บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
1.32
+0.04 (+3.13%)
สรุปสั้น
กำไรสุทธิ ลดลงเกิดจาก ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งได้แก่ การเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้าน เครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและการลดลงของกําไรจากการจําหน่ายทรัพย์สินรอ การขายลดลง
ในช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2563 บริษัทได้เริ่มดําเนินธุรกิจใหม่ในการขายสินค้าผ่านช่องทาง Call center และ/หรือ TV Shoping และ/หรือ ช่องทาง On-line ซึ่งในไตรมาส 2/2564 สําหรับ 3 เดือนและ 6 เดือน มีรายได้จากการขายสินค้า จํานวน 0.03 ล้านบาทและ 0.13 ล้านบาทตามลําดับ
ต้นทุนการให้บริการ ต้นทุนการให้บริการหลักของบริษัทได้แก่ เงินเดือน ค่าคอมมิชชั่น และค่าบริการเรียกเก็บหนี้ที่จ่ายให้แก่บุคคลภายนอก รวมถึงค่าใช้จ่ายงานคดี โดยในไตรมาสที่ Q2/2564 บริษัทมีต้นทุนให้บริการอยู่ที่ร้อยละ 23.1 ซึ่งใกล้เคียงกับไตรมาสที่ 2/2563 ที่อยู่ที่ร้อยละ 23.7 ของรายได้รวม
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8725 out_tok=2702 at=2026-07-25T12:47:14 -->
# CHAYO กำไร Q2/2565 พุ่ง 74% รับรายได้สินทรัพย์ด้อยคุณภาพโต
## รายได้ดอกเบี้ยสินทรัพย์ด้อยคุณภาพหนุนกำไรโตเด่น ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น
บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 61.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74.35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อแก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ และการบริหารจัดการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ดีขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ CHAYO ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อแก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 74.35% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการบริหารจัดการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss: ECL) ที่ลดลง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อแก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ มาจากการที่บริษัทมีการ **ซื้อพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพชนิดไม่มีหลักประกันเข้ามาบริหารเพิ่มเติมมากขึ้นในช่วงปลายปี 2564** ทำให้มีปริมาณสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ บริษัทยังมีการ **เพิ่มขึ้นของยอดลูกหนี้เงินให้กู้ยืม** ซึ่งส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยจากการปล่อยสินเชื่อโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ในส่วนของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) นั้น ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพจะเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี 2564 ก็ตาม สาเหตุหลักมาจากการที่บริษัทได้ **ปรับประมาณการใหม่เพื่อสะท้อนยอดจัดเก็บที่เหมาะสมตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2564** ทำให้ผลขาดทุนในไตรมาส 2 ปี 2565 ลดลง
อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยที่กดดันผลประกอบการบางส่วนคือ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น** โดยเฉพาะค่าที่ปรึกษาทางการเงิน ค่าธรรมเนียมเพื่อปิดสมุดบัญชีในการจ่ายปันผล และการตัดจำหน่ายทรัพย์สิน รวมถึงค่าภาษีธุรกิจเฉพาะจากยอดจัดเก็บหนี้ที่มีหลักประกัน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยหลักคือการที่บริษัทได้มีการซื้อพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารเพิ่มขึ้น ซึ่งจะยังคงสร้างรายได้ดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการ ECL จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าการปรับประมาณการจะยังคงมีประสิทธิภาพในการควบคุมผลขาดทุนหรือไม่ ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นนั้น อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาในระยะสั้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2565 เติบโต 74.35% YoY** แตะ 61.30 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q2/2565 เพิ่มขึ้น 44.01% YoY** แตะ 225.10 ล้านบาท
* **รายได้ดอกเบี้ยจากสินทรัพย์ด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้น 55.66 ล้านบาท** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง** จากการปรับประมาณการ
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น** จากค่าที่ปรึกษาทางการเงินและค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ
* **ยอดลูกหนี้เงินให้กู้ยืมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 63.85 ล้านบาท เป็น 388.71 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 225.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.01% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อแก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ 55.66 ล้านบาท และรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้กู้ยืม 16.93 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจาก 2.0 ล้านบาทในปีก่อน)
ขณะที่ต้นทุนการให้บริการอยู่ที่ 54.63 ล้านบาท คิดเป็น 24.30% ของรายได้รวม ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 23.10% ทำให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 170.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 44.01% คิดเป็น 75.70% ของรายได้รวม
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 22.00 ล้านบาท จาก 17.42 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุจากการจ่ายค่าที่ปรึกษาทางการเงิน ค่าธรรมเนียมปิดสมุดบัญชี และการตัดจำหน่ายทรัพย์สิน
ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงเหลือ 38.35 ล้านบาท จาก 53.51 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากมีการปรับประมาณการใหม่
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 61.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74.35% เมื่อเทียบกับปีก่อน
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 446.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.29% โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยจากสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ 94.45 ล้านบาท และรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้กู้ยืม 25.76 ล้านบาท
กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 339.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78.09 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายในการบริหารอยู่ที่ 44.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.62 ล้านบาท
ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอยู่ที่ 80.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.61 ล้านบาท
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2565 อยู่ที่ 137.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.64% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การซื้อพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มเติม:** การเข้าซื้อพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน จะช่วยเพิ่มปริมาณสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ดอกเบี้ย และเพิ่มโอกาสในการจัดเก็บหนี้
* **การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ:** การเพิ่มขึ้นของยอดลูกหนี้เงินให้กู้ยืม สะท้อนถึงการขยายธุรกิจปล่อยสินเชื่อ ซึ่งเป็นอีกช่องทางในการสร้างรายได้ดอกเบี้ย
* **การบริหารจัดการหนี้ที่มีประสิทธิภาพ:** การปรับปรุงกระบวนการประเมินและบริหารจัดการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น จะช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** ค่าที่ปรึกษาทางการเงิน ค่าธรรมเนียมต่างๆ และค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายการให้ความช่วยเหลือลูกค้า:** การลดปริมาณงานติดตามหนี้ตามนโยบายของผู้ว่าจ้างกลุ่มโทรคมนาคมและสถาบันการเงิน อาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากการให้บริการเร่งรัดหนี้สิน
* **การพึ่งพิงการซื้อพอร์ตหนี้:** การเติบโตที่พึ่งพิงการซื้อพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพ อาจมีความเสี่ยงหากไม่สามารถหาพอร์ตที่เหมาะสมในราคาที่น่าพอใจได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการซื้อพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพ:** บริษัทจะยังคงมีนโยบายซื้อพอร์ตหนี้เข้ามาบริหารเพิ่มเติมหรือไม่ และมีมูลค่าเท่าใด
* **ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ECL:** การควบคุมผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นให้สอดคล้องกับยอดจัดเก็บจริง
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** กลยุทธ์ในการควบคุมค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าที่ปรึกษาและค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ
* **การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ:** การขยายตัวของยอดลูกหนี้เงินให้กู้ยืมในอนาคต
* **การฟื้นตัวของรายได้จากการให้บริการเร่งรัดหนี้สิน:** หากสถาบันการเงินของรัฐกลับมาของบประมาณและว่าจ้างใหม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในไตรมาส 2 ปี 2565 CHAYO แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งในธุรกิจการบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ โดยรายได้จากการให้สินเชื่อแก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการเข้าซื้อพอร์ตหนี้เข้ามาบริหารเพิ่มขึ้น
ในส่วนของรายได้จากการให้บริการเร่งรัดหนี้สินนั้น ลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายการให้ความช่วยเหลือลูกค้าของผู้ว่าจ้าง และการที่สถาบันการเงินของรัฐบางแห่งหมดงบประมาณในการว่าจ้าง
การปล่อยสินเชื่อเป็นอีกส่วนที่น่าสนใจ โดยยอดลูกหนี้เงินให้กู้ยืมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด สะท้อนถึงการขยายธุรกิจในส่วนนี้ ซึ่งจะช่วยกระจายแหล่งที่มาของรายได้ดอกเบี้ย
การบริหารจัดการต้นทุนการให้บริการอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับปีก่อน แม้จะมีค่าใช้จ่ายงานคดีที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่โดยรวมยังคงรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ดี
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 7,232.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.10% จากปีก่อน โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด (1,516.61 ล้านบาท) ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการรับเงินจากการออกหุ้นกู้ 1,800 ล้านบาทในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิ และเงินให้สินเชื่อแก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ
หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,504.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการเพิ่มขึ้นของหุ้นกู้ (1,817.41 ล้านบาท) และเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 3,727.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสมที่ยังไม่จัดสรร
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.90 เท่า ซึ่งยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
## สรุปท้าย
CHAYO โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 เติบโตโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่งขึ้น 74.35% จากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยจากสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ซึ่งเป็นผลมาจากการเข้าซื้อพอร์ตหนี้เข้ามาบริหารเพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ดีขึ้น แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น แต่ภาพรวมยังคงแข็งแกร่ง โดยบริษัทมีโอกาสในการเติบโตต่อเนื่องจากการขยายพอร์ตหนี้และพอร์ตสินเชื่อ แต่ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการหนี้ในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CHAYO ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
507.39
ล้านบาท
↓ 2.8% YoY
กำไรขั้นต้น
452.87
ล้านบาท
↑ 2.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
89.25
%
กำไรสุทธิ
-737.31
ล้านบาท
↓ 1314% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-145.31
%
D/E Ratio
1.12
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
507
↓ -2.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
453
↑ + 2.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-737
↓ -1314%
YoY
D/E Ratio
1.12
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CHAYO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.12
ROE (%)
-16.58
ROA (%)
-2.35
Book Value/หุ้น
2.75
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CHAYO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+48
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CHAYO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
47.91
-155.96%
|
-85.62
-82.52%
|
-489.91
-12.18%
|
-557.86
-9.79%
|
-618.43
-19.23%
|
-765.66
+119.26%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
-100.00%
|
-4.13
-161.28%
|
6.74
-120.27%
|
-33.25
+11.06%
|
-29.94
-130.47%
|
98.26
-196.95%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.00
-100.00%
|
-654.82
-56.88%
|
-1,518.67
-26.10%
|
-2,055.08
+3.51%
|
-1,985.33
-381.52%
|
705.23
+127.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
-100.00%
|
-567.98
-71.63%
|
-2,001.86
-28.23%
|
-2,789.43
+18.09%
|
-2,362.12
-960.93%
|
274.37
+169.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
623.38
-38.97%
|
1,021.42
-23.33%
|
1,332.20
+88.11%
|
708.20
+96.88%
|
359.72
+142.22%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
406.28
-34.83%
|
623.38
-38.97%
|
1,021.42
-23.33%
|
1,332.20
+88.11%
|
708.20
+96.88%
|