เข้าสู่ระบบ
+ สมัครสมาชิก
วิธีใช้งาน AiO
ห้องเรียนหุ้น
หน้าระบบ
STOCK INFO
ข้อมูลหุ้น
จุดเด่น
สรุปงบล่าสุด
สรุป OPPDAY
Dash Box
DCA
IAA Consensus
ProjectX
เงินปันผล
ราคาหุ้น
กราฟราคา
Matrix ราคาที่เปลี่ยนแปลง
ข่าวออนไลน์
รายชื่อกรรมการล่าสุด
ผู้ถือหุ้นใหญ่
การซื้อขายของผู้บริหาร
งบการเงิน
งบการเงิน
กำไรขาดทุน
ฐานะทางการเงิน
กระแสเงินสด
Data / Community
Blog & Event
(บทความ&ข่าวสาร&กิจกรรม)
Live & Video
วิดีโอและไลฟ์สด
Community
(ชุมชน)
Data / Tools
ค่าเงิน & วัตถุดิบ
บาทดอลลาร์
น้ำมัน
ถ่านหิน
ค่าระวางเรือ
ทองแดง
เหล็ก
น้ำตาลทราย
ยางพารา
กาแฟ
กราฟ SET
SET INDEX
ข่าวหุ้น
ข่าวหุ้น
OPPDAY
เงินปันผล
Basket List
Virtual Port
Deep
เปรียบเทียบหุ้น
Stock Filter
การซื้อขายของผู้บริหาร
Activity
AIO Reward
Change Log
AiO Version 3.9
สรุป OPPDAY หุ้น CHAYO
Home
สรุป OPPDAY หุ้น CHAYO
CHAYO
บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
Oppday
ไตรมาสที่ 4 ปี 2568
-- รอบที่ --
4Q2568
3Q2568
2Q2568
1Q2568
4Q2567
สรุป OPPDAY
📅
ข้อมูลสำคัญ
: OPPDAY งวดทั้งปี (YE) พ.ศ. 2568 / ค.ศ. 2025 - ปีงบประมาณปัจจุบัน: พ.ศ. 2568 / ค.ศ. 2025 - ปีก่อนหน้า: พ.ศ. 2567 / ค.ศ. 2024 --- ### 1. สรุปภาพรวมเชิงกลยุทธ์ (Executive Summary) บริษัทชโยกรุ๊ปจำกัด(มหาชน) (CHAYO) รายงานผลประกอบการงวดทั้งปี พ.ศ. 2568 โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากปีก่อนหน้าทั้งในภาพรวมและธุรกิจหลัก โดยเฉพาะจากธุรกิจซื้อหนี้เสียบริหาร (NPL Management) ที่ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญถึง 8.23% ส่งผลให้รายได้บริษัทเติบโตขึ้นรวมประมาณ 6.8% มาอยู่ที่ 2,166 ล้านบาท กลยุทธ์หลักของบริษัทในปีนี้คือการปรับโครงสร้างธุรกิจให้เน้นย้ำไปสู่หนี้ไม่มีหลักประกัน โดยเฉพาะหนี้อสังหาริมทรัพย์และหนี้ครัวเรือนที่มีแนวโน้มหนี้เสียเพิ่มขึ้นตามนโยบายรัฐบาลในการซื้อหนี้เสียออกจากระบบ การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของบริษัทไปสู่การเป็นผู้นำด้านบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพในภาพรวมของตลาด อย่างไรก็ตาม การขาดทุนสุทธิเกิดขึ้นเนื่องจากมีการตั้งสำรอง ECL สูงถึง 2,052 ล้านบาท เพื่อสะท้อนความเสี่ยงในภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ไม่แน่นอน โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนและหนี้ SME ที่มีแนวโน้มหนี้เสียเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาธุรกิจเชิงกลยุทธ์ เช่น การเจรจาซื้อหนี้จากสถาบันการเงิน โดยเฉพาะหนี้ไม่มีหลักประกัน และมุ่งเน้นการเติบโตในธุรกิจเร่งรัดหนี้สินและบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพอย่างต่อเนื่อง --- ### 2. ผลการดำเนินงานและตัวชี้วัดสำคัญ (Financial & KPI Analysis)
ตารางสรุปผลประกอบการ (หน่วย: ล้านบาท)
| รายการ | ปี พ.ศ. ก่อนหน้า | ปี พ.ศ. ปัจจุบัน | |-------------------------------------------|----------------|---------------| | รายได้รวม | 2,026 | 2,166 | | กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT / Core Profit) | - | - | | กำไรสุทธิ (Net Profit) | - | - | | AUM (หน่วย: ล้านบาท) | - | 87,950 | | Coverage Ratio | - | ~1.05 | --- #### การวิเคราะห์ Core vs Non-Core
Core Profit (กำไรจากการดำเนินงานหลัก)
- ธุรกิจซื้อหนี้เสียบริหาร: เพิ่มจาก 1,825 → 1,975 ล้านบาท (+8.23%) - ธุรกิจติดตามชำระหนี้: ลดลงจาก 28 → 24 ล้านบาท (-2%) - ธุรกิจปล่อยสินเชื่อ: ลดลงจาก 147 → 126 ล้านบาท (-14.3%) - ธุรกิจจัดหาคนงาน: เพิ่มจาก 28 → 35 ล้านบาท (+25%)
Non-Core Revenue Contribution
- สัดส่วนรายได้โดยรวมตามธุรกิจ: - ธุรกิจซื้อหนี้เสียบริหาร:
91%
- ธุรกิจติดตามชำระหนี้:
1%
- ธุรกิจปล่อยสินเชื่อ:
6%
- ธุรกิจจัดหาคนงาน:
2%
--- ### 3. ปัจจัยขับเคลื่อนและอุปสรรค (Drivers & Constraints) #### ปัจจัยภายใน -
ขับเคลื่อนหลัก
: - การขยายตัวของธุรกิจซื้อหนี้เสียบริหาร โดยเฉพาะหนี้ไม่มีหลักประกัน เพิ่มขึ้นถึง 99% จากปีก่อน - การปรับโครงสร้างการบริหารจัดการหนี้สินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยลดต้นทุนฟ้องดำเนินคดีลงอย่างมีนัยสำคัญ - การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารพอร์ตหนี้ โดยเฉพาะหนี้ไม่มีหลักประกันที่มีมูลค่ารวมถึง 38% ของพอร์ตทั้งหมด -
อุปสรรคภายใน
: - การขาดทุนสุทธิเกิดขึ้นเนื่องจาก ECL สูงถึง 2,052 ล้านบาท สะท้อนความเสี่ยงในภาพรวมของหนี้ครัวเรือนและหนี้ SME - การลดรายได้จากธุรกิจปล่อยสินเชื่อเนื่องจากนโยบายการขายสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและการปรับโครงสร้างลูกค้าให้ชำระหนี้กลับคืน #### ปัจจัยภายนอก -
เศรษฐกิจมหภาค
: - สภาพตลาดหนี้เสียในประเทศยังคงขยายตัว โดยหนี้เสียรวมอยู่ที่ 521,000 ล้านบาท (83%) และหนี้ครัวเรือนอันดับ 1 มาโฮมโรน -
นโยบายรัฐบาล
: - ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศลดการปล่อยสินเชื่อในกลุ่ม unsecure loan โดยเฉพาะหนี้รถยนต์และเครดิตการ์ด - การซื้อหนี้เสียโดยรัฐบาลในปี 2569 จะช่วยลดภาระหนี้ในระบบการเงิน แต่อาจสร้างโอกาสให้บริษัทชโยซื้อหนี้ไม่มีหลักประกันในช่วงปลายปี -
คู่แข่ง
: - สถาบันการเงินหลายแห่งเริ่มตัดสินใจขายหนี้เสียออกจากระบบเพื่อลดความเสี่ยง ส่งผลให้บริษัทชโยมีโอกาสเข้าถึงพอร์ตหนี้ใหม่ได้มากขึ้น --- ### 4. เจาะลึกช่วงถาม-ตอบ (Q&A Deep Dive)
Q: เป้าหมายการจัดเก็บหนี้จากพอร์ตหนี้แต่ละประเภทในปีนี้คือเท่าใด และมีกลยุทธ์ในการรับมือความสามารถชำระหนี้ของลูกหนี้รายย่อยหรือไม่?
A:
ในปี 2567 เรากำลังดำเนินการจัดเก็บหนี้ไม่มีหลักประกันได้ประมาณ 700 ล้านบาท และมีหลักประกันประมาณ 230 ล้านบาท ส่วนในไตรมาสที่แล้วตั้งเป้าไม่ต่ำกว่า 160 ล้านบาทต่อไตรมาส โดยปีนี้คาดว่าจะเพิ่มเป็น 165–170 ล้านบาทต่อไตรมาส รวมทั้งปีประมาณ 1,000 ล้านบาท (ยังต่ำกว่าเป้าหมายเดิม)
Q: การตั้ง ECL ในไตรมาสแรกของปีนี้มีแนวโน้มลดลงจากไตรมาสที่แล้วหรือไม่ และคาดการณ์แนวโน้ม ECL ตลอดปีอย่างไร?
A:
มีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดย ECL ต่อเดือนคาดว่าจะอยู่ประมาณ 40–50 ล้านบาทตลอดปี และรวมทั้งปีไม่เกิน 500 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทปรับประมาณการความเสี่ยงให้มีความชัดเจนมากขึ้น
Q: มีความคืบหน้าในการขาย NPA มูลค่าหลักหมื่นล้านหรือไม่ และคาดว่าจะโอนกรรมสิทธิ์และรับรู้ได้ภายในเท่าใด?
A:
เรากำลังดำเนินการจัดทำบัญชีรับจ่ายสำหรับ NPA มูลค่าหลักหมื่นล้านบาทแล้ว โดยมีการวางหลักหมุดและไล่พื้นที่แบ่งเขตแล้ว ส่วนการโอนกรรมสิทธิ์จะดำเนินการในไตรมาสที่ 3–4 หากเศรษฐกิจอสังหาริมทรัพย์ดูดีขึ้น
Q: มีแผนออกหุ้นกู้เพื่อทดแทนหนี้เดิมหรือไม่ และมีแผนซื้อหนี้ใหม่จากสถาบันการเงินหรือไม่?
A:
บริษัทไม่มีแผนออกหุ้นกู้ในปีนี้ แต่มีการพูดคุยกับสถาบันการเงินเกี่ยวกับการกู้เพื่อซื้อหนี้ใหม่ โดยเฉพาะหนี้ไม่มีหลักประกัน และยังคงเน้นงานเร่งรัดหนี้สินให้กับแบรนด์และแซมแทน
Q: แนวโน้มงบกำไรในปี 2569 เทียบกับปี 2568 จะเติบโตมากกว่าหรือไม่ และมีเป้าหมายรายได้และยอดจัดเก็บหนี้อย่างไร?
A:
เป้าหมายงบกำไรในปี 2569 คือไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท โดยรายได้อาจลดลงเล็กน้อย ส่วนยอดจัดเก็บหนี้คาดว่าจะคงที่อยู่ที่ประมาณ 55–60 ล้านบาทต่อไตรมาส
Q: เหตุผลหลักในการตั้ง ECL สูงคืออะไร และถือว่าคอนเซอร์วิทีมแล้วหรือยัง?
A:
เหตุผลหลักคือสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนและหนี้ SME มีแนวโน้มหนี้เสียเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และบริษัทมองว่าคอนเซอร์วิทีมแล้วอย่างชัดเจน
Q: บริษัทประเมินแนวโน้มหนี้ครัวเรือนในปี 2569 จะเป็นอย่างไร และส่งผลต่อโอกาสเติบโตของบริษัทอย่างไร?
A:
บริษัทคาดว่าหนี้ครัวเรือนจะเพิ่มขึ้นในช่วงกลางปี โดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์เศรษฐกิจครั้งใหญ่ในเดือนกรกฎาคม เป็นต้นมา ส่งผลให้มีโอกาสในการซื้อหนี้ไม่มีหลักประกันเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี --- ### 5. สรุปวิเคราะห์ท้ายบทความ (Conclusion) #### เป้าหมาย (Targets) -
ระยะสั้น (12 เดือนข้างหน้า)
: - เพิ่มยอดจัดเก็บหนี้ไม่มีหลักประกันเป็นอย่างน้อย 1,000 ล้านบาท - ลดต้นทุนบริหารจัดการหนี้สินลงอย่างต่อเนื่อง -
ระยะยาว (3–5 ปี)
: - พัฒนาเป็นผู้นำด้านบริหารจัดการหนี้เสียไม่มีหลักประกันในประเทศไทย - เสริมสร้างฐานลูกค้ารายย่อยและภาคเอกชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน #### สิ่งที่ต้องจับตามอง (Key Watch-out) - การเปลี่ยนแปลงนโยบายรัฐบาลด้านหนี้เสีย โดยเฉพาะการซื้อหนี้โดยรัฐบาลในช่วงปลายปี - ความมั่นคงของตลาดอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจครัวเรือนที่อาจส่งผลต่อคุณภาพหนี้ที่ซื้อนำเข้ามา - การปรับตัวของสถาบันการเงินในการขายหนี้เสียออกจากระบบ ซึ่งอาจส่งผลต่อแหล่งรายได้ของบริษัทในอนาคต
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของคุณ การเข้าใช้เว็บไซต์นี้ถือว่าคุณยอมรับ
นโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับทั้งหมด
ไม่ยอมรับ