพึ่งพาหนี้สินเพื่อขยายธุรกิจ ทำให้ต้นทุนทางการเงินเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องบริหารจัดการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 8,644.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากสิ้นปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินให้สินเชื่อแก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ 1,076.82 ล้านบาท และลูกหนี้เงินให้กู้ยืม 214.25 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,472.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,119.90 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของหุ้นกู้ 997.65 ล้านบาท และเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน 60.76 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนการระดมทุนเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 4,171.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 321.05 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสมที่ยังไม่จัดสรร
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Interest bearing debt to equity) อยู่ที่ 1.00 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 3/2566 ซึ่งยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
## สรุปท้าย
CHAYO โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 103.76% เป็นผลมาจากกลยุทธ์การซื้อพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการสร้างรายได้ดอกเบี้ย แม้ว่าต้นทุนทางการเงินและผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจะปรับตัวสูงขึ้นตามการขยายธุรกิจ แต่การเติบโตของรายได้และกำไรจากการขายทรัพย์สินรอการขาย รวมถึงการขยายธุรกิจใหม่ๆ ยังคงเป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตา การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเครดิตและต้นทุนทางการเงินจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาโมเมนตัมการเติบโตในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CHAYO ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
507.39
ล้านบาท
↓ 2.8% YoY
กำไรขั้นต้น
452.87
ล้านบาท
↑ 2.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
89.25
%
กำไรสุทธิ
-737.31
ล้านบาท
↓ 1314% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-145.31
%
D/E Ratio
1.12
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
507
↓ -2.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
453
↑ + 2.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-737
↓ -1314%
YoY
D/E Ratio
1.12
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CHAYO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.12
ROE (%)
-16.58
ROA (%)
-2.35
Book Value/หุ้น
2.75
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CHAYO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+48
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CHAYO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
47.91
-155.96%
|
-85.62
-82.52%
|
-489.91
-12.18%
|
-557.86
-9.79%
|
-618.43
-19.23%
|
-765.66
+119.26%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
-100.00%
|
-4.13
-161.28%
|
6.74
-120.27%
|
-33.25
+11.06%
|
-29.94
-130.47%
|
98.26
-196.95%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.00
-100.00%
|
-654.82
-56.88%
|
-1,518.67
-26.10%
|
-2,055.08
+3.51%
|
-1,985.33
-381.52%
|
705.23
+127.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
-100.00%
|
-567.98
-71.63%
|
-2,001.86
-28.23%
|
-2,789.43
+18.09%
|
-2,362.12
-960.93%
|
274.37
+169.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
623.38
-38.97%
|
1,021.42
-23.33%
|
1,332.20
+88.11%
|
708.20
+96.88%
|
359.72
+142.22%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
406.28
-34.83%
|
623.38
-38.97%
|
1,021.42
-23.33%
|
1,332.20
+88.11%
|
708.20
+96.88%
|