บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
1.36
+0.04 (+3.03%)
สรุปสั้น
กำไรสุทธิ ลดลงเกิดจาก ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งได้แก่ การเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้าน เครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและการลดลงของกําไรจากการจําหน่ายทรัพย์สินรอ การขายลดลง
ในช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2563 บริษัทได้เริ่มดําเนินธุรกิจใหม่ในการขายสินค้าผ่านช่องทาง Call center และ/หรือ TV Shoping และ/หรือ ช่องทาง On-line ซึ่งในไตรมาส 2/2564 สําหรับ 3 เดือนและ 6 เดือน มีรายได้จากการขายสินค้า จํานวน 0.03 ล้านบาทและ 0.13 ล้านบาทตามลําดับ
ต้นทุนการให้บริการ ต้นทุนการให้บริการหลักของบริษัทได้แก่ เงินเดือน ค่าคอมมิชชั่น และค่าบริการเรียกเก็บหนี้ที่จ่ายให้แก่บุคคลภายนอก รวมถึงค่าใช้จ่ายงานคดี โดยในไตรมาสที่ Q2/2564 บริษัทมีต้นทุนให้บริการอยู่ที่ร้อยละ 23.1 ซึ่งใกล้เคียงกับไตรมาสที่ 2/2563 ที่อยู่ที่ร้อยละ 23.7 ของรายได้รวม
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8784 out_tok=3325 at=2026-07-27T08:53:34 -->
# CHAYO กำไรสุทธิ Q2/2564 ลดลง YoY แต่ 6 เดือนแรกโต รับแรงหนุนรายได้พอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพ
## รายได้พอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพโตเด่น ดันกำไร 6 เดือนแรกบวก แต่ Q2 แผ่วจากค่าใช้จ่ายพุ่ง
บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 35.16 ล้านบาท ลดลง 14.60 ล้านบาท หรือ 29.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโต 29.06% เป็น 156.31 ล้านบาท โดยมีปัจจัยกดดันจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและต้นทุนทางการเงิน อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 6 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 100.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.42 ล้านบาท หรือ 15.4% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและการลดลงของภาษีเงินได้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ CHAYO ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss - ECL) และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น** ซึ่งกดดันกำไรสุทธิให้ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการให้สินเชื่อแก่ทรัพย์สินด้อยคุณภาพจะเติบโตได้ดีก็ตาม ในทางกลับกัน สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2564 หัวใจหลักคือ **การเติบโตของรายได้จากการให้สินเชื่อแก่ทรัพย์สินด้อยคุณภาพและการลดลงของภาษีเงินได้** ซึ่งช่วยชดเชยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นและส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมยังคงเติบโตได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**สำหรับไตรมาส 2/2564:**
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) เพิ่มขึ้น:** สาเหตุหลักมาจากการที่บริษัทได้ซื้อพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพชนิดไม่มีหลักประกันเข้ามาบริหารเพิ่มเติมในช่วงปลายปี 2563 ทำให้ปริมาณหนี้ที่ต้องประเมินความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ ECL สูงขึ้นตามไปด้วย โดย ECL ในไตรมาส 2/2564 อยู่ที่ 53.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 23.15 ล้านบาทในปีก่อน
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น:** เกิดจากการที่บริษัทมีการกู้ยืมเงินเพื่อนำมาลงทุนซื้อพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารเพิ่มมากขึ้น ทำให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายสูงขึ้น
* **กำไรจากการขายทรัพย์สินรอการขายลดลง:** เนื่องจากมีการขายทรัพย์สินรอการขายลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
**สำหรับ 6 เดือนแรกของปี 2564:**
* **รายได้จากการให้สินเชื่อแก่ทรัพย์สินด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้น:** เป็นผลมาจากการซื้อพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารเพิ่มเติมในช่วงปลายปี 2563 ทำให้มีปริมาณหนี้ที่สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้น โดยยอดจัดเก็บจากหนี้ที่ไม่มีหลักประกันและยอดรายได้จากการขายหลักประกันของหนี้ด้อยคุณภาพรวมอยู่ที่ 164.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.80% จากปีก่อน
* **การลดลงของภาษีเงินได้:** เกิดจากการกลับรายการภาษีเงินได้รอตัดจ่ายในไตรมาส 2/2564
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง (สำหรับรายได้พอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพ) แต่ต้องจับตา (สำหรับค่าใช้จ่าย ECL และต้นทุนทางการเงิน):**
* **รายได้จากพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพ:** มีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากบริษัทมีการซื้อพอร์ตหนี้เข้ามาบริหารอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักในการสร้างรายได้ของบริษัท
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) และต้นทุนทางการเงิน:** มีความไม่แน่นอนสูง ขึ้นอยู่กับปริมาณการซื้อพอร์ตหนี้ใหม่ๆ ในอนาคต และความสามารถในการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพ รวมถึงสภาวะตลาดอัตราดอกเบี้ย หากบริษัทยังคงนโยบายซื้อพอร์ตหนี้อย่างต่อเนื่อง ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็มีแนวโน้มจะยังคงอยู่ในระดับสูง
**ลักษณะครั้งคราว (สำหรับภาษีเงินได้):** การลดลงของภาษีเงินได้ในงวด 6 เดือนแรกส่วนหนึ่งมาจากการกลับรายการภาษีเงินได้รอตัดจ่าย ซึ่งเป็นรายการที่อาจไม่เกิดขึ้นต่อเนื่องในทุกไตรมาส
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2564 ลดลง 29.5% YoY** อยู่ที่ 35.16 ล้านบาท จาก 49.76 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q2/2564 เพิ่มขึ้น 29.06% YoY** อยู่ที่ 156.31 ล้านบาท โดยหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อแก่ทรัพย์สินด้อยคุณภาพ
* **กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2564 เพิ่มขึ้น 15.4% YoY** อยู่ที่ 100.07 ล้านบาท จาก 86.65 ล้านบาทในปีก่อน
* **ECL เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ:** ใน Q2/2564 อยู่ที่ 53.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 23.15 ล้านบาทในปีก่อน
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น:** จากการกู้ยืมเพื่อลงทุนซื้อพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่ม
* **การซื้อพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพ:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก แต่ก็ส่งผลให้ ECL และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นตามมา
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้รวม 156.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.06% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อแก่ทรัพย์สินด้อยคุณภาพ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 2/2564 อยู่ที่ 35.16 ล้านบาท ลดลง 29.5% YoY สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น รวมถึงกำไรจากการขายทรัพย์สินรอการขายที่ลดลง
สำหรับภาพรวม 6 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 332.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.49% YoY และมีกำไรสุทธิ 100.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.4% YoY โดยการเติบโตของกำไรสุทธิในงวด 6 เดือนแรกได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้และการลดลงของภาษีเงินได้
## โอกาส
* **การซื้อพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มเติม:** บริษัทมีนโยบายในการเข้าซื้อพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณหนี้ที่บริหารและสร้างรายได้ในอนาคต
* **การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อแก่ทรัพย์สินด้อยคุณภาพ:** เป็นรายได้หลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัท
* **การขยายธุรกิจใหม่:** การเริ่มดำเนินธุรกิจขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ (e-commerce) แม้ปัจจุบันยังมีสัดส่วนรายได้น้อย แต่เป็นโอกาสในการกระจายแหล่งรายได้
## ความเสี่ยง
* **การเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL):** หากปริมาณหนี้ด้อยคุณภาพที่ซื้อเข้ามามีคุณภาพต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ หรือเศรษฐกิจชะลอตัว อาจส่งผลให้ ECL เพิ่มสูงขึ้นและกระทบต่อกำไร
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การกู้ยืมเพื่อขยายธุรกิจอาจทำให้ภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหากอัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวสูงขึ้น
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายผู้ว่าจ้าง:** ในส่วนของรายได้จากการให้บริการเร่งรัดหนี้สิน อาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายของผู้ว่าจ้าง เช่น การให้หยุดติดตามหนี้ หรือยืดระยะเวลาการชำระหนี้ออกไป เนื่องจากการแพร่ระบาดของ COVID-19
* **การแข่งขันในธุรกิจซื้อหนี้ด้อยคุณภาพ:** ตลาดการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อราคาซื้อพอร์ตหนี้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ปริมาณและคุณภาพของพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพที่บริษัทเข้าซื้อเพิ่มเติม:** จะส่งผลโดยตรงต่อรายได้และ ECL ในอนาคต
* **ระดับของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL):** จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อความสามารถในการบริหารจัดการหนี้
* **ต้นทุนทางการเงินและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย:** จะส่งผลต่อภาระดอกเบี้ยจ่ายของบริษัท
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** เพื่อควบคุมต้นทุนและรักษาอัตรากำไร
* **ผลประกอบการของธุรกิจขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์:** การเติบโตและศักยภาพในการสร้างรายได้ในระยะยาว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อแก่ทรัพย์สินด้อยคุณภาพ:** เป็นรายได้หลักของบริษัท โดยในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 164.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.80% YoY เนื่องจากการซื้อพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารเพิ่มขึ้น
* **รายได้จากการให้บริการเร่งรัดหนี้สิน:** ลดลง 22.85% ใน Q2/2564 และ 18.03% ใน 6 เดือนแรก YoY เนื่องจากนโยบายช่วยเหลือลูกค้าจากผลกระทบ COVID-19 และการปรับเปลี่ยนจำนวนบัญชีที่ได้รับมอบหมาย
* **รายได้จากการปล่อยสินเชื่อ:** เติบโตเล็กน้อย 15.13% ใน 6 เดือนแรก YoY โดยยอดลูกหนี้เงินให้กู้ยืม ณ 30 มิ.ย. 64 อยู่ที่ 63.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 50.41 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรขั้นต้น:** อยู่ในระดับสูงที่ 76.9% ใน Q2/2564 และ 78.7% ใน 6 เดือนแรก YoY โดยเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเนื่องจากรายได้จากการให้สินเชื่อแก่ทรัพย์สินด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้น
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL):** เป็นค่าใช้จ่ายสำคัญที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยใน Q2/2564 อยู่ที่ 53.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.36 ล้านบาท YoY และใน 6 เดือนแรกอยู่ที่ 74.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.98 ล้านบาท YoY
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 15.49 ล้านบาทใน Q2/2564 และ 31.44 ล้านบาทใน 6 เดือนแรก YoY จากการกู้ยืมเพื่อซื้อพอร์ตหนี้เพิ่ม
* **NIM/NII/Non-NII:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข NIM หรือ NII/Non-NII โดยตรง แต่รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อแก่ทรัพย์สินด้อยคุณภาพถือเป็นรายได้หลักที่คล้ายคลึงกับ NII ในธุรกิจการเงิน
* **NPL/Coverage/Credit Cost:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข NPL หรือ Coverage Ratio โดยตรง แต่มีการกล่าวถึง "ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น" ซึ่งสะท้อนถึงการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ (Credit Cost) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 มิ.ย. 64 อยู่ที่ 4,680.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66.52% จากสิ้นปี 2563 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด (จากการแปลงใบสำคัญแสดงสิทธิ) และเงินให้สินเชื่อแก่ทรัพย์สินด้อยคุณภาพ รวมถึงสินทรัพย์รอการขาย
* **หนี้สินรวม:** ณ 30 มิ.ย. 64 อยู่ที่ 1,502.30 ล้านบาท ลดลง 161.98 ล้านบาทจากสิ้นปี 2563 โดยมีการลดลงของตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้ และเงินกู้ยืมจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง แต่มีการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 มิ.ย. 64 อยู่ที่ 3,178.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากสิ้นปี 2563 โดยหลักมาจากการรับเงินจากการแปลงใบสำคัญแสดงสิทธิ (CHAYO-W1) การเพิ่มขึ้นของผลกำไรจากการดำเนินงาน และการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิและหุ้นปันผล
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio):** อยู่ที่ 0.44 เท่า ณ 30 มิ.ย. 64 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
## สรุปท้าย
CHAYO ในไตรมาส 2 ปี 2564 เผชิญแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและต้นทุนทางการเงิน ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้หลักจากพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพจะยังคงเติบโตได้ดี อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 6 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทยังคงสามารถเติบโตได้ทั้งรายได้และกำไรสุทธิ โดยมีปัจจัยหนุนจากการซื้อพอร์ตหนี้เข้ามาบริหารเพิ่มและการบริหารจัดการภาษีที่ดี ความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาคือการบริหารจัดการคุณภาพของพอร์ตหนี้ที่ซื้อเข้ามาใหม่ และการควบคุมค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CHAYO ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
507.39
ล้านบาท
↓ 2.8% YoY
กำไรขั้นต้น
452.87
ล้านบาท
↑ 2.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
89.25
%
กำไรสุทธิ
-737.31
ล้านบาท
↓ 1314% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-145.31
%
D/E Ratio
1.12
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
507
↓ -2.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
453
↑ + 2.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-737
↓ -1314%
YoY
D/E Ratio
1.12
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CHAYO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.12
ROE (%)
-16.58
ROA (%)
-2.35
Book Value/หุ้น
2.75
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CHAYO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+48
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CHAYO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
47.91
-155.96%
|
-85.62
-82.52%
|
-489.91
-12.18%
|
-557.86
-9.79%
|
-618.43
-19.23%
|
-765.66
+119.26%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
-100.00%
|
-4.13
-161.28%
|
6.74
-120.27%
|
-33.25
+11.06%
|
-29.94
-130.47%
|
98.26
-196.95%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.00
-100.00%
|
-654.82
-56.88%
|
-1,518.67
-26.10%
|
-2,055.08
+3.51%
|
-1,985.33
-381.52%
|
705.23
+127.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
-100.00%
|
-567.98
-71.63%
|
-2,001.86
-28.23%
|
-2,789.43
+18.09%
|
-2,362.12
-960.93%
|
274.37
+169.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
623.38
-38.97%
|
1,021.42
-23.33%
|
1,332.20
+88.11%
|
708.20
+96.88%
|
359.72
+142.22%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
406.28
-34.83%
|
623.38
-38.97%
|
1,021.42
-23.33%
|
1,332.20
+88.11%
|
708.20
+96.88%
|